Emotional outburst

3408 Words
จีเซลไม่ลืมแวะร้านคาเฟ่เพราะเธอสัญญากับชาลินีไว้แล้วว่าจะตามใจหนึ่งวัน แต่ไม่คิดว่านักแสดงสาวจะกล้ากับเธอโดยปกติคนส่วนใหญ่มักจะไม่ทำอะไรให้ตัวเองเดือดร้อนหรอกจริงไหม ชาลินีและมาดามจีเมื่อมาถึงคาเฟ่สไตล์เกาหลีภายในร้านตกแต่งด้วยของมินิมอลแนวน่ารัก ข้างในเน้นโทนสีขาวออกสีครีมโอรสเป็นส่วนใหญ่ พนักงานของร้านก็ต้อนรับลูกค้าเป็นอย่างดี “อยากทานอะไรล่ะ สั่งเลยนะ” จีเซลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ดูเหมือนชาลินีจะไม่ค่อยจะเอ็นจอยกับเมนูของหวานวันนี้สักเท่าไร “ค่ะ” ชาลินีพ่นลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวมาดามจะต่อว่าเธอได้ สองมือหยิบเมนูขนมหวานขึ้นมาดูมีทั้งเบอเกอรี่ เครื่องดื่ม ไอศกรีมรวมถึงผลไม้ต่าง ๆ “รับอะไรดีคะ” พนักงานเดินมารับออร์เดอร์ “เอิ่ม…เฟรนช์โทสต์สตอเบอรี่ เครื่องดื่มเป็น Strawberry Latte Choco” ชาลินีปิดแฟ้มเมนูแล้วยิ้มให้กับมาดาม “ฉันขอเอสเปรสโซ่โรมาโน่” “ค่ะ ขอทวนอีกรอบนะคะ มีเฟรนช์โทสต์สตอเบอรี่ Strawberry Latte Choco และเอสเปรสโซโรมาโน่ นะคะ” “ค่ะ” จีเซลตอบรับพนักงาน หลังจากที่พนักงานรับออเดอร์แล้วเขาเดินไปหลังร้านเพื่อเตรียมเมนูให้กับพวกเธอทั้งสอง แม้ในคาเฟ่จะตกแต่งด้วยโทนสบายแต่ชาลินีกับรู้สึกอึดอัด จะไม่ให้อึดอัดก็คงจะไม่ได้ มาดามจ้องฉันอย่างกับจะหาเรื่อง “ได้ทานของชอบก็ทานให้หมดด้วยล่ะ” “ค่ะ” ไม่รู้ว่าจะต้องดีใจไหม เฮ้อ…แต่แลกกับมาดามต้องไปคุมฉันทำงานทั้งอาทิตย์ มันเทียบกันไม่ได้เลยสักนิดถ้าวันไหนฉันไปกับพี่เกลหรือพี่ส้มอย่างน้อยพวกเขาทั้งสองก็ยังใจดีพาฉันไปกินโดยไม่ไปบอกมาดามทีหลังว่าฉันนั้นแอบไปกินของที่มาดามสั่งห้ามนักหนา ไม่ใช่ว่าของพวกนี้จะกินไม่ได้ มาดามไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นแต่จะกินได้ก็ต้องแลกกับความอดทนนั่นหมายถึงงานต้องจบลงแล้ว ถ้าช่วงเทศกาลหรือวันเกิดของเด็กในโมเดลลิ่งก็คือข้อยกเว้น แต่อย่างว่าของโปรดก็คือของโปรด “เอสเปรสโซ่โรมาโน่คืออะไรเหรอคะ ชาไม่เคยรู้จักมาก่อน” “กาแฟดำใส่มะนาว” “แปลกจัง” “แปลกเหรอ มันมีมานานแล้วล่ะเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นเครื่องดื่มที่นิยมในกรุงโรมของประเทศอิตาลี” “ค่ะ แล้วโรมาโน่มันมีความหมายว่าอะไรคะ” ชาลินีถามด้วยความสงสัยเพราะชื่อเครื่องดื่มที่สั่งไปมันไม่คุ้นหู “ตั้งชื่อตามเมืองโรมาโน่ เป็นคำพ้องมาจาก Ramance ที่หมายความว่าโรแมนติก” “ค่ะ” โรแมนติกงั้นเหรอ เครื่องดื่มไม่ได้เหมาะกับมาดามเลยสักนิด มาดามเป็นคนโรแมนติกเหรอ…เธอดุและโหดอย่างกับอะไร ชาลินีมองหน้ามาดามแต่เธอนั้นต้องหลุบตาต่ำลง ไม่รู้ว่าอาการใจสั่นเป็นเพราะจีเซลสวยจนเธอหวั่นไหวหรือว่ากลัวคนร่างสวยกันแน่ แม้ว่าชาลินีจะอยู่ในสังกัด จีโมเดลลิ่ง มาได้ 4 ปีแล้วแต่ฉันยังรู้สึกไม่ค่อยชินกับมาดามเวลาอยู่กันสองคน จริง ๆ แล้วเธอไม่ใช่คนดุอะไรเพียงแต่มาดามคือผู้หญิงบุคลิกภายนอกอาจจะเป็นคนค่อนข้างเจ้าระเบียบ กฎเกณฑ์เยอะ แต่สายตาของจีเซลบ่งบอกถึงอารมณ์ได้ดี เธอเป็นผู้หญิงที่มีสายตาเป็นเอกลักษณ์ หลังจากที่พนักงานเสิร์ฟเดินออกเขาได้นำเมนูที่สั่งมาเสิร์ฟ ชาลินีตื่นเต้นกับขนมหวานตรงหน้าแต่นักแสดงสาวก็ไม่ได้ดีใจอะไรมากมายสักเท่า เพราะเธอกลัว ไม่รู้ว่ากลัวอะไรมาดามนักหนาแต่ความกลัวของเธอก็ดื้อรั้นชอบทำในสิ่งที่มาดามไม่ชอบอยู่เป็นประจำ เฟรนช์โทสต์สตอเบอรี่ คือขนมปังชุบไข่ทอดที่ไร้น้ำมัน ใส่ผลไม้ตระกูลเบอรรี่เสิร์ฟกับโยเกิร์ตไขมันต่ำ “ทานให้อร่อยล่ะ” “ค…ค่ะ” ทำไมการทานของหวานวันนี้มันดูไม่มีความสุขเลย แม้แต่จะจับส้อมหั่นขนมปังให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ สายตาก็ฉันก็ต้องมองคนตรงหน้าก่อน “ฉันไม่ได้ว่าอะไรเธอนี่ กินมันไปสิ” “ค่ะ มาดาม” คราวนี้ฉันไม่สนใจคนตรงหน้า ทานมันให้อร่อยที่สุด ไหน ๆ ก็แลกมากับต้องไปทำงานกับมาดามทั้งอาทิตย์แล้วก็ทำตามความรู้สึกตัวเองเถอะนะชา อืมมม…เบิ้ลอีกสักเมนูได้ไหม ฉันได้แต่ถามตัวเองในใจไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวมาดามไปคุมนานสองอาทิตย์ทำยังไงล่ะทีนี้ “อยากสั่งอะไรเพิ่มไหม” “ไม่แล้วค่ะ” “งั้นกลับกัน” “ค่ะ มาดาม” ก่อนกลับหลายคนในร้านรู้จักกับจีเซลและชาลินี ทั้งสองถูกขอถ่ายรูปตอนนี้ชาลินีขึ้นแท่นเป็นนางเอกอันดับต้น ๆ ของประเทศ ส่วนจีเซลตอนนี้กลายเป็นนักปั้นมือทองเด็กในสังกัดของเธอทุกคนต่างได้รับความสนใจและมีงานกันแทบทุกวัน ระหว่างทางจากคาเฟ่ไปโมเดลลิ่งก็ใช้เวลาไม่นานเท่าไร ชาลินีหยิบมือถือขึ้นมาเนื่องจากมีข้อความเข้า [ชาไปทำงานกับมาดามเป็นยังไงบ้าง] มิว นักแสดงสาวเพื่อนสนิทของชาลินีทั้งสองสนิทกันมากเพราะเข้าวงการมาพร้อม ๆ กัน และมิวรู้ดีว่าชาลินีกับมาดามมักจะมีปัญหากันอยู่เสมอ “เดี๋ยวกลับไปเล่าให้ฟังได้ไหม ตอนนี้มิวอยู่ไหน” [มิวอยู่โมแล้ว] “ชากำลังจะถึง ไว้จะเล่าให้ฟัง” [โอเค] ชาลินีถอนหายใจแล้วหย่อนมือถือใส่ลงในกระเป๋าสะพาย สายตาของนักแสดงสาวมองวิวข้างทาง บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า นั่งทานขนมแค่แป๊บเดียวก็เกือบจะค่ำแล้วเหรอ? “เป็นอะไรไป” “เปล่าค่ะ มาดามคะ…” ชาลินีเอ่ยคำถามขึ้นแต่ก็ชะล่าใจว่าจะถามมันดีไหม “ว่ายังไง” “มาดามพูดจริงเหรอคะ ที่บอกจะไปทำงานกับชาทั้งอาทิตย์” “ชาคิดว่าฉันเป็นคนพูดเล่นงั้นเหรอ ฉันว่าชารู้จักฉันดีนะอยู่กับฉันมากี่ปีแล้ว” คำตอบที่น้ำเสียงไม่ค่อยน่าฟังนัก สายตาของจีเซลมองชาลินีอย่างน่ากลัว มาดามขมวดคิ้วเล็กน้อยเธอไม่ชอบคำถามนี้ของชาสักเท่าไร เพราะจีเซลคิดว่าชาน่าจะรู้ดีว่าเธอเป็นคนยังไงและแบบไหนที่มาดามไม่ชอบ “ขอโทษค่ะ” “ถึงแล้ว ไปอาบน้ำพักผ่อนอย่าลืมลงมาทานข้าวล่ะ” “ค่ะ มาดาม” ชาลินีลงจากรถก่อนที่เธอจะก้าวเท้าเดินออกไปก็ทิ้งลมหายใจเฮือกใหญ่เอาไว้ จะมีสักวันบ้างไหมที่ฉันจะไม่โดนดุหรือเจอสายตาแบบนั้นของมาดาม บางทีชาลินีรู้สึกน้อยใจตัวเอง ทำไมฉันถึงเป็นคนที่ชอบทำให้มาดามอารมณ์เสียอยู่เรื่อย ไม่ใช่ว่าฉันดื้อหรืออะไร ชาก็แค่อยากให้มาดามเข้าใจมุมมองของคนอื่นบ้างว่าบางคนไม่ได้โอเคกับมาดามไปซ้ะทุกเรื่อง โดยเฉพาะการบังคับอะไรที่มันไม่น่าจะบังคับ หลังจากที่ชาลินีเดินออกไปจีเซลนั่งอยู่ในรถนานพอสมควร เธอถอนหายใจออกมา บางทีเธอก็อึดอัดเหมือนกันที่ต้องคอยห้ามนู้นห้ามนี่ แต่ถ้าเรื่องแค่นี้ทุกคนทำไม่ได้ใครจะฟังฉัน อย่างแรกก็เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ ก่อนเรื่องแค่นี้ชาลินีถึงกับต้องบ่น แล้ววันนึงเจอข่าวหนัก ๆ จะมีความอดทนมากพอที่จะกล้ายืนอยู่ในวงการหรือเปล่า สิ่งที่ฉันทำเธออาจจะมองว่ามันไม่สมเหตุสมผลหรือมันมากเกินไป แต่เชื่อฉันเถอะว่ามันจะเป็นความอดทนเล็ก ๆ น้อย เธอยังต้องเจออะไรอีกเยอะชาลินี… “ส้มส้ม เดี๋ยวเย็นนี้เตรียมสเต็กเนื้อให้ทุกคนนะ” “ค...คะ?” ส้มส้มคือผู้ช่วยของมาดามจีอีกคน เธอแปลกใจในสิ่งที่มาดามขอปกติช่วงเย็นของโมเดลลิ่งนักแสดงทุกคนต้องทานต้มจืดหรือไม่ก็ข้าวต้ม เพราะอาหารเย็นมักทำให้อ้วนเร็ว ทำไมจู่ ๆ วันนี้มาดามถึงเปลี่ยนไป “ไม่ต้องสงสัย พี่บอกให้จัดการ” “ค่ะพี่จี” “อ่อ อีกเรื่องน้ำอัดลม น้ำผลไม้ด้วยนะแต่ไม่เอาแอลกอฮอล์เพราะบางคนพรุ่งนี้มีงาน” “ค่ะ” ส้มส้มเมื่อรับคำสั่งก็รีบไปผสานงาน ค่ำคืนนี้ทุกคนต้องแปลกใจที่ได้ทานอาหารสุดหรูไม่รู้เหมือนกันเหตุผลอะไรที่ทำให้วันนี้มาดามจีถึงได้ทำแบบนี้ จีเซลไปที่ห้องส่วนตัวของตนเอง เธอวางกระเป๋าลงบนโซฟาขาสองข้างนั่งลงบนเก้าอี้โต๊ะทำงาน หลังจากที่กลับจากทำงานฉันถอนหายใจอยู่อย่างนั้นไม่รู้กี่รอบแล้ว บางทีฉันควรจะลดอะไรลงบ้างทุกคนในโมเดลลิ่งจะได้ไม่อึดอัด ฉันทำแบบนี้หวังว่าคนในโมเดลลิ่งจะมีความสุขขึ้นมาบ้าง เธอภาวนาว่าคืนนี้ทุกคนจะมีความสุขก็เท่านั้น หลังจากเมื่อเช้าที่รู้ว่าชาลินีบ่นเรื่องอาหารที่ต้องทานพวกขนมปังกับสลัดผักทุกวัน มันคงจะน่าเบื่อใช่ไหม แต่ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่ยอมรับฟังความเห็นของคนอื่น ฉันเป็นถึงเจ้าของโมเดลลิ่งถ้าเอาแต่ใจตัวเองไม่สนใจผู้ที่อยู่รวมกันแบบนี้คงไปกันไม่รอด ชาลินีนั่งอยู่ห้องรวมโดยมีมิวและพี่สกายดาราหนุ่มที่หน้าตาดีช่วงนี้พี่เขาฮอตมาก พูดได้เลยว่าเล่นละครเรื่องไหนเรตติ้งดีไม่พอมีพ่อยกแม่ยกตามแห่ขบวนเวลาพี่สกายนั้นออกงาน “ชาเป็นไงบ้าง” “โดนห้ามทานของตามเคย แต่มาดามให้ข้อเสนอมาว่าให้ทานอะไรก็ได้เพราะวันนี้ชาทำงานดี ชาเลยเลือกไปทานขนมหวานแต่สุดท้ายมาดามบอกว่าแลกกับมาดามต้องไปคุมชาเฝ้าทำงานทั้งอาทิตย์” ชาลินีพูดเสียงอ่อนนั่นคือเสียงของคนหมดหวัง ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากให้มาดามไปด้วยหรอกนะแต่เพราะจีเซลเป็นคนระเบียบซึ่งชาลินีไม่ได้เป็นคนเจ้าระเบียบขนาดนั้น “จริงเหรอชา” “ค่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก แต่ทำไมชาถึงไม่ค่อยชินทุกคนก็รู้ว่าสายตาของมาดามน่ากลัวขนาดไหน” “พี่ว่านะชาอย่าดื้อกับมาดามสิ ดูอย่างทุกคนมาดามให้ทำอะไรก็ทำไม่มีใครกล้าพูดอะไรไง” “พวกพี่ไม่อึดอัดเหรอ” “แต่สิ่งที่มาดามทำ เขาทำเพื่อพวกเราไม่ใช่เหรอชา” สกายตอบด้วยน้ำเสียงน่าฟัง อืม..มันก็จริงอย่างที่พี่สกายพูด คนอื่นไม่เห็นมีปัญหาแบบที่ชามีเลย จริงอย่างที่ว่าทุกคนมีความอดทนที่ต่างกันแต่ชาลินีแค่มีน้อยกว่าทุกคนก็เท่านั้น “ค่ะพี่สกาย ชาเข้าใจแล้วค่ะ” ชาลินีจากที่มีใบหน้าที่เศร้าแต่เธอกลับยิ้มได้ด้วยคำพูดของดาราหนุ่มตรงหน้า “ชาไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวลงมาทานอาหารช้าจะโดนดุได้” “ครับ” หลังจากที่ชาลินีขึ้นไปอาบน้ำสัญญาณหน้าบ้านก็ดังขึ้น มาดามที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ลงมาดูเพราะว่าเกลและส้มส้มดูแลเรื่องอาหารเย็นนี้อยู่ จีเซลเดินไปหน้าบ้านเห็นรถยนต์คันหรูที่คุ้นเคยมาจอดเธอจึงเข้าไปทักทาย “คุณรุจ” “ขอโทษที่ผมมาไม่ได้บอกน่ะครับ พอดีผมผ่านมาทางนี้ก็เลยแวะมาหาคุณสักแป๊บนึง” ชายหนุ่มเดินไปจับมือนุ่มของจีเซล “ค่ะ เชิญเข้าไปด้านในก่อนนะคะ” รุจคือนักธุรกิจที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับจีเซลเขายังดูไม่แก่แถมยังหล่ออย่างกับเด็กอายุประมาณราว 20 ปลาย ๆ รุจคือผู้ชายที่ตามจีบจีเซลเมื่อ 3 ปีที่แล้วทั้งคู่ยังไม่ได้คบหากันตอนนี้อยู่ในสถานะคนคุยเท่านั้น แต่รุจก็สามารถเข้าออกบ้านหลังนี้ได้ จีเซลกับเขาก็มาเจอกันที่นี่บ่อยครั้งเด็กทุกคนในโมรู้กันดี แต่จีเซลก็ยังไม่ได้ให้ใจสักเท่าไรเพราะด้วยความที่เธอเป็นคนที่มีอีโก้สูงเฉียดฟ้าถ้าใครเข้ามาเธอต้องดูให้แน่ใจก่อน แต่ส่วนใหญ่คนที่เข้ามาหาเธอก็มักจะรอไม่ได้บางคน 7 ปีก็ยังไม่ได้คบ ด้วยความที่จีเซลเป็นคนมีชื่อเสียงและเธอมีหน้าตาที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์บอกได้คำเดียวว่าโครงหน้าฟ้าประทานหลาย ๆ คนอิจฉาในความสามารถและหน้าตาของเธอ ไม่แปลกใจเลยที่ใคร ๆ ต่างก็รอต่อคิวที่จะได้คบกับดาราที่มีชื่อเสียง “วันนี้มีปาร์ตี้กันเหรอครับ” “เปล่าหรอกค่ะ พอดีจีเห็นว่าเด็กทุกคนเหนื่อยวันนี้เลยอยากให้ได้ทานของอร่อย” “ครับ ผมอยู่ทานได้ด้วยหรือเปล่า” “ได้ค่ะ” จีเซลไม่ได้ว่าอะไรเพราะที่ผ่านมารุจคือผู้ชายที่ดีมาก เขาดูแลและใส่ใจเธอมาตลอด แต่นั่นแหละ…ถ้าจะเข้าหาจีเซลต้องมีความพยายามมากกว่านี้ “เดี๋ยวจีไปเอาน้ำมาให้นะคะ” “ครับ” จีเซลเดินไปที่ห้องครัวเธอรินน้ำเปล่าให้กับคุณรุจแถมยังมีผลไม้ติดมือมาด้วย สเต็กเนื้อบางชิ้นสุกแล้วมาดามไม่ลืมที่จะยกมาให้กับชายหนุ่ม “สเต็กค่ะคุณรุจ” “ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มยิ้มให้กับร่างสวย เขายังหลงไหลในความสวยนี้ทุกครั้งที่เจอก็ตกอยู่ในภวังค์เสมอ “อยากได้อะไรเพิ่มเติมไหมคะ” “ไม่แล้วครับ” จีเซลอาจจะดุสำหรับเด็กแต่สำหรับคนของตนเองก็มักจะพูดจาเพราะเป็นการให้เกียรติ โดยเฉพาะกับรุจเธอพูดจา คะ/ขา อยู่เป็นประจำ หากใครได้ยินก็ต่างน่าอิจฉากันทั้งนั้น จีเซลเวลาอยู่กับรุจเธอเหมือนไม่ใช่มาดาม เธอมีความน่ารักและอ่อนโยนแต่ที่เธอต้องวางฟอร์มเป็นคนน่ากลัวเพราะอยากให้เด็กในโมเชื่อฟังแต่ถ้าอยู่กับคนรักก็มักจะมีอาการอีกแบบนึง ทั้งสองพูดคุยกันสนุกสนานตามประสาคนที่ดูใจกัน ชาลินีที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเธอแต่งตัวด้วยเสื้อกร้ามสีเทาอ่อนกับกางเกงวอร์มสีเทาเช่นกัน เดินลงมาชั้นล่างที่ห้องโถงเห็นมาดามและชายหน้าคุ้นเคยคุยกันอย่างมีความสุข ชาลินีรู้สึกไม่ค่อยพอใจกับภาพตรงหน้าสักเท่าไร ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงไม่พอใจแต่อาการแบบนี้จะเป็นก็ต่อเมื่อเธอเจอรุจเท่านั้น ชาเดินผ่านมาดามแตาก็ถูกอีกคนพูดดักให้เธอหยุด “คืนนี้ฉันให้เกลกับส้มจัดสเต็กให้กับทุกคนเธออย่าลืมไปทานล่ะ” มาดามพูดด้วยน้ำเสียงปกติ “ค่ะ” ชาลินีไม่ได้ตอบอะไรมาก เธอเดินไปที่หน้าบ้านนักแสดงหลายคนต่างก็จับกลุ่มพูดคุยกันว่าแต่ละวันไปเจออะไรมา แต่คนที่ไม่เอ็นจอยเท่าไรก็น่าจะเป็นชาลินี ความเป็นจริงวันนี้เธอควรจะมีความสุขใช่ไหมที่จะได้ทานสเต็กอาหารอีกจานที่เป็นของโปรดแต่เธอกับรู้สึกไม่อยากกินมันเลยแม้แต่น้อย “ชา มานั่งตรงนี้สิ” มิวดาราสาวที่สนิทเอ่ยชักชวน “ชา ไม่หิวทานกันเลย” “เป็นอะไรหรือเปล่าชา” มิวเดินเข้ามาจับแขนของเพื่อนสาวแล้วใช้มืออังที่หน้าผากเพราะคิดว่าอีกคนคงไม่สบาย “เปล่า ชาแค่รู้สึกเหนื่อยน่ะ” ฉันพูดโกหกแท้จริงแล้วฉันไม่มีอารมณ์ทานมันเลยสักนิด เพราะอะไรเหรอ…น่าจะเป็นเพราะมาดามมั้งที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ “งั้นชาขึ้นไปนอนพักนะ” “อืม ชาไปก่อนนะ” ชาลินีเดินลับเข้าไปภายในตัวบ้าน นักแสดงหลายคนต่างสนุกสนานกับค่ำคืนนี้แต่คนที่ไม่มีอารมณ์ด้วยคือชาลินี เมื่อเธอเดินกลับเข้าไปข้างในก็ต้องเห็นภาพที่ทั้งคู่กำลังป้อนเนื้อสเต็กกัน เฮ้อ…ทำไมเราต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ด้วยนะ ชาลินีเลือกที่จะไม่สนใจเธอพยายามทำเป็นไม่เห็นเพื่อจะเดินผ่านทั้งสอง แต่ก็มีเสียงเอ่ยขึ้นทำให้เธอต้องหยุดเดินอีกครั้ง ใช่…เสียงนั้นคือเสียงของมาดาม “ไม่ทานเหรอชา” มาดามถามด้วยสีหน้าสงสัยเพราะที่เธอให้นักแสดงทานสเต็กวันนี้ก็เพราะชาคนเดียว “ไม่ค่ะ ชาไม่หิวขอตัวก่อนนะคะ” ชาลินีเดินขึ้นไปชั้นสองทันทีเธอพูดโดยไม่มองหน้าจีเซลแม้แต่น้อยเพราะไม่อยากเจอกับชายหนุ่ม จีเซลที่ได้ยินคำตอบก็รู้สึกแปลก ๆ จากที่ร่าเริงที่เพิ่งคุยหวานๆ กับคุณรุจกับต้องหุบยิ้มลง ทำไมนะวันที่ฉันอยากให้เธอทานแต่เธอกับไม่อยากกิน “เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณจี” “เปล่าค่ะ เดี๋ยวจีขอขึ้นไปคุยกับชาก่อนนะคะ” “ครับ” จีเซลแค่อยากรู้เหตุผลของชาลินี เพราะเธออยู่ด้วยกันมาตลอดทำไมจะไม่รู้ว่าอีกคนนิสัยยังไง มาดามเคาะที่ประตูของชาลินีไม่นานนักประตูถูกเปิดออก จีเซลเดินเข้าไปข้างในเธอกอดอกมองหน้านักแสดงสาว “เป็นอะไรหรือเปล่า หรือเธอไม่พอใจที่ฉันต้องไปคุมเธอทำงาน” “เปล่าค่ะ ไม่ใช่เรื่องนั้น” “แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ” จีเซลเริ่มขึ้นเสียงเธอรู้สึกหงุดหงิดที่อีกคนนั้นไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร “ทำไมมาดามต้องมาคาดคั้นเอาคำตอบจากชาด้วยคะ” “ก็เธอแปลกไป ไม่ใช่ชาคนเดิม” “มาดามคงคิดมาก” ชาลินีหันหลังให้กับจีเซลเธอเดินไปที่ริมระเบียงเพื่อยืนรับลม ตอนนี้ฉันรู้สึกได้ว่ากำลังอารมณ์ร้อนขืนพูดคุยกับมาดามตอนนี้ก็มีแต่ทะเลาะกัน “ฉันว่าฉันไม่ได้คิดมากนะชา” จีเซลเดินตามไปเธอจับตัวให้ชาลินีมองหน้าเธอ ความรู้สึกแรกที่ชาลินีหันไปสบตาก็รู้สึกหัวใจหล่นวูบที่ตาตุ่ม ความรูัสึกนี้มันคืออะไร “ชาคงเหนื่อยค่ะ” “เธอโกหกอีกแล้วนะ มีอะไรก็พูดสิ” “มาดามคะ จะมีสักวันหรือเปล่าที่มาดามคุยกับชาเพราะ ๆ หรือไม่ใช้สายตาแบบนี้กับชา บางทีชาก็รู้สึกนะคะว่ามาดามไม่ชอบอะไรชาหรือเปล่าถึงเป็นแบบนี้กับชาแค่คนเดียว แต่กับคุณรุจมาดามกับพูดจาอ่อนโยนกลายเป็นคนน่ารักขึ้นมาทันที” ชาลินีระเบิดความในใจออกมา ทั้ง ๆ ที่ตลอดเวลาจีเซลจะพูดจากับเธอยังไง เธอก็ไม่เคยคิดมากหรือรู้สึกน้อยใจแต่พอเห็นคุยดีกับคุณรุจเธอก็รู้สึกเริ่มอิจฉาเขาขึ้นมา “เธออยากให้ฉันพูดจาเพราะ ๆ กับเธอ” มาดามพูดน้ำเสียงอ่อนโยนเพราะตอนนี้เธอรู้สึกว่าชาลินีนั้นรู้สึกไม่ดีกับเธอไปแล้ว “ช่างมันเถอะค่ะ ชาอยากนอนแล้ว” “เดี๋ยวฉันเอาสเต็กขึ้นมาให้ทาน โอเคไหม” จีเซลเลือกที่จะพูดจาดีเหมือนที่อีกคนขอไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ปกติจีเซลมักไม่ยอมอะไรง่าย ๆ อยู่แล้วแต่พอเห็นสีหน้าของชาในวันนี้ฉันอยากจะกลายเป็นคนที่อ่อนโยนกับชา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD