นุชลาวัลย์ปัดมาสคาร่าหน้ากระจกในที่ทำงาน เธอกำลังแต่งตัวเตรียมร่วมพิธีแต่งงานคืนนี้ แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่แต่ตำแหน่งของเธอต้องดูดีตลอดเวลา บางครั้งเกิดเหตุฉุกเฉิน เธอสามารถสวมรอยเป็นเพื่อนเจ้าสาวหรือพิธีกรบนเวทีได้ทันที
“เราอุตส่าห์ดีใจที่จับคู่นี้อยู่ ที่ไหนได้ เรื่องเยอะสุดยอด พระจันทร์มาก” เพื่อนร่วมงานในห้องแต่งตัวบ่นอย่างหงุดหงิด
“เจ้าบ่าวอย่างหล่อ แต่นิสัยนี่แบบ... นับวันความหล่อยิ่งหดหาย”
“ปากหมามาก หยาบคายสุด” เพื่อนทำหน้าเบ้
“นี่ถ้าไม่หล่อไม่รวย ชั้นว่าไม่มีใครเอาว่ะแก พระจันทร์สุด นึกว่าตัวเองเป็นพระเอกหนังไทยสมัยพิศาลตบจูบหรือไง สมัยนี้เค้าชอบสุภาพบุรุษให้เกียรติผู้หญิงกันย่ะ”
“แต่ชั้นเอานะแก” กะเทยคนหนึ่งสอดขึ้นมา “พวกแกไม่เห็นตอนลองเสื้อ โอ้โห ซิกแพ็ก แอร๊ย”
เป้าหมายนินทาลูกค้าเปลี่ยนเป็นวิจารณ์กล้ามท้องของเจ้าบ่าวแทน
พระจันทร์เป็นคำสุภาพที่พนักงานบริษัทอย่างพวกเธอใช้เรียกลูกค้า แปลงจากคำว่า ‘จัญไร’
นุชร้อนๆ หนาวๆ ว่าตัวเองต้องเข้าไปแก้ปัญหาให้คู่แต่งงานลูกมาเฟียซะแล้ว ตอนแรกเธอไม่รู้ว่าเป็นใคร จนได้ยินเพื่อนร่วมงานเล่าว่าเป็นลูกของเจ้าพ่ออาบอบนวดฉายา ‘อ่างอาบน้ำฝังเพชร’ ตอนติดคุกเป็นข่าวดังมาก นุชได้ข่าวว่าเจ้าพ่อชูวับพ้นโทษสักพักแล้ว
ที่บริษัทเธอไม่มีตำแหน่งแน่นอน ถึงจะระบุตำแหน่งว่าฝ่ายประสานงาน แต่นุชทำงานจับฉ่ายทุกอย่างเท่าที่ความสามารถอำนวย และมักตามแก้ปัญหาสารพัดของบริษัท ถ้าบ่าวสาวคู่นี้มีปัญหาคงไม่พ้นเธอต้องรับหน้าแน่
เพื่อนร่วมงานที่นินทาลูกค้าเพิ่งสังเกตเห็นว่านุชนั่งตรงนี้มานานแล้ว
“พี่นุชรออะไรอยู่หรือคะ”
“พี่รอช่างทำผมอยู่ค่ะ”
“มีอะไรให้พวกเราช่วยไหมคะ” เพื่อนร่วมงานถาม
“เกล้าผมให้หน่อยค่ะ เอาทรงเรียบหรูนะคะ” นุชชูเครื่องประดับอัญมณีไข่มุกแท้น้ำงาม มรดกมารดา
“ได้ค่ะ เอาทรงใหม่ดาวิกาในหนังที่เหมือนออเดรย์ แฮปเบิร์น เลยนะคะ” เพื่อนร่วมงานหยิบหวีกับสเปย์ผมมาจัดแต่งทรงผมของนุชอย่างคล่องแคล่ว
คนในวงการของเธอ มีเครื่องประดับเครื่องทองเครื่องเพชรอะไรมักงัดออกมาใช้กันหมด เพราะต้องออกงานถี่ยิบ บางครั้งต้องหยิบยืมเพื่อนฝูงให้เข้ากับธีมงาน ตอนนุชกลับบ้านเกิดและหอบเครื่องประดับล้ำค่าของแม่กลับมา แม่เธอตกใจนึกว่านุชไปติดหนี้ติดสินที่ไหนถึงขนาดต้องหอบทรัพย์สินในบ้านไปขาย
จนนุชถ่ายภาพตัวเองในงานพิธีวิวาห์สารพัดรูปส่งให้แม่ ว่าเธอแค่เอาเครื่องประดับราคาแพงพวกนี้มาใส่ออกงาน แม่ถึงได้โล่งใจ
“พี่นุชคะ หนูขอยืมเซทเครื่องประดับทับทิมสีแดงลายไทยได้ไหมคะ”
“อันนั้นไม่ใช่ของพี่ค่ะ พี่ยืมมาจากแม่ของน้องธรรมนูญฝ่ายกฎหมาย”
“โห ถ้างั้นหนูไม่กล้าขอยืมหรอกค่ะ คงราคาแพงมาก หนูไม่สนิทกับธรรมนูญด้วย”
นุชถือกระจกอีกอันส่องด้านหลังว่าทรงผมเกล้าเรียบร้อยดีแล้ว เธอจึงขอบคุณเพื่อนร่วมงาน และคว้ากระเป๋ากอปปี้แบรนด์เนมราคา 299 บาทจากตลาดนัดขึ้นรถยนต์ของตัวเอง ขับไปโรงแรมที่จัดพิธีแต่งงาน
...........................................
พอเธอจอดรถยังไม่ทันเดินถึงประตูโรงแรม พนักงานของบริษัทก็วิ่งมาลากเธอไปห้องแต่งตัวเจ้าสาวทันที
“ไม่ ไม่ ไม่ หนูไม่อยากแต่ง ฮืออออออออ” เจ้าสาวปิดหน้าร้องไห้คร่ำครวญ
“มาบอกก่อนงานเริ่มชั่วโมงเดียวเนี่ยนะ ไม่ด้ายยยยย แกต้องแต่ง แต่งแล้วจะหย่าทีหลังก็เรื่องของแก แขกเหรื่อมากันพร้อมหมดแล้ว ขืนแกไม่แต่งขายขี้หน้าฉาวโฉ่ไปถึงไหนต่อไหน” แม่เจ้าบ่าวชี้หน้าด่าเจ้าสาว
“เค้าไม่อยากแต่งก็ปล่อยเค้าไปเถอะแม่” เจ้าบ่าวยืนพิงผนังห้องท่าทางเอือมระอา มีเพื่อนเจ้าบ่าวตบไหล่ให้กำลังใจ
นุชเอามือก่ายหน้าผาก คู่นี้จ่ายเงินง่ายมาก ไม่เรื่องมาก ไม่มีปัญหา อะไรก็ได้ ง่ายเกินไปจนผู้จัดการผิดสังเกต สั่งนุชคอยดูแลห่างๆ คนที่คร่ำหวอดในวงการนี้มานานพอดูออกว่าบ่าวสาวแต่งงานกันแบบไม่เต็มใจ เหมือนทำพิธีแต่งงานตามประเพณีเท่านั้น
ขนาดชุดเจ้าสาวยังลองแค่สามชุด พอเห็นว่าสวมได้พอดีก็เลือกชุดนั้นเลย เจ้าสาวไม่เคยปริปากว่าอยากได้ชุดแนวไหนอะไรยังไง ขนาดรองเท้าสวมแล้วกัดจนเป็นแผลยังเฉย จนฝ่ายคอสตูมผิดสังเกตไปหาคู่ใหม่มาเปลี่ยนให้
ตอนแรกไม่แน่ใจเท่าไหร่ พอนุชเห็นท่าทางของเจ้าบ่าวกับเพื่อนเจ้าบ่าว ชัดเลยค่ะ นี่เพื่อนเจ้าบ่าวหรือเมียเจ้าบ่าวกันแน่คะ เอาแน่ๆ
“คุณแม่ใจเย็นค่ะ” นุชสะกิดแม่เจ้าบ่าวที่แต่งชุดหรูหราเต็มยศอลังการยิ่งกว่าเจ้าสาว
“ใครเป็นแม่เธอ” แม่เจ้าบ่าวหันมาตวาดใส่นุช
“อาการแบบนี้เรียกว่าเจ้าสาวกลัวฝนค่ะ พวกเราเจอเกือบทุกงาน ยิ่งไปบีบมาก เจ้าสาวยิ่งกลัวนะคะ” นุชพูดโดยไม่สนใจที่โดนตวาด
“งานอื่นก็มีหรือ” แม่เจ้าบ่าวเสียงอ่อนลง
“ใช่ค่ะ ตอนนี้ต้องปล่อยเจ้าสาวไว้ก่อน ญาติพี่น้องฝ่ายเจ้าสาวเจ้าบ่าวอย่าเพิ่งไปรบกวนนะคะ ร้องไห้เสร็จแล้วสักพักจะดีขึ้นเองค่ะ เดี๋ยวทีมงานที่จบด้านจิตวิทยาจะช่วยคุยกับเจ้าสาวให้นะคะ” นุชผายมือไปทางน้องทีมงานชุดชมพูฟูฟ่อง
ทีมงานชุดสีชมพูเอานิ้วชี้เข้าหาตัวเองด้วยความงง หนูจบบัญชีมานะพี่ ไม่ใช่จิตวิทยา
“คนนี้หรือ” แม่เจ้าบ่าวชักสนใจ เจ้าบ่าวและญาติคนอื่นในงานหันมาที่นุชกับทีมงานชุดชมพู
“ค่ะ เชื่อเถอะค่ะ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยจนทางเวดดิ้งสตูดิโอของเราต้องเตรียมนักจิตวิทยามาทุกงานเลยค่ะ บางทีเจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่เครียด ทางญาติผู้ใหญ่ก็เครียดจนเป็นลมเป็นแล้งซะเอง นอกจากนักจิตวิทยา เราถึงมีฝ่ายปฐมพยาบาลด้วยไงคะ”
“ดีจัง เตรียมการพร้อมเลยนะคะ คิดถูกแล้วที่เลือกจัดงานกับสตูดิโอใหญ่ มืออาชีพมากค่ะ” แม่เจ้าบ่าวเป็นปลื้ม
“เดี๋ยวเชิญญาติทั้งสองฝ่ายไปรับประทานอาหารว่างและดูแลแขกเหรื่อด้านนอกนะคะ ทางนี้ขอนักจิตวิทยาคุยกับเจ้าสาวตามลำพังสักครู่ ถ้าเรียบร้อยแล้วทางทีมงานจะส่งตัวเจ้าสาวออกไปเองค่ะ” นุชยิ้มหวานเจี๊ยบ
ญาติทั้งสองฝ่ายจึงทยอยออกจากห้อง
พอออกไปกันหมดเหลือทีมงานไม่กี่คน นุชท้าวสะเอวคิดว่าจะทำยังไงดี
“เธอปลอบเจ้าสาวก่อนนะ เอาแค่ให้หยุดร้องไห้ พี่จะมาคุยต่อเอง เดี๋ยวพี่ออกไปเคลียร์ข้างนอกก่อน เลยกำหนดพิธีมาเกือบชั่วโมงแล้ว
นุชเดินออกไปคุยกับทีมงานฝ่ายอื่น
“ดึงเวลาออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ อันไหนเลื่อนขึ้นมาก่อนได้ก็จัดเลย ไม่ต้องสนใจลำดับตามกำหนดการที่เตรียมไว้”
“พี่นุช กล่องปฐมพยาบาลนั่นฝ่ายช่างเอาติดมาทุกงานไม่ใช่หรือ” ทีมงานคนหนึ่งสงสัย ปกติฝ่ายช่างมีบาดเจ็บเล็กน้อยประจำ
“ช่างเถอะน่า พวกญาติไม่รู้หรอก ทีมงานเราก็มีที่จบพยาบาลมาด้วยไม่ใช่หรือ” นุชบอกปัดแบบขอไปที
...........................................