ตอนที่ 3. เรือนเพาะชำ

1018 Words
ลลิตาเมียขัดดอก ตอนที่ 3. เรือนเพาะชำ นามปากกาแอดมินตัวกลม วัฒนาได้แต่ส่ายหน้า “เข้าบ้านสิหนูลลิตา” ชายกลางคนเอ่ยชวนหญิงสาวเข้าบ้าน แต่ต้องตกใจอีกเป็นครั้งที่สองเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกชายพูดออกมา นักรบหนมาบอกกับพ่อของเขา “เธอจะไปอยู่เรือนเพาะชำครับ” นักรบพูดออกมาทั้งที่หน้าตายังเฉยเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คนที่ตกใจที่สุดเห็นว่าจะเป็นพ่อของเขานั่นเอง “ไม่ได้ ที่นั่นมันรกร้างเกินไป ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวจะไปอยู่ที่นั่นได้ยังไงกัน มันอันตรายเกินไป” คราวนี้คนเป็นพ่อขัดขึ้นมาด้วยความโมโหไม่ต่างกัน มันใช่ที่ไหนที่จะปล่อยให้ผู้หญิงไปอยู่ที่นั่นเพียงลำพัง ลลิตาที่เห็นสองคนพ่อลูกทะเลาะกัน จึงรีบออกตัวเพื่อที่จะได้ตัดปัญหาสักที “คุณลุงคะไม่เป็นไรค่ะหนูอยู่ได้” นักรบที่ได้ยินแบบนั้นรีบดึงหญิงสาวมาทันที “ดีงั้นตามมานี่เลย” ลลิตาเดินตามนักรบไปที่เรือนเพาะชำ ระหว่างทางลลิตาจึงเอ่ยขึ้น “พี่นักรบคะ” .. “อย่ามาเรียกฉันว่าพี่” ..!! เขาตอบกลับมาอย่างไว ลลิตาที่ได้ยินถึงกับอึ้ง “ค่ะ คุณนักรบ ฉันจะถามว่าฉันสามารถไปทำงานได้ใช่ไหมคะ” ลิตาถามทั้งที่เม้มริมฝีปากเอาไว้แน่น “ได้ ทำตารางเวลามาด้วยเข้างานออกงานกี่โมง ที่สำคัญอย่าคิดหนีรู้ใช่ไหมว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าเธอหนี” นักรบพูดและบีบที่ข้อมือเล็กอย่างแรง ทำเอาลลิสาถึงกับร้องออกมา “โอ๊ย เจ็บค่ะ” แต่นั่นเขาก็ยังไม่ยอมปล่อย “ค่ะรู้ค่ะ ฉันไม่เอาชีวิตพ่อฉันมาเสี่ยงหรอกค่ะ” ลลิตาตอบออกไปแบบนั้นเพราะรู้จักนิสัยเขาดี เมื่อมาถึงเรือนเพาะชำ สภาพมันดูรกร้างมาก หญ้าแทบจะท่วมหัวทางเดินแทบมองไม่เห็นว่าต้องไปทางไหน “ที่นี่แหละ ทำความสะอาดเอง” นักรบพูดพร้อมกับเดินออกมาแต่ว่าดินเรียกไว้ซะก่อน “นายครับแล้วข้าวปลาอาหารล่ะครับ” “นายจะเป็นห่วงอะไรนักหนาวะดิน เอาเป็นว่าเย็นนี้ให้แม่บ้านทำมาให้ แต่.....ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ให้หากินเองซื้อเอง” นักรบประกาศกร้าวออกมา ทำเอาลลิสาถึงกับถอนหายใจ ใช่เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะพูด หรือว่าจะตอบโต้อะไรเขาได้เลยด้วยซ้ำ สิ่งที่ทำได้คือความเงียบ “ครับ” ดินได้แต่ตอบออกไปแค่นั้น ก่อนที่จะเดินถือกระเป๋าแล้วเดินนำลลิตา เข้าไปภายในบ้าน ดินเปิดประตูบ้านให้ลลิตาเข้าไป ข้างในมีแต่ฝุ่น แน่นอนคงไม่มีใครมาทำความสะอาดแน่ๆ ฝุ่นเกาะขนาดนี้ “ให้ผมยกกระเป๋าไปเก็บให้ไหมครับคุณลลิตา” ดินถามด้วยความเป็นห่วง อีกทั้งมีมารยาท และสำรวม “ไม่เป็นไรค่ะขอบคุณค่ะ พี่ดินไปเถอะค่ะเดี๋ยวจะโดนดุเอาเสียเปล่าๆ ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ยังดูแลลิตาดีเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลย” ลลิตาหันไปขอบคุณดิน ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วมองดูรอบ ๆ ตัวบ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง และใยแมงมุมที่เกาะเต็มผนังห้อง นักรบที่ยืนรอด้านนอกหันมาเรียกดินอีกครั้ง “กลับได้ละดิน หมดธุระแล้ว หรือนายอยากจะค้างที่นี่” เมื่อนักรบและดินออกไปลลิตาถึงกลับปล่อยโฮออกมา.. “เวรกรรมอะไรของฉัน ไม่สิจะมามัวนั่งร้องไห้ไม่ได้ต้องทำความสะอาดบ้านก่อน พระอาทิตย์จะตกดิน” ลลิตาเริ่มปัดกวาดเช็ดถู เปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศเธอทำลักฝุ่นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอย่อท้อ เพราะว่าเธอต้องอยู่กับมันให้ได้อย่างน้อยก็เพื่อพ่อของเธอ ตึกใหญ่.. วัฒนานั่งรอลูกชายที่เข้ามาในบ้าน และทันที่นักรบก้าวเท้าเข้ามาภายในบ้านนั้นผู้เป็นพ่อก็เอ่ยขึ้นมาทันที “เกินไปไหมนักรบที่ทำกับน้องแบบนั้น” นักรบหยุดชะงัก “พ่อ ผมขอร้อง” เขาพูดออกมาแค่นั้นก่อนที่จะเดินตรงเข้าไปด้านในบ้านแต่ก็ยังได้ยินเสียงพ่อพูดตามหลังออกมาจนทำให้เขาต้องหยุดอีกรอบหนึ่ง “แล้วแกอย่ามาเสียใจทีหลัง กับสิ่งที่แกทำลงไปก็แล้วกันถือว่าพ่อได้เตือนแกแล้วนะ” “ผมไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป เพราะว่าผมไม่มีอะไรให้เสียใจมากไปกว่านี้แล้วครับพ่อ ผมขอตัวนะครับ” พูดจบนักรบก็เดินเลี่ยงออกมา แต่ว่าผู้เป็นพ่อก็ยังตะโกนตามหลังของเขา “ได้ พ่อจะคอยดู ไหนแกบอกว่าเรือนเพาะชำเป็นเรือนหอแกกับอลิช จะไม่ให้ใครเข้าใกล้ไง แล้วทำไมถึงให้น้องไปอยู่ที่นั่นล่ะ หรือว่าแกยังลืม....” ยังไม่ทันที่ผู้เป็นพ่อจะพูดจบนักรบก็พูดสวนขึ้นมาเสียก่อน “ตอนนี้มันแทบไม่มีความหมายอะไรแล้วผมล่ะอยากจะเผาทิ้งด้วยซ้ำ” นักรบตอบอย่างหัวเสีย “พ่อขอเตือนแกนะ ลลิตาเขาเป็นน้องก็จริงแต่เขาไม่ได้มีความผิดอะไร ฝากไว้ให้แกคิด คิดได้หรือไม่ได้ก็แล้วแต่แก ถือว่าพ่อเตือนแล้ว อย่าลืมช่วงเวลาที่ดีๆ ที่เคยมีให้กันสิ” พ่อพูดแค่นั้นนักรบก็เดินออกไปในทันที ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว วันนี้เรือนเพาะชำเปิดไฟสว่างไปทั่วทั้งภายในบ้านและนอกบ้าน เรียกว่าภายในรอบ2ปีเลยก็ว่าได้ นักรบที่ยืนมองจากห้องของเขาเห็นแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มถอนหายใจออกมานับครั้งไม่ถ้วน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD