ห้าวันต่อมา นุชติดต่อคุณผึ้งมาทดลองแต่งหน้าอีกครั้ง เธอแอบกระซิบบอกว่าแค่ทดลองสไตล์แต่งหน้า ไม่ต้องนัดช่างแต่งหน้าของคุณผึ้งมา
“เอ๋ แต่...” ผึ้งลังเล
“เรียกมาแต่ละครั้งเสียค่าใช้จ่ายพอควรนะคะ ลองใช้ช่างแต่งหน้าของสตูดิโอก่อน ถูกใจเมื่อไหร่ค่อยถ่ายภาพเป็นตัวอย่างให้ช่างแต่งหน้าของคุณผึ้งทำตามก็ได้ค่ะ”
ผึ้งยอมทำตามนั้น พอมาถึงเธอถูกจับลองชุดวิวาห์เซทใหม่สีพื้นขาวครีมฟูบานคล้ายชุดเดิม หากลวดลายดอกไม้สีชมพูสวยหวานกลายเป็นลายเส้นสีทองปนแดงคมกริบคล้ายลวดลายจีน ผึ้งงุนงงจนตั้งตัวไม่ติด
เธอถูกจับลองรองเท้าสามคู่โทนสีแดงเอิร์ธโทนหากสไตล์หวานละมุน พอสวมเข้ากับชุดวิวาห์สไตล์ยุโรปลายจีนกลับเข้ากันอย่างน่าทึ่ง ผึ้งพอใจมาก
นุชเริ่มคุยเรื่องเลือกเครื่องประดับ จนผึ้งสงสัยว่าแล้วเรื่องแต่งหน้าล่ะ
จนหาเครื่องประดับคร่าวๆ จัดทรงผมเสียบระย้ามีผ้าไหมพลิ้วสวยสีขาว แซมริบบิ้นสีแดงและเชือกสีทองอร่าม แทนผ้าคลุมผมและเหมาะกับชุดวิวาห์มากกว่าเซทเดิมอีก
ว่าที่เจ้าสาวลุกขึ้นหมุนตัวหน้ากระจกเงา
“เอาแบบนี้เลยค่ะ” ผึ้งตื่นเต้นดีใจ
“ได้ค่ะ คุณผึ้งเลือกไซส์รองเท้า แล้วซื้อไปใส่เลยนะคะ หากคุณผึ้งไม่มีปัญหา นุชแนะนำให้ซื้อสองคู่ค่ะ”
“เรื่องแต่งหน้าล่ะคะ” ผึ้งวกกลับเข้าเรื่องเดิม สาเหตุที่นัดเธอมาวันนี้ให้มาลองแต่งหน้าไม่ใช่หรือ นี่ชุดเจ้าสาวเซทใหม่รวมเป็นเงินเกือบแสนเชียวนะ ยังไม่ได้ลองแต่งหน้าเลย
“เอ๊ะ คุณผึ้งไม่ชอบการแต่งหน้าสไตล์นี้หรือคะ” นุชยังใจเย็นยิ้มหวาน
ผึ้งกำลังพูดว่ายังไม่ได้แต่งหน้าเลยไม่ใช่หรือ เธอหันไปมองกระจกเงาอีกครั้ง ใบหน้าที่เธอเมคอัพมาจากบ้าน ปากแดงสด คิ้วคมเฉียบสีดำ เข้ากับธีมชุดเจ้าสาวเลย ใบหน้าสวยคมเหมาะกับเธอมาก การแต่งหน้าของเธอที่ไม่เหมาะกับชุดเจ้าสาวกระโปรงฟูบานยาวลากพื้น พอเพิ่มความเป็นจีนลงไปนิดหน่อย การแต่งหน้าจัดสไตล์นี้กลับส่งเสริมเจ้าสาวสง่างามเหมือนนางพญา
“คุณนุชหาชุดเจ้าสาวให้เหมาะกับการแต่งหน้าของผึ้งหรือคะ” ผึ้งเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าหนก่อนนุชถ่ายภาพใบหน้าเธอไว้เยอะมาก
“ใช่ค่ะ นุชว่าเหมาะกับคุณผึ้งดี”
ผึ้งซาบซึ้งสุดชีวิต เธอมีปัญหาเรื่องการแต่งหน้ามาตลอด แต่งแนวธรรมชาติกลายเป็นหมวยจืดทุกที ต้องทาปากแดงแต่งหน้าแบบจัดเต็มถึงจะดูสวย
“คุณผึ้งจะล้างเครื่องสำอางแล้วแต่งหน้าใหม่แบบประณีตกว่านี้ไหมคะ”
“ค่ะ ค่ะ ตามคุณนุชว่าเลยค่ะ” ผึ้งยอมเชื่อพนักงานสาวสวยหมดใจ
“ล้างหน้าแล้วคุณนุชทาลิปสติกเอง จากนั้นช่างแต่งหน้าค่อยลงเครื่องสำอางส่วนที่เหลือนะคะ”
ผึ้งมองใบหน้าตัวเองบนกระจกเงา มันมีบางอย่างผิดพลาดแต่ตรงไหนล่ะ หันไปมองคุณนุชเพื่อขอคำปรึกษา เห็นคุณนุชกดแท็บเล็ต ผึ้งเลยไม่กล้ากวน ระหว่างดูแลเธอ คุณนุชต้องรับสายโทรศัพท์และติดต่อลูกค้าคนอื่นเป็นระยะ ผึ้งเลยนั่งรอเงียบๆ
“ลบคิ้วคุณผึ้งออก แค่คิ้วอย่างเดียวนะคะ” นุชบอกช่างแต่งหน้าและเดินออกจากห้องไป
“อ้าว ยังไงล่ะเนี่ย” ผึ้งเหวอ ทิ้งเธอเฉยเลย
“คงติดธุระมั้งคะ เดี๋ยวคุณนุชก็มาค่ะ” ช่างแต่งหน้ายิ้มเก้อๆ
ลบคิ้วออกนานแล้ว คุณนุชยังไม่มาสักที ช่างแต่งหน้าเลยเอาครีมล้างเครื่องสำอางเจ้าสาวออกหมด จากนั้นจึงเริ่มแต่งหน้ากันใหม่โดยเว้นช่วงคิ้วเอาไว้
แต่งหน้าเจ้าสาวเกือบเสร็จ นุชโผล่เข้ามาพร้อมดินสอเขียนคิ้วสีเทาสามแท่งและสีดำหนึ่งแท่ง
“คุณผึ้งลองใช้เขียนคิ้วด้วยตัวเองดูนะคะ” นุชยื่นดินสอเขียนคิ้วทั้งหมดวางบนโต๊ะ
ผึ้งขีดดินสอลงบนผิวที่แขนเพื่อทดสอบสี เธอเขียนคิ้วอย่างตั้งใจ ใช้เวลานานพอควร พอวาดคิ้วเสร็จเท่านั้นแหละ
“สุดยอดมากค่ะ นี่แหละที่ผึ้งต้องการ” ผึ้งอุทาน
ปกติเธอเขียนคิ้วสีดำเข้มไม่เหมาะกับโทนเจ้าสาว ช่างแต่งหน้าเขียนสีน้ำตาลแม้จะสวยแต่ไม่เข้ากับโครงหน้าและลิปสติกสีแดง พอใช้สีเทาและลงปลายคิ้วด้วยสีดำจึงลงตัวพอดี
“คุณผึ้งเอาดินสอเขียนคิ้วพวกนี้ไปลองหัดวาดคิ้วเองที่บ้านนะคะ ทำบ่อยๆ จะได้คล่อง วันงานคุณผึ้งเขียนคิ้วกับทาลิปสติกเองสะดวกไหมคะ” นุชยิ้มหวาน
“คุณนุชออกไปซื้อที่ห้างมาหรือคะ”
“ใช่ค่ะ” นุชดื่มน้ำเย็นคลายเหนื่อย
“ค่าดินสอเขียนคิ้วเท่าไหร่คะ”
“นี่ค่ะ” นุชวางใบเสร็จบนโต๊ะ
ผึ้งจ่ายค่าดินสอเขียนคิ้วและตบรางวัลเพิ่มให้นุชอีกจำนวนหนึ่ง
...........................................
รุ่นพี่ที่โอนลูกค้าพระจันทร์ให้นุช ทึ่งมากกกกกก
“นุช นุชทำได้ยังไง”
“คะ ?”
“ลูกของมาเฟียนั่นไง เรื่องมากจะตาย จนพี่รับมือไม่ไหว นุชทำยังไงให้เค้าพอใจ แถมยังยอมเปลี่ยนมาใช้ช่างแต่งหน้าของบริษัทเราอีก”
“อ้อ ลูกค้าคนนั้น เค้าเรื่องมากหรือคะ นุชว่าปกตินะคะ สวยแถมนิสัยดีด้วย สปอร์ตอีกต่างหาก จ่ายทิปให้นุชทีเป็นพันเลยค่ะ”
ตั้งแต่นุชรับหน้าที่ดูแลคุณผึ้ง ทุกคนโล่งใจไปตามกัน นุชรับมือได้ทุกสถานการณ์ จากลูกค้าเรื่องมากเอาแต่ใจ กลายเป็นคุณนายสายเปย์ไปเรียบร้อย
เฉพาะเจ้าสาวนะ ไม่นับเจ้าบ่าวนิสัยพระจันทร์
ชานนนั่งไขว่ห้างบนโซฟา ลองชุดเจ้าสาวทำไมต้องลากเขามาด้วยวะ ยัยนุชอะไรนี่ก็จุ้นจ้านวุ่นวายจริง
“ผึ้งขอไปลองชุดก่อนนะคะ คุณนน” ผึ้งเข้าไปลองชุดเจ้าสาวที่สั่งตัดตามขนาดรูปร่างของเธอ
นุชนั่งยิ้มแป้นบนโซฟาฝั่งตรงข้าม
“ว่างรึไง มานั่งยิ้มอยู่ได้” ชานนเหวี่ยงแบบไม่มีสาเหตุ
“ไม่ว่างค่ะ นุชรอคุณชานนเลือกชุดเจ้าบ่าวอยู่ไงคะ”
“คุณเลือกเก่งไม่ใช่หรือ เลือกให้ผมละกัน”
“คุณชานนอยากได้แนวไหนคะ ถ้าคิดไม่ออกบอกโทนสีมาก็ได้ค่ะ เดี๋ยวนุชช่วยเลือก”
“ชุดไหนคุณได้เปอร์เซนต์เยอะก็เอาชุดนั้นแหละ อยากได้นักนี่ เงินน่ะ” ชานนกระแทกเสียงใส่
นุชดึงแฟ้มภาพชุดเจ้าบ่าวกลับ เธอก้มหน้ามองโต๊ะโดยไม่พูดไม่จาอีก
เห็นยัยจุ้นจ้านเงียบไปนาน ชานนชักเอะใจ เขาพูดแรงไปรึเปล่าเนี่ย
“คุณเป็นอะไรรึเปล่า คุณนุช”
“คือ...นุชเลือกไม่ถูกค่ะ ชุดแบรนด์นี้ราคาปานกลางนุชได้ 30% อีกแบรนด์หรูและตัดเย็บดีกว่า ราคาสูงพอควรแต่นุชได้แค่ 7% เองค่ะ นุชเลยตัดสินใจไม่ได้ว่าควรเลือกแบรนด์ไหนนุชถึงจะได้เงินเยอะที่สุดค่ะ” นุชทำหน้าหนักใจ
ห๊ะ ยัยนี่บ้ารึเปล่าเนี่ย ชานนอึ้งไปนาน พอตั้งสติได้ก็หัวเราะดังลั่น
เขาหัวเราะเสียงดัง จนเจ้าสาวที่กำลังลองชุดวิวาห์โผล่หน้าออกมาดู พอเห็นเจ้าบ่าวหัวเราะ ผึ้งก็อมยิ้ม ท่าทางคุณนุชจะเอาคุณนนอยู่แฮะ ค่อยยังชั่วหน่อย
...........................................