สถานการณ์คลายความตึงเครียดลง เอนกคว้าผ้าเก่าสกปรกมาเช็ดทำความสะอาดตัวเองและรถยนต์ ผึ้งหยิบทิชชู่จากกระเป๋าถือมาเช็ดคราบคาวน้ำกามออกเช่นกัน พอเธอเห็นลุงเอนกจะเอาผ้าขี้ริ้วสกปรกเช็ดอวัยวะสีคล้ำที่เพิ่งหดตัวลงจนเหี่ยวย่น ผึ้งเอื้อมมือใช้ทิชชู่เช็ดแทนผ้าขี้ริ้ว
“หนูผึ้งอย่าทำแบบนี้” เอนกเสียงสั่น
“ทิชชู่ของผึ้งมีเยอะค่ะ ผ้านั่นสกปรก”
“มันไม่ดี”
“ผึ้งไม่รังเกียจค่ะ”
“ไม่ใช่แบบนั้น คือ...” เอนกอึกอัก
“อุ๊ย” ผึ้งชะงัก
อวัยวะที่หดตัวลงเมื่อกี้เริ่มขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ผึ้งตาโตกลืนน้ำลายเฮือก
“ผมขอเข้าห้องน้ำสัก 15 นาทีนะครับ”
“คะ ค่ะ” ผึ้งหดมือที่ถือทิชชู่กลับ
เอนกดันอวัยวะอันใหญ่เข้ากางเกง แต่เพราะขนาดอันมโหฬารทำให้ยัดไม่เข้า หนุ่มใหญ่สบถหยาบคายและดึงชายเสื้อออกมาบัง ก่อนลุกหนีเข้าห้องน้ำในโรงแรมม่านรูด
...........................................
วันนัดลองชุดเจ้าสาวครั้งสุดท้าย ชานนไปด้วยเพื่อคืนรองเท้า ชูวับลงทุนตามไปอีกคนเพราะอยากเห็นหน้าผู้หญิงชื่อนุช
นุชยิ้มแย้มต้อนรับทุกคน ชูวับมองตามหลังนุชที่ชักชวนผึ้งไปลองชุดเจ้าสาว ผู้หญิงคนนี้สวย สวยมาก หากชานนจะชอบพอก็ไม่แปลก ผู้ชายทั่วไปยังนอกใจภรรยา ยิ่งผู้ชายที่แต่งงานเพราะผลประโยชน์ ไม่ได้รักใคร่กันแล้ว มีโอกาสสูงที่ฝ่ายชายจะมีผู้หญิงอื่น ถึงผู้หญิงจะไม่คิดอะไร ก็ใช่ว่าชานนจะไม่คิด
นุชปล่อยผึ้งลองชุดเจ้าสาวกับช่างตัดเสื้อและเดินออกมาหาชานน
“คุณชานนเลือกรองเท้าได้แล้วใช่ไหมคะ”
“ได้แล้วครับ คู่นี้”
“ไซส์นี้เลยนะคะ”
ชานนสวมรองเท้าและคุยกับนุชอีกนิดหน่อย นุชแนะนำให้ชานนลองชุดเจ้าบ่าวด้วย ชานนเดินตามนุชเข้าห้องลองเสื้อ
ชูวับยิ่งผิดสังเกต ชานนยอมผู้หญิงชื่อนุชเกินไป นุชบอกอะไรก็ทำตามหมด ไม่มีแย้งเลยแม้แต่คำเดียว ปกติชานนไม่ใช่คนนิสัยแบบนี้ ผึ้งมองโลกในแง่ดีเกินไปรึเปล่า
ชานนกับผึ้งสวมชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวยืนคู่กัน นุชถ่ายภาพไว้หลายรูปพร้อมอัดคลิปวีดีโอด้วย จากนั้นจึงให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวถอดเสื้อผ้าออก ชูวับยิ่งเห็นยิ่งไม่พอใจ ผู้หญิงชื่อนุชอะไรนี่ยุ่งวุ่นวายเกินควร ผิดปกติมาก กลับบ้านเขาต้องคุยกับลูกสาวซะแล้ว
จัดการเจ้าบ่าวเจ้าสาวเรียบร้อย นุชก็พุ่งเป้าหมายมาที่เจ้าพ่ออ่างอาบน้ำฝังเพชร
“คุณชูวับจะขึ้นพูดบนเวทีในฐานะพ่อเจ้าสาวใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ” ชูวับขมวดคิ้ว
“ชุดที่จะใส่ขึ้นเว...”
“ผมจะใส่ชุดนี้แหละ” ชูวับพูดตัดบทนุช
“.............” นุชยิ้มค้างมองชุดสูทของคุณชูวับ
ชูวับสวมชุดสูทอย่างดีมาจากที่บ้าน เพราะผึ้งบอกว่าควรใส่ชุดที่จะขึ้นเวทีมาเลย เผื่อคุณนุชมีข้อแนะนำเพิ่มเติม ชูวับยอมตามใจลูกสาวสุดที่รัก ทั้งที่สงสัยว่าทำไมผึ้งต้องสนใจความเห็นของนุชอะไรนี่ด้วย แค่พนักงานเวดดิ้งสตูดิโอคนเดียว
“คุณนุชมีอะไรหรือคะ พูดออกมาได้เลยค่ะ” ผึ้งเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยเช่นเคย
“ช่อดอกไม้ติดเสื้อของคุณชูวับน่ะค่ะ” นุชก้มหน้าพูดเสียงเบาเพราะกลัวชูวับไม่พอใจ
“ผึ้งเลือกสีเข้ากับธีมแล้วนะคะ คุณนุชคิดว่าไงคะ”
“สีมันเข้ากันค่ะ แต่รูปทรงมันไม่เข้ากับดอกไม้ประดับโพเดี้ยม”
“.............” งานนี้ถึงคราวชูวับ ผึ้ง ชานน พูดไม่ออกบ้าง อะไรคือรูปทรงไม่เข้ากับดอกไม้ประดับโพเดี้ยมวะ ?
“เข็มกลัดติดช่อดอกไม้ก็เป็นสีทองเหลืองด้วยค่ะ มันโดดออกมา น่าจะใช้เข็มกลัดสีเงินมากกว่า” นุชเริ่มบ่นงึมงำคนเดียว
“รบกวนคุณนุชจัดช่อใหม่ได้ไหมคะ” ผึ้งควักเงินพันบาทออกจากกระเป๋า
“ได้ค่ะ” นุชรับเงินและเดินหายไป
ชานนกดมือถือเล่น ผึ้งหันไปคุยกับช่างตัดเสื้อ ชูวับได้แต่ครุ่นคิดอยู่คนเดียว
สักพักนุชกลับมาพร้อมช่อดอกไม้สำหรับติดเสื้อ เธอเอามาติดบนเสื้อคุณชูวับและถ่ายภาพ กดวางภาพชูวับเทียบกับโพเดี้ยมตัวอย่าง
“เป็นยังไงบ้างคะ ดูดีขึ้นเยอะเลยใช่ไหมคะ” นุชยิ้มหวานจ๋อย
“จริงด้วยค่ะ เข้ากันเลย” ผึ้งตื่นเต้นดีใจ
“เงินทอนค่ะ” นุชควักเงินหลายร้อยคืนผึ้ง
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณนุชเอาไปเลย” ผึ้งใจป้ำ
ชูวับขมวดคิ้วสบตากับชานน ทั้งสองคนคิดเหมือนกันว่า ‘ต่างกันตรงไหนวะ’
“ผู้หญิงละเอียดกว่าพวกเรานะ” ชูวับมองหน้าลูกสาวที่กำลังมีความสุขแล้วได้แต่ปลง
“ครับคุณพ่อ” ชานนยิ้มแหย
“คุณชูวับยืนตรงกลางเลยนะคะ คุณผึ้งกับคุณชานนยืนประกบซ้ายขวานะคะ คุณชานนเบี่ยงตัวไปทางขวาและขยับเข้าใกล้อีกนิดค่ะ” นุชทำมือเป็นสัญญาณ
“วันนี้ถ่ายรูปพรีเซนเทชั่นหรือ พ่อนึกว่าวันอื่น” ชูวับกระซิบถามผึ้ง
“วันอื่นค่ะ คุณนุชถ่ายภาพเก็บไว้เป็นตัวอย่างเฉยๆ”
“เขาทำแบบนี้ทุกครั้งครับคุณพ่อ ถ่ายภาพเก็บไว้แล้วเอามาเทียบ เวลานึกอะไรไม่ออกก็เอามาเปิดดูเป็นไอเดีย” ชานนอธิบายด้วยความเซ็ง
“รู้ดีจังนะ” ชูวับกัดแขวะ
ชานนหน้าตึงขึ้นมาทันที
“คุณนุชเป็นคนบอกผึ้งกับคุณชานนเองค่ะ ว่าเธอชอบถ่ายภาพเก็บไว้เป็นไอเดียน่ะค่ะ” ผึ้งแก้ตัวแทนชานน
“หึ” ชูวับทำเสียงขึ้นจมูก
“พ่อคะ” ผึ้งหนักใจ เธอไม่ได้เข้าข้างแฟนหนุ่มนะ แต่คุณพ่อจับผิดชานนมากเกินไป
นุชนำภาพถ่ายสามคนเทียบกับฉากงานแต่งที่สร้างจากคอมพิวเตอร์
“อืม...” นุชเอียงคอ
“ว่าไงคะคุณนุช” ผึ้งคิดว่าภาพสวยสมบูรณ์แบบดีแล้ว
“คุณชูวับจะใส่รองเท้าคู่นี้จริงหรือคะ” นุชหันไปถามเจ้าพ่ออ่างอาบน้ำฝังเพชร
ชูวับกล้ามเนื้อแก้มสั่นระริก หนนี้อะไรอีกล่ะ
“นุชว่าหารองเท้าสีอ่อนกว่านี้ดีไหมคะ รองเท้าสีน้ำตาลอ่อนหนังด้านจะเหมาะกว่าสีดำขัดมันที่คุณชูวับใส่อยู่นะคะ นุชเลือก...”
“ไม่ต้อง ผมมีรองเท้าสีน้ำตาลอ่อนที่บ้าน ไม่ต้องซื้อใหม่”
“ดีเลยค่ะ ประหยัด นุชจะไปดูรองเท้าของคุณชูวับได้วันไหนคะ”
“คุณจะตามผมไปถึงบ้านเลยหรือ” ชูวับโวยวาย
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ คุณชูวับถ่ายภาพรองเท้าทุกคู่ส่งอีเมล์มาให้นุชช่วยเลือกได้ค่ะ แต่ถ้าถ่ายภาพมาสีอาจเพี้ยนนิดหน่อยนะคะ นุชเกรงว่า...”
“พอแล้ว คุณไปเอาคู่ใหม่มาให้ผมลองตอนนี้เลย” ชูวับยกมือเบรก
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ นุชขอยืมรองเท้าที่คุณชูวับใส่ตอนนี้ได้ไหมคะ”
“เอาไปทำไม”
“เอาไปเทียบไซส์ค่ะ” นุชยิ้มหวานเจี๊ยบ
“เบอร์ 42 ไปเอามาเถอะ ถ้าใส่ไม่พอดีค่อยเปลี่ยน”
“งั้นนุชเอามาให้ลองสามไซส์ 41-42-42.5 เลยนะคะ”
“ตามสบายเลยครับ” ชูวับถอนใจ อะไรจะเรื่องเยอะขนาดนี้เนี่ย
นุชวิ่งหายไปอีกรอบ
“เปลี่ยนตัวคนขึ้นไปอวยพรในพิธีตอนนี้ทันไหมลูก” ชูวับโอดครวญกับลูกสาว
“ไม่ทันแล้วค่ะพ่อ” ผึ้งมองอย่างให้กำลังใจ
“กรั่ก กรั่ก กรั่ก ฮ่าาาา” ชานนหันไปปิดปากกลั้นหัวเราะ ไงล่ะ เจอฤทธิ์คุณนุชเข้าไปว่าที่พ่อตายังอึ้ง
ชูวับถอนหายใจ ชานนคงโดนเข้าไปเยอะแล้วสินะ เข้าใจเลยทำไมผึ้งถึงบอกว่านุชเป็นคนสวยและนิสัยดีมากแต่ชานนไม่ปลื้มแน่ ชานนใจร้อนขี้รำคาญจะตาย ผู้หญิงอย่างนุชมีแต่จะทำให้ชานนหนี
นุชหอบรองเท้าเกือบสิบคู่มาให้ชูวับเลือก ชูวับซื้อรองเท้าคู่หนึ่งที่นุชแนะนำในราคาเกือบสองหมื่นบาท เขาพอใจมากเพราะรองเท้าใส่สบาย ตั้งใจว่านอกจากพิธีแต่งงานลูกสาวคงใส่ออกงานอื่นอีก
ก่อนกลับ ชานนเข้าไปกระซิบกระซาบข้างหูนุช เธอเขินจนหน้าแดงแล้วรีบหลบไป
“อะไรหรือชานน มีอะไรกันอีก” ชูวับเริ่มจับผิดอีกครั้ง
“ผมถามคุณนุชว่าได้เปอร์เซ็นต์จากรองเท้าเท่าไหร่ครับ เธอตอบว่าได้ 7% แล้วก็อายจนเดินหนีไปเอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“หา ? เลือกรองเท้าให้พ่อได้เปอร์เซ็นต์ด้วยหรือ” ชูวับเหวอรับประทาน เขาไม่ได้เสียดายเงินแต่รู้สึกเหมือนตัวเองโดนหลอกให้ซื้อของ
“เอาเถอะค่ะพ่อ ถือว่าได้รองเท้าคู่ใหม่ คุณนุชเธอเก่งนะคะ เลือกของคุณภาพคุ้มราคามานำเสนอตลอด” ผึ้งบีบมือพ่อปลอบใจ
...........................................