“จริงเหร๊อ” เจ้าของห้องเสื้อกล่าวอย่างสนิทสนมคุ้นเคย ไม่ค่อยมีใครกล้าเล่นหัวกับผู้หญิงคนนี้เท่าไหร่หากไม่อยากเงาหัวหาย ทว่าเขานั้นคือข้อยกเว้น เพราะรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนเมืองนอก “หน้าตาน่ารักแบบนี้ จับแต่งตัวนิด ๆ หน่อย ๆ ก็น่ารักอย่าบอกใคร คุณพันทิวาอย่ากลืนน้ำลายตัวเองก็แล้วกันนะคะ”
พันทิวาถอนหายใจ ปรายตามองเจ้าของห้องเสื้อที่ยิ้มน้อย ๆ อย่างมีจริต
จนเมื่อประตูกระจกของห้องลองเสื้อเปิดออก
สีหน้าที่ยังคงความทระนงเรียบนิ่ง ทว่าแววตานั้นแฝงความไม่มั่นใจ...เป็นสิ่งแรกที่พันทิวามองเห็น
จนเมื่อมองยังองค์รวมที่มันกลับกลายเป็นลงตัวไปหมดทุกองค์...ทันใดนั้นแววตาของพันทิวาจึงผ่อนคลายลง
“พอใจไหมล่ะคะ คุณพันทิวา” เสียงนี้เป็นของเจ้าของห้องเสื้อที่กล่าวอย่างกวนประสาท
นีรามนยังคงเก้อต่อสายตาของคนมอง ท่าทีจึงปิดไม่มิด ยกมือข้างหนึ่งขึ้นเกาท้ายทอยอย่างลืมตัว
เธอดูกะโปโลน้อยลงในสายตาอีกคนแล้วหรือไม่หนอ?
มองสบสายตาคมกล้าอยู่อย่างนั้น อย่างที่น้อยคนนักที่จะกล้าสบสายตา
พันทิวามิได้พูดอันใด เวลาผ่านไปสักพัก คนที่กุมอำนาจสูงสุด ณ ที่แห่งนั้นจึงลุกขึ้นแล้วเดินสับส้นสูงออกไปจากบริเวณ
เจ้าของห้องเสื้อจึงหันมายิ้มให้เธอ แล้วยกมือข้างหนึ่งทำท่าโอเคใส่
.
.
.
...รถยนต์สีดำหรูแล่นออกจากห้างสรรพสินค้าย่านสุขุมวิทเป็นเวลาเกือบบ่ายสาม หลังจากนีรามนถูกพันทิวา “จับแปลงโฉม” อย่างเต็มรูปแบบ
นีรามนถูกลากไปมาตามใจอีกคนเสร็จสรรพ นักศึกษาสาวก้มมองดูสารรูปของตัวเองที่ราวกับถูกเนรมิตแปลงโฉม
ค่าเสื้อผ้าและเครื่องประดับยิบย่อยนั้นไม่ต้องพูดถึง เธอต้องทำงานอีกนานเท่าไหร่กว่าจะมีเงินจ่ายคืนอีกคน
เพราะพันทิวาคงไม่รู้...ว่าเงินที่นีรามนหามาได้นั้นไม่ได้เอาไปใช้จ่ายเพื่อตนเองเลยสักนิด
“ทำงานกับฉันให้ดี แค่นี้ก็ถือว่าฉันลงทุนกับเธอคุ้มแล้ว” ราวกับอีกคนล่วงรู้ความคิดของเธอ จึงกล่าวออกมาทั้งยังไม่หันมามองเธอ
เพราะรู้ว่านีรามนหยิ่งทระนง จองหองตาใสยิ่งกว่าใครที่หล่อนเคยประสบพบเจอมา
หล่อนคิดผิดเสียที่ไหน ก็ดูตาใส ๆ แน่วแน่ที่เงยหน้าขึ้นจ้องตอบหล่อนสิ มันน่าจับมาจูบให้น้ำตาเล็ด ยอมสยบต่อหล่อน...
ใช้เวลาราว 45 นาทีจึงมาถึงสำนักงานใหญ่ของบริษัทซอฟต์แวร์ที่ตั้งอยู่บนตึกระฟ้าในย่านสาทรพาร์ค...