หน้าห้องมีการ์ดถึงสี่คนด้วยกันที่คุมอยู่หน้าประตู ประจำหลักกันคนละทิศ
ทว่านีรามนกลับไม่สนใจ เธอสนแค่หน้าที่ของเธอ
เพียงแค่เดินเข้าใกล้ หนึ่งในนั้นที่ยืนอยู่ใกล้ประตูจึงถอยให้เธอและเปิดประตูบานหนาหนักให้เสร็จสรรพ
นีรามนเดินเข้าไปพร้อมถาดเสิร์ฟผลไม้หลากหลายฉ่ำเย็นมีคุณภาพ
แอร์เย็นเฉียบปะทะเข้าใบหน้าและผิวกายที่โผล่พ้นเสื้อสีขาวแขนกุดและกระโปรงสั้นอวดเรียวขา ทว่านีรามนกลับยังทำหน้าที่ของตนเอง ไม่สบสายตากับใครทั้งนั้น แม้จะนึกแปลกใจที่ในห้องนี้โล่ง ไม่มีหญิงสาวสวย ๆ เยอะแยะดังที่เธอคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า
ทว่ากลิ่นอายอันตรายที่คืบคลานและวนเวียนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนั้นคล้ายจะช่วงชิงลมหายใจของเธอไปได้ทุกเมื่อ
เสียงแค่นหัวเราะหวานดังขึ้น “คำว่าศักดิ์ศรีคงใช้ไม่ได้สำหรับเธอหรอกมั้ง นีรามน”
นีรามนที่กำลังวางถาดผลไม้ถึงกับนิ่งค้าง
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองจึงคล้ายร่างกายถูกสาปให้เย็นเฉียบ กอปรกับที่เห็นรอยยิ้มเย้ยหยันของอีกคนที่ส่งมาทางเธอ ช่างดูถูกเหยียดหยามเธอให้จมดินสิ้นดี
นีรามนข่มกลั้นความรู้สึกที่เหมือนหัวใจคล้ายถูกบดบี้ ยิ้มไม่ออก ทั้งควรยิ้มอย่างมีมารยาทต่อแขกคนสำคัญของคลับ
“น้องฉันมันเลี้ยงไม่ดีพอหรือไง ถึงต้องออกมาหากินเพิ่มข้างนอกอีก”
นีรามนหาได้เคืองโกรธ กลับกัน...เธอเจ็บปวดเหลือแสน
ถูกเข้าใจผิดอีกแล้วสินะ
นีรามนยกยิ้มบางเบาตามมารยาทอย่างที่ควรทำเมื่อทำงานบริการ ตั้งใจจะไม่ฉอเลาะกับอีกฝ่าย เธอก้มหน้า เก็บถาดเสิร์ฟไว้แนบลำตัวก่อนจะเดินออกไป
ทว่าสุ้มเสียงเปี่ยมด้วยอำนาจที่เพียงเอ่ยเรียบเรื่อย “มานั่งนี่”
นีรามนชะงักฝีเท้า
“อย่าให้ฉันพูดซ้ำ นีรามน” สุ้มเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเอาจริงแน่นอนหากทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่เจ้าตัวต้องการ
นีรามนหันกลับไป สายตาเห็นเพียงพื้นพรมราคาแพง และปลายเท้า มองเห็นเรียวขาขาวผ่องที่นั่งไขว่ห้างอวดสัดส่วนน่ามอง ท่อนแขนกลมกลึง เรียวนิ้วราวก้านเทียนกำลังยกแก้วบรั่นดีราคาแพงระยับขึ้นหมุนควงวนไปมาอย่างสบายใจ
ต่างจากคนที่โดนกดทับอย่างนีรามนยิ่งนัก
ทว่ายังไม่ทันไร ข้อมือกลับถูกฉวยกระชากเข้าหา นีรามนเซเข้าไปนั่งแนบตักของคนใจร้ายที่ดูแคลนเธอตลอดตั้งแต่ก้าวเข้ามา
เด็กสาวเบิกตากว้าง ลมหายใจกระชากกระชั้นด้วยอารามตกใจ ขณะมองยังสายตาพราวระยับเจือแววเหยียดหยามชิดใกล้
ชิดใกล้พอกันกับปลายจมูกอุ่นร้อนลากไล้ผิวแก้มเธอบางเบา ลมหายใจระอุพ่นรดที่กลีบปากบนชวนให้รู้สึกประหวั่นเล้าโลม
ดวงตาที่เคยกร้าวแกร่งยามที่ได้สบมองในครั้งแรกที่ได้พบกัน บัดนี้กลับเจือแววหวาดหวั่นราวกับลูกกวางที่รู้ตัวว่ากำลังถูกเพ่งเล็ง
อาการนั้นยิ่งเรียกให้ผู้ล่ายิ่งพึงใจยิ่งนัก
เสียงหวานพร่าเข้ากระซิบชิดเรียวปากที่สั่นระริก “สกปรกอย่างเธอ ต้องเจอกับฉันถึงจะเหมาะ อย่าไปยุ่งกับน้องฉันเลย”
นีรามนขืนตัวหลีกหนี ทว่าเอวถูกรวบรัดตรึงไว้มิให้ห่างไปไหน ให้เธอจมจ่อมอยู่กับกลิ่นอายและไออุ่นจากคนอุกอาจแบบนี้
ได้ใกล้ชิดเธอก็ดีใจ...ทว่าต้องไม่ใช่ด้วยอารมณ์แบบนี้ นีรามนมองตาอีกคน...
ในสายตาของคนอุกอาจจึงคิด...ว่าเด็กคนนี้มันเจ้ามารยา ทำเกรงกลัวเมื่อเข้าตาจน ดูสายตาสิ สั่นกลัวเสียเหมือนจริงเชียว
ทว่าในความจริงแล้วนั้น เด็กอย่างเธอกำลังเจ็บปวดที่หัวใจ
“คุณพันทิวา” ว่าพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นอาบแก้มข้างหนึ่ง
ทว่าคนใจร้ายที่เชื่อมั่นหมดใจว่าเด็กอวดดีคนนี้มันแค่แสดงแสร้งทำ จึงเข้ารุกรานจาบจ้วง ริมฝีปากลากไล้ตามผิวแก้มที่หอมแป้งเด็กอ่อนๆ วูบหนึ่งสติคล้ายถูกเลอะเลือน นึกอยากจับร่างบนตักกดลงจมโซฟานุ่ม ชำเราให้สาแก่ใจตามความอยากเบื้องลึก
“เล่นตัว? จะโก่งราคาหรือไง” นิ้วโป้งปัดป่ายที่ปลายคางเนียนลื่นมือ ริมฝีปากและปลายจมูกแทะโลมไล่ตามลำคอไม่ห่าง...อย่างเผลอไผล “ใครส่งเธอมาเข้าหายัยภา”
เด็กน้อยหลบหน้าหลีกหนี ปลายจมูกและริมฝีปากร้อนร้ายยิ่งได้ใจเข้าหาแทรกซอน สำรวจและดอมดมไปทั่วราวกับกำลังหยอกเย้าและยวนให้หลงไม่ปาน
หรือที่จริงแล้วใครกันแน่ที่หลง...?
ชีพจรที่เต้นทะลุผิวเนื้อ หล่อนสัมผัสกดนิ่ง...ขบเม้มที่ลำคอจนสร้างริ้วรอยจ้ำสีกุหลาบขึ้นมา ราวกับกำลังสร้างระเบิดเวลาให้เด็กอวดดีปริปากบอกความจริงออกมาโดยเร็ว แขนยังกอดรัดเอวแน่นแล้วเริ่มเลิกชายเสื้อตัวบางออกเข้าลูบไล้ใต้ร่มผ้า
เสียงลมหายใจสะท้านเรียกความพึงพอใจจากหล่อน ไหนจะท่าทางผลักไสหล่อนนั่นอีก
“โลภจริงนะ อยากเป็นใหญ่ถึงขนาดนั้นเลยเหรอ”
ไรฟันคมเริ่มขบตามผิวเนื้ออ่อนหลังใบหู เมื่อจับได้ว่าคนตัวเล็กกว่าสะท้านไหว “มาอยู่กับฉันดีกว่า ฉันจะเลี้ยงเธออย่างดี” ถ้อยคำกระซิบเชิญชวนให้ลุ่มหลง