ลลิตาเมียขัดดอก
ตอนที่ 5. ความเจ็บปวด
นักรบเดินออกมาพอดีแต่ไม่ทันที่จะได้ยินบทสนทนาก่อนหน้านี้ของทั้งสองคนที่คุยกันอยู่นานพอสมควร ทั้งที่ลลิตารีบเดินเพื่อที่จะออกไป แต่ว่านักรบดันเรียกเอาไว้ซะก่อน
“เดี๋ยวก่อนวันนี้จะไปส่งจะได้รู้ว่าทำงานที่ไหนแผนกไหน ขึ้นรถ”
ลลิตาไม่ตอบขึ้นรถตามคำสั่งของนักรบ ด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉยไม่เเสดงอาการอะไรออกมาทั้งนั้น
นักรบมองมือที่พันด้วยผ้าเช็ดหน้าทั้งสองข้างก่อนที่จะตัดสินใจเอ่ยถามออกมา..
“มือเธอเป็นอะไรไหนขอดูหน่อย”
นักรบพูดพลางดึงมือลลิตา แต่ลลิตาชักมือกลับคืนทันที” ก่อนที่เธอจะตอบเขา
“ไม่มีอะไรฉันพันไว้เฉยๆ” ลลิตาตอบแค่นั้นพร้อมกับขยับมือไปไว้ด้านข้างตัวเองไม่ให้เขาเอื้อมได้ถึง
“ดีไม่เป็นไรก็ดี อย่ามาตายในบ้านก็แล้วกัน”
นักรบพูดแค่นั้นจากนั้นทั้งสองก็เงียบตลอดทาง แต่ว่าก็แอบมองไปที่มือของลลิตาเป็นระยะ
จนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาล
นักรบมาส่งลลิตาที่โรงพยาบาล ลลิตาลงรถแล้วเดินเข้าไปภาย แต่ระหว่างที่เดินเข้าไปนั้นก็มีเสียงทุ้มของชายหนุ่มคนหนึ่งร้องเรียก พร้อมกับวิ่งเข้าไปหาลลิตา
“ลลิตา” เสียงชายหนุ่มเรียกลลิตา ทำให้นักรบสั่งให้ดินหยุดรถแล้วมองดู การกระทำของทั้งสองคน ภาพตรงหน้าที่สองคนคุยกันนั้นทำเอาชายหนุ่มถึงกับจุกแน่นกลางอกในทันที ด้วยความโมโห
“อ้าวปกรณ์ วันนี้มาเช้าจัง”
ลลิตาทักทายชายหนุ่มพร้อมกับยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มที่สดใสทำเอาคนที่นั่งในรถไม่พอใจเลยทีเดียว ที่เห็นท่าทางของทั้งสองที่สนิทสนมกันเป็นอย่างมาก ทั้งส่งยิ้ม และหัวเราะด้วยกัน
ปกรณ์ที่เห็นมือของลลิตารีบชี้ไปที่มือแล้วถามออกมา
“นั่นมือเป็นอะไรไหนดูซิ”
ไม่แค่เพียงถามเท่านั้น ชายหนุ่มดึงมือของลลิตาไปดูทันทีปกรณ์จับมือแล้วแกะผ้าออก อย่างช้า ๆ ก่อนจะตกใจเมื่อเห็นว่าที่ฝ่ามือเป็นอะไร
“อะไรเนี่ยทำไมเป็นแผลแบบนี้ เธอเป็นหมอทำไมไม่ดูแลมือสวยๆ ให้ดีๆ ไปจะพาไปทำแผล แล้วไปทำบ้าอะไรมาเนี่ยทำไมถึงเป็นแบบนี้” ปกรณ์ทั้งถามทั้งบ่น อีกทั้งยังส่ายหน้าให้กับลลิตาที่ไม่ดูแลมือตัวเองให้ดีกว่านี้
ปกรณ์จับมือลลิตาเดินเข้าไปในโรงพยาบาล...
