วันนี้เดวาตื่นแต่เช้าเพราะได้นอนหลับสนิทอีกคืนอย่างเต็มที่ ดาร์เรนยกห้องนอนให้หญิงสาวใช้ตามสบาย ส่วนเขาก็จัดการพาตัวเองไปนอนอีกห้องหนึ่งที่เล็กกว่า แม้จะทำใจได้แล้วว่าต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไปอีกสองอาทิตย์แต่มันก็อดเบื่อหน่ายกับการนั่ง ๆ นอน ๆ ไม่ได้อยู่ดี
“คุณโซเฟียคะ ทำไมเช้านี้ฉันยังไม่เห็นเจ้านายของคุณเลย” เดวาเอ่ยถามผู้ดูแลบ้านในขณะที่มือบางก็กำลังใช้มีดหั่นไส้กรอกเข้าปาก แต่จะว่าไปเวลาสิบโมงเนี่ยมันเรียกว่าเช้าหรือเปล่านะ
“คุณดาร์เรนออกไปซ้อมยิงปืนที่เนินด้านหลังตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ”
“ซ้อมยิงปืน?” ทั้ง ๆ ที่แผลก็ยังไม่หายดีเนี่ยนะ
“ค่ะ ถ้ายังไงคุณจะตามไปดูก็ได้นะคะ อยู่ด้านหลังนี้เอง ฉันจะได้ฝากอาหารว่างไปให้คุณดาร์เรนด้วย” หญิงชราบอกยิ้ม ๆ ในขณะที่รินน้ำส้มคั้นให้
เดวาแอบเบ้ปากน้อย ๆ ใครเขาจะอยากไปดูกันล่ะ ที่ยอมไปเนี่ยก็แค่จะเอาอาหารว่างไปให้หรอกนะ เห็นแก่คุณโซเฟียที่ค่อนข้างอายุมากแล้วเกรงว่าจะเดินไม่ไหวต่างหาก
และเพราะแบบนั้นอีกสามสิบนาทีต่อมาร่างเล็กที่มัดผมรวบขึ้นพร้อมกับใส่หมวกแก๊ปที่หยิบ ๆ มาจากแถวนั้นเพื่ออำพรางแดดก็มาหยุดยืนอยู่ที่ด้านหลังของตัวบ้าน ด้านหน้าเป็นเนินดินสูงขึ้นไปอีกหน่อยและถัดไปก็คือป่า ที่แขนของเดวานั้นหิ้วตะกร้าใบเล็กที่ใส่พวกอาหารว่าง เช่น แซนด์วิชและกาแฟดำ ผลไม้อีกเล็กน้อยที่คุณโซเฟียนั้นเตรียมมาให้ด้วย
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนที่ดังแว่วเข้ามาทำให้หญิงสาวนั้นรู้ว่ามาเฟียหนุ่มคงจะซ้อมยิงปืนอยู่แถว ๆ นี้ เดวาไม่รอช้าก้าวเดินดุ่ม ๆ ไปตามเสียงทันที แต่เมื่อเธอโผล่ขึ้นตรงเนินดินมาก็ต้องตกใจจนแทบอ้าปากค้าง เพราะด้านหน้านั้นมีปากกระบอกปืนที่กำลังเล็งมาทางนี้
“ระวัง!”
“ว๊าย!!” เดวาหลับตาปี๋พร้อมกับหมอบนลงไปนั่งที่พื้นตามสัญชาตญาณ และก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ดาร์เรนเองก็หันยกปากกระบอกปืนไปทางอื่น
พ่อแก้วแม่แก้วได้โปรดช่วยลูกด้วย~
“ลุกขึ้นมาได้แล้ว” เสียงเย็นชาพูดออกมาเพียงประโยคสั้น ๆ ก่อนที่ดาร์เรนจะเดินผ่านร่างของเดวาไปนั่งพักยังที่นั่งที่ถูกจัดไว้ใต้ต้นสนซีดาร์ยักษ์
ใบหน้าสวยหวานของเดวาตอนนี้ถึงกลับออกอาการเลิ่กลั่ก และเมื่อตั้งสติได้แล้วหญิงสาวก็ลุกขึ้นเดินตรงไปยังชายหนุ่มทันที “นี่คุณ! เมื่อกี้ไม่เห็นเหรอว่าฉันเกือบตายแล้วนะ ถ้าฉันหลบไม่ทันจะเป็นยังไง”
“ก็ยังไม่เห็นตายนิ อีกอย่างก็เป็นเธอเองนะที่เดินทะเล่อทะล่าเข้ามาไม่ดูเอง” ดาร์เรนตอบกลับไป ดวงตาคมเข้มตวัดมองตะกร้าใบเล็กที่เดวานั้นถือมาด้วย “นั่นน่ะ จะเอามาให้ฉันไม่ใช่เหรอ วางลงสิ”
เดวาพ่นลมหายใจออกมาจากจมูกดัง ๆ อย่างฉุนเฉียว ให้ตายเถอะอิตานี่! นอกจากจะไม่สำนึกบุญคุณเธอแล้วยังไม่มีมารยาทอีก นิสัยก็แสนจะเย็นชาไร้อารมณ์สุด ๆ คงจะมีดีแค่อย่างเดียวก็คือหน้าตาที่หล่อเหลาราวกับพระเจ้าสร้างนั่นแหละมั้ง
“นั่งลงสิ ถ้าจะกินด้วยกันก็เชิญตามสบาย”
เดวาตวัดสายตาไปมองร่างสูงเล็กน้อยก่อนจะวางตะกร้าแล้วนั่งลงตามอย่างเสียมิได้ เอาเถอะ อย่างน้อยก็ยังพอรู้จักมีน้ำใจชวน เรื่องเมื่อกี้จะไม่ถือสาแล้วกัน “ไม่ล่ะค่ะ ฉันกินมาแล้ว เชิญคุณเถอะ”
ดาร์เรนยักไหล่แล้วหยิบแก้วกาแฟดำตรงหน้าขึ้นมาจิบเบา ๆ มาเฟียหนุ่มยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไร
บรรยากาศของที่นี่แม้ว่าเงียบเหงาแต่ทว่าก็สงบดี แตกต่างจากภายนอกนั้นที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและผู้คน เสียงรถราและเสียงแตรไม่มีให้ได้ยินรำคาญหูนอกจากเสียงของคลื่นลมและน้ำทะเล จะว่าไปแล้วการได้มาพักในที่แบบนี้มันก็ดีไปอีกแบบเหมือนกัน
“ฉันขอถามอะไรคุณหน่อยสิ” เดวาตัดใจเอ่ยถามออกไป “คุณไม่เหนื่อยบ้างเหรอกับการที่ต้องคอยโดนไล่ฆ่าแบบนี้อยู่ตลอดเวลา”
นัยน์ตาสีเปลือกไม้เย็นชาเหลือบมองใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวอีกครั้ง ถามมาแบบนี้ก็คงจะรู้แล้วสินะว่าเขาเป็นใคร โดยปกติแล้วดาร์เรนไม่เคยสนใจใครเป็นพิเศษและยิ่งไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้มานั่งพูดคุยถึงเรื่องนี้กับใครด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงยอมตอบคำถามของคนตรงหน้าไป
“ฉันชินแล้ว” ทางเดินของพวกมาเฟียสำหรับดาร์เรนแล้วก็คงจะมีเพียงแค่หนทางเดียว นั่นก็คือถ้าไม่เป็นฝ่ายฆ่าก็ต้องเป็นฝ่ายที่ถูกฆ่า ถ้าไม่แข็งแกร่งก็คงตั้งตระหง่านอยู่ไม่ได้ เพราะงั้นชีวิตนี้ของเขาที่ความตายนั้นคอยเรียกหาอยู่ทุกวินาที มันจึงกลายเป็นเสมือนส่วนหนึ่งราวกับเครื่องประดับที่ต้องสวมใส่อยู่เป็นประจำไปแล้ว
ทั้ง ๆ ที่อยากจะเข้าใจไอ้คำว่า ‘ชินแล้ว’ แต่เดวาก็ไม่เข้าใจอยู่ดี และถึงแม้ว่าครอบครัวของเธอก็ถือว่าเป็นมาเฟียเหมือนกันแต่เดวาก็แค่เพียงอยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปจนแก่ตายก็เท่านั้น เช่นเดียวกับคุณทวดแทนไทของเธอ ที่ได้ลดบทบาทความเป็นมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ ก็เพื่อความสงบสุขของคนที่รัก
“แล้วเธอล่ะ มาทำอะไรที่นิวยอร์ก” และนี่ก็คงเป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันที่ดาร์เรนสนใจอยากจะรู้เรื่องของคนอื่น
“อ่อ ฉันมาเรียนน่ะ”
ที่แท้ก็เป็นเพียงแค่นักศึกษาธรรมดา ๆ
“หึ แต่ก็ดูยิงปืนเก่งไม่เบา” ดาร์เรนยังจดจำท่าทางและฝีมือการยิงปืนของหญิงสาวได้แม่น แม้เดวาจะบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่เธอยิงถูกไอ้พวกชายชุดดำนั่นไปแต่เขาก็ดูออกว่าคนตรงหน้านั้นจงใจ
“แหะ ๆ ๆ” ใบหน้าสวยยกยิ้มพร้อมกับหัวเราะแห้ง “ฉันบอกคุณไปแล้วไงว่าฉันเคยเรียนยิงปืนมาบ้าง ฉันก็แค่ชอบกีฬายิงปืนเท่านั้น”
“ถ้างั้นอยากลองสักหน่อยไหมล่ะ” ดาร์เรนถามพลางพยักพเยิดหน้าไปทางเนินดินที่เมื่อครู่เขาเพิ่งใช้ฝึกซ้อมมา
“ให้ฉันลองได้เหรอ?” เดวาถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เพราะเธอเองก็อยากที่จะหาอะไรทำแก้เบื่อเหมือนกัน
“อืม ไปสิ ถ้าเธอสามารถยิงโดนขวดแก้วทุกอันได้ ฉันจะให้เธอขออะไรก็ได้อย่างหนึ่ง”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความดีใจ “คุณพูดจริงนะ! ที่บอกว่าฉันจะขออะไรคุณก็ได้น่ะ”
“ถ้าไม่ใช่ชีวิตของฉันหรือเรื่องน้ำเน่าอย่างไปเก็บดาวกับเดือนมาให้ล่ะก็ฉันให้ได้หมด”
“แหมคุณ สมัยนี้แล้วใครมันจะยังขอให้ไปเก็บดาวกับเดือนมาให้อีกล่ะ เชยชะมัด แล้วชีวิตคุณน่ะฉันก็ไม่อยากจะได้หรอกนะ” เดวาแอบจิกกัดเบา ๆ ใครมันจะไปอย่างได้ชีวิตของมาเฟียที่วัน ๆ นั้นโดนแต่ตามไล่ล่ากันล่ะ น่าปวดหัวตายชัก “รับรองว่าเรื่องที่ฉันขอมันไม่มากเกินไปหรอก”
“ให้ยิงเข้าเป้าทุกอันก่อนเถอะแล้วค่อยมาพูดคำนี้”
“ชิ!” เดวาแยกเขี้ยวใส่ชายหนุ่มเล็กน้อยพร้อมกับสะบัดหน้าหันหนี จากนั้นก็เดินนำออกมายังเนินดินที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับเป็นที่ซ้อมยิงปืน ดวงตากลมโตมองไปที่ขวดแก้วสีเขียวใสเก้าขวดที่ถูกตั้งวางไว้ยังตำแหน่ง ต่าง ๆ ห่างกันพอสมควร ร่างสูงโปร่งของดาร์เรนนั้นก็เดินล้วงกระเป๋าตามมาด้วยเงียบ ๆ
เดวาหยิบปืนสั้นสีทองที่วางอยู่บนแท่นขึ้นมาช้า ๆ มันคือ LesBaer (เลสแบร์) 1911 Monolith H.W ปืนที่แค่มองด้วยตาเปล่าก็ยังรู้ว่ามันราคาแสนแพงขนาดไหน เธอค่อย ๆ บรรจุกระสุนอย่างช้า ๆ ลงไปจนหมดทั้งเก้านัด หญิงสาวหายใจเข้าลึก ๆ และหลับตาทำสมาธิครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลืมตาขึ้นมาด้วยแววสงบนิ่ง มือเล็กบอบบางยกปืนขึ้นเล็งสุดแขนแล้วเหนี่ยวไกทันที
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!!
เสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันรวดเดียวเก้านัด ควันโขมงลอยออกจากปลายกระบอกปืน กระสุนเก้านัดนั้นวิ่งปลิวเข้าเป้าที่ขวดแก้วทุกขวดจนแตกละเอียดไม่มีพลาด
เป็นเวลากว่าหนึ่งนาทีที่ดาร์เรนได้แต่ยืนนิ่งเงียบไป นัยน์ตาสีเปลือกไม้จับจ้องไปที่คนตรงหน้าที่กำลังกระโดดโลดเต้นขึ้นลงด้วยความดีใจ
“เย่! คุณเห็นไหม ฉันยิงโดนทุกเป้าเลย เป็นไง ฝีมือของฉันสวยไปเลยใช่ไหมล่ะ” ด้วยความลืมตัวเพราะมัวแต่ดีใจที่จะได้ขออะไรก็ได้ ทำให้เดวาเผลอวิ่งเข้าไปกอดที่แขนของดาร์เรนแน่นแล้วเขย่าไปมา ซึ่งเจ้าของร่างสูงนั้นก็ไม่ได้ผลักไสออกแต่อย่างใด ใบหน้าหล่อหลาก้มลงมามองด้วยแววตาลุ่มลึกพร้อมกับพูดประโยคสั้น ๆ แต่ทำเอาคนฟังถึงกับใจเต้นแรง
“เห็น... สวยมากจริง ๆ ด้วย”
เดวาชะงักไปทันทีพร้อม ๆ กับเริ่มได้สติ และเมื่อรู้ว่าตัวเองนั้นกำลังกอดแขนของมาเฟียหนุ่มอยู่ก็รีบปล่อยออกอย่างรวดเร็ว
“เอ่อ... โทษที เผอิญว่าฉันดีใจมากไปหน่อย” จู่ ๆ แก้มทั้งสองข้างของเดวานั้นก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ มือไม้ก็เหมือนจะอยู่ไม่สุข
สวย... งั้นเหรอ?
“อยากจะขออะไรก็ขอมาแล้วกัน ฉันให้ได้หมด ถึงชีวิตฉันจะให้ไม่ได้... แต่ถ้าเป็นร่างกายฉันก็ไม่ติด” ดาร์เรนพูดจบก็หันหลังเดินออกไป ทิ้งให้ร่างเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลังได้แต่อ้าปากเหวอ และกว่าจะรู้ตัวว่าคำพูดพวกนั้นหมายถึงอะไรมาเฟียหนุ่มก็ไปไกลแล้ว
“ดะ เดี๋ยวนะ!” เดวาได้แต่อ้าปากพะงาบ ๆ พูดอะไรไม่ออก ใบหน้าสวยสดแดงเถือกราวกับลูกตำลึงสุก “อิตาบ้า! ใครจะไปอยากได้ร่างกายของคุณกันเล่า!”
แล้วทำไมหัวใจของเธอถึงต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ไม่ใช่ว่าเผลอไปหลงเสน่ห์หมอนั่นเข้าหรอกนะ... ไม่มีทาง!