คีรินยังไม่อยากจะเชื่อว่า…เธอได้ทำเรื่องแบบนั้นกับเขาอีกครั้งจริง ๆ
แค่คิดถึงภาพเมื่อคืน ร่างกายเธอก็ร้อนผ่าวจนต้องยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเอง
หัวใจเธอเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
ภาพรอยยิ้มเย็น ๆ ของเขายังวนเวียนในหัวไม่หยุด ผู้ชายที่ทั้งน่ากลัวและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นอย่างกะทันหัน
โรมันกดรับสายด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนเอ่ยเพียงสั้น ๆ ว่า
“ขอตัวก่อนนะ”
จากนั้นเขาก็หยิบเสื้อสูท เดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรอีก
คีรินมองตามจนประตูปิดสนิท
หัวใจเธอเงียบงันไปชั่วครู่ ก่อนความคิดหนึ่งจะแล่นเข้ามา
“ทำไมฉันถึงไม่ถามชื่อเขาไว้นะ…” อย่างน้อยก็ขอคอนแทคไว้ก็ยังดี
เธอหัวเราะเบา ๆ กับความสะเพร่าของตัวเอง
แต่เสียงหัวเราะนั้นกลับกลืนไปกับความว่างเปล่าที่ทิ้งไว้หลังจากเขาจากไป
ระหว่างทางกลับบ้าน รถติดไฟแดงยาวกลางแสงแดดอ่อน
เธอก้มหน้าลงแตะพวงมาลัยเบา ๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียง
“อยากเจอเขาอีกจัง…”
รถหรูสีดำแล่นไปตามเส้นทางสู่ใจกลางกรุงเทพฯ
ภายในห้องโดยสารเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และเสียงแผ่วของเพลย์ลิสต์แจ๊สเบา ๆ
โรมันนั่งอยู่เบาะหลังในชุดสูทเรียบหรู
สายตาจับจ้องบนแท็บเล็ตที่เปิดเอกสารงานตรงหน้า แต่เนื้อหาในนั้นกลับพร่าเลือน
ในหัวของเขามีเพียงภาพใบหน้าของหญิงสาวเมื่อคืน
รอยยิ้มอาย ๆ ตอนเช้า เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่ยังติดอยู่ในความคิด
“โรมัน นายฟังอยู่รึเปล่า?”
เสียงจากหูฟังบลูทูธดังขึ้น ปลายสายคือ รายอน เพื่อนสนิทและ CEO ของบริษัท
น้ำเสียงเขาฟังดูติดหงุดหงิดเมื่ออีกฝ่ายเงียบเกินไป
“อืม...ฟังอยู่” โรมันตอบเรียบ ๆ “แค่คิดอะไรนิดหน่อย”
รายอนหัวเราะแผ่ว ๆ “นึกไม่ถึงนะ ว่าคนอย่างนายจะมี ‘เรื่องให้คิด’ นอกจากงาน”
โรมันยิ้มมุมปากน้อย ๆ
“ฉันเข้าใจแล้ว เดี๋ยวจัดการให้”
เขากดตัดสาย แล้วเอนหลังกับเบาะช้า ๆ
นิ้วเรียวแตะกรอบแท็บเล็ต ก่อนจะเอ่ยกับคนขับโดยไม่มองหน้า
“ขอข้อมูลพนักงานฝ่ายออกแบบทั้งหมดมาให้ฉันหน่อย”
คนขับขานรับสั้น ๆ “ครับ”
แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านกระจกสะท้อนในดวงตาคม
ในแววตานั้นมีทั้งความนิ่งเฉียบ...และบางอย่างที่เขาเองก็อธิบายไม่ได้
หลังการประชุมเช้า ห้องทำงานของ COO เงียบกว่าทุกวัน
เสียงนาฬิกาบนผนังเดินติ๊กต่อกเดียวที่ได้ยิน
โรมันนั่งพิงพนักเก้าอี้ หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดดูรายชื่อพนักงานฝ่ายออกแบบ
ภาพพนักงานหลายสิบคนไล่เรียงผ่านปลายนิ้วของเขา จนกระทั่งชื่อหนึ่งสะดุดตา
“คีริน”
นิ้วเขาหยุดลง ภาพใบหน้าของเธอในบัตรพนักงานปรากฏบนหน้าจอ
หญิงสาวผมยาว มองกล้องด้วยรอยยิ้มเรียบง่าย แต่ในดวงตากลับมีประกายบางอย่างที่เขาจำได้ดีจากเช้านั้น
มุมปากเขาเผลอยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
แสงจากหน้าจอส่องกระทบในดวงตาคม ทำให้มันดูนุ่มขึ้นกว่าที่เคย
ประตูห้องถูกเคาะเบา ๆ ก่อนที่เลขาส่วนตัวจะเดินเข้ามา
หญิงสาววางแฟ้มลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“จัดการเรื่องการลางานของคุณคีรินให้เรียบร้อยแล้วค่ะ”
เธอเงยหน้ามองนายของตน แต่โรมันกลับไม่ตอบ
สายตาเขายังตรึงอยู่บนหน้าจอ ไม่แม้แต่จะขยับปาก
เลขาสาวยกยิ้มจาง ๆ พอเข้าใจในความเงียบนั้น
“งั้น...ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”
เมื่อประตูปิดลง ความเงียบกลับเข้าครอบงำอีกครั้ง
โรมันเลื่อนปลายนิ้วแตะภาพเธอบนหน้าจอเบา ๆ
“คีริน…” เขาพึมพำชื่อเธอราวกับกำลังทดสอบเสียงนั้นในใจตัวเอง
คีรินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ฝ่ายบุคคล เสียงปลายสายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ใช่ค่ะ มีใบลาของคุณส่งมาจริง ระบบลงไว้เมื่อเช้าเรียบร้อยแล้วนะคะ”
เธอขมวดคิ้วทันที “ใคร…เป็นคนส่งให้เหรอคะ?”
“เอกสารมาจากฝ่ายบริหารค่ะ ระบุชื่อ COO ลงไว้ด้วย”
“COO...?” เธอทวนคำเสียงแผ่ว ก่อนจะขอบคุณแล้ววางสาย
มือยังถือโทรศัพท์ค้างอยู่ตรงหน้า เหมือนสมองพยายามประมวลผลทุกอย่างที่เกิดขึ้น
“ทำไมมันถึงง่ายขนาดนี้…” เธอบ่นเบา ๆ กับตัวเอง
“ผู้ชายคนนั้น...เป็นใครกันแน่”
เธอเอนหัวพิงพวงมาลัย สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
ภาพเมื่อคืนไหลย้อนกลับเข้ามา โรงแรมหรูระดับห้าดาว เตียงนุ่ม สายตาคมที่มองเธอเหมือนอ่านใจออกทุกอย่าง
คีรินหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งเขินทั้งสับสน
“หวังว่าจะไม่ใช่ CEO เหมือนในหนังหรอกนะ…”
เธอส่ายหน้าให้กับจินตนาการของตัวเอง ก่อนจะสตาร์ทรถอีกครั้ง
ท้องฟ้าเช้านั้นสดใสผิดปกติ เหมือนทุกอย่างเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
เช้าวันต่อมา คีรินเดินเข้ามาในแผนกด้วยหน้าตาอ่อนล้าแต่พยายามยิ้มให้ปกติที่สุด
กลิ่นกาแฟกับเสียงเครื่องพิมพ์ดังเป็นจังหวะคุ้นเคย
“หายไปเลยนะครับคืนนั้น แถมเมื่อวานยังหยุดอีก” นนท์เงยหน้าจากหน้าจอแล้วยิ้มกวน
ธีร์ที่นั่งข้าง ๆ ก็หัวเราะตาม “โทรไปก็ไม่รับ สงสัยจะแฮงก์หนัก”
คีรินถอนหายใจ “พูดเหมือนตัวเองไม่เมาเลยนะคะ สองคน”
เสียงเธอเบาแต่แฝงรอยเหนื่อยล้า
เกศที่เพิ่งเดินมาจากอีกโต๊ะทำงานข้าง ๆ ชะโงกหน้ามอง “โทษใครไม่ได้หรอก พวกนายสองคนนั่นแหละมอมเธอ”
เธอว่าพร้อมจ้องเพื่อนชายอย่างไม่จริงจังนัก
“เฮ้ ๆ เราแค่ชนแก้วนิดหน่อยเองนะ! ใครจะไปคิดล่ะครับ ว่าคุณคีรินจะคออ่อน แถมเล่นเกมก็ไม่เก่งอีก แพ้ตลอดเลย” นนท์ยกมือยอมแพ้
ธีร์หัวเราะ “ก็ไม่คิดว่าเธอจะดื่มขนาดนั้นนี่นา”
บทสนทนาเกือบจะจบลงด้วยเสียงหัวเราะ จนกระทั่งเสียงส้นสูงสองคู่ดังเข้ามาใกล้
เมษากับฟางขวัญเดินถือแก้วกาแฟคนละแก้ว ท่าทีดูพร้อมจะจิกใครสักคน
“อ้าว...มาซะทีนะ” เมษาเอ่ยเสียงเรียบ “ดื่มจนเสียงานเลยเหรอ?”
ฟางขวัญยกคิ้วเสริม “ทำเอางานคนอื่นต้องเลื่อนไปด้วย”
เกศทำท่าจะพูด แต่คีรินยกมือห้าม “ไม่เป็นไร ฉันพลาดเอง”
เธอพูดแค่นั้นก่อนเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง เปิดคอมพิวเตอร์เหมือนทุกวัน
เสียงหัวเราะแผ่ว ๆ จากอีกโต๊ะยังดังอยู่ข้างหลัง
คีรินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามไม่สนใจใครทั้งนั้น
เสียงเมาส์คลิกเบา ๆ ดังสลับกับเสียงพิมพ์แป้นคีย์บอร์ด
คีรินกำลังจดจ่ออยู่กับงานออกแบบบนหน้าจอ ก่อนจะได้ยินเสียงจากโต๊ะด้านหลัง
“คีริน ๆ รู้ยัง วันนี้ซีอีโอจะมาดูงานนะ เห็นว่าท่านประธาน ซีโอโอที่เพิ่งย้ายมาก็มาด้วย!”
เธอชะงักมือเล็กน้อย “หืม? มาด้วยกันสองคนเลยเหรอ?”
“ใช่!” อีกคนตอบทันที “ฉันได้ยินมาว่าทั้งคู่ดุมาก แต่ก็หล่อมากกกก! หากเป็นงี้จริง ดุยังไงฉันก็ยอมอะ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบโต๊ะ
เพื่อนอีกคนแทรก “แถมยังโสดทั้งคู่ด้วยนะ หรือว่าพวกเขาจะเป็น...”
“นี่!” คีรินรีบหันมาห้ามทันที เสียงเธอไม่ได้ดังมาก แต่จริงจังพอจะทำให้ทั้งสองชะงัก
“อย่าพูดแบบนั้นเลย เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าจะเป็นเรื่องใหญ่”
เธอทำหน้าขรึมเล็กน้อย พอเห็นสีหน้าทั้งคู่เริ่มเกรง เธอก็หันกลับไปนั่งทำงานต่อโดยไม่พูดอะไร
เกศรา ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชะโงกหัวมาใกล้ ยิ้มขำ ๆ
“อย่าไปใส่ใจเลยน่า เธอก็รู้ว่ายัยพวกนั้นชอบพูดเล่น”
คีรินถอนหายใจ “ฉันแค่ไม่อยากมีปัญหาตอนหัวหน้าใหญ่จะมา แค่นั้นแหละ”
“ก็จริง...” เกศรับคำ ก่อนหัวเราะคิกเบา ๆ แล้วหันกลับไปพิมพ์งานต่อ
บรรยากาศในแผนกกลับมาคลอด้วยเสียงแป้นพิมพ์อีกครั้ง
แต่หัวใจของคีรินกลับเต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด ไม่รู้เพราะข่าวลือ...หรือเพราะคำว่า ซีอีโอ กันแน่
ทันใดนั้น บรรยากาศในออฟฟิศที่เงียบอยู่ก็เริ่มวุ่นวายขึ้นทันตา
เสียงเก้าอี้เลื่อน เสียงเอกสารปิดแฟ้ม และเสียงกระซิบกระซาบดังทั่วแผนก
“ทีมบริหารกำลังขึ้นมาแล้ว!”
หัวหน้าแผนกเดินออกมาจากห้องประชุม ใบหน้าจริงจัง “ทุกคน มายืนเรียงแถวให้เรียบร้อยหน่อย เตรียมต้อนรับผู้บริหาร!”
พนักงานหลายคนรีบลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ บางคนส่องกระจก บางคนแอบดึงปกเสื้อให้ตรง
คีรินเองก็วางเมาส์ในมือ ถอนหายใจแผ่ว ก่อนจะไปยืนในแถวกับเพื่อน ๆ
เสียงส้นรองเท้าหนังดังขึ้นจากทางเดินหน้าลิฟต์
และไม่นาน ร่างของผู้บริหารระดับสูงก็ปรากฏ
คนที่เดินนำเข้ามาคือชายหนุ่มในสูทเข้ารูป ผิวขาวจัด ผมเรียบเนี้ยบ
รายอน CEO หนุ่มผู้เป็นที่เลื่องลือเรื่องฝีมือและความเท่
รอยยิ้มสุภาพของเขาทำให้พนักงานหลายคนแทบลืมหายใจ
ด้านหลังเขามีเลขาสาวกับเหล่าผู้บริหารตามมาเป็นแถว
แต่ไม่มีวี่แววของใครอีกคนที่คีรินเผลอเฝ้ารอ...
เธอเหลือบมองหาด้วยหัวใจที่เต้นแรงโดยไม่เข้าใจเหตุผล
จนเมื่อไม่เห็น “เขา” อยู่ในกลุ่มนั้น เธอก็เผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ตลกจริง...” เธอบ่นกับตัวเอง “คิดว่าตัวเองเป็นซินเดอเรลล่าหรือไงกัน...”
คีรินยืนนิ่ง สูดหายใจเข้าเพื่อเรียกสมาธิกลับมา
ในขณะที่รายอนเริ่มกล่าวแนะนำตัว และพูดถึงโปรเจกต์ใหม่ของบริษัทด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
แต่ในใจของเธอ ภาพของชายคนนั้นยังไม่ยอมจางไปง่าย ๆ