มือบอบบางที่แข็งแรงกว่าที่คาด แยกเรียวขาของนีรามนออก กระโปรงตัวสั้นที่เมื่อนั่งก็ร่นขึ้นจนเห็นต้นขาอยู่แล้วก็ยิ่งเลิกขึ้นเมื่อมือร้อนแทรกเข้าไปสัมผัสกับกลีบกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ชั้นในเนื้อบางนุ่ม
เสียงครางอย่างพยายามกักกลั้น สีหน้าที่นิ่วนั้นช่างน่ามอง ลมหายใจที่ขาดห้วงราวกับจะขาดใจให้ได้นั่น
เด็กน้อยพยายามดิ้นออกจากตักราวลูกแมวน้อยในอยู่ในกำมือหล่อน ทว่าเมื่อหาทางรอดให้ตนเองไม่ได้ จึงซุกหน้าเข้ากับไหล่ของเธออย่างต้องการหลบความสะเทิ้นอาย เนื้อตัวสั่นเทา ลมหายใจและเสียงครางแผ่วขาดห้วงเป็นระยะ
พันทิวาทอดสายตามองผลงานที่ตนเองบรรจงทำ ริมฝีปากกดจูบที่หัวไหล่นวลของเด็กน้อย ปลายนิ้วเริ่มสัมผัสได้ถึงความชื้นฉ่ำที่คงหวานล้ำ มือจึงละออกจากส่วนนั้นให้เด็กน้อยหวิวเล่น เข้าไปเกี่ยวแก้วบรั่นดีขึ้นมาดื่มอีกหน ก่อนจะโน้มใบหน้าช้อนเข้าหา แล้วจูบเด็กบนตักที่บัดนี้ไม่ทันตั้งตัวกับจูบนี้ จึงเผลอกลืนบรั่นดีรสร้อนแรงเข้าไปเต็มกลืน บางส่วนหยาดหยดหกเลอะเทอะเสื้อยืดสีขาวตัวน้อย
จูบยังคงดำเนินต่อไป นีรามนเริ่มต่อต้านน้อยลงเพราะความร้อนรุ่มที่แผดเผาตามลำคอและช่องท้อง ก่อนจะลามไปทั่วทั้งกาย ตัดกับอากาศหนาวของห้องที่เงียบเชียบ กลิ่นอายหอมอบอุ่นของพันทิวาโอบล้อมรอบ ซึมซับเข้าไปในความทรงจำ พร้อมด้วยเสียงจูบจาบจ้วงที่อีกคนกำลังทำกับเธออย่างไม่ให้เกียรติกันนี้ นีรามนยังคงครางท้วง ผลักไส ทว่าอ่อนแรงลง พร้อมท้ายทอยที่ถูกอีกคนโอบรัดรึงให้เข้าหา ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปในเร็ว ๆ นี้
จูบถูกถอนออก สายตานารยพยัคฆ์พิศมองดูผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงเคลียล้อมกรอบใบหน้าของเด็กน้อยที่คล้ายจะมึน สายตาปรือปรอย พวงแก้มขึ้นสี รวมทั้งริมฝีปากที่บวมเจ่อนั่น
รอยยิ้มพึงใจอย่างยิ่งเผยออกมาจนเห็นเขี้ยวน่ามอง “ไม่น่าล่ะ น้องฉันมันถึงติดใจเธอนัก ปกติมันเล่นกับใครนานที่ไหน”
“ลดเกรดมาเล่นกับฉันจะดีกว่ามั้ง...” นารยพยัคฆ์...หล่อนคนนี้น่ะหรือจะเล็กหรือด้อยกว่า ไม่จริงเลยสักนิด
ตรงกันข้ามต่างหาก เผลอ ๆ จะใหญ่กว่าศิรินภาและนราธิปกรวมกันเสียอีก
“มาอยู่กับฉันดีกว่า ฉันจะเลี้ยงเธออย่างดี” ถ้อยคำกระซิบเชิญชวนให้ลุ่มหลง
“ได้ครั้งเดียว คุ้มคืนทั้งทุนทั้งกำไรเลยนะ สนใจมั้ยล่ะ?”
นีรามนส่ายใบหน้า สองแขนยกขึ้นผลักไสทว่าไร้ผล ขณะที่แผ่นหลังกำลังถูกกดจมโซฟานุ่มเย็นเยียบ ตามด้วยเรือนร่างอรชรหอมและนุ่มนวลของอีกคนที่คร่อมทับ เรียวขาที่ถูกแยกออกอีกครั้งพร้อมมือร้อนที่เข้าลูบไล้ต้นขาด้านในจนเด็กสาวครางอย่างเผลอไผลไร้สติ
ทันใดนั้น ประตูบานใหญ่ของห้องจึงถูกเปิดออก
มองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มองนิ่งมายังเธอ ทว่าชั่วครู่กลับเผยยิ้มมีจริต แขนเรียวเสลาขาวผ่องดันบานประตูปิดสนิท
ร่างอรชรเยื้องย่างเข้ามาใกล้ สายตายั่วยวนจับจ้องที่แขกคนสำคัญที่เหล่านางฟ้าพากันแย่งชิง
เพียงเพื่อจะได้เคียงหมอนกับคนที่เป็นดั่งมัจจุราช
“ทำอะไรกันอยู่เหรอคะ” เอ่ยเสียงหวานอย่างไม่นึกเกรงว่าแขกวีไอพีคนนี้จะขัดใจจนเงาหัวของเธอจะหายไป สายตาของคนมาใหม่จับจ้องไปยังท่าทางล่อแหลมที่วีไอพีของเธอในคืนนี้กำลังห้ำหั่นกันกับเด็กเสิร์ฟที่เธอก็พอจะเห็นหน้าค่าตามาบ้าง...เป็นเด็กที่พนักงานที่นี่ต่างเอ็นดูเพราะไม่ค่อยนินทาใคร ไม่ค่อยมีปากมีเสียง น่าคบคนหนึ่งทีเดียว
ทว่าตอนนี้เด็กคนนี้กำลังจะแย่งแขกของเธอเนี่ยสิ ยอมรับไม่ได้
ศีรษะโคลงเล็กน้อย สายตามองภาพตรงหน้าอย่างไม่คิดที่จะตกใจ หวีดร้องหรืออันใดก็ตามที่คนส่วนใหญ่มักจะเป็นกัน
ดูท่า... แขกของเธอคงจะถูกใจเด็กเสิร์ฟคนนี้เข้าน่ะสิ ดูสิ...สายตายังไม่ละมามองเธอที่มั่นใจว่าสวยโดดเด่นกว่าแม้แต่น้อย ทว่ายังคงจับจ้องเด็กคนนั้นในอ้อมกอด ทำราวกับเธอเป็นเศษฝุ่นไร้ค่า
“คุณพันทิวา ปล่อย--” นีรามนร้องท้วงเมื่อสบโอกาส ทว่ากลับต้องหลับตาลง เบี่ยงหน้าไปอีกทางเมื่อปลายจมูกและริมฝีปากยิ่งฉกเข้าใกล้