รุ่งเช้าในโรงแรมหรู
แสงอ่อนยามเช้าสาดลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามา
กลิ่นหอมสะอาดของผ้าปูที่นอนผสมกับกลิ่นกายบางอย่างที่เธอไม่คุ้นเคย
คีรินขยับตัวเล็กน้อย ความนุ่มของเตียงและความอบอุ่นที่โอบรอบตัวทำให้เธอคิดว่ากำลังฝัน
แต่เมื่อพลิกกายไปอีกด้าน ดวงตาเธอก็ต้องเบิกกว้าง
ชายหนุ่มคนหนึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ
เรือนผมสีดำขลับปรกหน้าผากเล็กน้อย ใบหน้าคมคายและลมหายใจที่สม่ำเสมอทำให้เขาดูสงบจนแทบไม่น่าเชื่อว่า...เธอเพิ่งมี “คืนเดียวกัน” กับเขา
“นี่…ฉันฝันไปหรือเปล่า…”
เสียงพึมพำหลุดจากริมฝีปากเธอเบา ๆ
แต่ความจริงก็โต้กลับทันที
เมื่อชายคนนั้นขยับตัว ดวงตาคมลืมขึ้นช้า ๆ และมองสบกับเธอโดยตรง
คีรินชะงักราวกับเวลาหยุดนิ่ง
หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก ก่อนจะรีบผละออก ลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันที
“ตะ...ตายแล้ว! นี่มันอะไรกันเนี่ย!”
เธอพูดเสียงสั่น ขณะพยายามรวบผ้าห่มมากอดแน่น
ส่วนเขาเพียงมองเธอนิ่ง ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในแววตากลับมีบางอย่างที่ทำให้เธอหายใจติดขัด
คีรินแทบอยากมุดผ้าห่มหนีไปให้พ้นจากโลกนี้
เธอกำลังนั่งกอดผ้าห่มแน่น ขณะที่ชายหนุ่มข้างกายค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง
เสียงผ้าปูเตียงยับเบา ๆ ทำให้เธอเผลอเงยหน้า
และนั่นเองที่ดวงตาคมของเขาสบเข้ากับเธอโดยตรง
ไม่มีรอยยิ้ม
ไม่มีแววล้อเล่น
มีเพียงสายตาเรียบเฉียบแบบคนที่คุมสถานการณ์ไว้หมด
“หวังว่าคุณคงไม่พูดประโยคจำเจแบบในละคร...” เขาพูดเสียงเรียบ นุ่มแต่แฝงแรงกดดัน “อย่างเช่น ‘เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นคะ ฉันจำไม่ได้’ อะไรทำนองนั้น”
คำพูดนั้นทำให้เลือดในกายคีรินสูบฉีด เธอรีบก้มหน้า แก้มร้อนวาบแทบไหม้
“มะ...ไม่ได้จะพูดแบบนั้นซะหน่อย” เธอตอบเสียงเบา ราวกับปฏิเสธตัวเองมากกว่าปฏิเสธเขา
โรมันมองเธออยู่ครู่หนึ่ง
มุมปากเขาเหมือนจะกระตุกขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะหันหน้าหนี พูดเสียงนิ่ง
“ดี เพราะผมไม่ใช่พระเอกในละคร”
บรรยากาศในห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงหัวใจของคีรินที่ดังชัดในอกตัวเอง
เสียงนั้นบอกแค่คำเดียวว่า… เธอเสร็จเขาแล้วจริง ๆ
“ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย ยัยรินเอ้ย…” เธอพึมพำเสียงแผ่ว มือรีบคว้าผ้าห่มมากอดไว้แน่น ก่อนจะลุกขึ้น พลางก้มตัวเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้องอย่างลนลาน
ภาพเมื่อคืนแล่นวาบขึ้นมาในหัว
เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะกล้าทำเรื่องแบบนั้น บนรถของตัวเอง…
แล้วยังมาต่อที่โรงแรมอีก
“ไม่นะ...” คีรินก้มหน้าพึมพำ มือสั่นจนแทบถือเสื้อไม่อยู่
เธอจำได้ทุกอย่าง ทุกสัมผัส ทุกจังหวะ ทุกความร้อนที่แผ่ซ่าน
ทั้งหมดมันไม่ใช่ความฝัน
ขณะที่กำลังรวบเสื้อผ้าเข้าหากัน เสียงทุ้มเรียบของอีกคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“จะไปไหน”
คีรินสะดุ้งสุดตัว หันไปเห็นโรมันในชุดคลุมอาบน้ำสีครีม ยืนพิงขอบเตียงอย่างใจเย็นราวกับอยู่ในบ้านของตัวเอง (แล้วลุกไปใส่มาตอนไหนเนี่ย)
“อะ…เอ่อ ไปทำงานค่ะ” เธอตอบเสียงตะกุกตะกัก พยายามไม่สบตาเขา
ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย “ผมลางานให้คุณแล้ว”
“หา?!”
เธออ้าปากค้างทันที “นี่คุณ…ลางานให้ฉันเนี่ยนะ? คุณเป็นใครกันแน่ แล้วรู้ได้ไงว่าฉันทำงานที่ไหน แล้วคุณลาให้ฉันกับใคร!”
โรมันมองเธอนิ่ง ๆ ก่อนเอ่ยสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เมื่อคืน...คุณเป็นคนบอกผมเอง จำไม่ได้เหรอ?”
คีรินนิ่งค้าง
ภาพบางอย่างคลุมเครือในหัว เสียงหัวเราะ เสียงเพลง และคำพูดพร่ำเพ้อของเธอในรถ...
เธอเริ่มใจเต้นแรงอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว
“ไม่นะ…อย่าบอกนะว่าฉันพูดหมดทุกอย่าง…”
โรมันไม่ตอบ เพียงแค่มองด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
เย็นชาเหมือนเดิม แต่ลึกลงไปในนั้น…กลับมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว
โรมันยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าตื่นของหญิงสาวตรงหน้า
และในเมื่อเธอกำลังหน้าแดงจนพูดไม่ออก เขาก็อดไม่ได้ที่จะ แกล้งต่อ
โรมันก้าวเข้าไปหาช้า ๆ
คีรินสะดุ้งถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนหลังไปชนกระจกใสของห้องพัก
ภาพด้านนอกคือทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ
เมืองใหญ่ในยามเช้าที่รถเริ่มติดและตึกสูงเรียงรายราวกับกรอบภาพ
แสงอาทิตย์สะท้อนผิวกระจกเข้ามาแตะผิวแก้มเธอ
เธอหายใจถี่ขึ้น มือกำผ้าห่มแน่นราวกับมันคือสิ่งเดียวที่ปกป้องเธอได้
เขาใช้มือข้างหนึ่งยันกระจกไว้ข้างศีรษะเธอ เสียงแกรกของข้อมือชนกระจกดังแผ่ว ๆ
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงลมหายใจ
“กลัวอะไร...” เสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยขึ้นช้า ๆ “เมื่อคืนยังกล้า...มากกว่านี้อยู่เลยแท้ ๆ”
ดวงตาของเธอสั่นระริก ริมฝีปากขยับแต่ไม่มีเสียงหลุดออกมา
ขณะที่เงาของสองร่างใกล้กันมากเกินไป
ไม่ทันได้ตั้งตัว โรมันก็โน้มหน้าเข้ามา จูบของเขาไม่เร่าร้อนอย่างเมื่อคืน แต่นุ่ม แน่น และเจตนาเต็มเปี่ยมจนเธอหายใจไม่ทั่วท้อง
คีรินชะงัก หัวใจเต้นแรง ราวกับทุกเสียงในโลกถูกกลืนหาย
เธอรู้ว่าไม่ควร แต่ก็ไม่อาจห้ามตัวเองได้
ปลายนิ้วของเขาแตะผิวแก้มเธอเบา ๆ เหมือนถามว่า “แน่ใจไหม”
และคำตอบของเธอก็อยู่ในแววตาที่หลุบลงพร้อมจูบตอบกลับ
ครั้งนี้ไม่เหมือนเมื่อคืน เพราะเธอรู้ทุกอย่างดี รู้ว่ากำลังตอบรับเขาอย่างมีสติ
และนั่นยิ่งทำให้ทุกอย่างสั่นไหวกว่าเดิม
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านกระจกใส สาดลงบนร่างทั้งสอง
ก่อนที่ผ้าห่มที่คิรินคุมตัวไว้ จะหลุดล่วงลงพื้น และเธอก็ไม่ปฎิเสธเขาเช่นกัน
โรมันสบตาเธออีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ ประคองร่างบางให้ถอยไปยังเตียงด้านหลัง
ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความอ่อนโยน...แต่แน่วแน่
เหมือนเขากำลังพาเธอเข้าไปในอ้อมแขน ที่แม้จะเย็นชาแต่กลับอบอุ่นที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้จัก
ลมหายใจทั้งสองพันกัน เวลาเหมือนหยุดหมุนอยู่ท่ามกลางแสงอุ่นที่ลอดผ่านกระจกใส
ข้างนอกคือทิวทัศน์เมืองที่เริ่มตื่น ข้างในกลับเป็นโลกอีกใบ ที่มีเพียงหัวใจสองดวงเต้นสวนจังหวะกัน
หลังจากความร้อนแรงจบลงโรมันที่อยังยู่บนร่างของหญิงสาวก็ โน้มหน้าเข้ามาใกล้จนเธอรู้สึกถึงลมหายใจของเขาที่ไล้ข้างแก้ม
“ผมถามอะไรหน่อยได้ไหม…”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างนุ่มนวลแต่แฝงแววจริงจัง
“ผมเป็นคนแรกของคุณจริงเหรอ”
คีรินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าช้า ๆ
ความร้อนแล่นขึ้นมาบนใบหน้า เธอก้มหลบตาเขาแทบไม่ทัน
โรมันมองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“เมื่อคืนคุณรุกผม ดูไม่เหมือนคนไม่มีประสบการณ์เลยนะ”
คีรินหน้าแดงจัด ยกมือทุบอกเขาเบา ๆ อย่างเขินสุดชีวิต
“พูดบ้าอะไรออกมาเนี่ย!”
เขายกยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่ทั้งอบอุ่นและเย็นชาในเวลาเดียวกัน
เป็นครั้งแรกที่เขาได้หัวเราะ ได้หยอกล้อกับใครสักคน เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่โรมันหัวเราะออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
ไม่ใช่เพราะมารยาท ไม่ใช่เพราะต้องรับมือกับใคร
แต่เพราะผู้หญิงตรงหน้าทำให้เขาลืมว่าตัวเองเป็นคนที่เย็นชาแค่ไหน