11

1303 Words
“ไม้...” ริมฝีปากพร่ำเรียกชื่อเธอ พร้อมกดจูบที่ผิวแก้มและปากของเธอ กลิ่นอายเย็นสะอาดของอีกฝ่ายชัดเจนจนสัมผัสได้ในเวลาเช้ามืดแบบนี้ “อือ” ขานรับทั้งที่ตายังหลับ คล้ายปัดรำคาญไปอย่างนั้น ท่าทางนั้นนำพาเสียงหัวเราะน่าฟังดังใกล้ชิด “พี่ไปก่อนนะคะ เดี๋ยวจะซื้อขนมมาฝาก” เสียงนุ่มนวลพร้อมดึงผ้าห่มให้คลุมถึงอกของเด็กน้อย ศิรินภาตามใจเธอมาก เพราะปรกตินีรามนอาจต้องอดหลับอดนอนไปส่งอีกฝ่ายที่สนามบินส่วนตัวของหล่อนด้วยในระยะแรกที่เธอทำงานให้หล่อน คงเห็นว่าเธอเหนื่อย... ศิรินภาจึงไม่รบเร้าเอาความกับคนอ่อนเพลีย . . . จนเมื่อเลิกคลาสเรียนในช่วงเวลาก่อนสี่โมงเย็น อาจารย์เลิกก่อนเวลาเสมอเมื่อสอนเนื้อหาครบรวบรัดในแต่ละสัปดาห์ “นะ ไม้ ตั้งแต่เรากลับมาจากแลกเปลี่ยนฯ ก็ไม่ได้อยู่กับไม้เลย” มือนุ่มนิ่มขาวสะอาดของคนดังของคณะจับเข้าที่แขนของเธอ แกว่งเบา ๆ ไปมาคล้ายอ้อนวอน “เดี๋ยวเราซ้อมหลีดฯ เสร็จแล้วไปกันเลย แล้วไม้ไปค้างคอนโดฯ เรานะๆ” ลูกอ้อนแบบนี้อีกแล้ว... ทำไมถึงมีแต่คนอ้อนเธอแบบนี้อยู่เรื่อย “เรามีสอน ไว้วันหลังนะฟ้า” สุดท้ายนีรามนจึงแค่ส่งยิ้มบาง ตอบปฏิเสธนัด ‘ปลายฟ้า’ เพื่อนร่วมเซคฯ ของตนเองไป เพราะอีกฝ่ายเพิ่งมาชวนไปเที่ยวเมื่อครู่เอง มิได้นัดหมายล่วงหน้า ปลายฟ้าที่ได้ยินเข้าถึงกับหน้างอ ส่งให้นีรามนยิ้ม หัวเราะออกมาเบาๆ อธิบายอีกครั้ง “เรามีสอนพิเศษจริง ๆ ไว้วันหลังได้มั้ยฟ้า” รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของนีรามนทำให้ปลายฟ้าสงบลงในที่สุด รอยยิ้มของนีรามนส่งให้ใบหน้าของปลายฟ้าแดงเป็นริ้วเล็กน้อย ทว่านีรามนไม่สังเกตเห็น คนดังของมหาลัยฯ จึงเพียงระบายยิ้มอ่อนบนวงหน้าสวยโดดเด่น มือที่คล้องแขนจึงเปลี่ยนมาจับมือนีรามนไว้มั่น ปลายฟ้าลูบหลังมือนีรามน “สัญญาแล้วนะไม้” นีรามนเงยหน้ามองอีกคนที่สูงกว่าเธอเล็กน้อย พยักหน้าทั้งรอยยิ้ม “อืม” นีรามนไม่ค่อยมีเพื่อน จะมีก็เฉพาะตอนทำงานกลุ่มที่เธอจะเนื้อหอมเป็นพิเศษ ทว่าปลายฟ้าที่เข้าหาเธออย่างจริงใจและไม่นึกข้องใจไม่ว่าจะเป็นตอนไหนก็ตาม ตอนแรกนีรามนก็ไม่ไว้ใจและรำคาญ ทว่าต่อมา มันทำให้คนอื่นพากันสนใจในตัวนีรามน ว่านีรามน...เด็กทุนฯ คนนี้มีอะไรดี จากนั้นนีรามนจึงเป็นที่ต้อนรับ สายตาและท่าทางของคนส่วนใหญ่ในเซคฯ ที่ก็รู้จักปลายฟ้าที่เป็นคนกว้างขวาง และแล้วพวกเขาก็เป็นมิตรกับเธอง่ายดาย คาดว่าปลายฟ้าคงจะเอาเธอไปพูดในเรื่องที่ดีกระมัง นีรามนจึงคล้ายจะซาบซึ้งในการกระทำของปลายฟ้ากระมัง มีอะไรที่เธอพอจะตอบแทนได้เธอก็อยากตอบแทนเพื่อนคนนี้ หลังจากร่ำลาเพื่อน ๆ ในเซกชั่น ปลายฟ้าก็จูงมือนีรามนมาที่ลานจอดรถใต้ตึกเรียนหลัก ก่อนจะอาสาไปส่งที่ห้างซึ่งอยู่ห่างจากคณะเพียงไม่กี่ซอยเท่านั้น นีรามนเอ่ยไล่คนที่กำลังจะไปซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ที่สนามกีฬาของอีกมหาวิทยาลัยฯ ชื่อดังอีกแห่งหนึ่งช้า เพราะอยากอยู่กินข้าวกับเธอ “รีบไปเลยฟ้า เดี๋ยวก็โดนเขาดุ” “ใครจะกล้า...” ปลายฟ้าแสร้งทำหน้ามุ่ย ทว่าก็ยอมทำตามคำบอกของนีรามนจนได้ “งั้นไม้รีบหาข้าวกินนะ จะกลับเมื่อไหร่บอก เผื่อเรามารับ” นีรามนส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “ไม่ต้องเลยนะ” จะให้ขับรถกลับมาจากนอกเมืองแล้วมารับเธอไปส่งที่หอพัก นีรามนว่ามันไม่ใช่เรื่อง ปลายฟ้าฟังเสียที่ไหน “เอาเป็นว่าจะกลับก็ไลน์มาบอกเรานะ อย่างน้อยจะได้รู้” ว่าแล้วขยิบตาให้ก่อนจะออกรถไปเลยไม่รอให้นีรามนท้วงติง นีรามนเพียงส่ายใบหน้าไปมา ก่อนจะเดินต่อไปพร้อมรอยยิ้ม ยังเหลือเวลาพอสมควร เธอมาก่อนเวลานัดหมายเสมอ ครั้นจะหาข้าวกินในศูนย์การค้าก็น่าเบื่อ... . . . ระหว่างทางหลังจากที่ปะทะคารมให้ผู้คนพากันหัวหดเข้ากระดองไปเรียบร้อย... พวกฝ่ายบริหารที่เอาแต่จะพาพวกตนเองเข้ามาทำงานโครงการใหญ่หวังเพียงส่วนแบ่งและคอนเนคชัน ไม่ได้ดูศักยภาพของตนเองเลยว่าจะทำได้ตรงตามเป้าประสงค์หรือไม่ “ขอบคุณนะคะพี่แพร” น้ำเสียงของศิรินภานั้นจริงใจและเคารพนับถือหล่อนมาแต่ไหนแต่ไร “ทีหลังไม่จำเป็นต้องให้ฉันมาจัดการสิ แกทำเองเลย” คนพี่ว่าด้วยน้ำเสียงนิ่ง ทว่าไฉนคนน้องจะไม่รู้ว่าคนพี่กำลังเอ็ดหล่อนอยู่ “ก็ภาอยากให้พี่แพรตัดสินใจนี่คะ อุตส่าห์ได้ลงมาทั้งที” นานทีที่พันทิวาจะมีส่วนเข้ามาร่วมตัดสินใจกับกิจการของนราธิปก เพราะเดิมทีที่นี่หาใช่บ้านของหล่อนไม่ หล่อนมาที่นี่เพียงเพื่อที่จะมาทำตามข้อเสนอของนราธิปกที่ต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่พวกเขาต้องการ นั่นคือศิรินภาจะเป็นนราธิปกคนต่อไปอย่างราบรื่นไม่มีอุปสรรค “หน้าที่ตัดสินใจมันเป็นของแก ไม่ใช่ฉัน” “พี่แพรก็…” “เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ มันเป็นไปไม่ได้ ที่จะให้เรามาทำงานด้วยกัน พวกนั้นคงไม่เห็นด้วย” อีกอย่าง…ลำพังภาระหน้าที่ของหล่อนก็มากพออยู่แล้ว พันทิวามิคิดโลภอยากได้เพิ่มหรอก ถึงแม้จะเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของหล่อนก็ตาม “และฉันก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น” “แต่ถ้าผู้ถือหุ้นรายอื่นเห็นด้วย พวกนั้นคงไม่กล้าทำอะไรหรอกค่ะ” “ภา ฉันจะไม่คุยเรื่องนี้กับแกแล้วนะ” เปลี่ยนสรรพนามแทนตัวคนน้อง เป็นอันรู้กันว่าพันทิวากำลังต้องการจบบทสนทนา “แกรับหน้าไปเลย ฉันแค่ทำเพราะเห็นว่ามันขัดหูขัดตาแค่นั้น เงินฉันต้องมาละลายแม่น้ำทิ้งแท้ๆ” ได้ยินเสียงหัวเราะอ่อนหวานจากปลายสาย “ไปดื่มกันหน่อยมั้ยคะ พี่แพรรีบออกไปก่อนทำไมนะ” “ไว้วันอื่น วันนี้ฉันเหนื่อย จะนอนพักสักหน่อย” พันทิวาลอบกลอกตาขณะมองไล่ตามรายทางของถนนกลางกรุงฯ “ฉันวางล่ะ…” ทัศนวิสัยทางอากาศไม่ดีนัก เสี่ยงอันตรายเกินไป การเดินทางกลับทางอากาศจึงถูกพับเก็บไป... ดังนั้นตอนนี้ท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง เมืองหลวงรถราแออัด พันทิวาที่ไม่ชินกับการจราจรติดขัดทว่าก็มิได้คิดจะให้ใครมาอำนวยความสะดวกในการเดินทางบนท้องถนนเมืองกรุงไปมากกว่าการยอมนั่งแช่ในรถแอร์เย็นฉ่ำ สายตาทอดมองตึกรามบ้านช่องสูงเสียดฟ้าไปเรื่อย ย่านแล้วย่านเล่า... จนเมื่อถึงย่านหนึ่งที่เต็มไปด้วยคอนโดสูงปะปนกับตึกแถวเก่า ร้านส้มตำชื่อดังกับคาเฟ่แนวอาร์ตกระจายตัวอยู่ตามตรอกซอย คึกคักด้วยนักศึกษาจากสถาบันใหญ่กลางเมืองที่เดินกันเป็นกลุ่ม ๆ ไม่ขาดสาย รอยยิ้มบนมุมปากที่เคลือบสีน้ำตาลนู้ดยกขึ้นเมื่อเจอเป้าหมายที่หมายตา ช่างเป็นโชคชะตา ทว่าสำหรับอีกคนหล่อนคงเป็นดั่งเวรกรรม “จอดรถ” ชานนท์ที่รับหน้าที่ติดตามนาย รับคำสั่งนั้นในเวลาไม่นาน...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD