จะโทรมาทำห่าอะไร

1280 Words
จนแล้วจนรอด คุณชานนยังไม่ยอมไปลองชุดเจ้าบ่าว เรื่องอื่นเจ้าสาวยังตัดสินใจคนเดียวได้ แต่ชุดเจ้าบ่าวสั่งตัดยังไงเจ้าตัวก็ต้องไปลองเอง นุชโทรตามหลายรอบ “ผมอยู่ไซต์ก่อสร้างโว้ย จะโทรมาทำห่าอะไร” ชานนตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องอ๊อกเหล็ก สักพักนุชได้รับข้อความว่า 'มีอะไรส่งข้อความทาง Facebook' 'ว่างจะเข้าไปอ่านเอง' โอเคค่ะ ส่งข้อความทางนั้นก็ได้ อ้าว ไหงนุชโดนบล็อกแชทล่ะ ? นุชทำอะไรผิด คุณชานนบอกให้ส่งทางแชทเองไม่ใช่หรือค้า ตอนคุณผึ้งแวะมาคุยเรื่องอาหารในงานแต่ง นุชเลยบ่นให้ฟัง “นุชติดต่อคุณชานนไม่ได้เลยค่ะ โทรไปก็โดนด่า ไลน์ไปก็บอกว่าเป็นไลน์กลุ่มจะรบกวนคนอื่น แชทเฟซบุ้คก็โดนบล็อก” “คุณนุชใจเย็นค่ะ พิธีแต่งงานยังอีกตั้งหลายเดือน ตัดชุดเจ้าบ่าวทันแน่ค่ะ” ผึ้งเป็นฝ่ายต้องปลอบใจนุชซะเอง เธอก็ร้อนใจเพราะชุดเจ้าสาวเกือบตัดเย็บเสร็จแล้ว “ใช่ค่ะ แต่นุชอยากให้เจ้าบ่าวแต่งชุดเดียวกับวันงานเพื่อทำวีดีโอพรีเซนเทชั่นค่ะ” “ค่ะ ค่ะ เดี๋ยวผึ้งจะถามคุณนนเอง” ........................................... ผึ้งรอจังหวะว่าที่สามีอารมณ์ดี เขากำลังทานอาหารเช้าและเตรียมออกไปทำงาน “คุณนุชโอดครวญว่าคุณชานนบล็อกแชทเธอหรือคะ เกิดอะไรขึ้น” ผึ้งเสิร์ฟกาแฟร้อนใส่เวย์โปรตีน “คุณดูเอาเองละกัน” ชานนกดเปิดแชทและโยนมือถือใส่ผึ้ง ผึ้งคว้าเกือบไม่ทัน เธอฉุนนิดหน่อย นิสัยชอบโยนของเมื่อไหร่จะเลิกซะที เธอบอกหลายครั้งแล้วให้ส่งถึงมือดีๆ หรือวางบนโต๊ะอาหารก็ได้ “โห...” ผึ้งตาโตเลื่อนผ่านข้อความและภาพนับสิบ “สมควรไหมล่ะ ที่ผมบล็อก นี่พนักงานจัดงานแต่งหรือเจ้ากรรมนายเวรวะ” ชานนสบถ ผึ้งทั้งสยองทั้งขำ ขนาดคุณนนตอบกลับไปว่าอีกสิบห้านาทีค่อยคุย พอสิบห้านาทีเป๊ะ นุชก็ทักมาจิกทวงเรื่องจะเลือกผ้าเช็ดหน้าหรือดอกไม้ติดกระเป๋าเสื้อเจ้าบ่าว พอชานนตอบว่าผ้าเช็ดหน้า สักพักคุณนุชก็ส่งลายผ้ามาเพียบ ขอคำตอบว่าจะเอาลายไหน พอชานนเลือกหนึ่งในนั้น ซึ่งผึ้งคิดว่าน่าจะเลือกมั่วเพราะเวลาตอบกลับห่างไม่ถึงนาที คุณนุชก็บอกว่าผ้าเช็ดหน้าโทนสีไม่เข้ากับลายเนคไท ถ้าจะเอาลายนี้ต้องเปลี่ยนเนคไทใหม่ และข้อความอื่นๆ อีกมากมาย อย่าว่าแต่คนใจร้อนอย่างคุณนนจะรำคาญ ผึ้งยังปวดหัว “ชานนมีปัญหาเรื่องจัดงานแต่งหรือ” ชูวับจิบกาแฟ แหม กาแฟของแฟนนี่บริการจัง ชงเสิร์ฟด้วยตัวเอง ทีของพ่อล่ะสั่งลูกจ้าง “เปล่าครับ ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ” ชานนรีบปฏิเสธ “ไม่มีจริงๆ ค่ะพ่อ คุณนนแค่รำคาญพนักงานเวดดิ้งสตูดิโอที่ดูแลงานแต่งเท่านั้นค่ะ” ผึ้งช่วยแก้ตัวอีกคน พ่อเธอคัดค้านเรื่องการแต่งงานตั้งแต่ต้น เพราะชานนไม่ได้รักเธอ แต่ผึ้งดื้ออยากแต่งงานกับชานนให้ได้ “แน่นะ” ชูวับหรี่ตามองว่าที่ลูกเขย ผึ้งส่งมือถือที่ยังเปิดค้างหน้าแชทให้พ่ออ่าน คุณชูวับเลื่อนดูคร่าวๆ แล้วอ้าปากค้าง “ขนาดนี้เลยหรือ ตื๊อยิ่งกว่าพวกผู้หญิงที่ตามเกาะผู้ชายอีก” ชูวับหลอกถาม ชานนหล่อมาก มีผู้หญิงตามตื๊อพอควร อาจเป็นพวกเอางานมาอ้างก็ได้ “ไม่หรอกค่ะ คุณนุชสวยมาก เท่าที่รู้ผู้ชายจีบเพียบ” ผึ้งแก้ตัวแทนนุช แต่ในใจนึกถึงผู้ชายที่เข้ามาจีบ พอเจอตัวจริงกับความเยอะ เผ่นหายกันหมด “ผู้หญิงคนนี้สติสมประกอบรึเปล่าเนี่ย” ชูวับสงสัย “ไม่ค่ะ / เปล่าครับ” ผึ้งกับชานนตอบพร้อมกัน ผึ้งกับชานนสบตากันและหัวเราะออกมาอย่างพร้อมเพรียง ไม่บ่อยที่พวกเขาจะมีความเห็นตรงกัน คำว่า ‘สติไม่สมประกอบ’ น่าจะเป็นคำที่ตรงกับพนักงานเวดดิ้งสตูดิโอที่สุดแล้ว ........................................... ผึ้งไม่กล้าจู้จี้กับแฟนหนุ่ม เลยแกล้งนัดเจอคุณนุชเวลาเดียวกับผึ้งจะแวะไปหาชานนที่ทำงาน ในหนึ่งอาทิตย์ชานนจะแวะเข้าบริษัท 2-3 ครั้ง ส่วนใหญ่อยู่ไซต์ก่อสร้างหรือไปช่วยดูแลกิจการอาบอบนวดของคุณชูวับ “ยัยนี่มาได้ไง” ชานนขมวดคิ้วมองยัยจุ้นจ้าน “ผึ้งนัดมาเองค่ะ คุณนุชจะมาคุยเรื่องเค้กแต่งงานกับของชำร่วยวันงานค่ะ” นุชสอดแทรกตีเนียนจนชานนเผลอเลือกเนคไทกับผ้าเช็ดหน้าเข้าคู่กันตั้งแต่ตอนไหนเจ้าตัวยังไม่รู้ คุยกันจบ เลยเวลาอาหารเที่ยงไปนิดหน่อย ชานนกับผึ้งจึงควงกันออกไปหามื้อเที่ยงกิน นุชหอบแฟ้มเดินตามต้อยๆ “คุณตามมาทำไมเนี่ย ที่จอดรถอยู่อีกทาง” ชานนเหลียวหลังมอง “นุชจะไปทานด้วยค่ะ” นุชยิ้มแป้น “...............” ชานนกับผึ้งมองหน้ากันด้วยความอึ้ง “ไม่ต้องห่วงค่ะ นุชจ่ายค่าอาหารส่วนของนุชเอง” ไม่ได้ถาม... เขาสงสัยกันว่าเธอตามมาด้วยทำไมต่างหาก “ค่าอาหารมื้อเดียว เดี๋ยวผึ้งเลี้ยงเองค่ะ” ผึ้งพยายามไกล่เกลี่ย “ผมว่าผมมารยาทต่ำแล้วนะ คุณนี่ยิ่งกว่าผมอีก” ชานนละเหี่ยใจจนกลายเป็นขำ สุดท้าย นุชก็เสนอหน้าไปนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับลูกค้าหน้าตาเฉย ทั้งชานนและผึ้งรู้สึกคิดผิดที่ยอมให้คุณนุชตามมาทานข้าวด้วย เธอจุ้นจ้านวุ่นวายมาก ถามนั่นนี่ไม่หยุดปาก หลายครั้งผึ้งต้องแอบจับมือแฟนหนุ่มใต้โต๊ะ “ทนหน่อยค่ะ แค่ครึ่งชั่วโมงเอง” ผึ้งกระซิบ ชานนกัดฟันกรอดจนกรามกระตุก เมื่อนุชถามว่าเขาใช้เบาะรถสีอะไร เขาจะใช้เบาะรถสีไหนแล้วเสือกอะไรด้วยวะ แล้วมีใครที่ไหนถามประหลาดยังงี้ ปกติเค้ามีแต่ถามว่าใช้รถอะไร ยี่ห้อไหน นี่ดันถามว่าเบาะรถสีอะไร ทานข้าวเรียบร้อย ผึ้งรอเช็คบิล ชานนเลยขอตัวไปทำงานไซต์ก่อสร้างก่อน เขาได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงก๊อกแก๊กตามหลัง คงไม่ใช่หรอกมั้ง อาจเป็นพนักงานออฟฟิศบริษัทเขาก็ได้ แต่เสียงมันตามเขามาทางเดียวกันเลยนี่หว่า ชานนเลยหันขวับไปเจอพนักงานเวดดิ้งสตูดิโอหอบแฟ้มเอกสารพยายามวิ่งตามเขาให้ทัน ป๊าดดดด ตามมาทำไมอีก ? “คุณลืมอะไรรึเปล่า” ชานนระงับสติอารมณ์ถามอย่างสุภาพ “นุชอยากเห็นสีเบาะรถคุณชานนค่ะ” นุชพูดพลางหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ยัง...ยังไม่จบกับสีเบาะรถของเขาอีก นุชเอียงซ้ายเอียงขวามองรอบรถกระบะของชานน เธอจ้องเข้าไปภายในรถอย่างสอดรู้สอดเห็น แคปหลังที่เป็นเบาะยัดข้าวของสุมไว้เต็ม รถคันนี้นั่งได้แค่สองคนสินะ ชานนขี้เกียจสนใจ แถมอยากรีบไปทำงานต่อด้วย เลยเข้าไปนั่งที่คนขับเตรียมสตาร์ทรถ เดี๋ยว !!! ยัยนี่ขึ้นมานั่งข้างที่นั่งคนขับได้ยังไง ชานนถลึงตาใส่ แต่นุชยิ้มหวานกลับหน้าตาเฉย ช่างแม่ง จะไล่ลงตอนนี้เดี๋ยวไปทำงานช้า ไม่สิ นี่กว่าจะถึงคงช้ากว่าเวลานัดช่างคุมงานแล้ว ชานนจึงขับรถออกไปโดยมีนุชติดรถไปด้วย ...........................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD