ตอนที่ 7 อย่าคิดจะหนี

1120 Words
ในอีกชั่วโมงต่อมา รินก็มาเคาะประตูหน้าห้องมิ๊ว ไม่นานร่างอวบเล็กของมิ๊วเพื่อนสาวคนสนิทก็เปิดประตูต้อนรับ รินสวมกอดกับเพื่อนด้วยความคิดถึง เธอและมิ๊วยังคงติดต่อกันตลอดไม่ขาด แม้จะจบมัธยมมาเกือบสามปีแล้วก็ตาม เธอเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่รินกล้าพูดว่าตัวเองสามารถเล่าทุก ๆ เรื่องให้ฟังได้ แต่พอนึกถึงเรื่องราม...รินกลับเริ่มไม่แน่ใจว่าเธอควรเล่าดีไหม... “เข้ามาก่อนดิริน โหย...ไม่ได้เจอมึงนานขนาดไหนแล้วเนี่ย” มิ๊วจับจูงรินเข้ามาในห้องพัก รินเพียงแค่ยิ้มตอบ เธอกุมมือเพื่อนไว้ มองอย่างซึ้งใจ ในยามที่มีปัญหาเพื่อนคนนี้ยังเคียงข้างเธอเสมอ “ขอบใจมากนะ” “อะไรของมึงวะ มาอยู่กับกูสิดี จะได้ไม่เหงา กูชวนมึงให้มาอยู่ด้วยกันตั้งแต่ปี 1 ก็ไม่ยอมมา” มิ๊วส่งค้อนชุดใหญ่ให้เพื่อน รินยิ้มขำ เธอสองคนเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่ต่างเอกต่างคณะ ถึงอย่างนั้นก็เถอะรินเองก็สะดวกใจที่จะอยู่คนเดียวมากกว่า “เดี๋ยวตอนกลางวันเราไปฉลองกันไหม มึงอุตส่าห์เจียดตัวเองมานอนกับกูได้” มิ๊วเสนอ รินเองก็พยักหน้าตกลงคำชวนนั้นเพราะอย่างน้อยมันก็ช่วยให้เธอลืมรามไปได้สักพักหนึ่ง ฝั่งของรามที่กลับมาห้องของรินไปตามที่หญิงสาวคาดการณ์ไว้ ก็กำลังแสยะยิ้มมองข้าวของของตนเองที่วางอยู่ข้างประตู ยัยบ้านั่นคิดอะไรอยู่ คิดว่าจะหนีฉันพ้นหรือไง เขาใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าไปในห้องก็พบกับความว่างเปล่า ไม่มีคนอยู่ เขาเข้าไปนั่งรอเธออยู่ที่โซฟาอย่างใจเย็น จากนาที เริ่มเป็นชั่วโมงก็ยังไม่มีวี่แววของริน ใบหน้าของรามก็เริ่มตึงเครียดและเต็มไปด้วยโทสะ เขาเปิดเข้าเช็กเฟซบุ๊ก ไอจี ดูความเคลื่อนไหวของริน ก็ไม่มีให้เห็น โทรหาเธอก็ไม่รับ “นี่คือการหนี...สินะ” เขาพูดกับตัวเองเสียงเบาหลังเปิดเช็กทุกการเคลื่อนไหวของริน แต่ก็ไม่พบอะไร “อย่าหวังว่าจะหนีพ้นเลยริน” “โธ่เว้ย!” รามทุบไปที่พวงมาลัยระบายอารมณ์โกรธ รินกำลังทำเขาหัวหมุน ถ้าเขาไม่คิดจะปล่อยเธอ ก็อย่าหวังจะหนีไปจากเขาได้!! รินและมิ๊วกำลังเดินกลับหอพัก หลังจากไปกินมื้อกลางวันด้วยกันมา มิ๊วส่งโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้รินดู รูปที่เธอแอบถ่าย และโพสต์ลงไปในเฟซบุ๊ก “ริน ดูดิ เพื่อนมาเม้นท์เต็มเลยว่ะ” รินหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นรูปตัวเอง ไม่พอมิ๊วยังแท็กและเช็กอินสถานที่อีกด้วย “มิ๊วมึงลบแท็กกับเช็กอินได้ป่ะวะ” รินบอกเพื่อนเสียงเครียด “ทำไมวะ” มิ๊วทำหน้างงเมื่อเห็นสีหน้าเพื่อนไม่ดี “เออๆ ไม่เล่าก็ไม่เล่า กูลบให้ก็ได้” เธอไม่เซ้าซี้อะไรมากยอมทำตามที่เพื่อนขอ เพราะคิดว่ารินน่าจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง เมื่อมาถึงห้อง