กติกาใหม่

1650 Words
พายุอารมณ์ที่พัดกระหน่ำผ่านพ้นไป ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความยับย่นบนผ้าปูที่นอนและความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้องพักสี่เหลี่ยม แสงแดดรำไรสีทองเริ่มลอดผ่านรอยแยกของม่านหน้าต่าง ปลุกให้คนสองคนที่นอนกอดก่ายกันอยู่ตื่นขึ้นมาพบกับความเป็นจริง คณินลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความอุ่นซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วอกเมื่อพบว่าร่างบางยังคงซุกซบอยู่ในอ้อมแขน เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ยามหลับใหลดูไร้พิษสง มือหนาลูบไล้เส้นผมที่ยุ่งเหยิงอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มพึงพอใจประดับบนมุมปากของเดือนเครื่องกลผู้ไม่เคยแพ้ใคร เขาคิดว่าแผนการ 'เผด็จศึก' ของเขามันได้ผล ยาหยียอมกลับมาหาเขาแล้ว แม้จะแลกมาด้วยความดุดันในตอนแรก แต่ชัยชนะที่ได้ครอบครองเธอก็ทำให้เขาลำพองใจ “หยี...” เขาพึมพำเรียกชื่อเธอเสียงแผ่ว พลางจูบซับที่หน้าผากเนียน ยาหยีลืมตาขึ้นนิ่งๆ ดวงตาคู่สวยไม่ได้มีความเขินอายหรือความโกรธแค้นรุนแรงอย่างที่คณินคาดการณ์ไว้ แต่มันกลับราบเรียบจนน่าใจหาย เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ปล่อยให้ผ้าห่มเลื่อนหลุดจากไหล่มนโดยไม่แยแสสายตาโลมเลียของคนข้างกาย “ตื่นแล้วเหรอคะที่รัก” ยาหยีระบายยิ้มหวานหยด ทว่ามันเป็นรอยยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา คณินหัวใจพองโตเมื่อได้ยินคำเรียกที่คุ้นเคย “หยี... มึงไม่โกรธกูแล้วใช่ไหม เรื่องเมื่อคืนกูขอโทษนะที่แรงไปหน่อย แต่กูคลั่งมึงจริงๆ ว่ะ” เขารีบขยับเข้าไปหมายจะโอบกอดเธอจากด้านหลัง แต่ยาหยีกลับเบี่ยงตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมอย่างเป็นธรรมชาติ “ไม่โกรธหรอกค่ะ ฉันจะกลับมาคบกับนายก็ได้” เธอหันมามองเขาพลางใช้นิ้วม้วนผมเล่น “ในเมื่อนายมาง้อขนาดนี้ ฉันก็ยอมให้ค่ะ... แต่ตอนนี้ฉันขอไปอาบน้ำก่อนนะ มีประชุมเช้า” คณินมองตามแผ่นหลังบางไปด้วยความรู้สึกก้ำกึ่ง แต่ความมั่นใจในตัวเองที่มีล้นปรี่ทำให้เขาปัดความกังวลทิ้งไป เขาคิดว่าเธอคงแค่เขินหรืออยากวางฟอร์มตามประสาผู้หญิงที่เพิ่งโดนง้อหนักๆ ร่างสูงสง่าลุกขึ้นจากเตียง สวมกางเกงเพียงตัวเดียวแล้วเดินเข้าครัวด้วยท่าทางอารมณ์ดี กลิ่นหอมของกาแฟคั่วบดเริ่มอบอวลไปทั่วห้อง คณินลงมือทำอาหารเช้าง่ายๆ อย่างไข่ดาวและเบคอนพลางฮัมเพลงในลำคอ เขาตักอาหารใส่จานอย่างประณีต จัดวางกาแฟรสชาติที่ยาหยีชอบไว้เคียงคู่กัน ใจหนึ่งเขาก็อยากจะทำตัวเป็นหมาเชื่องอ้อนเมียเพื่อไถ่โทษ แต่อีกใจก็ยังขิงตัวเองในใจว่ายังไงเขาก็เป็นเจ้าของเธออยู่ดี สิบนาทีต่อมา ยาหยีเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดทำงานเชิ้ตสีขาวพอดีตัวกับกระโปรงทรงเอสีดำที่เน้นสัดส่วน ดูเป็น Working Woman ที่สง่าและมีเสน่ห์จนคณินแทบจะละสายตาไม่ได้ เขาเดินเข้าไปหาเธอพร้อมถ้วยกาแฟในมือ “หยี... กาแฟครับ วันนี้กูทำมื้อเช้าให้ด้วยนะ” คณินพยายามใช้น้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่ผู้ชายดิบๆ อย่างเขาจะทำได้ “ทานก่อนนะ เดี๋ยวไปส่งทำงาน วันนี้จะขับรถไปส่งที่ตึกใหม่ด้วย” ยาหยีมองจานอาหารและถ้วยกาแฟนั้นชั่วครู่ หัวใจข้างซ้ายมันวูบไหวอย่างห้ามไม่ได้ ความรัก ความผูกพัน และความทรงจำยามเช้าที่เขาเคยทำแบบนี้ให้มันย้อนกลับมาสะกิดแผลเก่า ความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความรู้สึกผิดของคณินมันคือสิ่งที่เธอเคยโหยหามาตลอดสามปี... แต่วันนี้มันมาในวันที่หัวใจเธอสร้างเกราะกำแพงขึ้นมาแล้ว อย่าใจอ่อนนะยาหยี... ถ้ายอมตอนนี้ ก็จะเป็นของตายของเขาเหมือนเดิม เธอกลั้นใจสวมหน้ากากนิ่งเฉย ยื่นมือไปรับกาแฟมาจิบเพียงนิดเดียว “ขอบคุณค่ะที่รัก” ยาหยีวางแก้วกาแฟลงที่เดิมโดยที่แทบไม่ได้พร่องไปเลย “แต่อาหารเช้าหยีคงทานไม่ไหว พอดีนัดกับคุณภพไว้ว่าจะไปกินมื้อเช้าที่คาเฟ่ใกล้บริษัทก่อนเริ่มบรีฟงานน่ะค่ะ” ชื่อของผู้ชายคนอื่นเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้ากลางอกคณินทันที ยิ่งเป็นผู้ชายที่มีประเด็นกับเขาเรื่องยาหยีด้วยแล้วยิ่งทนแทบไม่ได้ รอยยิ้มบนใบหน้าเขาแข็งค้าง “มึงนัดกับมัน? แต่กูทำมื้อเช้าให้มึงแล้วนะหยี!” คณินเริ่มขึ้นเสียง ความหวงก้างเริ่มทำงาน “มึงเลือกที่จะไปกินกับมันแทนที่จะกินของที่กูทำเหรอวะ?” ยาหยีหันไปยิ้มหวาน ใส่รองเท้าส้นสูงอย่างใจเย็น “ถ้านั่งกินข้าวกับนายเงียบๆ ทุกวันเหมือนเมื่อก่อน นายก็เบื่อฉันอีกสิ... การที่มีคนอื่นมาชวนฉันไปกินข้าวบ้าง มันอาจจะทำให้นายรู้สึกว่าฉันยังมีค่า และมีคนอยากเข้าหาอยู่ตลอดเวลาไงคะ นายควรจะดีใจนะที่แฟนตัวเองฮอตขนาดนี้... อ้อ ฉันคุยกันเรื่องงานน่ะ” “ยาหยี!” คณินกัดฟันกรอด พยายามสะกดอารมณ์ “กูบอกว่ากูจะไปส่ง!” “ได้ค่ะ ไปสิ... ฉันให้นายไปส่งถึงหน้าตึกเลย” ยาหยีเดินเข้าไปใกล้ ลูบแผงอกของเขาแผ่วเบาในขณะที่เขากำลังคว้าเสื้อช็อปขึ้นมาติดกระดุมอย่างรีบร้อน “แต่นายต้องทำหน้าที่สารถีที่ดีนะ อย่าไปอาละวาดใส่เพื่อนร่วมงานฉันล่ะ เพราะถ้าฉันเสียงาน... ฉันอาจจะเปลี่ยนใจเรื่องความสัมพันธ์ของเราที่จะคบกันต่อนะคะ” การเดินทางไปบริษัทใหม่ของยาหยีเป็นช่วงเวลาที่แสนอึดอัดสำหรับคณิน เขาเหยียบคันเร่งรถสปอร์ตคันหรูด้วยอารมณ์ขุ่นมัว สายตาคอยชำเลืองมองร่างบางข้างกายที่เอาแต่จิ้มโทรศัพท์พิมพ์แชทหัวใจร่าเริง เขามั่นใจว่าเธอกำลังคุยกับไอ้ครีเอทีฟนั่นแน่ๆ “คุยอะไรกับมันนักหนาวะ” คณินถามด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น “คุยเรื่องงานค่ะ... อ้อ คุณภพเขาบอกว่าวันนี้หยีดูสวยเป็นพิเศษในสตอรี่ที่เก่งลงเมื่อคืน” ยาหยีตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง ราวกับรายงานเขาตามปกติ “เขาสุภาพจังเลยนะคะ รู้จักชมผู้หญิงให้รู้สึกมีค่า ไม่เหมือนผู้ชายคนอื่นๆ...” “ยาหยี! มึงจะมากไปแล้วนะ!” “อุ๊ย! ใจเย็นๆ สิคะที่รัก... โกรธเหรอ? หรือว่าหึง?” ยาหยีเงยหน้าขึ้นยิ้มเยาะ “ตื่นเต้นเหรอคะ? ความตื่นเต้นที่นายโหยหาไม่ใช่เหรอ? นายไม่ชอบเหรอที่เห็นเมียตัวเองมีผู้ชายโปรไฟล์ดีมาคอยตามจีบ? มันพิสูจน์ให้เห็นนะว่ามีคนอยากจะได้ไปครองแทนตั้งเยอะแยะ” คณินกำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาอยากจะจอดรถแล้วกระชากเธอมาจูบสั่งสอนให้เลิกพูดชื่อไอ้ผู้ชายคนนั้นเสียที และเขาก็รู้ว่าเธอกำลังประชดเขาที่เขาเคยทำร้ายจิตใจเธอ แต่คำขู่ของเธอที่ว่าจะเปลี่ยนใจเรื่องคบกันมันค้ำคอเขาอยู่ เขาเสียเธอไปอีกเป็นครั้งที่สองไม่ได้ เดือนคณะเครื่องกลที่เคยยิ่งใหญ่บัดนี้กลับรู้สึกเหมือนหมาที่ถูกล่ามโซ่ไว้ด้วยคำว่ารัก เมื่อรถสปอร์ตจอดสนิทหน้าตึกเอเจนซี่หรู ยาหยีหยิบกระเป๋าขึ้นมาเตรียมจะลงรถ แต่ก่อนจะไปเธอหันไปจูบที่แก้มคณินเบาๆ เป็นรางวัล “ขอบคุณที่มาส่งนะคณิน เย็นนี้ไม่ต้องมารับนะคะ ฉันมีนัดทานข้าวต่อกับทีม... นายไปหาความตื่นเต้นที่สนามแข่งรถตามสไตล์นายเถอะค่ะ ฉันไม่ห้าม” เธอก้าวลงจากรถไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้คณินนั่งนิ่งค้างอยู่เบาะคนขับ เขามองตามร่างบางที่เดินเข้าไปหาผู้ชายในชุดเชิ้ตที่ยืนรออยู่หน้าตึก... ภพเดินเข้ามาทักทายยาหยีด้วยรอยยิ้มอบอุ่น และยาหยีก็ส่งยิ้มที่สดใสที่สุดกลับไปให้ รอยยิ้มที่เขาไม่ได้รับมันมานานนับเดือน คณินทุบพวงมาลัยรถอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกเหมือนถูกรถไฟเหาะกระชากลงจากจุดสูงสุดสู่เหวนึกมันเป็นอย่างนี้นี่เอง เขาได้ตัวเธอกลับมา ได้ยินคำว่ารัก (ที่ประชด) จากปากเธอ แต่เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังจะเสียเธอไปมากกว่าตอนที่เธอหายไปเสียอีก “ยาหยี... มึงเล่นบ้าอะไรของมึงวะ!” เขาสบถออกมาทั้งน้ำตาที่คลอเบ้าเพราะความหัวเสียสุดขีด เขากำลังจะเป็นบ้า... บ้าเพราะความไม่แน่นอน บ้าเพราะความหึงหวงที่ทำอะไรไม่ได้ และบ้าเพราะเพิ่งรู้ซึ้งว่าการเป็น 'คนนอกสายตา' ในขณะที่ยังยืนอยู่ข้างกายมันเจ็บปวดเพียงใด ยาหยีไม่ได้ทำร้ายร่างกายเขา แต่เธอกำลังใช้ความเย็นชาที่เคลือบน้ำตาลค่อยๆ เฉือนหัวใจของเขาให้เจ็บปวดทีละนิดอย่างที่เธอเคยรู้สึก เกมนี้คณินไม่ได้เป็นคนคุมฟันเฟืองอีกต่อไป... แต่เขาเป็นเพียงฟันเฟืองตัวเล็กๆ ที่ยาหยีกำลังหมุนเล่นตามใจชอบ เพื่อสอนให้เขารู้ว่า 'ความตื่นเต้น' ที่เขาเคยตามหานักหนา... แท้จริงแล้วมันคือยาพิษที่ฆ่าเขาได้ทั้งเป็น! “ได้... ยาหยี... เดี๋ยวเราได้รู้กัน!” เขายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มร้ายกาจที่เคยใช้หว่านเสน่ห์สาวๆ ทั้งมหาวิทยาลัย บัดนี้เขากำลังจะขุดมันขึ้นมาใช้กับ ‘เมีย’ ตัวเองเพียงคนเดียว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD