คณินไม่ได้พาตัวเองกลับไปยังคอนโดหรูที่เป็นของเขา แต่เขากลับมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องพักใหม่ของยาหยี สภาพของเดือนเครื่องกลในตอนนี้ดูไม่จืด เสื้อช็อปยับย่น กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้ง และแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
เขาทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพงข้างประตูห้องของเธอ ความเย็นของผนังไม่ได้ช่วยให้ใจที่รุ่มร้อนสงบลงได้เลย คณินก้มหน้าลงกับหัวเข่า ปล่อยให้เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าในความเงียบสงัดของทางเดินคอนโด ทุกเสียงลิฟต์ที่ดังขึ้น หัวใจเขาก็พองโตด้วยความหวัง... แต่พอมันไม่ใช่คนที่เป็นเจ้าของห้อง เขาก็กลับมาหดหู่อีกครั้ง
‘มึงไปถึงไหนกันแล้วหยี... มึงจะกลับกี่โมง... หรือมึงจะไปต่อกับมัน’
ความคิดฟุ้งซ่านทำเอาคนเมาแทบจะคลั่ง คณินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์ข้อความหาเธอซ้ำๆ แต่ก็ลบออกซ้ำๆ เพราะกลัวว่าถ้าทำตัวงี่เง่าเกินไป เธอจะยิ่งเดินหนีเขาไปไกลกว่าเดิม
เกือบตีหนึ่ง... เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นหินอ่อนดังใกล้เข้ามา คณินที่กึ่งหลับกึ่งตื่นรีบเงยหน้าขึ้นทันที เขาเห็นยาหยีเดินออกมาจากลิฟต์ในสภาพที่ยังสวยกริบเหมือนเดิม แต่ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่นั่งกองอยู่หน้าห้อง
“คณิน?! นายมาทำอะไรที่นี่! ฉันบอกแล้วไงว่าถ้าเมาให้กลับไปนอนห้องตัวเอง” ยาหยีรีบเดินเข้ามาหา กลิ่นเหล้าจากตัวเขาทำให้เธอต้องขมวดคิ้ว
คณินไม่ได้ลุกขึ้นโวยวายเหมือนทุกครั้ง เขาเพียงแค่เงยหน้ามองเธอด้วยสายตาที่ทำให้คนมองใจสั่น... มันคือสายตาของคนที่ยอมแพ้อย่างหมดรูป
“หยี... กูไม่กลับ...” คณินพึมพำ เสียงของเขาสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด “กูขอโทษ... มึงอย่าทำแบบนี้อีกเลยนะหยี มึงอย่าไปยิ้มให้ใครแบบนั้นอีกเลยนะกูขอร้อง...”
เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปคว้าชายกระโปรงของเธอไว้เบาๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป ยาหยีชะงักไปครู่หนึ่ง ความสะใจที่เธอเตรียมมาเพื่อขยี้เขา กลับพ่ายแพ้ให้กับสภาพที่แสนน่าสงสารของคนตรงหน้า
“คณิน... ลุกขึ้น”
“กูไม่ลุก... จนกว่ามึงจะบอกว่ามึงไม่ได้คิดอะไรกับไอ้นายแบบนั่น” คณินซบหน้าลงกับขาของเธอ ปล่อยให้น้ำตาแห่งความหึงหวงไหลออกมาอย่างไม่ยอมอาย “มึงจะแกล้งกูยังไงก็ได้ แต่อย่าทิ้งกูไปหาคนอื่นเลยนะ... กูอยู่ไม่ได้จริงๆ ว่ะหยี”
ยาหยีมองดูสร้อยเกียร์ที่คอตัวเอง และมองดูเจ้าของเกียร์ที่นอนกองอยู่แทบเท้าเธอ... คืนนี้เธอชนะอย่างราบคาบ เธอทำให้คณินรู้แล้วว่าความเจ็บปวดจากการถูกเมินเฉยเป็นอย่างไร แต่วินาทีที่เห็นน้ำตาของเขา เธอก็รู้ซึ้งเช่นกันว่า... เธอก็ยังรักไอ้คนนิสัยไม่ดีคนนี้มากเกินกว่าจะปล่อยให้เขาขาดใจตายอยู่หน้าห้องได้จริงๆ มันรู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาในอกเสียดื้อๆ ไม่ได้ยินดีที่เห็นเขาเป็นแบบนี้อย่างที่เธอคิดเอาไว้
ยาหยีย่อตัวลงมองร่างสูงที่นั่งกองอยู่กับพื้นด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เธอถอนหายใจออกมาแผ่วเบาก่อนจะยื่นมือไปจับต้นแขนแกร่งแล้วพยายามพยุงเขาขึ้นโดยไม่พูดอะไรสักคำ คณินที่เคยมีเรี่ยวแรงมหาศาลและทิฐิสูงเทียมฟ้า บัดนี้กลับไร้เรี่ยวแรงไปเสียดื้อๆ เขาปล่อยตัวให้ลุกขึ้นตามแรงดึงอันน้อยนิดของเธออย่างคนโซซัดโซเซ หัวใจที่เคยพยศหนักหนากลับยอมสยบให้เพียงแค่สัมผัสจากปลายนิ้วของร่างบาง
เธอทำเพียงแค่คว้าคีย์การ์ดมาแตะที่หน้าประตู กลไกอิเล็กทรอนิกส์ถูกปลดล็อกดัง ติ๊ด ตามด้วยเสียง แกร๊ก ที่เป็นสัญญาณว่าบานประตูกั้นความเย็นชาได้เปิดออกแล้ว
“เข้ามาก่อน”
น้ำเสียงของเธอเรียบเฉยเสียจนคณินใจสั่น เขาเดินตามเธอเข้าไปในห้องที่มืดสลัว แสงไฟจากโถงทางเดินสะท้อนให้เห็นรอยยิ้มจางๆ บนรูปของเธอที่ติดผนังอยู่... ไม่ใช่รูปคู่ที่เคยมีในห้องคอนโดเก่า
“หยี... อย่าเงียบแบบนี้ดิ กูใจไม่ดีเลยว่ะ” คณินพึมพำเสียงพร่าพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดสภาพ เขาพยายามคว้าข้อมือเธอไว้แต่ยาหยีกลับเบี่ยงตัวหลบไปหยิบน้ำเปล่ามาวางตรงหน้าเขา
“ดื่มน้ำซะ จะได้หายบ้า” ยาหยียืนกอดอกมองเขานิ่งๆ แสงไฟในห้องเน้นให้เห็นสร้อยเกียร์ที่คอเธอเด่นชัดจนคณินต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเจ็บแปลบ
“นายมาที่นี่ทำไมคณิน ไหนบอกจะไปฉลองกับเพื่อนไง... แล้วความตื่นเต้นที่นายโหยหานักหนาล่ะ หายไปไหนหมดแล้ว?”
“มึงเลิกพูดเรื่องนั้นสักทีเถอะหยี...” คณินเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยดุดันบัดนี้คลอน้ำตาและเต็มไปด้วยความวิงวอน
“กูรู้แล้ว... กูรู้รสชาติของความตื่นเต้นที่มึงมอบให้แล้ว แม่งโคตรจะเจ็บเลยว่ะ มึงเห็นกูเป็นไอ้โง่ที่นั่งมองเมียตัวเองไปนั่งยิ้มให้ชายอื่นเหรอวะ มึงคิดว่ากูทนได้เหรอ?”
“นายทนไม่ได้?” ยาหยีแค่นยิ้มที่มุมปาก “แล้วสามปีที่ผ่านมาที่ฉันต้องทนนั่งมองนายไปทำแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นล่ะคณิน? นายเคยถามฉันไหมว่าฉันทนได้หรือเปล่า? ความตื่นเต้นที่นายชอบนักหนา... ฉันแค่คืนมันให้นายในปริมาณที่เท่ากันเท่านั้นเอง”
คำพูดของยาหยีเหมือนแสบที่ฟาดเข้ากลางหน้า คณินจุกจนพูดไม่ออก เขาซบหน้าลงกับฝ่ามือสั่นเทา ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่หอบถี่ของคนเมาและความนิ่งสงบที่น่ากลัวของเธอที่กำลังคุมเกม
“หยี... กูขอโทษ...” เขาพึมพำผ่านฝ่ามือ “กูมันเหี้ยเอง... กูแม่งโง่ที่คิดว่ามึงจะเป็นของตายของกูตลอดไป แต่ตอนนี้กูรู้แล้วว่าถ้าไม่มีมึง... กูก็ไม่เหลืออะไรเลยจริงๆ”
ยาหยีมองแผ่นหลังที่สั่นเทาของเดือนเครื่องกล ความแข็งกร้าวในใจเริ่มปริแตกทีละน้อย เธอเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ ก่อนจะวางมือลงบนกลุ่มผมยุ่งเหยิงนั้นเบาๆ สัมผัสเพียงนิดเดียวกลับทำให้คณินเงยหน้าขึ้นคว้าเอวเธอมากอดไว้แน่น ซบหน้าลงกับหน้าท้องของเธอราวกับเด็กที่หลงทางและเพิ่งหาทางกลับบ้านเจอ
“คืนนี้... อย่าไล่กูไปไหนเลยนะหยี กูกลัว... กลัวว่าถ้ากูหลับตาแล้วลืมตามาอีกที มึงจะหายไปหาคนอื่นอีก”
ยาหยีนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอมองดูผู้ชายที่เคยยิ่งใหญ่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่างเพื่อเหนี่ยวรั้งเธอไว้ แม้ใจหนึ่งจะอยากเอาคืนให้เจ็บกว่านี้ แต่ความรักที่สลักลึกอยู่ในกระดูกมันกลับสั่งให้เธอกระชับอ้อมกอดซบลงที่หัวของเขาเบาๆ
“เลิกงอแงเป็นเด็กได้แล้ว ตัวตึงวิศวะคนเดิมหายไปไหน หือ?”
คืนนี้... พายุอาจจะสงบลงชั่วคราว แต่นี่คือบทเรียนบทใหม่ที่ยาหยีจะสอนให้เขารู้ว่า... การเป็นเจ้าของหัวใจเธอนั้น ไม่ได้แลกมาด้วยเกียร์เพียงอันเดียว แต่มันต้องแลกด้วยอิสระภาพทั้งหมดของเขาให้อยู่ในขอบเขตที่ควรจะเป็น ไม่ใช่หวงทั้งคนรัก หวงทั้งอิสรภาพจนกลายเป็นความเห็นแก่ตัวอย่างที่เขาเคยทำ
ยาหยีถอนหายใจยาวพลางมองร่างสูงใหญ่ที่กอดเอวซบหน้าท้องเธอไว้แน่นหมดสภาพอยู่บนโซฟา เธอแกะมือเขาออกแล้วเดินหายไปในห้องครัวชั่วครู่ก่อนจะออกมาพร้อมกับผ้าเย็น เธอทรุดตัวลงนั่งบนเบาะข้างๆ เขา แล้วเริ่มซับลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่ขึ้นสีระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์อย่างเงียบเชียบ
มือเรียวบรรจงเช็ดไปตามไรผมและซอกคออย่างเบามือ แม้จะยังทำหน้านิ่งใส่ แต่ทุกสัมผัสกลับแฝงไปด้วยความอาทรที่เธอก็ห้ามตัวเองไม่ได้ คณินที่จ้องหน้ายาหยีด้วยสายตาเชื่อมปรอยมองการกระทำของเธอราวกับจะจดจำมันเข้าในหัวใจให้ได้มากที่สุด แววตาของเขาในตอนนี้นิ่งสนิทและเต็มไปด้วยความโหยหา
“หยี... กูขอโทษนะ...” เขาพึมพำเสียงสั่น พร่ำบอกคำขอโทษซ้ำๆอย่างสำนึกผิดแต่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงนอกจากเอ่ยคำขอโทษ ก่อนจะถือวิสาสะคว้ามือเล็กที่กำลังเช็ดหน้าผากอยู่มาแนบแก้มตัวเอง
“มือมึงเย็นจัง... แต่กูชอบนะ มันทำให้กูรู้สึกว่ามึงยังอยู่ตรงนี้จริงๆ”
“อยู่นิ่งๆ คณิน อย่ารุ่มร่าม ก็ผ้าเย็นก็ต้องเย็นสิ” ยาหยีดุเสียงเบา พยายามจะชักมือกลับแต่เขากลับยิ่งกระชับแน่นขึ้น แถมยังเอาหน้าถูไถฝ่ามือเธอเหมือนลูกหมาอ้อนเจ้าของ
“ไม่ปล่อย... ถ้าปล่อยมึงก็เดินหนีไปหาไอ้หน้าหล่อคนอื่นอีกดิ” คณินพูดพลางขยับตัวเข้าหาจนหน้าผากชนกับไหล่เธอ เขาซุกหน้าลงกับลำคอระหง สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เขาหลงใหล
“หยี... กูหึงฉิบหาย... หึงจนจะบ้าตายอยู่แล้ว มึงอย่าทำแบบเมื่อเย็นอีกได้ไหม กูกลัว... กลัวมึงจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นจริงๆ”