ชานนจอดรถใกล้ไซต์ก่อสร้าง เขารีบร้อนจนนุชเกือบลงรถไม่ทัน ชานนโทรหาหัวหน้าช่างที่นัดกันไว้โดยลืมสนิทว่ามีพนักงานเวดดิ้งสตูดิโอติดรถมาด้วย
คุยกับหัวหน้าช่างเสร็จก็เดินไปดูคนงานชั้น 7 ตึกสูงแห่งนี้ยังไม่ได้สร้างลิฟท์ มีแค่โครงปูนเปลือย บันไดไม่มีราวกั้น เขาต้องอาศัยเดินขึ้นบันไดอย่างเดียว กว่าจะถึงชั้น 7 ก็เหนื่อยหอบ ชานนตรงเข้าไปเช็คความถูกต้องของงาน
แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก...
เสียงหอบหายใจของใครเนี่ย เหมือนเสียงผู้หญิงชะมัด คงไม่ใช่... ชานนหันกลับไป
“เฮ้ย คุณมาได้ไงวะ นี่ชั้นเจ็ด” ชานนสะดุ้ง แล้วไปเอาหมวกช่างที่ไหนมาใส่ล่ะนั่น
“นุช แฮ่ก ถาม...เจ้าหน้าที่ แฮ่ก แฮ่ก เขาบอกว่าคุณชานน... ขึ้น...มาด้านบน แฮ่ก...”
ชานนเงี่ยหูฟัง ยัยจุ้นจ้านท่าจะคุยไม่รู้เรื่อง ไปทำงานต่อดีกว่า
“ผมบอกว่าตรงนี้ต้องใช้เหล็กเส้นหกหุน ทำไมเหล็กเส้นที่เอามาสี่หุนเอง” ชานนโวยวายทะเลาะกับช่าง
“ใช้สี่หุนประหยัดกว่าเยอะครับ” ช่างเถียง
“ถ้าคุณคิดว่าประหยัดกว่า คุณต้องบอกผม ไม่ใช่เปลี่ยนเองโดยพลการ แล้วเงินส่วนต่างหายไปไหน” ชานนกดเครื่องคิดเลขแคลคูลัสคำนวณตามแปลนพิมพ์เขียว ตรงนี้ไม่ใช่เสาหลักสำคัญ เหล็กเส้นสี่หุนพอไหว
“ส่วนต่าง เออ... เดี๋ยวผมจัดการให้ครับ” ช่างปาดเหงื่อ
“เอาใบเสร็จมาให้ผมด้วย”
หงุดหงิดชะมัด ถ้าไม่ได้ลงมาคุมเองเงินหายเลยนะเนี่ย ช่างพวกนี้แม่ง กินเล็กกินน้อยตลอด ชานนคว้าแก้วกาแฟขึ้นมาดูดทีเดียวเกือบหมดแก้ว ค่อยยังชั่วหน่อย ร้อนอย่างงี้ได้เครื่องดื่มเย็นผสมน้ำตาลสักแก้ว เพิ่มพลังงานได้ดีทีเดียว
เดี๋ยว กาแฟแก้วนี้มาจากไหน ?
ชานนหันไปมองด้านข้างเห็นนุชกำลังดูดกาแฟอีกแก้ว
“คุณลงไปซื้อมาหรือ” ชานนก้มต่ำลงไปมองรองเท้าแตะฟองน้ำส้นหนา
“ใช่ค่ะ รองเท้าก็เพิ่งซื้อใหม่ค่ะ เห็นตลาดนัดข้างล่างมีแผงขายรองเท้า”
“ปกติผมไม่กินกาแฟหลังเที่ยง” ชานนหาเรื่องติไปงั้น
“ช่วงบ่ายคุณชานนชอบดื่มอะไรคะ”
“นมเย็น โอวัลติน อะไรก็ได้”
ชานนเหลือบสายตาออกไปนอกตึกที่ไร้กำแพง มีตลาดนัดขนาดเล็กข้างตึก จำได้ว่าเขามักแวะไปซื้อของกินของใช้เล็กน้อยประจำ ยัยนุชเดินขึ้นลงเจ็ดชั้นเพื่อซื้อกาแฟมาเพื่อเขาเนี่ยนะ สุดยอด อึดชะมัด
“คุณมีธุระจะคุยกับผมใช่ไหม มีอะไรว่ามาสิ” ชานนใจอ่อน
“การ์ดแต่งงานพิมพ์สะกดชื่อผิดหรือคะ รบกวนคุณธนญนภาศรช่วยส่งชื่อที่ถูกต้องมาทางแชทได้ไหมคะ ถ่ายบัตรประชาชนมาเลยก็ได้ค่ะ เดี๋ยวนุชจัดการแก้ไขให้ทันทีเลยค้า” นุชคุยโทรศัพท์กับลูกค้าคนอื่นโดยไม่สนใจชานน
นุชหาที่นั่งบนแท่งปูนขนาดใหญ่โดยเอาสมุดจดมารองกันเปื้อน ควักแท็บเล็ตจากกระเป๋าถือใบโตขึ้นมาติดต่อเรื่องงาน
เฮ้ย เขาถูกทิ้งหรือวะ เมินกันง่ายอย่างงี้เลย โดนคนอย่างยัยจุ้นจ้านเมิน มันยิ่งกว่าโดนสาวที่จีบเมินอีกว่ะ ชานนยืนค้างมองสาวสวยแต่งตัวจัดเต็มนั่งท่ามกลางเศษอิฐปูนของงานก่อสร้าง
“คุณชานนครับ โครงสร้างตรงนี้แข็งพอเริ่มสร้างชั้นแปดได้รึยังครับ” ช่างตะโกนเรียก ชานนจึงผละไปทำงานต่อ
“อย่าถอดหมวก” ชานนคว้าหมวกช่างที่นุชวางข้างตัวมาใส่บนหัวและล็อกสายรัดใต้คาง ระหว่างที่สวมหมวกให้นุช เขาเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นเป่ารดโดนผิวหน้าของเธอ นิ้วหยาบกร้านแตะถูกผิวอ่อนนุ่ม เขานั่งพักข้างนุชจนหายเหนื่อย จากนั้นจึงกลับไปช่วยคนงานผสมปูน
นุชมองตามแผ่นหลังเปียกโชกด้วยเหงื่อจนเสื้อเชิ้ตแนบกับร่างกาย ลุยงานจัง ทำเกือบทุกอย่างเองเลย นุชชักเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณชานนชอบส่งเสียงดัง เธอมานั่งตรงนี้หนวกหูมาก ตั้งแต่คนงานระดับล่างสุดยันลูกชายเจ้าของกิจการก่อสร้างตะโกนข้ามหัวกันไปมา บางครั้งเสียงก่อสร้างกลบต้องตะโกนหลายครั้งกว่าจะคุยกันรู้เรื่อง
ตอนเย็น คนงานเริ่มทยอยเก็บของกลับ อันไหนจะเอาไว้ที่นี่ก็เอาผ้าใบมาคลุมทับ ชานนถอดเสื้อเชิ้ตเผยท่อนบนเปลือยอวดมัดกล้าม นุชเอากระดาษแข็งมาพัดให้ชานน
“ตกลงคุณตามผมมามีธุระอะไร” ชานนจิบน้ำเย็น
“รองเท้า”
“อ้อ รองเท้าคุณกี่บาท เดี๋ยวผมจ่ายเอง”
“เปล่าค่ะ คุณชานนยังไม่ได้เลือกรองเท้าเจ้าบ่าว นุชรอคุณชานนเลือกอยู่ค่ะ”
โอ้ย กูอยากจะบ้า ชานนยกมือกุมขมับตัวเอง แค่เลือกรองเท้านี่ต้องตามจิกเขาขนาดนี้เลยหรือวะ
“คุณไม่ต้องไปติดต่องานอื่นหรือ” ชานนแอบดีใจที่เขาเป็นลูกค้าสำคัญที่สุด
“ต้องค่ะ แต่เอกสารของนุชอยู่ในรถคุณชานนค่ะ นุชเอาออกมาไม่ทัน คว้ามาได้แต่กระเป๋าถือ”
“ผมเลี้ยงข้าวเย็นไถ่โทษละกัน จะได้เลือกรองเท้าระหว่างกินข้าวด้วย” ชานนถอนหายใจ ดีใจเก้อเลยเว้ย
“ต้องขอตัวค่ะ นุชนัดลูกค้ารายอื่นไว้แล้วค่ะ ความจริงนัดบ่ายสี่น่ะค่ะ แต่นุชติดอยู่ที่นี่เลยแจ้งเลื่อนนัดเป็นมื้อค่ำค่ะ”
“รอแปปนึงละกัน ผมดูคนงานเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยจะพาคุณลงไปเอาเอกสารที่รถ”
ทำไมเขารู้สึกเหมือนตัวเองอกหักวะ ยัยนุชอะไรนี่ท่าทางจะบ้างานเข้าเส้น มิน่าสวยขนาดนี้ทำไมหาแฟนไม่ได้
...........................................
ชานนเดินนำนุชมาถึงรถ นุชรีบคว้าแฟ้มเอกสารมากอดแนบอก
“นัดลูกค้ากี่โมง” ชานนถามห้วนๆ
“สองทุ่มค่ะ”
“ที่ไหน”
“ร้านอาหารแถวอโศกค่ะ”
“งั้นกินข้าวแถวนี้กันก่อน รองท้อง”
“แต่ว่า...”
“เอาน่าแค่อาหารข้างทาง”
เขาคว้าข้อมือนุชลากเข้าร้านอาหารตามสั่งแถวนั้น
“กะเพราไก่ไข่ดาวค่ะ ขอเผ็ดๆ เป๊ปซี่อีกขวดค่ะ” นุชตะโกนสั่งตั้งแต่ยังหาโต๊ะนั่งไม่ได้
ชานนค้อนควัก แหม ไม่ได้อยากมาเลยเนอะ
“ปี้ผู้ชายเอาไรคร๊ะ” พนักงานเสิร์ฟที่สำเนียงต่างด้าวมาแต่ไกล ถือปากกาเตรียมจดรายการอาหาร
“กะเพราไก่ไข่ดาวเหมือนกัน เผ็ดน้อย”
พนักงานเสิร์ฟต่างด้าวจดลงสมุดฉีกและตะโกนบอกเจ้าของร้านเป็นภาษาไทยแปร่ง ชานนกลอกตาขึ้นบน ถ้าตะโกนบอกได้แล้วจะจดลงสมุดฉีกทำไมวะ
ชานนเทเป๊ปซี่ลงแก้ว สายตาเหลือบมองสาวสวยตรงหน้า นุชเปิดแฟ้มเอกสารอ่านทวนข้อมูลลูกค้าที่นัดพบ
“คุณนุช กะเพรามาแล้วกินก่อนสิ” ชานนเตือน
“ค่ะ” นุชตักข้าวเข้าปากพลางเอาดินสอกดจดยุกยิกลงแฟ้ม
ชานนกินจนหมดจาน นุชกินไปไม่กี่คำ เขาเปิดมือถือกดอ่านข่าวเรื่อยเปื่อย หันไปมองนุชเป็นระยะ หน้าสวยอย่างงี้มองเพลินดีเหมือนกันแฮะ
“คุณ กินข้าวก่อนสิจะทุ่มละ เดี๋ยวไปเจอลูกค้าไม่ทัน” ชานนเห็นข้าวเหลือครึ่งเดียว แต่ไก่เกือบหมดแล้ว ยัยนี่กินแต่กับจริงๆ
“นุชกินไม่หมดค่ะ” นุชใช้ช้อนเขี่ยข้าวไปมา
“เอามา เสียดาย” ชานนดึงจานข้าวมาหน้าตัวเอง แล้วคว้าช้อนส้อมของนุชมาตักกินเฉย ช้อนส้อมของเขาถูกพนักงานเสิร์ฟเก็บไปนานแล้ว
นุชงงที่ถูกดึงช้อนไปจากมือ เธออมยิ้มมองผู้ชายตรงหน้ากินกะเพราที่เหลือแต่ข้าวสวยและกับข้าวนิดหน่อย เขากินจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือสักเม็ด มาเห็นข้างนอกแบบนี้ขัดกับภาพลักษณ์หนุ่มหล่อพระจันทร์ที่เจอในเวดดิ้งสตูดิโอเลย
“คุณชานนจะกลับบริษัทไหมคะ” นุชหอบแฟ้มเอกสารเต็มอ้อมแขน
“กลับ ผมต้องเอาพวกใบเสร็จไปส่งบริษัทก่อน พรุ่งนี้ผมจะมาที่นี่เลยไม่เข้าบริษัท”
ชานนเหลียวมองที่นั่งข้างคนขับ ยัยนี่มานั่งได้ไงเนี่ย
“นุชขอติดรถไปด้วยค่ะ รถนุชอยู่ที่บริษัทของคุณชานน”
“หึ หึ หึ” ชานนหัวเราะลงลูกคอ ยอมครับ ผมยอมกับมารยาทของคุณเลยครับ
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” นุชก้มหัวขอบคุณหลังลงรถ
“ครับ” ชานนฝืนยิ้มตอบ หากในใจอยากด่าว่า ‘ไม่ได้มาส่ง หล่อนเสนอหน้าติดรถมาเองต่างหาก’
ตอนกลับขึ้นรถกระบะหลังส่งเอกสารเข้าบริษัทเรียบร้อย ชานนเพิ่งเห็นว่านุชลืมรองเท้าฟองน้ำส้นหนาไว้ตรงพื้นข้างที่นั่งคนขับ เขาได้แต่หัวเราะเบาๆ
เดี๋ยวนะ รองเท้าหรือ เฮ้ย เขายังไม่ได้เลือกรองเท้าเจ้าบ่าวเลยนี่หว่า
ยัยจุ้นจ้านห่วงลูกค้าคนอื่นจนลืมเขาหรือไง ชานนไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที
...........................................