จนแล้วจนรอด คุณชานนยังไม่ยอมไปลองชุดเจ้าบ่าว เรื่องอื่นเจ้าสาวยังตัดสินใจคนเดียวได้ แต่ชุดเจ้าบ่าวสั่งตัดยังไงเจ้าตัวก็ต้องไปลองเอง
นุชโทรตามหลายรอบ
“ผมอยู่ไซต์ก่อสร้างโว้ย จะโทรมาทำห่าอะไร” ชานนตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องอ๊อกเหล็ก
สักพักนุชได้รับข้อความว่า
'มีอะไรส่งข้อความทาง Facebook'
'ว่างจะเข้าไปอ่านเอง'
โอเคค่ะ ส่งข้อความทางนั้นก็ได้
อ้าว ไหงนุชโดนบล็อกแชทล่ะ ? นุชทำอะไรผิด คุณชานนบอกให้ส่งทางแชทเองไม่ใช่หรือค้า
ตอนคุณผึ้งแวะมาคุยเรื่องอาหารในงานแต่ง นุชเลยบ่นให้ฟัง
“นุชติดต่อคุณชานนไม่ได้เลยค่ะ โทรไปก็โดนด่า ไลน์ไปก็บอกว่าเป็นไลน์กลุ่มจะรบกวนคนอื่น แชทเฟซบุ้คก็โดนบล็อก”
“คุณนุชใจเย็นค่ะ พิธีแต่งงานยังอีกตั้งหลายเดือน ตัดชุดเจ้าบ่าวทันแน่ค่ะ” ผึ้งเป็นฝ่ายต้องปลอบใจนุชซะเอง เธอก็ร้อนใจเพราะชุดเจ้าสาวเกือบตัดเย็บเสร็จแล้ว
“ใช่ค่ะ แต่นุชอยากให้เจ้าบ่าวแต่งชุดเดียวกับวันงานเพื่อทำวีดีโอพรีเซนเทชั่นค่ะ”
“ค่ะ ค่ะ เดี๋ยวผึ้งจะถามคุณนนเอง”
...........................................
ผึ้งรอจังหวะว่าที่สามีอารมณ์ดี เขากำลังทานอาหารเช้าและเตรียมออกไปทำงาน
“คุณนุชโอดครวญว่าคุณชานนบล็อกแชทเธอหรือคะ เกิดอะไรขึ้น” ผึ้งเสิร์ฟกาแฟร้อนใส่เวย์โปรตีน
“คุณดูเอาเองละกัน” ชานนกดเปิดแชทและโยนมือถือใส่ผึ้ง
ผึ้งคว้าเกือบไม่ทัน เธอฉุนนิดหน่อย นิสัยชอบโยนของเมื่อไหร่จะเลิกซะที เธอบอกหลายครั้งแล้วให้ส่งถึงมือดีๆ หรือวางบนโต๊ะอาหารก็ได้
“โห...” ผึ้งตาโตเลื่อนผ่านข้อความและภาพนับสิบ
“สมควรไหมล่ะ ที่ผมบล็อก นี่พนักงานจัดงานแต่งหรือเจ้ากรรมนายเวรวะ” ชานนสบถ
ผึ้งทั้งสยองทั้งขำ ขนาดคุณนนตอบกลับไปว่าอีกสิบห้านาทีค่อยคุย พอสิบห้านาทีเป๊ะ นุชก็ทักมาจิกทวงเรื่องจะเลือกผ้าเช็ดหน้าหรือดอกไม้ติดกระเป๋าเสื้อเจ้าบ่าว พอชานนตอบว่าผ้าเช็ดหน้า สักพักคุณนุชก็ส่งลายผ้ามาเพียบ ขอคำตอบว่าจะเอาลายไหน พอชานนเลือกหนึ่งในนั้น ซึ่งผึ้งคิดว่าน่าจะเลือกมั่วเพราะเวลาตอบกลับห่างไม่ถึงนาที คุณนุชก็บอกว่าผ้าเช็ดหน้าโทนสีไม่เข้ากับลายเนคไท ถ้าจะเอาลายนี้ต้องเปลี่ยนเนคไทใหม่ และข้อความอื่นๆ อีกมากมาย
อย่าว่าแต่คนใจร้อนอย่างคุณนนจะรำคาญ ผึ้งยังปวดหัว
“ชานนมีปัญหาเรื่องจัดงานแต่งหรือ” ชูวับจิบกาแฟ แหม กาแฟของแฟนนี่บริการจัง ชงเสิร์ฟด้วยตัวเอง ทีของพ่อล่ะสั่งลูกจ้าง
“เปล่าครับ ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ” ชานนรีบปฏิเสธ
“ไม่มีจริงๆ ค่ะพ่อ คุณนนแค่รำคาญพนักงานเวดดิ้งสตูดิโอที่ดูแลงานแต่งเท่านั้นค่ะ” ผึ้งช่วยแก้ตัวอีกคน พ่อเธอคัดค้านเรื่องการแต่งงานตั้งแต่ต้น เพราะชานนไม่ได้รักเธอ แต่ผึ้งดื้ออยากแต่งงานกับชานนให้ได้
“แน่นะ” ชูวับหรี่ตามองว่าที่ลูกเขย
ผึ้งส่งมือถือที่ยังเปิดค้างหน้าแชทให้พ่ออ่าน คุณชูวับเลื่อนดูคร่าวๆ แล้วอ้าปากค้าง
“ขนาดนี้เลยหรือ ตื๊อยิ่งกว่าพวกผู้หญิงที่ตามเกาะผู้ชายอีก” ชูวับหลอกถาม ชานนหล่อมาก มีผู้หญิงตามตื๊อพอควร อาจเป็นพวกเอางานมาอ้างก็ได้
“ไม่หรอกค่ะ คุณนุชสวยมาก เท่าที่รู้ผู้ชายจีบเพียบ” ผึ้งแก้ตัวแทนนุช แต่ในใจนึกถึงผู้ชายที่เข้ามาจีบ พอเจอตัวจริงกับความเยอะ เผ่นหายกันหมด
“ผู้หญิงคนนี้สติสมประกอบรึเปล่าเนี่ย” ชูวับสงสัย
“ไม่ค่ะ / เปล่าครับ” ผึ้งกับชานนตอบพร้อมกัน
ผึ้งกับชานนสบตากันและหัวเราะออกมาอย่างพร้อมเพรียง ไม่บ่อยที่พวกเขาจะมีความเห็นตรงกัน คำว่า ‘สติไม่สมประกอบ’ น่าจะเป็นคำที่ตรงกับพนักงานเวดดิ้งสตูดิโอที่สุดแล้ว
...........................................
ผึ้งไม่กล้าจู้จี้กับแฟนหนุ่ม เลยแกล้งนัดเจอคุณนุชเวลาเดียวกับผึ้งจะแวะไปหาชานนที่ทำงาน ในหนึ่งอาทิตย์ชานนจะแวะเข้าบริษัท 2-3 ครั้ง ส่วนใหญ่อยู่ไซต์ก่อสร้างหรือไปช่วยดูแลกิจการอาบอบนวดของคุณชูวับ
“ยัยนี่มาได้ไง” ชานนขมวดคิ้วมองยัยจุ้นจ้าน
“ผึ้งนัดมาเองค่ะ คุณนุชจะมาคุยเรื่องเค้กแต่งงานกับของชำร่วยวันงานค่ะ”
นุชสอดแทรกตีเนียนจนชานนเผลอเลือกเนคไทกับผ้าเช็ดหน้าเข้าคู่กันตั้งแต่ตอนไหนเจ้าตัวยังไม่รู้
คุยกันจบ เลยเวลาอาหารเที่ยงไปนิดหน่อย
ชานนกับผึ้งจึงควงกันออกไปหามื้อเที่ยงกิน นุชหอบแฟ้มเดินตามต้อยๆ
“คุณตามมาทำไมเนี่ย ที่จอดรถอยู่อีกทาง” ชานนเหลียวหลังมอง
“นุชจะไปทานด้วยค่ะ” นุชยิ้มแป้น
“...............” ชานนกับผึ้งมองหน้ากันด้วยความอึ้ง
“ไม่ต้องห่วงค่ะ นุชจ่ายค่าอาหารส่วนของนุชเอง”
ไม่ได้ถาม... เขาสงสัยกันว่าเธอตามมาด้วยทำไมต่างหาก
“ค่าอาหารมื้อเดียว เดี๋ยวผึ้งเลี้ยงเองค่ะ” ผึ้งพยายามไกล่เกลี่ย
“ผมว่าผมมารยาทต่ำแล้วนะ คุณนี่ยิ่งกว่าผมอีก” ชานนละเหี่ยใจจนกลายเป็นขำ
สุดท้าย นุชก็เสนอหน้าไปนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับลูกค้าหน้าตาเฉย
ทั้งชานนและผึ้งรู้สึกคิดผิดที่ยอมให้คุณนุชตามมาทานข้าวด้วย เธอจุ้นจ้านวุ่นวายมาก ถามนั่นนี่ไม่หยุดปาก หลายครั้งผึ้งต้องแอบจับมือแฟนหนุ่มใต้โต๊ะ
“ทนหน่อยค่ะ แค่ครึ่งชั่วโมงเอง” ผึ้งกระซิบ
ชานนกัดฟันกรอดจนกรามกระตุก เมื่อนุชถามว่าเขาใช้เบาะรถสีอะไร เขาจะใช้เบาะรถสีไหนแล้วเสือกอะไรด้วยวะ แล้วมีใครที่ไหนถามประหลาดยังงี้ ปกติเค้ามีแต่ถามว่าใช้รถอะไร ยี่ห้อไหน นี่ดันถามว่าเบาะรถสีอะไร
ทานข้าวเรียบร้อย ผึ้งรอเช็คบิล ชานนเลยขอตัวไปทำงานไซต์ก่อสร้างก่อน
เขาได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงก๊อกแก๊กตามหลัง คงไม่ใช่หรอกมั้ง อาจเป็นพนักงานออฟฟิศบริษัทเขาก็ได้ แต่เสียงมันตามเขามาทางเดียวกันเลยนี่หว่า ชานนเลยหันขวับไปเจอพนักงานเวดดิ้งสตูดิโอหอบแฟ้มเอกสารพยายามวิ่งตามเขาให้ทัน
ป๊าดดดด ตามมาทำไมอีก ?
“คุณลืมอะไรรึเปล่า” ชานนระงับสติอารมณ์ถามอย่างสุภาพ
“นุชอยากเห็นสีเบาะรถคุณชานนค่ะ” นุชพูดพลางหอบหายใจด้วยความเหนื่อย
ยัง...ยังไม่จบกับสีเบาะรถของเขาอีก
นุชเอียงซ้ายเอียงขวามองรอบรถกระบะของชานน เธอจ้องเข้าไปภายในรถอย่างสอดรู้สอดเห็น แคปหลังที่เป็นเบาะยัดข้าวของสุมไว้เต็ม รถคันนี้นั่งได้แค่สองคนสินะ
ชานนขี้เกียจสนใจ แถมอยากรีบไปทำงานต่อด้วย เลยเข้าไปนั่งที่คนขับเตรียมสตาร์ทรถ
เดี๋ยว !!! ยัยนี่ขึ้นมานั่งข้างที่นั่งคนขับได้ยังไง
ชานนถลึงตาใส่ แต่นุชยิ้มหวานกลับหน้าตาเฉย ช่างแม่ง จะไล่ลงตอนนี้เดี๋ยวไปทำงานช้า ไม่สิ นี่กว่าจะถึงคงช้ากว่าเวลานัดช่างคุมงานแล้ว ชานนจึงขับรถออกไปโดยมีนุชติดรถไปด้วย
...........................................