รินก็คิดไม่ตกกลัวว่ารามจะเห็นโพสต์นี้เข้า เธอรีบเช็กโพสต์ทุกโพสต์ของมิ๊วว่ายังมีอะไรหลงเหลือที่จะทำให้รามตามหาตัวเธอเจออีกหรือเปล่า แต่เห็นว่าไม่มีโพสต์อื่นก็อีกก็เบาใจ และตอนนี้ก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วเขาคงจะไม่เห็นโพสต์ของมิ๊วและไม่น่าจะตามหาเธอเจอ ยังไงซะเฟซบุ๊กหลัง ๆ มานี้ก็อัลกอริทึ่มไม่ดี โพสต์ไปสามชั่วโมงยังไม่เห็น เพราะงั้นคิดในแง่ดี โพสต์ของมิ๊วที่รามไม่รู้จักอีกฝ่ายอาจจะไม่เห็นก็ได้... ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูหน้าห้อง ทำให้สองสาวที่นั่งอยู่ได้กันหันไปมองพร้อมกัน มิ๊วลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูดูว่าใครมาหา “มาหาใครคะ” รามผลักประตูเปิดกว้าง เดินแทรกตัวเข้ามาในห้อง ไม่สนใจมิ๊วที่ยืนขวางอยู่ “เฮ้ย ไอ้บ้า มึงเป็นใครเนี่ย โรคจิตหรือไง ออกไปจากห้องกูเดี๋ยวนี้นะเว้ย!!!” มิ๊วตะโกนลั่นด้วยความตกใจ รินได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย หันไปมองทางประตู หัวใจก็ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม... ราม! รามก้าวเข้ามาประชิดตัวริน มือจับไปที่ต้นแขนบอบบาง กรามแกร่งขบแน่น แววตาแข็งกร้าวและดุดันกำลังจ้องมาที่ริน รินกลัว เธอไม่เคยเห็นเขาโกรธขนาดนี้มาก่อน รามกระชากรินเข้ามา บดจูบรุนแรงลงโทษเธอที่กล้าคิดที่จะหนีเขาไป ชายหนุ่มระดมจูบหน้าหวานด้วยความเคืองขุ่น รินดิ้นหนี กรีดร้องไม่หยุด เธอจะไม่ยอมให้เขารังแกอีกต่อไปแล้ว มิ๊วที่ตั้งสติได้ รีบวิ่งเข้ามาช่วยเพื่อน ทุบตีไปที่หลังของรามให้ปล่อยเพื่อนของเธอ “ปล่อยเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้นะ!” “ออกไป” รามผละจูบจากรินแล้วเอ่ยสั่งเสียงลอดไรฟันเขากอดรินไว้แน่น ฝ่ายร่างบางที่ดูท่าแล้วยังไงสะอึกสะอื้นไห้ด้วยความกลัวอยู่ในอ้อมกอดของราม มิ๊วเองก็ทำหน้าไม่ถูก ผู้ชายคนนี้น่ากลัวและดูเหมือนจะรู้จักกับรินเป็นอย่างดีอีกด้วย “จะไม่ไปใช่ไหม... งั้นก็ยืนดูผัวเมียเขาปรับความเข้าใจกันอยู่ตรงนั้นแหละ!!” รามตวาดและส่งสายตาเกรี้ยวกราดไปยังมิ๊ว ตอนนี้เขาไม่สนอะไรทั้งนั้นนอกจากการปราบพยศรินว่าอย่าคิดจะทำอะไรแบบนี้อีก “...ริน” มิ๊วอึ้ง เธอทำอะไรไม่ได้ ต้องพาตัวเองเดินหนีออกจากห้องไป รินร้องไห้โฮทั้งเสียใจและเจ็บใจที่ทำอะไรเขาไม่ได้ “อย่าคิดจะหนี... เพราะยังไงมึงก็ไม่มีวันหนีกูพ้น” รามกระซิบเสียงเครียด เขาจะย้ำเตือนสั่งสอนรินเองให้รู้ว่าเธอเป็นของใคร “กูจะไม่ปล่อยมึงไปเด็ดขาด จำใส่สมองมึงไว้เลยริน” “จะเก็บกูไว้อีกทำไมวะ มึงไม่ได้รักกูมึงก็ปล่อยกูไปสิ!!” “ไม่รักแล้วยังไง ในเมื่อมึงเป็นของกู และกูไม่ปล่อยสิ่งที่เป็นของกูเด็ดขาด!” ว่าจบรามก็ดันรินจนชิดกำแพงแล้วตะโบมจูบเธออย่างหยาบโลน ไม่สนใจทั้งแรงทุบและเสียงอื้ออึ้งของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD