สายตาของนีรามนเปิดมองยังคนมาใหม่ที่ยังคงยืนนิ่ง กอดอก
ช่วยเธอหน่อย...นีรามนส่งสายตาเชิงขอร้อง
ทว่าหญิงสาวคนนั้นกลับมองตอบตาเธอ แล้วยกยิ้ม
นีรามนเกือบจะถอดใจ ทว่าสุดท้ายเธอคนนั้นกลับเข้าหาแขกกิตติมศักดิ์ ซึ่งนีรามนมั่นใจว่าหาใช่เพราะผู้หญิงคนนี้อยากช่วยเหลือเธอไม่
“ดูเหมือนคุณแพรจะเข้าใจผิดนะคะ วินอยู่นี่ค่ะ เด็กคนนั้นก็แค่เด็กเสิร์ฟ...”
“เธอจะหาว่าฉันเลอะเลือนงั้นสิ” สุ้มเสียงที่พาให้นีรามนหนาวเยือกไปทั้งสันหลัง กอปรกับที่ได้มองสบสายตาคมสวยที่อยู่ชิดใกล้...ที่ยังคงไม่ห่างไปไหนแม้นีรามนจะพยายามขัดขืนเพียงใดก็ตาม
พลันสายตาคมสวย เปลี่ยนเป็นดุดัน ห้ำหั่นคนที่เข้ามาขัดจังหวะไม่ดูตาม้าตาเรือ
นีรามนรู้สึกถึงความอันตราย และรู้สึกอยากช่วยเหลือผู้หญิงคนนั้นขึ้นมา ทั้งที่ลำพังตนเองนี่แหละที่ยังเอาตัวไม่รอด
ทว่า...หญิงสาวคนนั้นกลับทำให้นีรามนรู้สึกเหนือคาด
“เปล่านะคะ วินแค่จะเสนอ... ว่าวินน่ะดีกว่าเป็นไหน ๆ” ว่าพร้อมเยื้องย่างเข้าใกล้ หย่อนก้นนั่งลงไม่ใกล้ไม่ไกลอีกฝั่งของโซฟายาวกว้าง “ระดับคุณแพรน่ะเหมาะสมกับสิ่งที่ดีที่สุด หรือไม่ใช่”
ความเงียบคลี่คลุมทั้งห้องแอร์เย็นเฉียบ
ก่อนนีรามนจะเห็นรอยยิ้มแสยะแค่น ได้ยินเสียงหัวเราะที่มันไร้ใจเหลือเกิน
พันทิวาละสายตาไปจากนีรามน หล่อนจึงมิทันได้เห็นแววตาที่จริงใจที่สุดที่มอบให้หล่อน
แววตาที่อนาทร และร้อนใจยิ่งนักกับท่าทีที่หล่อนแสดงออกต่อรอบข้างที่พากันสรรเสริญหล่อน
พันทิวายันตัวออกห่างจากเด็กอวดดีที่ตัวสั่นงันงก...ไม่แน่จริงสินะ
หันไปหานางฟ้าที่คืนนี้หล่อนคงได้เชยชม
“ออกไปได้แล้ว” แน่นอนว่าถ้อยคำนี้เอ่ยมาถึงเธอโดยเฉพาะ
นีรามนเมียงมองแผ่นหลังระหงของคนที่หันหลังให้เธอ ครรลองพร่ามัวทว่าจำต้องทำเป็นมีสติครบถ้วน
นีรามนดึงชายกระโปรงคลุมต้นขาให้มากที่สุด ก่อนจะกัดฟันลุกขึ้นยืนทั้งที่เกือบเซล้ม เก็บถาดออกไปด้วยมือที่พยายามไม่สั่นเทา
นีรามนกัดฟันเดินออกไป ก่อนจะเปิดประตูออกมา ไม่ได้สนใจว่าผู้ติดตามของใครบางคนจะคิดยังไงกับเธอ
เดินลงบันไดด้วยแข้งขาอ่อนแรง ก่อนจะขาอ่อน สิ้นไร้เรี่ยวแรง ทรุดลงนั่งกับขั้นบันไดขั้นสุดท้าย
เหล่าพนักงานที่บริการแขกอยู่ใกล้ ๆ รีบกรูเข้ามาพยุงช่วย ก่อนที่บรรดาแขกจะตื่นตกใจไปมากกว่านี้
“ไหวมั้ยไม้” บ้างก็เป็นห่วง
“คุณคนนั้นเขาดุมากเหรอ ถึงได้หงอยแบบนี้” บ้างก็สอดรู้สอดเห็น
นีรามนไม่ตอบคำ เพียงกล่าวขอบคุณพวกพี่ ๆ ที่เข้ามาพยุงพาเธอไปนั่งพักส่วนห้องพักพนักงาน
มือเธอยังสั่นเทา น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมา
มันไม่ง่ายเลยที่จะมีทั้งความรู้สึกดีใจที่ได้พบหน้า และเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ถูกรังเกียจเดียดฉันท์...จากคนคนเดียวกัน
และที่เจ็บปวดที่สุด...คงจะเป็นแววตาและรอยยิ้มที่ดูแล้วช่างไม่แยแสต่อโลกนั่น
นีรามนเงยหน้าขึ้นมองกระจก ณ ห้องน้ำที่มีไว้สำหรับพนักงานหญิง มองน้ำตาที่รินไหลอาบแก้ม เธอยกยิ้ม...มุมปากสั่นริก
“คุณยังเจ็บอยู่เลย”
ยังไม่หายอีกเหรอคะ?
.
.