ชานนหมุนลูกบิดประตูเข้าไปในห้องหนึ่ง ห้องนอนของนุชแน่ วางของไม่เป็นระเบียบเหมือนข้างล่างเลย มีของใช้สำหรับผู้หญิงทั่วไป เห็นชัดเจนว่าอยู่คนเดียว ชานนถอนหายใจอย่างโล่งอก
อีกห้องมีเฟอร์นิเจอร์เหมือนกัน แต่ท่าทางไม่มีคนอยู่ ของในห้องเป็นเสื้อผ้าเครื่องประดับออกงานเลี้ยงและของเกี่ยวกับการแต่งงาน ชานนกำลังจะปิดประตู ถ้าไม่สะดุดเสื้อผ้าผู้ชายชุดหนึ่งก่อน
นี่มันชุดเจ้าบ่าวของเขานี่นา ชานนเดินไปจับเสื้อผ้าชุดนั้น เขาเห็นผ้าเช็ดหน้ากับเนกไทจัดวางตรงตามตำแหน่ง มีเข็มหมุดเสียบกระดาษโน้ตระบุว่าต้องแก้ไขแขนเสื้อ เขานั่งยองดูชายกางเกงที่ยังไม่ได้เย็บแค่สอยด้ายไว้คร่าวๆ มีกระดาษอีกใบระบุว่ารอเขาเลือกรองเท้าก่อน ชานนไม่เข้าใจว่ารองเท้าที่ใส่เกี่ยวกับความยาวของชายกางเกงยังไง แค่ชุดเดียวมันวุ่นวายขนาดนี้เชียวหรือ
คุณนุชทุ่มเทเพื่องานแต่งของเขาขนาดนี้ แล้วตัวเขาเองล่ะ
ชานนยืนมองชุดเจ้าบ่าวตรงหน้า เขานึกถึงคำที่พ่อกล่าวเตือน
‘แน่ใจหรือว่าจะแต่งงานกับหนูผึ้ง ความสุขทั้งชีวิตของนนเชียวนะ’
‘ผมไม่ได้มีผู้หญิงที่ไหนนี่พ่อ ถ้าผมมีคนรักแล้วก็อีกเรื่อง แต่งกับใครก็เหมือนกันแหละ’
เขายืนยันจะแต่งงานกับผึ้งเพื่อธุรกิจของครอบครัว
ชานนเม้มปากแน่น เขากลับลงมาชั้นล่าง นุชยังนอนหลับปุ๋ย ชานนหยิบไม้กวาดกับไม้ถูพื้นมาทำความสะอาดห้อง กดมือถือติดต่อเรื่องงานกับลูกน้องที่บริษัท
ใกล้เจ็ดโมง เขานั่งคุกเข่ามองหน้าผู้หญิงที่หลับสนิทบนโซฟา ชานนเอาปลายนิ้วสะกิดแก้มนุ่มนิ่ม
“อื้อ..” นุชเอามือเกาแก้มตัวเองแล้วนอนต่อ
“คุณนุช ตื่นไปทำงานได้แล้ว” ชานนเปลี่ยนเป็นเอามือตบแขนเบาๆ แทน
“เฮือก !!!” นุชสะดุ้งตื่นลุกพรวดพราดจนเกือบเอาหัวโขกจมูกของชานน
“เกือบเจ็ดโมงแล้วครับ ตื่นไปทำงานเถอะ”
“ค่ะ ค่ะ” นุชลุกขึ้นยืน ยืดตัวกำมือสองข้างขึ้นสูงเหนือหัวเพื่อบิดขี้เกียจ
“ผมขอยืมห้องน้ำชั้นล่างของคุณหน่อยนะ”
“คะ ?” นุชตามไม่ทัน ยืมทำไม
“ผมจะอาบน้ำ เดี๋ยวจะแต่งตัวไปทำงานเลย”
ชานนรื้อเสื้อผ้าจากกระเป๋าเดินทางสีน้ำเงิน เอาผ้าเช็ดตัวพาดไหล่แล้วเดินเข้าห้องน้ำเฉย
นุชยืนค้างทำตาปริบๆ ถ้าจะอาบน้ำไปทำงานที่บริษัทเลย แล้วมาแวะบ้านเธอทำไมเนี่ย ???
ว้าย ว้าย ว้าย เจ็ดโมงกว่าแล้ว รีบอาบน้ำไปทำงานดีกว่า
นุชลงมาจากชั้นสองเห็นคุณชานนใส่เสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็คนั่งดูทีวีตรงโซฟา
“คุณชานนคะ เสื้อผ้ากับกระเป๋าสีแดงนั่น” นุชชี้ที่กระเป๋าเดินทางสีแดง
“ผมยกให้คุณไปเลย บราเซียร์ใส่ได้พอดีไม่ใช่หรือ” ชานนกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปาก
เล่นเอานุชเก้อกระดากจนหน้าแดง
ชานนแบกกระเป๋าเดินทางสีน้ำเงินมานั่งข้างคนขับเหมือนเดิม
“ไปบริษัทคุณนั่นแหละ ผมหาแท็กซี่กลับบริษัทผมเอง บ่ายนี้รถกระบะผมก็มาแล้ว”
“ค่ะ” นุชขับรถไปบริษัทด้วยความงงสุดขีด
จนป่านนี้เธอยังไม่รู้ว่าคุณชานนตามมาถึงบ้านเธอทำไม แถมยังมาอาบน้ำเปลี่ยนชุดทำงานในบ้านเธออีกต่างหาก มารยาทแย่จัง ถ้าไม่ใช่ลูกค้า นุชไล่ลงรถแล้วนะเนี่ย
...........................................
นุชจอดรถที่บริษัทเวดดิ้งสตูดิโอ ชานนก็หอบกระเป๋าเดินทางของเขาตามมาถึงหน้าบริษัทด้วย นุชเริ่มรำคาญ ลงรถแล้วเดินไปเรียกแท็กซี่หน้าประตูก็ได้ จะเดินตามเธอมาทำไมอีก
“คุณนุช” ฝรั่งร่างสูงใหญ่หันมาโบกไม้โบกมือทักนุชด้วยความดีใจ
“อาจารย์พายัพมีธุระอะไรหรือคะ” นุชยิ้มกว้าง
“ผมได้ข่าวว่าเจ้าบ่าวพระจันทร์เอาตัวคุณนุชไปต่างจังหวัด ผมเป็นห่วงแทบแย่ ผมเกือบขับรถไปตามเอาตัวคุณกลับตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”
หรั่งหรืออาจารย์พายัพดึงตัวนุชมากอดอย่างแรง จนใบหน้าเธอกระแทกกล้ามอกหนาดังปั๊ก นุชถูกกอดแน่นจนเจ็บ ขาลอยจากพื้นเพราะความสูง 188 เซนติเมตรของหนุ่มลูกครึ่งฝรั่ง
ชานนกัดฟันมองชายหนุ่มรูปหล่อที่ดึงนุชไปกอด หล่อมาก หล่อกว่าเขาอีก รูปร่างสูงหุ่นดีกล้ามเป็นมัดยิ่งกว่าคนเล่นกล้ามแบบเขา หวงกันมากขนาดจะไปตามเอานุชกลับจากเขาเมื่อคืนเลยหรือ ชานนหันหลังกลับเดินไปเรียกแท็กซี่ที่ถนน
“ผมเป็นห่วงคุณมากเลยรู้ไหม คุณปลอดภัยดีรึเปล่า เจ้าบ่าวพระจันทร์ทำอะไรคุณไหม” หรั่งปล่อยตัวนุช เขามองสำรวจร่างกาย
“นุชปลอดภัยดีค่ะ”
“หน้าไปโดนอะไรมา แล้วต้นแขนแดงเป็นรอยนิ้วเชียว ผู้ชายคนนั้นทำอะไรคุณ” อาจารย์พายัพตกใจ
“อาจารย์คะ คนที่ทำอาจารย์นั่นแหละค่ะ เมื่อกี้บีบแขนนุชจนเจ็บเลย”
“ผมหรือ ผมทำหรือ” หรั่งทำหน้าเหลอหลา
พนักงานที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันเป็นเสียงเดียวว่าหรั่งเป็นคนทำ
“ถ้าไม่ติดมะลิต้องอยู่บ้านคนเดียว ผมอยากไปรับคุณกลับตั้งแต่เมื่อคืน จะพามะลิไปด้วยมะลิก็แพ้ท้องเมารถหนัก” หรั่งบ่นถึงภรรยาวัยละอ่อนที่กำลังตั้งครรภ์
“นุชปลอดภัย 100% ค่ะ คุณชานนแค่แกล้งเล่นเอาสนุกค่ะ ไม่ได้คิดจริงจังจะทำร้ายอะไรนุช”
หลายคนในบริษัทแม้กระทั่งเจ้าของเวดดิ้งสตูดิโอผลัดกันมาปลอบใจนุช ชื่อเสีย(ง)เจ้าบ่าวพระจันทร์ของชานนยิ่งลือกระหึ่ม
...........................................
ชานนเหม่อมองตึกรามแออัดจากหน้าต่างแท็กซี่ จราจรติดขัดก่อนเวลาแปดโมงเช้า เขาคงไปถึงที่ทำงานสายกว่าที่คาด รถราและผู้คนมากมาย หากเขารู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวเหลือเกิน หัวใจมันวูบโหวงบอกไม่ถูก
ถึงนุชจะโสด แล้วยังไง เขามีสิทธิ์อะไร มีโอกาสได้ครอบครองหรือก็เปล่า
เศรษฐกิจแบบนี้กระทบบริษัทรับเหมาก่อสร้างอย่างหนัก โครงการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งถูกย้ายไปลงประเทศเพื่อนบ้านและอินโดนีเซีย คอนโดมิเนียมหลายโครงการชะงักกลางคัน สองโครงการใหญ่ที่บริษัทของเขารับมาหยุดจ่ายเงินดื้อๆ พวกเขาต้องหยุดก่อสร้างทั้งที่ติดต่อซื้อวัสดุมาแล้ว ของจำนวนมากยังกองเต็มโกดัง
พ่อพยายามผัดผ่อนหาเงินมาจ่ายค่าสินค้าจนต้องกู้หนี้ยืมสิน
พี่ชายคนโตหันไปทำธุรกิจอื่นพอมีลู่ทางนำเงินมาช่วยจ่ายดอกเบี้ยบ้าง
พี่สาวเป็นคนวิ่งเร่เอาสินค้าในสต๊อกไปเสนอขายราคาถูกเพื่อจะได้เงินสดมาหมุนเวียน สินค้าเกินครึ่งที่ขายได้ต้องยอมขายขาดทุน
เรียกว่าการเงินของบริษัทอยู่ในภาวะวิกฤต ได้เงินมาเท่าไหร่ก็เอาไปจ่ายหนี้สินหมด
เมื่อเจ้าพ่ออ่างอาบนวดฝังเพชรต้องการสร้างสถานบันเทิงแห่งใหม่ ซึ่งขนาดใหญ่พอรองรับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ หลายบริษัทวิ่งเต้นเข้าหาคุณชูวับ บางบริษัทที่มีสายป่านยาวยินดีก่อสร้างล่วงหน้าโดยคุณชูวับค่อยจ่ายเงินทีหลัง
บริษัทของเขาไม่คิดแย่งชิงเพราะสภาพคล่องทางการเงินสู้บริษัทอื่นไม่ได้ ชานนมุ่งจับลูกค้ารายย่อยสร้างบ้านราคาไม่กี่ล้าน สร้างสระว่ายน้ำ ต่อเติมบ้าน รับกระทั่งรับซ่อมแซมเล็กน้อย งานจุกจิกพวกนี้รายได้ดีพอควร แถมลูกค้าไม่มีความรู้พอมาจู้จี้เรื่องที่บริษัทเขานำวัตถุดิบเก่าค้างสต๊อกมาก่อสร้างอีกต่างหาก
ผึ้งที่หลงรักชานนหัวปักหัวปำขอร้องพ่อให้จ้างบริษัทรับเหมาของชานน บริษัทของเขากลายเป็นม้ามืดคว้าโครงการนี้ไปได้ แถมคุณชูวับยังจ่ายเงินล่วงหน้า 80% อีกต่างหาก
แม้ผึ้งไม่ได้เรียกร้องอะไร แต่ชานนยอมเป็นแฟนด้วยเพราะความสมัครใจของเขาเอง ถ้าผึ้งใช้เรื่องธุรกิจบีบบังคับชานนคงแข็งข้อ แต่เพราะผึ้งรักเขาจนยอมทุกอย่าง แม้เขาจะไม่ตอบรับความรักของเธอ ผึ้งก็พยายามช่วยเหลือชานนเต็มที่พาชานนเข้าหาข้าราชการและนักลงทุนรายใหญ่ที่มาเที่ยวสถานบันเทิงของเธอ พอผึ้งเสนอเรื่องแต่งงาน ชานนจึงตกลงอย่างไม่ลังเล
“คุณครับ ถึงแล้วครับ”
ชานนตื่นจากภวังค์เมื่อแท็กซี่เรียก เขาควักเงินจ่ายค่าแท็กซี่และหอบกระเป๋าเดินเข้าบริษัทก่อสร้าง อาคารหรูหราขนาดใหญ่ที่ภายในกลวงโบ๋
...........................................