คอนโดน้ำแข็ง

1643 Words
‘คณิน’ วิศวะหนุ่มเดือนคณะผู้อันตราย เจ้าของความสูง189 ผมสีน้ำตาลอ่อน รอยสักที่แขนแกร่งข้างขวาเต็มแขน ทั้งหุ่นทั้งหน้าตาที่ใครๆก็อยากได้เป็นเจ้าของ ‘ยาหยี’ อดีตดาวคณะบริหารฯ กำลังจะเรียนจบในตอนนั้น ผู้หญิงที่สูงเพียง160 หนัก48 ตัวเล็กน่ารักจนคณินต้องวิ่งตามจีบเป็นบ้าเป็นหลัง บทรักระหว่างเธอกับเขาเริ่มต้นขึ้น... ความรักที่เคยหวานชื่นจนคนทั้งมหาวิทยาลัยต้องอิจฉา เมื่อรุ่นพี่คนสวยคว้า ‘เกียร์’ หัวใจของเดือนคณะรุ่นน้องมาครองได้สำเร็จ ทุกอย่างดูราวกับฝันหวานจนกระทั่งทั้งคู่ย้ายมาใช้ชีวิตใต้ชายคาคอนโดเดียวกัน ในวันแรกที่ย้ายเข้า... เขาเคยสัญญาว่าจะสร้างอนาคตไปพร้อมกับเธอ เธอเชื่อมั่นสุดหัวใจว่าเขาจะเป็น ‘คนสุดท้าย’ ของชีวิต แต่ใครจะคิดว่าการอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง จะทำให้ความมหัศจรรย์ของความรักค่อยๆ ถูกกัดเซาะด้วยความเคยชินที่แสนเย็นชา เมื่อเวลาผ่านไป เธอเรียนจบทำงาน เขาขึ้นปี3 ความหวานที่เคยมีกลับร่วงโรยเหลือเพียงความเงียบงันที่สุกงอม ยาหยีในวัยทำงานต้องแบกรับความรับผิดชอบที่หนักอึ้ง เธอพยายามประคับประคองทุกอย่าง ในขณะที่คณินยังคงสนุกกับชีวิตนักศึกษาปี 3 ที่เต็มไปด้วยแสงสีและความคึกคะนอง แม้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเดียวกัน แต่มันกลับหนาวเหน็บเสียจนสัมผัสไม่ได้ถึงความใกล้ชิด คำทักทายตอนตื่นและก่อนนอนกลายเป็นเพียงหน้าที่ที่แสนห่างเหิน เธอต้องนั่งเคลียร์งานจนดึกดื่นเพียงลำพัง โดยมีแผ่นหลังของเขาที่นอนหันหลังให้เป็นเพื่อนแก้เหงา มันเจ็บปวด... ที่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวทั้งที่มีอีกคนนอนอยู่ข้างกาย ใครจะคิดว่าคืนนี้จะเป็นคืนที่จุดชนวนแผดเผาเกียร์รักที่ร้าวรานให้แตกสลาย ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนของคณินดังรัวท่ามกลางความเงียบ ยาหยีที่กำลังจมกองงานพยายามข่มตาปิดสนิท แต่มือถือเครื่องนั้นกลับสว่างวาบขึ้นซ้ำๆ ราวกับจงใจท้าทาย เธอเหลือบมองร่างสูงที่หลับใหลไปเพราะความเพลียจากการไปปาร์ตี้เมื่อคืน หัวใจของเธอเริ่มสั่นระรัวด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง มือเล็กหยิบโทรศัพท์ที่เขาวางคว่ำทิ้งไว้ขึ้นมา... วินาทีนั้น โลกทั้งใบของเธอก็เหมือนจะหยุดหมุน ภาพหน้าจอโชว์รูปหญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดนักศึกษารัดรูปที่ดูยั่วยวน เธอส่งยิ้มหวานมาให้พร้อมชื่อ ‘เดียร์’ และข้อความที่กรีดกินใจจนยากจะหายใจออก ‘หายไปไหนนะ คิดถึงแล้วนะคะ’ ‘พี่คณินอาบน้ำนานจัง อยากได้ยินเสียงจะแย่แล้ว’ ก้อนสะอื้นรื้นขึ้นมาจุกที่คอ น้ำตาอุ่นๆ ไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว ความเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บแปลบที่กลางอก มันหวิววูบเหมือนตกจากที่สูง ความเชื่อใจที่เธอพยายามรักษามันมาตลอดสั่นคลอนจนถึงฐานราก ในจังหวะนั้นประตูห้องน้ำเปิดออก คณินเดินออกมาด้วยสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูพันกาย ทันทีที่สายตาคมกริบเห็นแฟนสาวยืนกำโทรศัพท์ของเขาจนมือสั่น เขาก็พุ่งเข้ามาคว้ามันไปจากมือเธออย่างรุนแรงจนผิวบางขึ้นรอยแดง “มึงทำบ้าอะไรของมึงเนี่ย ยาหยี?!” น้ำเสียงนั้นไม่มีความอาทร ไม่มีคำอธิบายที่ปลอบประโลมใจ มีเพียงความหยาบคายและสายตาหงุดหงิดที่มองมาราวกับเธอเป็นคนผิดเสียเอง โทรศัพท์เครื่องที่เธอเคยจับได้อิสระในวันแรกที่ย้ายเข้ามา บัดนี้กลับกลายเป็นกล่องความลับที่เธอไม่มีสิทธิ์แตะต้อง “เดียร์คือใคร... คณิน” เธอถามเสียงเครือพยายามข่มอารมณ์ที่พุ่งพล่าน “มึงแอบดูโทรศัพท์กูเหรอหยี? มึงเป็นบ้าอะไรนักหนา! ก็แค่รุ่นน้องที่มอมันมาจีบ จะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ทำไมวะ!” คณินตวาดกลับอย่างหัวเสีย เขาทำเหมือนความสัมพันธ์ที่เธอหวาดระแวงเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ “รุ่นน้อง? รุ่นน้องที่ไหนบอกคิดถึงอยากได้ยินเสียงเหรอคณิน!!” ยาหยีแผดเสียงออกมาอย่างเหลืออด ความอัดอั้นที่เก็บมาเป็นเดือนระเบิดออกพร้อมน้ำตาที่ไหลพราก “ที่ผ่านมาฉันทนความเฉยชาของนายมาตลอด แต่นี่มันเรื่องคนอื่นนะคณิน!” “เลิกร้องไห้ดิ๊! รำคาญ! กูก็อยู่กับมึงนี่ไง จะงี่เง่าหาพระแสงอะไรวะ!” เขาไม่แม้แต่จะมองความเจ็บปวดในดวงตาของเธอ คณินเดินไปหยิบเสื้อผ้ามาชุดหนึ่งที่ไม่ใช่ชุดนอน เขาจงใจใส่เสื้อตัวที่ดูดีที่สุด... เพื่อที่จะออกไปข้างนอก ยาหยีวิ่งเข้าไปคว้าแขนเขาไว้แน่น ดึงรั้งด้วยเรี่ยวแรงสุดท้ายที่มี “จะไปไหน?! จะไปหารุ่นน้องคนนั้นใช่ไหม?! นายทำแบบนี้กับฉันได้ยังไงคณิน!” “มึงสงบสติอารมณ์ก่อนยาหยี! แล้วเราค่อยคุยกัน” เขาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ สายตาที่เคยมองเธอด้วยความรักบัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า มันเย็นไปถึงขั้วหัวใจจนเธอรู้ตัวว่าความรักครั้งนี้กำลังจะขาดสะบั้น เขากระชากแขนออกอย่างรุนแรงจนร่างบางเสียหลักล้มลงพื้นอย่างแรง คณินชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นเธอทรุดลงไปต่อหน้าต่อตา แววตาคมกริบสั่นไหววูบหนึ่งด้วยความตกใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดังเดิม “เธอ... กูไม่ได้ตั้งใจ” เขาเรียกเธอด้วยชื่อสั้นๆ ที่เคยใช้ในวันที่รักกันที่สุด แต่มันกลับดูแห้งแล้งเหลือเกินในตอนนี้ “ถ้าก้าวออกจากห้องนี้ไป... เราจบกัน!” คำบอกเลิกที่เธอเคยพูดมานับสิบครั้งเพื่อให้เขาหันมาใส่ใจ ครั้งนี้เธอกลับพูดมันด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เด็ดขาดที่สุด คณินกำหมัดแน่น เขาเบื่อเต็มทีกับมุกเดิมๆ ที่เธอใช้รั้งเขาไว้ “เออ เลิกก็เลิก กูเองก็เหนื่อยที่ต้องทนมึงเหมือนกัน!” สิ้นคำพูดที่เหมือนมีดกรีดใจ เขาก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้เธอนอนร้องไห้ตัวโยนอยู่บนพื้นเย็นๆ เพียงลำพัง คณินคงคิดว่าเดี๋ยวเธอก็อารมณ์ดีขึ้นเหมือนทุกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่ารอยร้าวใต้เกียร์ครั้งนี้... มันลึกเกินกว่าจะประสานให้เหมือนเดิมได้อีกต่อไป ห้องกว้างที่เคยอบอวลไปด้วยความอบอุ่น บัดนี้กลับเงียบเหงาจนน่าใจหาย ยาหยีพยุงร่างกายที่อ่อนแรงลุกขึ้นจากพื้นเย็นเฉียบ เธอปาดน้ำตาที่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดไหล ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางใบโตออกมาจากตู้เสื้อผ้า มือสั่นเทาหยิบเสื้อผ้าที่เคยวางคู่กับเสื้อช็อปของเขาออกมาพับใส่กระเป๋า ทุกชิ้นที่หยิบขึ้นมาล้วนมีความทรงจำ... เสื้อตัวนี้เขาซื้อให้ตอนครบรอบหนึ่งปี ตุ๊กตาตัวนั้นเขาคีบมาให้จากห้างใกล้คณะ ยิ่งเห็นก็ยิ่งเจ็บเหมือนถูกมีดกรีดซ้ำลงที่รอยแผลเดิม เธอกวาดทุกอย่างที่เป็นของเธอออกไปอย่างช้าๆ แม้กระทั่งของมีค่าที่เขาเคยซื้อให้ ยาหยีเลือกที่จะวางมันกองไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ทั้งสร้อยข้อมือ ต่างหู หรือแม้แต่แหวนแทนใจ แม้แต่เกียร์ที่เขาเคยให้ เธอไม่ต้องการเก็บเศษซากความทรงจำที่ลวงตาเหล่านี้ไปให้บาดใจอีก “ฮึก...” เสียงสะอื้นหลุดรอดออกมาเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรูปคู่ที่หัวเตียง ในรูปนั้นคณินกำลังยิ้มกว้างและกอดเธอไว้แน่น สายตาที่เคยมองเธอด้วยความคลั่งรักหายไปไหนหมด... เธอคิดว่าตอนนี้เขาคงกำลังมอบรอยยิ้มแบบนั้นให้กับ ‘เดียร์’ เขาคงกำลังมีความสุขบนความทุกข์ที่เธอกำลังเผชิญ... ในขณะที่เธอแทบขาดใจตายอยู่ในห้องนี้ เขากลับเลือกที่จะเดินหนีและไปหาคนอื่น ยาหยีหลับตาลงอย่างขมขื่น ก่อนจะตัดสินใจรูดซิปกระเป๋าลงเป็นครั้งสุดท้าย พอกันที... สำหรับความรักที่ร้าวเกินจะซ่อม อีกด้านหนึ่ง... ปึก! คณินกระแทกตัวลงบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวภายในร้านเหล้าเจ้าประจำหลังมหาวิทยาลัยด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ เสียงดนตรีสดและเสียงแก้วกระทบกันไม่ได้ทำให้ความหงุดหงิดในใจเขาลดน้อยลงเลยสักนิด “อ้าว ไอ้เดือนคณะ ทำไมหน้าบูดเป็นตูดลิงมางี้วะ? ทะเลาะกับเมียมาอีกแล้วดิ” ไกด์ เพื่อนสนิทคนหนึ่งเอ่ยแซวพร้อมกับเลื่อนแก้วเหล้าไปตรงหน้าคณิน “เออ... รำคาญว่ะ งี่เง่าไม่เลิก” คณินตอบสั้นๆ ก่อนจะยกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว “ใจเย็นก่อนมึง หยีเขาก็รักมึงมากนะเว้ย ที่เขาโวยวายก็เพราะเขารักมึงทั้งนั้นแหละ” ทีม เพื่อนอีกคนที่นั่งข้างๆ พูดเตือนสติ “กลับไปคุยกันดีๆ เหอะ มึงก็รู้ว่าหยีเซนซิทีฟเรื่องเวลา” “เดี๋ยวค่อยคุย ตอนนี้มันกำลังโมโหเรื่องเดียร์อยู่ ขืนกลับไปตอนนี้ก็ประสาทกินพอดี” คณินพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ “เธอบอกเลิกกูอีกแล้วตามสูตรเดิม... แต่กูไม่สนหรอก ยังไงหยีก็เลิกกับกูไม่ได้หรอก รักกูจะตาย เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเข้าไปง้อแป๊บเดียวก็ใจอ่อนเหมือนเดิมนั่นแหละ” ไกด์กับทีมสบตากันอย่างมีเลศนัย ก่อนที่ทีมจะโน้มตัวลงมาถามคำถามที่ค้างคาใจเพื่อนทั้งกลุ่ม “ถามจริงคณิน... สรุปเรื่องน้องเดียร์ที่มึงคุยด้วยเนี่ย มึงนอกใจหยีจริงป่ะ? ได้กันหรือยัง?”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD