คุณชานนนิสัยเด็กชะมัด

1288 Words
วิศวกรกับนักกฎหมายนั่งนินทาเจ้านายกันในห้องพัก “คุณชานนนิสัยเด็กชะมัด” นักกฎหมายบ่น “นั่นสิ อายุเกือบสามสิบยังมีนิสัยแกล้งผู้หญิงที่ตัวเองชอบอีก” วิศวกรเห็นด้วย “ผมไม่เห็นใครทำแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ ยังกับเด็กอนุบาล เด็กประถมเค้าก็ไม่ทำแบบนี้กันแล้วมั้ง” นักกฎหมายพยักหน้า “เรื่องงานขยันขันแข็งดีหรอก แต่เรื่องอื่นไม่ไหว” วิศวกรส่ายหน้า “ตอนคุณนุชโดนลูกค้าด่าจนน้ำตาซึม ผมสงสารแทบแย่ อยากให้เค้ามากับตัวเองด้วยทำไมไม่บอกดีๆ ไปหลอกเค้ามาเฉย” นักกฎหมายถอนหายใจ “บอกดีๆ แล้วเค้าจะมาหรือ ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณนุชต้องตามพวกเรามาต่างจังหวัดนี่นา” วิศวกรแย้ง “นั่นสิครับ ถึงอย่างนั้นเล่นลากขึ้นรถมากะทันหันแบบนี้มันเกินไปนา” ........................................... นุชเห็นกระเป๋าเดินทางสีแดงวางข้างกระเป๋าเดินทางของชานน ข้างในมีเสื้อผ้าผู้หญิงและชุดชั้นใน ผ้าเช็ดตัวและของใช้จำเป็นสำหรับค้างสองคืน นี่ตั้งใจลากเธอมาต่างจังหวัดตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม ถ้าอย่างงั้นทำไมไม่บอกกันก่อนเล่า สมแล้วที่ทั้งบริษัทเวดดิ้งสตูดิโอจัดคุณชานนเป็นลูกค้าพระจันทร์ นุชเข้าใจถ่องแท้เอาวันนี้เอง เธออาบน้ำแต่งตัว โห...บราเซียร์พอดีเป๊ะเลย รู้ไซส์เธอได้ไงเนี่ย นุชเลือกเสื้อยืดสีชมพูอ่อนใส่สบาย กางเกงขาสั้นสีน้ำตาลครีมโชว์ต้นขาแต่ไม่สั้นจนน่าเกลียด คุณชานนเลือกเองรึเปล่าเนี่ย รสนิยมดีเหมือนกันแฮะ นุชเห็นคุณชานนกับคนอื่นนั่งคุยกันตรงโต๊ะหินอ่อน เธอจึงไปซื้อข้าวกะเพราไข่ดาวละแวกนั้นมาสี่กล่องพร้อมเครื่องดื่ม ชานนกับวิศวกรนำกระดาษมาวาดแผนที่คร่าวๆ คุยกันไปกินไป “มีสิ่งปลูกสร้างถาวรอยู่ห้าหลัง ที่เหลือปลูกบ้านอยู่นอกพื้นที่ของเรา เท่าที่สำรวจดูสองครอบครัวน่าจะเจรจาง่าย อีกสามนี่จะเอายังไงอยู่กันมาเกินสิบปีแล้ว” ชานนคิดหนัก “ที่ดินเอกชนหรือของรัฐคะ” นุชถาม “ที่ดินสาธารณะ” “ถ้าเป็นที่ดินสาธารณะถึงจะอยู่เกินสิบปีก็อ้างเรื่องครอบครองปรปักษ์ไม่ได้นะคะ กฎหมายนี้ตั้งขึ้นเพื่อไม่ให้บุคคลธรรมดากว้านซื้อที่ดินทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้น” “ก็ใช่ แต่เราไม่อยากมีปัญหา หากเราไปไล่ตรงๆ ชาวบ้านแถวนี้จะต่อต้านได้ กว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จใช้เวลาประมาณสองปี ถ้าเจอประท้วงเป็นระยะ วุ่นวายตาย” ปรึกษาหารือกันสักพัก จึงตกลงตั้งงบประมาณจำนวนหนึ่งเป็นค่าชดเชยให้ชาวบ้านย้ายออกจากพื้นที่ โดยมอบฝ่ายกฎหมายรับไปจัดการ “ป่ะคุณนุช ไม่มีอะไรแล้ว เรากลับกันเถอะ เรื่องงานให้สองคนนี้เค้าจัดการต่อ” ชานนกลับไปเก็บสัมภาระในห้องพัก ชานนพานุชนั่งหลังรถกระบะ โดยมีวิศวกรเป็นคนขับรถ ส่วนนักกฎหมายยังวุ่นวายกับเอกสารที่โต๊ะหินอ่อนเหมือนเดิม ........................................... รถกระบะแล่นมาถึงสถานีขนส่งโคราช นุชหันซ้ายหันขวาจะได้กลับกรุงเทพแล้วใช่ไหม คุณชานนคงไม่แกล้งหลอกอะไรอีกนะ ชานนหอบกระเป๋าเดินทางสองใบ นุชถือแค่กระเป๋าสะพายของตัวเองวิ่งตาม วิศวกรขับรถไปหาที่จอด พนักงานขายตั๋วชี้นิ้วบนจุดที่ว่างซึ่งห่างกันพอควร “มีที่นั่งเหลือแต่ต้องนั่งแยกกันนะคะ” “ผมอยากได้สองที่นั่งติดกันครับ ช่วยหาให้หน่อย” “มีรอบดึกเลยนะคะ กว่าจะถึงกรุงเทพราวตีสี่” “ได้ครับ” ชานนเลือกที่นั่งและจ่ายเงิน เขาหาที่ฝากสัมภาระและโทรหาวิศวกร “จอดรถที่ไหน อีกหลายชั่วโมงกว่ารถทัวร์จะออกพาผมไปห้างแถวนี้หน่อยสิ” วิศวกรพาชานนไปส่งโลตัสแถวนั้น “คุณกลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องขับรถกลับกรุงเทพอีก ถึงเวลารถทัวร์ออกผมหารถรับจ้างไปเอง” “ครับ” วิศวกรรู้ทัน จะไล่ผมกลับเพราะอยากเที่ยวกันสองคนก็บอกมาเถอะ ........................................... ชานนไม่ค่อยชอบเดินเที่ยวห้างเท่าไหร่ เขามักเข้าห้างตอนซื้อของเท่านั้น ซื้อเสร็จก็กลับ เขาจึงเดินตามนุชที่ดูเหมือนจะเดินเรื่อยเปื่อยเช่นกัน นุชแวะลองเครื่องสำอาง เธอลองป้ายสีอายแชร์โดว์บนแขน “มา ผมถือกระเป๋าให้” ชานนดึงกระเป๋าสะพายจากไหล่ของนุช “นุชถือเองได้ค่ะ” “ทำไมหนักจังวะ” ชานนขมวดคิ้ว “นุชบอกแล้วไงคะ นุชถือเองได้” “ช่างเถอะ คุณจะได้เลือกดูของสบายๆ” นุชเลือกอายแชร์โดว์ตลับเล็กหนึ่งอัน ครีมรองพื้นหนึ่งขวด มีเครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญด้วยแฮะ ชานนวางกระเป๋าสะพายของนุชบนเครื่องชั่ง “สิบสองกิโล คุณยัดอะไรไว้เนี่ย มิน่าหนักจัง ยกแทนดรัมเบลได้เลย” ชานนโวยวาย “กะ ก็...ของใช้จำเป็นทั้งนั้นนี่คะ” นุชบอกแล้วว่าจะถือเอง คุณชานนอยากแย่งถือทำไมล่ะ นุชซื้อขนมกรุบกรอบไว้ทานเล่นบนรถทัวร์อีกหลายชิ้น “ไปเที่ยวตลาดย่าโมกันเถอะ มีของขายตอนกลางคืนด้วย เผื่อคุณอยากดูสินค้าพื้นเมือง” ชานนอมยิ้มมองนุชแกะป้อกกี้สตอเบอรี่ใส่ปาก “ไปสิคะ” นุชพยักหน้า ชานนพานุชเดินเที่ยวตลาดกลางคืน เขาดึงมือนุ่มนิ่มมากุมอย่างหวงแหน “คนเยอะเดี๋ยวหลง มือถือคุณอยู่ในกระเป๋าสะพายด้วยไม่ใช่หรือ หลงกับผมแล้วตามหากันยากนะ” ชานนอ้าง “คะ ค่ะ” นุชเก้อกระดาก เธอปล่อยให้มืออุ่นสากจูงเดินไปทางนั้นทางนี้ ทั้งสองคนแวะซื้ออาหารพื้นเมืองโคราชอย่างเอร็ดอร่อย นุชซื้อสินค้าพื้นเมืองติดไม้ติดมือเป็นเครื่องประดับหลายชิ้นและซิ่นทอลายไทยอีกผืน ชานนควักเงินจ่ายทุกอย่าง “นุชจ่ายเองค่ะ” “เอาน่า ผมพาคุณมาเที่ยว ของราคาแค่นี้ผมจ่ายได้” นุชไม่รู้จะทำยังไงเพราะเงินเธออยู่ในกระเป๋าสะพายที่คุณชานนยึดไว้แน่นหนา ชานนดูนาฬิกาข้อมือยี่ห้อริชาร์ดมิลล์ราคาแพงลิบลิ่วที่เพื่อนให้ยืมใส่ “ใกล้เวลารถทัวร์ออกแล้ว ไปสถานีกันเถอะ” “ค่ะ” “สนุกไหม” ชานนยิ้มจนตาหยี “สนุกค่ะ” นุชยิ้มกลับ ........................................... ชานนฝากกระเป๋าเดินทางสองใบใหญ่ไว้ใต้ท้องรถ ทั้งสองคนนั่งคุยกันเบาๆ “คุณชานนคะ นุชถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ” นุชทำท่าขัดเขิน “ถามมาสิ” “คุณทราบไซส์บราของนุชได้ยังไงกันคะ” “ใส่พอดีไหม” ชานนยิ้มกริ่ม “พอดีค่ะ” นุชก้มหน้าหลบสายตา เธอหวั่นไหวและหัวใจเต้นรัวเมื่อสบสายตาผู้ชายคนนี้ “ตอนคุณใส่ชุดลิเกมาเจอผมที่โปเซดอน เกาะอกรัดรูปและคว้านลึกมาก ผมเห็นก็พอเดาได้ว่าน่าจะคัพบี” “ตอนนั้นเองหรือคะ” นุชอายจนแก้มเปลี่ยนเป็นสีชมพู เธอโดนคุณชานนจ้องหน้าอกจนจำไซส์ได้เลยหรือเนี่ย เขินจัง “โอ้ย ระดับผมแล้ว เห็นมาเป็นพันเป็นหมื่นแค่ปาดสายตามองแป๊ปเดียว ผมก็กะขนาดได้แล้วว่าคัพอะไร ของจริงหรือของปลอม นมยัดมากี่ซีซีผมยังรู้เลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชานนโอ้อวดถึงความสามารถตัวเอง นุชหน้ามุ่ย ฮึ ใช่สิ อย่างคุณชานนเชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ผู้จัดการอาบอบนวดนี่นา ...........................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD