ตอนที่ 1 สนใจจะไปเดทกับฉันไหม

1784 Words
เสียงหัวเราะดังลั่นโต๊ะเมื่อแก้วเบียร์ใบใหญ่ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเธออีกครั้ง “ดื่ม! รอบนี้คุณแพ้อีกแล้วนะคีริน!” “เอ้า ๆ อย่าหนีสิ! กติกาคือกติกา” คีรินทำหน้าเบ้ มือเรียวยกแก้วขึ้นช้า ๆ “ก็รู้กันอยู่ว่าฉันคออ่อน… เล่นอะไรก็แพ้ แล้วนี่จะให้ฉันกลับบ้านยังไงล่ะ?” เพื่อนชายอีกคนรีบแซว “ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวหาคนไปส่ง… หรือไม่ก็ไปนอนที่โรงแรมแถวนี้เลยเป็นไง ฮ่า ๆ ๆ” “เฮ้ย! พูดบ้าอะไรเนี่ย” เกศรารีบแทรกขึ้น สีหน้าดุเล็กน้อย “คีรินเมาแล้วนะ พวกแกยังจะมอมกันอีกเหรอ หากเธอกลับบ้านไม่ไหวจริง ๆ จะทำยังไง” “โธ่เกศ ก็แค่ล้อเล่นสนุก ๆ เอง” อีกคนหัวเราะพลางยกมือยอมแพ้ “คีรินก็โตแล้วนะ ไม่ใช่เด็ก ๆ สักหน่อย” “โตแล้วก็ใช่ว่าจะปลอดภัยนะย๊ะ” เกศราสวนกลับทันควัน ก่อนหันไปมองเพื่อนสาวที่นั่งหน้ามึนพิงพนักเก้าอี้ “คีริน เป็นไงบ้าง ยังไหวอยู่หรือเปล่า” คีรินยกมือปัดเบา ๆ “ฉันไหว… แต่ไม่อยากดื่มแล้วอะ…” น้ำเสียงขุ่นมัวปนเหนื่อยหน่าย เรียกเสียงหัวเราะจากโต๊ะทั้งวง “ได้ ๆ ไม่แกล้งแล้วครับ ฮ่าๆ” เพื่อนชายคนเดิมพูดพลางยกมือยอมแพ้อีกครั้ง “แต่บอกเลยนะ เวลาคีรินเมาแบบนี้น่ารักกว่าตอนทำหน้าขรึมตั้งเยอะ” “จริงด้วย” อีกคนเสริม “ปกตินี่เหมือนเจ๊ดุประจำแผนก แต่ตอนนี้หน้าแดงเชียว” “เลิกแซวเธอได้แล้วน่า” เกศราหันไปดุอีกครั้ง แต่ก็อดหัวเราะตามไม่ได้ คีรินพึมพำเสียงเบา “นี่! พวกนาย กล้าว่าฉันเหรอ…” “ฮ่าๆ” ผ่านไปไม่กี่นาทีก็มีเสียงเพลงจากลำโพงในร้านดังขึ้น คีรินที่คออ่อนจนเมาเละได้ลุกพรวดจากเก้าอี้ เธอหยิบไมค์ที่วางอยู่กลางโต๊ะขึ้นมาโดยไม่สนสายตาใคร เสียงเพลงเปิดท่อนฮิตพอดี หญิงสาวร้องออกมาเสียงดังพร้อมกับโยกตัวเต้นไปมาอย่างไม่สนใจโลก “โว้ววววววว~!” เสียงเฮลั่นโต๊ะดังขึ้นทันที เพื่อนร่วมงานหลายคนหัวเราะท้องแข็ง บางคนรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอไว้ “ดู ๆ ๆ นาน ๆ ทีจะได้เห็นบรรยายกาศแบบนี้จากเธอ!” “5555 เออว่ะ ปกติทำหน้าเข้มเหมือนจะไปบวชชี แต่นี่คืออะไรเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ” “ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นคีรินเวอร์ชั่นหลุดโลกแบบนี้” ฮ่า ๆ เกศราที่นั่งมองเพื่อนสาวทำหน้าไม่เชื่อสายตา “โอ๊ยย… ตายแน่ พรุ่งนี้ได้อายกันทั้งออฟฟิศ” นนท์เพื่อนชายที่เป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องมอมเหล้ายกแก้วหัวเราะลั่น “เห็นไหมเกศ! ถึงพวกเราไม่แกล้ง เธอก็ลุกมาเต้นเองอยู่ดี ฮ่า ๆ ๆ” “แกนั่นแหละตัวดี” เกศราส่ายหน้า แต่ก็อดยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายตามไม่ได้ รอยยิ้มผุดขึ้นมุมปากอย่างห้ามไม่อยู่ “แต่คีรินเวอร์ชันนี้…ก็ไม่เลวนะ ฮ่าๆ” ท่ามกลางเสียงหัวเราะ ภาพเบื้องหน้าเป็นหญิงสาวในชุดสูทพนักงานออฟฟิศยืนถือไมค์ร้องเพลงเสียงเพี้ยนพร้อมกับเต้นหมุนไปมาจนเกือบล้ม เพื่อนร่วมงานรีบวิ่งไปประคอง ก่อนจะมีเสียงหัวเราะดังตามมาไม่หยุด เสียงเฮฮายังดังไม่ขาดสาย คีรินร้องเพลงไป โยกตัวไปอย่างเมามาย เสียงหัวเราะและเสียงปรบมือจากโต๊ะเพื่อนสนิทดังขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทว่า… โต๊ะอีกฝั่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยเพื่อนร่วมงานอีกกลุ่มกลับหันมามองด้วยสายตาดูแคลน “โธ่… นึกว่าเธอจะเป็นคนสุขุม จริง ๆ ก็ไม่ต่างจากพวกชอบเรียกร้องความสนใจ” เมษา “ฮ่า ๆ ดูสิ ร้องก็เพี้ยน น่าไม่อายจริงๆ” ฟางขวัญกล่าวต่อ “อายแทนชะมัด” เสียงหัวเราะเยาะดังแทรกเข้ามา ทำให้บรรยากาศชั่วขณะชะงักไปเล็กน้อย ราวกับมีใครเอาน้ำเย็นมาสาดใส่ แต่พวกเพื่อนโต๊ะคีรินกลับทำเป็นไม่สนใจ พากันหัวเราะตอกกลับด้วยความสนุกสนาน เกศรากอดอก มองกลุ่มคนที่พูดจาแซะพลางเชิดหน้า “อย่าไปสนใจเลยคีริน… ก็แค่พวกขี้อิจฉาน่ะ” คีรินฝืนยิ้มเหมือนไม่ได้ยินอะไร ทั้งที่ในใจรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนมีใครเอามีดกรีดลงไปช้า ๆ เสียงหัวเราะเยาะยังดังสะท้อนอยู่ในหู แต่เธอกลับยกแก้วน้ำขึ้นจิบแทนที่จะตอบโต้ ทำเหมือนทุกอย่างไม่กระทบอะไรกับตนเอง “ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” เสียงของเธอสั่นนิด ๆ เกศราหันมามองด้วยแววตาเป็นห่วง แต่ก็พยักหน้าเบา ๆ ไม่ถามอะไรเพิ่ม ปล่อยให้คีรินได้ถอยออกมาจากวงสนทนาที่อึดอัด เมื่อก้าวพ้นประตูห้องออกมา เสียงหัวเราะคิกคักจากโต๊ะเหล่านั้นก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เธอหายใจแรงเหมือนพยายามสลัดความรู้สึกไม่ดีออกไป ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจนผมหน้าม้าเปียกแนบแก้ม “เฮ้อ…” ร่างบางถอนหายใจยาว พยายามบอกตัวเองว่า ช่างมันเถอะ… แต่ขากลับคีรินกลับไม่เลือกเดินไปยังโต๊ะตัวเอง ท้องไส้ยังแปรปรวนจากเบียร์ที่ดื่มมากเกินไป เธอจึงคิดจะออกไปสูดอากาศข้างนอกแทน เผื่ออาการเวียนหัวจะดีขึ้นบ้าง ทันใดนั้น ประตูร้านจึงถูกผลักออก เสียงอึกทึกคึกโครมพลันกลายเป็นความเงียบสงบของถนนด้านนอก ไฟถนนสลัวกับลมยามค่ำคืนตีเข้ามาเต็มหน้า คีรินหลับตาลง สูดลมหายใจลึก ๆ แต่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เธอเซจนต้องเอามือเกาะผนังไว้ คีรินก้าวออกมาถึงริมถนน ลมยามค่ำคืนเย็นเฉียบพัดวูบเข้ามาปะทะผิวหน้า ดวงตาพร่ามัวจากแอลกอฮอล์จนมองเห็นเพียงแสงไฟฟุ้งเบลอ เสียงรถที่แล่นผ่านไปมาเหมือนอยู่ไกลออกไปอีกโลกหนึ่ง เธอพยายามจะก้าวถัดไป แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง ขาอ่อนแรงจนเซไปด้านหน้า ปลายเท้าแทบก้าวลงถนนในเสี้ยววินาที “ระวัง!” เสียงเข้มทุ้มต่ำดังขึ้นใกล้หู ก่อนที่แรงฉุดจากแขนแข็งแรงจะกระชากเธอกลับเข้ามา ร่างบางถูกดึงเข้าหาอกกว้างโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อน ๆ แทรกเข้ามาแทนที่กลิ่น แอลกอฮอล์รอบกาย คีรินเบิกตากว้าง พยายามจะเพ่งมองผ่านความพร่าเลือน แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงโครงหน้าคมเข้มที่ก้มลงมองเธอด้วยสายตาเย็นนิ่ง “อยากตายหรือไง” น้ำเสียงทุ้มกดต่ำ ฟังดูไม่ใช่คำพูดอ่อนโยน แต่กลับมีแววตำหนิที่ทำให้ใจเธอสั่นแปลก ๆ คีรินอ้าปากเหมือนจะเถียง แต่เพราะมึนเกินไป เสียงที่ออกมากลับกลายเป็นเพียงพึมพำแผ่ว ๆ “ฉัน… ฉันแค่ ฉันแค่อยากออกมาเสพบรรยากาศด้านนอก” ชายหนุ่มเลิกคิ้ว มองคนที่ยังพยายามอธิบายทั้งที่แทบยืนไม่ตรง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ “เมาขนาดนี้ยังจะออกมาเดินคนเดียวอีก…” คีรินในสภาพที่แทบยืนไม่ตรง แหงนหน้ามองผู้ชายตรงหน้า ใบหน้าคมสันนั้นเย็นชาเสียจนเธอแทบจะหัวเราะออกมา “นี่… นาย…” เสียงเธอลากยาวเพราะความเมา ก่อนจะยกนิ้วชี้ไปตรงหน้าเขา “โสดไหม?” ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไร สายตาเพียงกดต่ำมองเธอวูบหนึ่งแล้วก็เงียบ นั่นทำให้คีรินหัวเราะร่าเสียงดังจนตัวเองเกือบเสียหลักอีกรอบ “ฮ่า ๆ ๆ ฉันว่าใช่แน่ ๆ โสดสินะ? คงไม่มีใครเอาละมั้ง… หน้าตาแบบนี้ ใครจะกล้าอยู่ด้วย ฉันไม่แปลกใจหรอก!” โรมันไม่ตอบ เขาเพียงหันหน้าหนีไปทางถนนแทน ไม่คิดจะเสียเวลาตอบโต้ ก่อนจะล้วงมือถือออกมา เปิดหน้าจอเช็กข้อความ รอรถจากลูกน้องที่จะมารับเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่หญิงสาวพร่ำ แต่คีรินกลับไม่หยุด เธอยังคงบ่นเรื่อยเปื่อย เสียงเล็ดลอดออกมาเป็นประโยคตัดพ้อที่ปนขำปนเศร้า “เพื่อนร่วมงานนะ… เอาแต่แซะ… หาว่าฉันชอบทำหน้าดุเหมือนเจ๊แก่บ้าง… หรือไม่ก็หัวเราะเวลาฉันทำอะไรพลาด… หาว่าฉันเป็นโสดเพราะทำหน้าดุ ทั้งที่ฉันตั้งใจทำงานหาเงินจนลืมหาความสุขใส่ตัวเองต่างหากล่ะ อีกอย่าง เนื้อคู่น่ะ เดี๋ยวก็มาเอง ฉันเชื่อแบบนั้น” “เหอะ คอยแต่จะจับผิด ฉันร้องเพลงเสียงเพี้ยนแล้วจะทำไม อย่างน้อยงานฉันก็ไม่เคยทำผิดพลาดก็แล้วกัน” เธอยังบ่นไปเรื่อย ๆ ราวกับโลกนี้เหลือแค่เขาที่ต้องทนฟัง ขณะที่โรมันยืนเงียบกริบ สายตาจับจ้องเพียงหน้าจอโทรศัพท์เหมือนไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น แต่ปลายนิ้วที่กำโทรศัพท์แน่นเล็กน้อย กลับแสดงออกว่าเขา ได้ยินทุกคำ “นี่…” คีรินเอียงคอเข้ามาใกล้ ใบหน้าที่แดงจัดจากแอลกอฮอล์เกือบจะชนกับไหล่เขา “เชื่อไหม… ฉันไม่เคยเดทกับผู้ชายมาก่อนเลยนะ” เสียงหัวเราะของเธอแผ่วแหบ แต่แฝงความท้าทายแปลก ๆ ในที “นี่… นายน่ะ… สนใจจะไปเดทกับฉันไหม?” โรมันที่กำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรศัพท์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงไฟถนนอย่างเย็นชา ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ เตรียมจะเอ่ยอะไรสักคำ แต่ยังไม่ทันได้พูด คีรินกลับคว้ามือเขาแน่นแล้วลากออกไปทางฟุตบาทด้านข้างราวกับรู้ทาง “เดี๋ยว…” เสียงทุ้มของเขาหลุดออกมาในจังหวะที่ถูกดึงจนเสียหลักเล็กน้อย โรมันนิ่งไปหนึ่งวินาที ตามปกติถ้าใครมาทำแบบนี้ เขาคงสะบัดมือออกแล้ว แต่ไม่รู้เพราะอะไร เขากลับไม่สลัดออก… กลับปล่อยให้ร่างบางดึงมือเขาเดินนำไปเหมือนต้องมนต์สะกด เสี้ยวหน้าที่หันไปมองเธอแวบหนึ่ง เห็นแค่รอยยิ้มเมามายที่ดูทั้งน่าสงสารและน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน ไฟถนนทอดยาวเหมือนฉากหนัง ทั้งสองเดินหายออกไปในความมืดของค่ำคืนนั้น ในจังหวะเดียวกัน รถยุโรปสีดำเงาวับเลี้ยวมาจอดเทียบหน้าบริษัทใหญ่พอดี คนขับรีบลงจากรถ เปิดประตูฝั่งหลังแล้วกวาดสายตาหาเจ้านายของตน แต่กลับไม่พบใครนอกจากความว่างเปล่า “ท่านโรมัน…?” เขาเรียกเสียงเบา ๆ สีหน้าตื่นเล็กน้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD