ตอนที่ 4 ผู้ชายคนนั้น...เป็นใครกันแน่

1685 Words
คีรินยังไม่อยากจะเชื่อว่า…เธอได้ทำเรื่องแบบนั้นกับเขาอีกครั้งจริง ๆ แค่คิดถึงภาพเมื่อคืน ร่างกายเธอก็ร้อนผ่าวจนต้องยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเอง หัวใจเธอเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ภาพรอยยิ้มเย็น ๆ ของเขายังวนเวียนในหัวไม่หยุด ผู้ชายที่ทั้งน่ากลัวและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นอย่างกะทันหัน โรมันกดรับสายด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนเอ่ยเพียงสั้น ๆ ว่า “ขอตัวก่อนนะ” จากนั้นเขาก็หยิบเสื้อสูท เดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรอีก คีรินมองตามจนประตูปิดสนิท หัวใจเธอเงียบงันไปชั่วครู่ ก่อนความคิดหนึ่งจะแล่นเข้ามา “ทำไมฉันถึงไม่ถามชื่อเขาไว้นะ…” อย่างน้อยก็ขอคอนแทคไว้ก็ยังดี เธอหัวเราะเบา ๆ กับความสะเพร่าของตัวเอง แต่เสียงหัวเราะนั้นกลับกลืนไปกับความว่างเปล่าที่ทิ้งไว้หลังจากเขาจากไป ระหว่างทางกลับบ้าน รถติดไฟแดงยาวกลางแสงแดดอ่อน เธอก้มหน้าลงแตะพวงมาลัยเบา ๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียง “อยากเจอเขาอีกจัง…” รถหรูสีดำแล่นไปตามเส้นทางสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ภายในห้องโดยสารเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และเสียงแผ่วของเพลย์ลิสต์แจ๊สเบา ๆ โรมันนั่งอยู่เบาะหลังในชุดสูทเรียบหรู สายตาจับจ้องบนแท็บเล็ตที่เปิดเอกสารงานตรงหน้า แต่เนื้อหาในนั้นกลับพร่าเลือน ในหัวของเขามีเพียงภาพใบหน้าของหญิงสาวเมื่อคืน รอยยิ้มอาย ๆ ตอนเช้า เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่ยังติดอยู่ในความคิด “โรมัน นายฟังอยู่รึเปล่า?” เสียงจากหูฟังบลูทูธดังขึ้น ปลายสายคือ รายอน เพื่อนสนิทและ CEO ของบริษัท น้ำเสียงเขาฟังดูติดหงุดหงิดเมื่ออีกฝ่ายเงียบเกินไป “อืม...ฟังอยู่” โรมันตอบเรียบ ๆ “แค่คิดอะไรนิดหน่อย” รายอนหัวเราะแผ่ว ๆ “นึกไม่ถึงนะ ว่าคนอย่างนายจะมี ‘เรื่องให้คิด’ นอกจากงาน” โรมันยิ้มมุมปากน้อย ๆ “ฉันเข้าใจแล้ว เดี๋ยวจัดการให้” เขากดตัดสาย แล้วเอนหลังกับเบาะช้า ๆ นิ้วเรียวแตะกรอบแท็บเล็ต ก่อนจะเอ่ยกับคนขับโดยไม่มองหน้า “ขอข้อมูลพนักงานฝ่ายออกแบบทั้งหมดมาให้ฉันหน่อย” คนขับขานรับสั้น ๆ “ครับ” แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านกระจกสะท้อนในดวงตาคม ในแววตานั้นมีทั้งความนิ่งเฉียบ...และบางอย่างที่เขาเองก็อธิบายไม่ได้ หลังการประชุมเช้า ห้องทำงานของ COO เงียบกว่าทุกวัน เสียงนาฬิกาบนผนังเดินติ๊กต่อกเดียวที่ได้ยิน โรมันนั่งพิงพนักเก้าอี้ หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดดูรายชื่อพนักงานฝ่ายออกแบบ ภาพพนักงานหลายสิบคนไล่เรียงผ่านปลายนิ้วของเขา จนกระทั่งชื่อหนึ่งสะดุดตา “คีริน” นิ้วเขาหยุดลง ภาพใบหน้าของเธอในบัตรพนักงานปรากฏบนหน้าจอ หญิงสาวผมยาว มองกล้องด้วยรอยยิ้มเรียบง่าย แต่ในดวงตากลับมีประกายบางอย่างที่เขาจำได้ดีจากเช้านั้น มุมปากเขาเผลอยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว แสงจากหน้าจอส่องกระทบในดวงตาคม ทำให้มันดูนุ่มขึ้นกว่าที่เคย ประตูห้องถูกเคาะเบา ๆ ก่อนที่เลขาส่วนตัวจะเดินเข้ามา หญิงสาววางแฟ้มลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “จัดการเรื่องการลางานของคุณคีรินให้เรียบร้อยแล้วค่ะ” เธอเงยหน้ามองนายของตน แต่โรมันกลับไม่ตอบ สายตาเขายังตรึงอยู่บนหน้าจอ ไม่แม้แต่จะขยับปาก เลขาสาวยกยิ้มจาง ๆ พอเข้าใจในความเงียบนั้น “งั้น...ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” เมื่อประตูปิดลง ความเงียบกลับเข้าครอบงำอีกครั้ง โรมันเลื่อนปลายนิ้วแตะภาพเธอบนหน้าจอเบา ๆ “คีริน…” เขาพึมพำชื่อเธอราวกับกำลังทดสอบเสียงนั้นในใจตัวเอง คีรินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ฝ่ายบุคคล เสียงปลายสายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “ใช่ค่ะ มีใบลาของคุณส่งมาจริง ระบบลงไว้เมื่อเช้าเรียบร้อยแล้วนะคะ” เธอขมวดคิ้วทันที “ใคร…เป็นคนส่งให้เหรอคะ?” “เอกสารมาจากฝ่ายบริหารค่ะ ระบุชื่อ COO ลงไว้ด้วย” “COO...?” เธอทวนคำเสียงแผ่ว ก่อนจะขอบคุณแล้ววางสาย มือยังถือโทรศัพท์ค้างอยู่ตรงหน้า เหมือนสมองพยายามประมวลผลทุกอย่างที่เกิดขึ้น “ทำไมมันถึงง่ายขนาดนี้…” เธอบ่นเบา ๆ กับตัวเอง “ผู้ชายคนนั้น...เป็นใครกันแน่” เธอเอนหัวพิงพวงมาลัย สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ภาพเมื่อคืนไหลย้อนกลับเข้ามา โรงแรมหรูระดับห้าดาว เตียงนุ่ม สายตาคมที่มองเธอเหมือนอ่านใจออกทุกอย่าง คีรินหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งเขินทั้งสับสน “หวังว่าจะไม่ใช่ CEO เหมือนในหนังหรอกนะ…” เธอส่ายหน้าให้กับจินตนาการของตัวเอง ก่อนจะสตาร์ทรถอีกครั้ง ท้องฟ้าเช้านั้นสดใสผิดปกติ เหมือนทุกอย่างเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เช้าวันต่อมา คีรินเดินเข้ามาในแผนกด้วยหน้าตาอ่อนล้าแต่พยายามยิ้มให้ปกติที่สุด กลิ่นกาแฟกับเสียงเครื่องพิมพ์ดังเป็นจังหวะคุ้นเคย “หายไปเลยนะครับคืนนั้น แถมเมื่อวานยังหยุดอีก” นนท์เงยหน้าจากหน้าจอแล้วยิ้มกวน ธีร์ที่นั่งข้าง ๆ ก็หัวเราะตาม “โทรไปก็ไม่รับ สงสัยจะแฮงก์หนัก” คีรินถอนหายใจ “พูดเหมือนตัวเองไม่เมาเลยนะคะ สองคน” เสียงเธอเบาแต่แฝงรอยเหนื่อยล้า เกศที่เพิ่งเดินมาจากอีกโต๊ะทำงานข้าง ๆ ชะโงกหน้ามอง “โทษใครไม่ได้หรอก พวกนายสองคนนั่นแหละมอมเธอ” เธอว่าพร้อมจ้องเพื่อนชายอย่างไม่จริงจังนัก “เฮ้ ๆ เราแค่ชนแก้วนิดหน่อยเองนะ! ใครจะไปคิดล่ะครับ ว่าคุณคีรินจะคออ่อน แถมเล่นเกมก็ไม่เก่งอีก แพ้ตลอดเลย” นนท์ยกมือยอมแพ้ ธีร์หัวเราะ “ก็ไม่คิดว่าเธอจะดื่มขนาดนั้นนี่นา” บทสนทนาเกือบจะจบลงด้วยเสียงหัวเราะ จนกระทั่งเสียงส้นสูงสองคู่ดังเข้ามาใกล้ เมษากับฟางขวัญเดินถือแก้วกาแฟคนละแก้ว ท่าทีดูพร้อมจะจิกใครสักคน “อ้าว...มาซะทีนะ” เมษาเอ่ยเสียงเรียบ “ดื่มจนเสียงานเลยเหรอ?” ฟางขวัญยกคิ้วเสริม “ทำเอางานคนอื่นต้องเลื่อนไปด้วย” เกศทำท่าจะพูด แต่คีรินยกมือห้าม “ไม่เป็นไร ฉันพลาดเอง” เธอพูดแค่นั้นก่อนเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง เปิดคอมพิวเตอร์เหมือนทุกวัน เสียงหัวเราะแผ่ว ๆ จากอีกโต๊ะยังดังอยู่ข้างหลัง คีรินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามไม่สนใจใครทั้งนั้น เสียงเมาส์คลิกเบา ๆ ดังสลับกับเสียงพิมพ์แป้นคีย์บอร์ด คีรินกำลังจดจ่ออยู่กับงานออกแบบบนหน้าจอ ก่อนจะได้ยินเสียงจากโต๊ะด้านหลัง “คีริน ๆ รู้ยัง วันนี้ซีอีโอจะมาดูงานนะ เห็นว่าท่านประธาน ซีโอโอที่เพิ่งย้ายมาก็มาด้วย!” เธอชะงักมือเล็กน้อย “หืม? มาด้วยกันสองคนเลยเหรอ?” “ใช่!” อีกคนตอบทันที “ฉันได้ยินมาว่าทั้งคู่ดุมาก แต่ก็หล่อมากกกก! หากเป็นงี้จริง ดุยังไงฉันก็ยอมอะ” เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบโต๊ะ เพื่อนอีกคนแทรก “แถมยังโสดทั้งคู่ด้วยนะ หรือว่าพวกเขาจะเป็น...” “นี่!” คีรินรีบหันมาห้ามทันที เสียงเธอไม่ได้ดังมาก แต่จริงจังพอจะทำให้ทั้งสองชะงัก “อย่าพูดแบบนั้นเลย เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าจะเป็นเรื่องใหญ่” เธอทำหน้าขรึมเล็กน้อย พอเห็นสีหน้าทั้งคู่เริ่มเกรง เธอก็หันกลับไปนั่งทำงานต่อโดยไม่พูดอะไร เกศรา ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชะโงกหัวมาใกล้ ยิ้มขำ ๆ “อย่าไปใส่ใจเลยน่า เธอก็รู้ว่ายัยพวกนั้นชอบพูดเล่น” คีรินถอนหายใจ “ฉันแค่ไม่อยากมีปัญหาตอนหัวหน้าใหญ่จะมา แค่นั้นแหละ” “ก็จริง...” เกศรับคำ ก่อนหัวเราะคิกเบา ๆ แล้วหันกลับไปพิมพ์งานต่อ บรรยากาศในแผนกกลับมาคลอด้วยเสียงแป้นพิมพ์อีกครั้ง แต่หัวใจของคีรินกลับเต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด ไม่รู้เพราะข่าวลือ...หรือเพราะคำว่า ซีอีโอ กันแน่ ทันใดนั้น บรรยากาศในออฟฟิศที่เงียบอยู่ก็เริ่มวุ่นวายขึ้นทันตา เสียงเก้าอี้เลื่อน เสียงเอกสารปิดแฟ้ม และเสียงกระซิบกระซาบดังทั่วแผนก “ทีมบริหารกำลังขึ้นมาแล้ว!” หัวหน้าแผนกเดินออกมาจากห้องประชุม ใบหน้าจริงจัง “ทุกคน มายืนเรียงแถวให้เรียบร้อยหน่อย เตรียมต้อนรับผู้บริหาร!” พนักงานหลายคนรีบลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ บางคนส่องกระจก บางคนแอบดึงปกเสื้อให้ตรง คีรินเองก็วางเมาส์ในมือ ถอนหายใจแผ่ว ก่อนจะไปยืนในแถวกับเพื่อน ๆ เสียงส้นรองเท้าหนังดังขึ้นจากทางเดินหน้าลิฟต์ และไม่นาน ร่างของผู้บริหารระดับสูงก็ปรากฏ คนที่เดินนำเข้ามาคือชายหนุ่มในสูทเข้ารูป ผิวขาวจัด ผมเรียบเนี้ยบ รายอน CEO หนุ่มผู้เป็นที่เลื่องลือเรื่องฝีมือและความเท่ รอยยิ้มสุภาพของเขาทำให้พนักงานหลายคนแทบลืมหายใจ ด้านหลังเขามีเลขาสาวกับเหล่าผู้บริหารตามมาเป็นแถว แต่ไม่มีวี่แววของใครอีกคนที่คีรินเผลอเฝ้ารอ... เธอเหลือบมองหาด้วยหัวใจที่เต้นแรงโดยไม่เข้าใจเหตุผล จนเมื่อไม่เห็น “เขา” อยู่ในกลุ่มนั้น เธอก็เผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ “ตลกจริง...” เธอบ่นกับตัวเอง “คิดว่าตัวเองเป็นซินเดอเรลล่าหรือไงกัน...” คีรินยืนนิ่ง สูดหายใจเข้าเพื่อเรียกสมาธิกลับมา ในขณะที่รายอนเริ่มกล่าวแนะนำตัว และพูดถึงโปรเจกต์ใหม่ของบริษัทด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แต่ในใจของเธอ ภาพของชายคนนั้นยังไม่ยอมจางไปง่าย ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD