รินนั่งเครียด ขบคิดหาหนทางออกอยู่คนเดียวบนโซฟากว้าง เรื่องของเธอและรามมันมาไกลเกินกว่าที่จะกลับไปยังจุดเริ่มต้นแล้ว เธอตัดสินใจลุกขึ้นเก็บข้าวของของรามในห้องเธอออกไปให้หมด!
ในขณะที่รามเองก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไร เขายังคงออกไปเที่ยวตามปกติ
“มึงเหงาเหรอวะไอ้ราม ของขาดหรือไง” กฤตหยอกถาม
“กูเบื่อๆ มาเคล้านารีเล่นให้หายเซ็งดีกว่า” รามตอบนิ่งๆ ไม่แสดงอาการอะไร ถึงแม้จะมีสองสาวสวยคอยประกบทั้งสองข้างเอาอกเอาใจ ก็ไม่ได้ทำให้รอยยิ้มปรากฏบนหน้าหล่อเหลาแม้แต่น้อย
“นี่ถ้าพวกนั้นรู้นะ ด่าพวกเราเละแน่ กูว่า...” กฤตว่าขำๆ เมื่อนึกถึงสาวๆ ภายในกลุ่ม ที่ชอบบ่นยามพวกเขาออกท่องราตรี
“ก็ทำให้รู้สิวะ” รามว่า ก่อนจะยิ้มร้ายๆ ส่งให้กฤต
“มึงคิดอะไรของมึงเนี่ย ชอบโดนด่าเหรอครับ”
“ถ่ายสิ” รามสั่ง
“เออๆ” กฤตส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจความคิดของเพื่อน แต่ก็ยอมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายรูป และสาวๆ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เบียดกระแซะแนบชิดให้มากขึ้น จนเกยไปอยู่บนตัวของชายหนุ่ม
“ติดเรทสัส...ไอ้ราม จะส่งจริงดิ” กฤตถามอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ เพราะภาพที่ออกมามันล่อแหลมมาก ขนาดตัวเขาที่ออกท่องนารีเคล้าสุรากับรามเสมอยังยอมรับไม่ค่อยได้
แล้วพวกสาว ๆ ในกลุ่มจะขนาดไหน...โดยเฉพาะคนที่เป็นไม้กันหมาให้รามอย่างริน
กฤตไม่ได้โง่ เขามองออกว่ารินรักรามถึงยอมอยู่ในสถานะแบบนั้น
ใจหนึ่งก็สงสาร แต่เขาเป็นห่วง “เพื่อนฉัน ดีทุกอย่าง” เลยไม่ได้ห้ามอะไรเวลารามทำแบบนี้
“เออ” รามว่า แล้วกระดกแก้วเหล้าเข้าปาก
กฤตกลอกตาแล้วจัดการส่งรูปเข้าไปในแชตกลุ่ม เพียงไม่กี่วินาที แชตกลุ่มก็เด้งกระหน่ำถล่มทลาย เต็มไปด้วยคำสาปแช่งต่างๆ นานาของเพื่อนสาว
“ไอ้ราม มีนามันแช่งมึง บอกว่าขอให้มึงติดเอดส์ตายว่ะ” กฤตหัวเราะลั่นกับคำด่าของเพื่อนสาว นึกขบขันว่าสาว ๆ พวกนี้คิดว่าเขาไม่ป้องกันหรือไง! ถุงยางมีให้ใช้ก็ต้องใช้สิ!
รามไม่ตอบอะไร เขาหยิบยกโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูบ้าง เขากำลังรอ... รอให้รินเข้ามาอ่านมัน อยากจะรู้นักว่าเธอจะทำอย่างไร รามคิดในใจ และไม่นานเกินรอ วงกลมรูปเล็กๆ ของรินก็ปรากฏขึ้นให้เห็น
“รินมาแล้ว” กฤตว่าเสียงดัง เขาหันมาคุยกับราม เอ่ยแซวเพื่อน เพราะรู้ว่ารินเป็นไม้กันหมาชั้นดีของรามยามจะสลัดสาวทิ้ง
รามยกยิ้มรอดู ไม่มีทางที่รินจะเงียบ เพราะเพื่อนทุกคนกำลังรุมว่าเขาอยู่ ถ้าเงียบก็คงจะเป็นที่น่าสงสัย
ติ้ง!
‘ขอให้สนุก’
เหอะ! ล้อเขาเล่นใช่ไหม นอกจากนั้นไม่พอ ยังส่งสติกเกอร์หน้ายิ้มกวนส้นตีนมาให้เขาอีก
ถึงอย่างนั้นก็ตาม รามก็ยังหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เขากำลังสนุก สนุกที่ได้แกล้งเธอ ไม่รู้ทำไม รู้แค่การที่ทำให้รินแสดงอาการออกมาได้ มันเป็นเรื่องที่สนุกมากจริงๆ
“กูไปละนะ” รามลุกขึ้นสลัดสองสาวออกจากตัว บอกกฤตสั้นๆ แล้วเดินหนีไปทันที ไม่ฟังเสียงใครทั้งนั้น กฤตตะโกนทั้งด่าทั้งถามด้วยความงุนงงและสับสน เพราะตามอารมณ์เพื่อนไม่ทัน
รามเดินขึ้นรถ ในหัวกำลังตัดสินใจว่าเขาจะขับไปทางไหนดี คืนนี้จะนอนที่ห้องของตัวเองหรือจะไปอาศัยรินอยู่เช่นเคย แต่คิดๆ ดูแล้วให้รินว้าวุ่นใจเล่นๆ ก็สนุกไม่เบา เมื่อตัดสินใจได้ รามก็พารถตัวเองพุ่งทะยานกลับห้องพักสุดหรูของตน
รินมองภาพของรามในโทรศัพท์มือถือแล้ว ยิ่งทำให้เธอมั่นใจได้ว่าเธอตัดสินใจไม่ผิด เขาทำร้ายเธอมากเกินไป รามคนเดิมได้ตายไปจากเธอแล้ว
ต่อไปนี้เธอจะไม่ยอมเขาอีกต่อไป!
รินกวาดข้าวของลงลังเสื้อผ้าของใช้ ของจุกจิกอะไรก็ตามเธอจะเก็บไม่ให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว แต่ยิ่งเก็บมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าภาพตรงหน้ามันยิ่งเบลอมากขึ้นเท่านั้น
ม่านน้ำตาบาง ๆ ค่อย ๆ ปกคลุมจน ไหลลงมาตามแก้มแต่รินไม่คิดจะปัดมัน
เจ็บใช่ไหม?
ดี!
จำความรู้สึกนี้ไว้นะริน จำไว้ให้ดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ควรที่เธอจะมอบหัวใจให้อีกต่อไป!
ถึงสมองสั่งให้ทำอย่างนั้น แต่ทำไมหัวใจยังเจ็บปวด รินกำเสื้อของรามที่กำลังจะพับไว้ในมือแน่น ก่อนจะเขวี้ยงมันลงพื้นสุดแรง
ที่ลงกับของไม่ใช่ว่าเธอโปรดปรานคนใส่ แต่เธอโมโหตัวเองที่เมื่อครู่จะเผลอซบหน้ากับเสื้อของราม...
รินเจ็บใจ เจ็บใจที่ตัวเองอ่อนแอ ปากและสมองบอกจะเลิกรัก แต่
“ทำ ทำไมวะราม ทำแบบนี้ทำไม” รินร้องไห้โฮปลดปล่อยทุกสิ่ง เธออึดอัดเต็มทน จะพูดจะปรึกษาใครก็ไม่ได้ เฝ้าถามตัวเองว่าทำไมเรื่องมันต้องเป็นแบบนี้
“มึงเคยรักกูบ้างไหมวะ” เธอก็ได้แต่ถาม ถามคำถามที่ก็รู้ว่ามันไม่มีวันได้คำตอบ
หรืออาจจะมี...
เพราะถ้ารัก รามคงไม่ทำกับเธอแบบนี้...
“เฮ้อ” เธอถอนหายใจ แล้วลงมือเก็บข้าวของต่อ
รินโยกย้ายข้าวของของรามทั้งหมดออกมาวางไว้หน้าห้อง ถ้ามันเป็นไปตามที่เธอคิดไว้ไม่เกินสายของพรุ่งนี้รามจะกลับมาหาเธอที่ห้องและเขาจะต้องโมโหมากที่เธอทำแบบนี้
แต่เธอมีแผนรับมืออยู่แล้ว...
รินเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋า เธอติดต่อเพื่อนสนิทสมัยมัธยมว่าขอไปอาศัยอยู่ด้วยสักพัก เพราะมีปัญหานิดหน่อย โชคดีที่เพื่อนเธอเข้าใจและไม่เซ้าซี้อะไร แถมยังยินดีที่จะให้เธอไปอยู่ด้วย
“มิ๊ว กูกำลังไปหานะ...แล้วเจอกัน” รินโทรบอกเพื่อน เธอหันไปมองรอบๆ ห้องอีกครั้ง
แม้จะเสียดายทั้งค่าเช่าและห้องที่อาจหลุดมือ แต่ตอนนี้เธอต้องหนีไปตั้งหลักก่อน
“หวังว่าเรื่องของเราจะจบสักทีนะราม”