“ออกรถ”
นักรบกัดฟันสั่งให้ดินออกรถ บรรยากาศภายในรถเงียบกริบก่อนที่เขาจะเอ่ยออกมาอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงที่เรียบเป็นอย่างมากแต่นั่นก็ทำให้คนฟังได้รุ้ว่าตอนนี้เขามีความรู้สึกยังไง
“ไปสืบมาไอ้คนนั้นมันเป็นใคร”
“ครับนาย” ...ดินตอบรับเจ้านายก่อนที่เขาจะคิดได้จึงเอ่ยออกมาอีกครั้งหนึ่ง
“อ่อเย็นนี้คุณลลิตาบอกว่าเธอจะแวะซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าครับ”
“อืมม..ตามไปดูแต่ห้ามช่วยอะไร” นักรบบอกกับดิน นั่นก็หมายความว่าดินต้องตามไปดูแลลลิตาในทันที
ขณะที่ปกรณ์ทำแผลให้นั้น เสียงโทรศัพท์ลลิตาดังขึ้น
“ค่ะพ่อ พ่อเป็นไงบ้างคะ” หญิงสาวปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดเพื่อที่จะให้พ่อสบายใจ
“ลูกเป็นไงบ้าง พ่อเป็นห่วง” เสียงของพ่อสะอื้นมาตามสายโทรศัพท์
“ไม่เป็นไงค่ะสบายดีค่ะพ่อ แล้วพี่ล่ะคะ_ และพี่อยู่ไหน” ลลิตารัวคำถามทันทีที่ผู้เป็นพ่อต่อสายเข้ามาหาเธอ เพราะว่าลิลาเป็นคนที่รักครอบครัวเป็นอย่างมาก
“อย่าถามอะไรตอนนี้เลย อดทนอีกนิดนะลูกแล้วพ่อจะรีบมารับ อดทนหน่อยนะลูก พ่อขอโทษนะที่ทำให้หนูต้องลำบาก ทั้งหมดเป็นความผิดของพ่อเพียงคนเดียวเท่านั้น”
“อย่าพูดอย่างนั้นสิคะพ่อ พ่อเองก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วงหนูค่ะ หนูสบายดีค่ะ”
ลิลิตาบอกกับผู้เป็นพ่อ
ลลิตาวางโทรศัพท์แล้วถอนหายใจออกมา ปกรณ์ที่นั่งฟังอยู่นานหันมาถามลลิตา
“มีอะไรเหรอ?”
ลลิตายิ้ม ให้กับชายหนุ่มที่เขาคอยจะถามไถ่อยู่ตลอดเวลา
“ไม่มีอะไรหรอก พ่อแค่ไปทำงานไกลเลยโทรหาแค่นั้นแหละจะมีอะไรได้ล่ะ”
“ลลิตาเธอก็รู้ว่าพี่ชอบเธอมากแค่ไหน อะไรที่พี่พอช่วยได้บอกพี่สิพี่จะช่วย ไม่ต้องเกรงใจพี่แค่เธอเอ่ยปากแค่นั้นเองพี่พร้อมจะช่วยเธอทุกอย่าง”
ปกรณ์ทำหน้าจริงจังขึ้นมาทันที
“จริงนะงั้นได้ค่ะ ขอยืมเงิน350ล้านตอนนี้เลยค่ะ”
ลลิตาพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้กับชายหนุ่มรุ่นพี่
“ฮะ350ล้าน กี่ชาติพี่ถึงจะมี” ปกรณ์ถึงกับตกใจ
ลลิตาหัวเราะชายหนุ่ม
“นั่นสิคะ ล้อเล่นค่ะ จะเอาไปทำอะไรตั้ง350ล้าน” ลลิตาพูดพร้อมกับหัวเราะทั้งที่ภายในใจนั้นเธอแทบจะร้องไห้วันละหลายร้อยรอบเลยก็ว่าได้
“ขอบคุณนะคะที่พี่อยู่ข้างหนูมาตลอด”
ปกรณ์สะบัดหน้าหนี
“เชอะได้แค่พี่น่ะสิ”
“แค่นี้ก็พอมิตรภาพจะได้ยืนยาว อนาคตมันเป็นอีกเรื่องหนึ่งพี่อย่าโลภสิคะคุณหมอปกรณ์” ลลิตาพูดไปขำไปในท่าทางของหมอหนุ่ม
“โอเคๆ งั้นพี่จะรอ ตอนนี้ขอไปตรวจคนไข้ก่อนนะ”
“ค่ะ” ลลิตาได้แต่ตอบสั้นๆ
“ขอโทษนะคะที่โกหกพี่”
ลลิตาเอ่ยออกมาเบา ๆ หลังจากปกรณ์ออกไป ลลิตานั่งถอนหายใจ คงมีแต่ที่โรงพยาบาลเท่านั้นในตอนนี้ที่ทำให้เราสบายใจ