ลลิตาเมียขัดดอก
ตอนที่ 6. 350ล้าน
ก๊อกๆ พยาบาลเคาะประตู
“เชิญค่ะ”
“มีคนไข้มาขอพบค่ะ”
“วันนี้ไม่มีนัดนี่คะ”
ลลิตามองที่หน้าประตู... “พี่เมฆา” หญิงสาวถึงกับตกใจเป็นอย่างมากที่เห็นว่าชายหนุ่มที่มายืนอยู่ที่หน้าห้องนั้นเป็นใคร
“ไม่นัดแต่อยากเจอได้ไหมครับคุณหมอคนสวย”
“พี่เมฆา” ..!! ลลิตาตกใจมากที่เห็นหน้าชายหนุ่มที่มา
เมฆาที่ยืนพิงประตูหน้าห้องยิ้มให้ลลิตา
“พี่เข้าไปได้ไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามพร้อมกับเดินเข้ามาภายในห้องทันทีโดยที่ไม่ต้องรอให้หมอสาวอนุญาต
ลลิตาลุกขึ้นแล้วเดินไปเลื่อนเก้าอี้มาให้
“เชิญค่ะ...เห็นพี่ทีไรใจคอไม่ดีเลย ไม่ได้มาทวงหนี้ใช่ไหมคะ?”
ลลิตาพูดทีเล่นทีจริงกับชายหนุ่ม ทำเอาเมฆาถึงกับหัวเราะออกมา
“พี่ได้ยินข่าวคุณลุงกับอลิชแล้ว ลำบากเราแย่เลย”
“พี่ไม่ได้มาทวงหนี้ที่พี่อลิชชิ่งหายไปใช่ไหม บอกตามตรงตอนนี้หนูจนมากจนสุดๆ เรียกว่าขั้นสุดเลยนะคะ เพราะฉะนั้นพี่อย่ามาขูดเลือดกับปูนะจะบอกให้ เพราะว่าปูตัวนี้ตัวเล็กตัวน้อยมากเลยค่ะ”
เมฆายิ้มให้หญิงสาวที่นั่งตรงหน้าด้วยความเอ็นดู
“ก็มาทวงแหละ แต่มีเงือนไข แต่เอะมือเป็นอะไร
เห็นว่าย้ายไปอยู่บ้านไอ้นักรบ อย่าบอกนะว่ามันทำร้ายเราอะ ไหนพี่ดูหน่อยแล้วบอกพี่มาว่าเป็นอะไร”
ชายหนุ่มพูดทั้งที่ชี้ไปที่มือของลลิตาที่ตอนนี้ทำแผลเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งสีหน้าของเขาตอนนี้ยังบ่งบอกว่าเป็นห่วงเธอสุด ๆ
“เล่นรัวคำถามแบบนี้ จะให้ตอบคำถามไหนก่อนคะ มือเจ็บนิดหน่อยค่ะ ใช่ย้ายไปอยู่บ้านพี่นักรบ อ่อไม่ใช่ๆ พูดผิดค่ะ ตอนนี้ย้ายไปอยู่บ้านคุณนักรบค่ะ เขาไม่ให้เรียกว่าพี่ค่ะพอดีว่าเป็นลูกคนเดียว อันนั้นช่างมันเถอะค่ะแล้วเงื่อนไขอะไรคะ หนูไม่มีจ่ายจริงๆ นะ”
ลลิตาพูดพร้อมกับทำหน้าเศร้าเป็นอย่างมาก ทำเอาคนที่นั่งตรงหน้าถึงกับเอื้อมมือไปลูบที่ศีรษะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
“เอางี้ไหมถ้าไปไหนกับพี่ พี่จะหักหนี้ให้”
“ยังไงคะ” ลลิตาถามด้วยความงุนงงในสิ่งที่ชายหนุ่มพูดออกมา
“เช่นวันนี้เที่ยงไปกินข้าวเป็นเพื่อนพี่หัก5000อะไรแบบนี้ เหมือนเด็กเอ็นไง พี่แค่จ้างไปเป็นเพื่อน แล้วก็หักหนี้ให้เราแทบไม่เสียอะไรเลยมีแต่ได้กับได้”
“เพื่ออะไรคะ พี่มีแต่เสียกับเสีย ทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรกันคะไม่เอาดีกว่าค่ะ ลิตาไม่อยากเอาเปรียบพี่”
เมฆานิ่งมองหน้าหญิงสาว “ลลิตาก็รู้ว่าพี่คิดยังไง”
ลลิตายกมือขึ้นมา “หยุดค่ะวันนี้มีคนพูดทำนองนี้ก่อนหน้านี้แล้วค่ะไม่อยากคิดไม่อยากฟัง”
เมฆาถึงกับถลึงตาใส่ หญิงสาว
“ใครไอ้นักรบเหรอ ว่าแต่มันรังแกเราไหม” คราวนี้ชายหนุ่มถามด้วยท่าทีที่จริงจังเป็นอย่างมาก ว่าใครกันที่มาพูดทำนองเดียวกันกับเขา ถ้าไม่ใช่ไอ้นักรบแล้ใคร?
“ไม่ค่ะ” ลลิตาจำใจต้องโกหกอีกครั้งเพื่อไม่อยากให้ทั้งสองต้องมีปัญหาต่อกัน
“พี่รู้เราโกหกไม่เก่ง ถ้ามันอึดอัดร้องออกมาก็ได้พี่ให้ยืมไหล่ไว้ซบ ถ้าอลิชไม่ถอนหมั้นไอ้นักรบ ป่านนี้พี่คงได้หมั้นกับเราแล้ว”
เมฆาพูดสิ่งที่อัดอั้นในใจเขาออกมาเช่นกัน
“ว่าไปโน่นหมดยุคคลุมถุงชนแล้วค่ะ”
ลลิตาพูดติดตลก
“พี่กลับก่อนดีกว่า เย็นนี้พี่มารับไปกินข้าว ไปไหมหักหนี้ด้วยว่าไง”
เมฆาถามด้วยความอยากรู้ว่าน้องจะว่างหรือไม่
“ได้ค่ะว่าแต่หักหนี้เท่าไหร่? เดี๋ยวหนูเดินไปส่งที่ลานจอดรถแล้วกันค่ะ ถือว่าเป็นการขอบคุณเจ้าหนี้ที่ใจดีนะคะ”
หลังจากลลิตาส่งเมฆาขึ้นรถแล้วนั้น ก็กลับเข้าไปทำงาน งานที่เธอทำคือหมอจิตเวช และตรวจโรคทั่วไป แน่นอนเพราะแบบนี้ลลิตาถึงเก็บอารมณ์และความรู้สึกเก่ง ไม่ว่าจะโดนทำร้ายหรือว่าพูดจาไม่ดีสักแค่ไหน สิ่งที่เธอทำได้ดีที่สุดก็คือเก็บอารมณ์และความรู้สึกนั่นเอง
ห้องทำงานนักรบ...
ดินเดินเข้ามาภายในห้องทำงาน ก่อนที่จะยื่นเอกสารให้
“นายครับคนที่ให้ไปสืบเขาชื่อหมอปกรณ์ครับ เป็นแพทย์เฉพาะทาง ด้านหัวใจครับ ประวัติใสสะอาดตามรายงานเห็นว่าตามจีบคุณ ลลิตามานานแล้วครับ” ดินพูดแค่นั้นแล้วเงียบไปในทันที
“อืมมม..ขอบใจมาก” นักรบเองก็ตอบออกมาแค่นั้น
“อีกอย่างเมื่อตอนสายวันนี้ คุณเมฆาไปพบคุณลลิตาครับคุยกันประมาณ20นาทีเห็นจะได้” ดินรายงานอีกครั้ง
“อืมมม..เข้าใจล่ะ”
“นายครับถ้าเกิดว่า....” ดินพูดแค่นั้นแต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดต่ออีกเพราะไม่รู้ว่าจะเข้าหูผู้เป็นนายหรือไม่นั่นเอง
นักรบหันมาไปมองดิน “มีอะไรก็...พูดมา”
“ถ้าคุณเมฆาเขาใช้หนี้ทั้งหมดแทนคุณลลิตาล่ะครับ นายจะว่ายังไงครับ” คำถามที่จี้ใจดำของเขาอย่างมาก นักรบถึงกับเงียบไปพักหนึ่ง พร้อมกับวางปากกาในมือแล้วหันมาตอบกับดิน
“ไม่รู้สิ ยังไม่ได้คิดถึงตรงนี้ 350ล้าน ใครบ้างไม่เอาและ350ล้านใครบ้างที่จะยอมเสียไปฟรีๆ ไปทำงานต่อเหอะ”
“ครับ” ดินรับคำก่อนเดินออกไป แต่เขาไม่รู้เลยว่าหน้าตาเจ้านายในตอนนี้นั้นเครียดเพียงใด
หลังเลิกงานลลิตาเก็บกระเป๋าแล้วเดินออกมาโดยมีปกรณ์ช่วยถือกระเป๋าให้
“เออนี่พี่ซื้ออุปกรณ์ ทำความสะอาดแผลมาให้ด้วยเอาไปแล้วก็หัดใช้บ้าง พรุ่งนี้พี่จะมาตรวจแผล โอเคไหมครับคุณหมอคนสวยไ
ปกรณ์ขยี้หัวลลิตาเบาๆ ลลิตารับมาแล้วกล่าวคำขอบคุณ
เมฆามารับลลิตาไปห้างสรรพสินค้า ลลิตาเลือกซื้อของใช้เท่าที่จำเป็น เพราะต้องประหยัดเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่พอถึงเวลาจ่ายเงินกลับเป็นชายหนุ่มที่เป็นคนจ่าย่ให้เธอ กระทั่งซื้อเสร็จ เมฆาหันมาถามลลิตา
“กินข้าวก่อนกลับไหม”
“ไม่ดีกว่าค่ะพอดีมีเรื่องที่ต้องทำที่บ้านอีกเยอะค่ะ เอาไว้โอกาสหน้าดีกว่า แค่จ่ายให้แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่แล้วนะคะ”
ลลิตาพูดพร้อมกับชี้ไปที่ถุงที่เมฆาหิ้วพะรุงพะรังในตอนนี้
“งั้นพี่ไปส่งนะ ห้ามปฎิเสธพี่ด้วยไม่งั้นพี่เสียใจแย่เลย”
“ก็ได้ค่ะแต่แค่หน้าประตูรั้วพอนะคะ ลลิตาไม่อยากมีปัญหากับคุณเค้าค่ะ พี่เข้าใจลลิตาใช่ไหมคะ”
หญิงสาวถามทั้งที่ยิ้มให้กับชายหนุ่ม
“ได้จ้าไม่มีปัญหาอยู่แล้วพี่อ่ะมันพวกฉลาด เข้าใจอะไรได้ง่ายๆ อยู่แล้วไม่ได้โง่เหมือนบางคนที่แยกแยะไม่ออก ว่าอะไรคืออะไร จริงไหม?”
ชายหนุ่มเอียงคอมองแล้วยิ้มให้กับคนที่ยืนตรงหน้า ลลิตาถึงกับหัวเราะออกมาทันที
ในขณะที่เมฆามาส่งลลิตาที่หน้าบ้านรถของนักรบก็ขับเข้ามาพอดี นักรบลงจากรถแล้วมายืนกอดอกพิงรถของตัวเองและมองมาที่เมฆา อีกทั้งยักยักคิ้วให้กับชายที่อยู่ตรงหน้าด้วย
“ไงเมฆาชวดจากพี่เลยมาหาน้องแทนงั้นเหรอ นายนี่มันยังไงก็ได้ กับใครก็ได้หรืออะไรก็ได้ อย่างนั้นเหรอวะ”
ทั้งๆ ที่พูดกับเมฆา แต่ว่าสายตาของนักรบนั้นมองมาที่ลลิตาตลอดเวลา เมฆากระตุกยิ้มที่มุมปาก
“ใครกันแน่ที่ชวด บอกตัวเองก่อนไหมแกอ่ะ” พูดจบก็หันมาหาลลิตา โดยที่ไม่สนใจนักรบเลยสักนิดว่าเขาจะทำหน้ายังไง หรือว่ามีสีหน้าท่าทางยังไง
“...ลลิตาพี่กลับก่อนนะเอาไว้จะโทรหา”
“ขอบคุณพี่มากนะคะสำหรับของใช้ทั้งหมด และขอบคุณที่มาส่งค่ะ”