“ไม่ต้องลำบากคุณหรอกครับ แค่ช่วยดูแลเจ้าไม้ตอนฝึกงานแค่นี้ผมก็ซาบซึ้งแล้ว” นายนิรุตติ์ บิดาของนีรามนเอ่ยพร้อมเข้ารับกระเช้ารังนกคัดสรรที่เจ้าของเกาะรังนกส่งมอบมันให้เขาด้วยตนเอง
“ช่วย ๆ กันค่ะ ไม้เขาก็ช่วยดูแลไม่ให้บริษัทเล็ก ๆ ของหนูเสียกำไรเหมือนกัน” ศิรินภานั่งลงเคียงข้างไม่ไกลจากที่นายนิรุตติ์นั่ง ณ ห้องนั่งเล่นในบ้านทาวน์เฮ้าส์หลังเล็กในหมู่บ้านชานเมืองปริมณฑลไม่ไกลจากกรุงเทพฯ
“ก็ถ้าไม่ได้คุณภารับไม้ไปพิจารณา ป่านนี้เจ้าตัวคงได้แต่เครียดอยู่คนเดียวนั่นล่ะ” นิรุตติ์พาดพิงถึงลูกสาวคนโตที่ตอนนี้เดินหน้านิ่งเข้ามาเสิร์ฟน้ำเย็น ๆ ให้แขกของบ้าน…
ศิรินภาในสายตาของครอบครัวนี้ คือเป็นทั้งเจ้านาย เป็นทั้งรุ่นพี่ร่วมสถาบันของนีรามน ที่ดูแลนีรามนมาตลอดตั้งแต่ที่นีรามนเริ่มเรียนปีสามและเริ่มฝึกงานที่บริษัทเล็ก ๆ ที่ศิรินภากำกับดูแล
เป็นความต้องการของนีรามนที่ต้องการให้หล่อนปกปิดตัวตนไว้ ศิรินภาที่ไม่มีอะไรต้องเสียหายจึงทำตามโดยดี แลกกับการที่นีรามนจะยอมตกลงให้หล่อนเข้ามาในชีวิตของเด็กสาว
นีรามนเมินสายตาหวานเชื่อมและรอยยิ้มที่หวานล้ำไม่ต่างที่แขกของบ้านส่งให้
“ลูกสาวคุณพ่อถึงต้องมีหนูช่วยดูแลไงคะ” ศิรินภาไม่วายสำทับ ส่งให้นีรามนค้อนหล่อนตาเขียวขวับ
น่ารักจริงเชียว...
นายนิรุตติ์ตบเข่าฉาด หัวเราะร่าร่วมกันกับแขกคนสำคัญของบ้าน
จนคนที่ถูกรุมสำทับนั้นเพียงเดินลิ่วเข้าหายไปในครัวของบ้านเพื่อเตรียมอาหารเย็น ไม่ได้สนใจสายตาหยดย้อยที่มองส่งเบื้องหลัง
จนคล้อยหลังนีรามนไป
“ถ้าไม่ได้คุณ ลูกผมคงลำบากกว่านี้” นิรุตติ์กล่าวอย่างรู้ตัวดีว่าตนเองนั้นคือต้นเหตุหลักที่ทำให้พวกลูก ๆ โดยเฉพาะลูกสาวคนโตอย่างนีรามนต้องคอยปากกัดตีนถีบ ทั้งทำงานทั้งเรียนจนมือเป็นระวิงเพราะอาการป่วยกระเสาะกระแสะของเขา โรคหัวใจ…เป็นอะไรที่ยากจะควบคุมได้หากวันหนึ่งเขาอาจต้องจากไปกะทันหัน
“ผมยังจำวันที่คุณเข้ามาช่วยครอบครัวผมได้” นิรุตติ์ยังจำเหตุการณ์วันนั้นในอดีตได้ดี
ตอนนั้นลูกสาวคนเล็กของเขาร้องไห้ เป็นธรรมดาของนิมมาน…ลูกสาวคนเล็กที่จะร้องโยเย
ทว่าวันนั้นอีกเหมือนกันที่นีรามน…ลูกสาวคนโตของเขาที่เข้มแข็ง เป็นดั่งเสาหลักของครอบครัวมาตลอดหลังจากที่มารดาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์รวมทั้งเขาเองที่ต้องวางมือจากธุรกิจเนื่องจากถูกหุ้นส่วนโกงกินจนหมดตัว ลำพังเหลือเงินจากประกันชีวิตของภรรยาไม่เท่าไหร่ก็ผลาญไปกับการรักษาตัวในระยะแรกของเขาเกือบหมด
และแล้วในวันนั้น ก่อนเขาจะหมดสติไป เขาเห็นลูกสาวคนโตของเขาร้องไห้
จนเมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาจึงได้เห็น… ว่าลูกสาวคนโตของเขา ข้างกายของนีรามนมีใครคนหนึ่งนั่งชิดใกล้ คอยดูแลนีรามนไม่ห่าง ดูจากผ้าเช็ดหน้าชุ่มน้ำตาของหล่อนคนนั้นที่ใช้ซับน้ำตาให้นีรามนที่เข้ามาหาเขาทันทีที่เขารู้สึกตัว
สิ่งต่าง ๆ หลังจากนั้นที่ศิรินภาทำให้ เขาซาบซึ้งและรู้สึกติดหนี้บุญคุณต่อศิรินภาอย่างยากที่จะหาอะไรมาทดแทนบุญคุณนี้
“ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ผมขอฝากลูกสาวของผมไว้ด้วยนะครับ” เขายกมือไหว้คนหัวดำ ฝากฝังจากใจจริง หวังเพียงอีกคนจะเมตตา
“คุณพ่อจะแข็งแรงขึ้นค่ะ” นราธิปกจับมือเหี่ยวย่นของชายสูงวัยไว้ ให้คำมั่น และมันจะเป็นตามที่หล่อนกล่าวไว้จริง ทีมแพทย์ของหล่อนใช่จะดูหมิ่นได้ง่าย ๆ “คุณพ่อจะอยู่ดูไม้ประสบความสำเร็จได้แน่นอนค่ะ”
จนกระทั่งจบมื้อเย็น... นีรามนจำต้องติดรถกลับกับแขกกิตติมศักดิ์
“ไว้วันหลังจะมาฝากท้องอีกนะคะ” ศิรินภาเปิดกระจกรถ ส่งยิ้มให้ป้าสมหมายที่เดินมาส่งถึงหน้าบ้าน
ป้าสมหมายจีบปากจีบคอใส่แขกปากหวานที่ชมเปาะเรื่องฉู่ฉี่ปลาทูของนาง “ถ้าจะมาไลน์มาล่วงหน้านะคะ ป้าจะเตรียมอาหารไว้รอ”
แน่ะ...ถึงขั้นแลกไลน์กันแล้ว
“ทำไม หึงพี่กับป้าหมายเหรอคะ” คนหลงตัวเองเอ่ยยิ้ม ๆ หลังจากที่รถออกมาถึงปากทางหน้าหมู่บ้าน
“ไม้...” ศิรินภาเรียกนามคนข้างกายที่เงียบไป “พี่มาเพราะอยากดูอาการหลังพักฟื้นของคุณพ่อ แล้วก็มารับไม้กลับด้วยไงคะ ออกจากบ้านคนเดียวมืด ๆ มันอันตรายนะ” คล้ายจะรู้ตัวว่านีรามนเงียบใส่หล่อนเรื่องอันใด ศิรินภาที่ไม่เคยที่จะต้องมาแถลงไขอันใดยืดยาวให้ใครฟัง
แต่เพราะเป็นไม้...หล่อนจึงยอมทุกอย่าง
“พี่ผิดสัญญา พี่ยอมรับค่ะ แต่พี่จะไม่ขอโทษเพราะพี่ตั้งใจ” สัญญาที่ตกลงกันไว้กับนีรามนเช่นกัน ว่าศิรินภาจะไม่เข้าไปยุ่มย่ามอันใดกับครอบครัวหรือชีวิตส่วนตัวของเด็กสาว
นีรามนทำหน้าที่ของนีรามน ส่วนหล่อนมีหน้าที่จ่าย...รวมทั้งเคารพกติกาของเด็กสาวด้วย
เป็นสัญญาที่นับวันศิรินภาอยากฉีกมันทิ้งทุกชั่วขณะจิต ทั้งที่เป็นตัวเองนั่นแหละที่ร่างมันขึ้นมาเอง
ศิรินภาเห็นจากหางตาว่าเด็กสาวหันมาถอนหายใจใส่หล่อน หล่อนเพียงยิ้มมุมปาก
“พี่เป็นห่วงไม้ เป็นห่วงพ่อไม้ด้วย”
ศิรินภายิ้มเมื่อเห็นเด็กสาวข้าง ๆ ที่แม้ยังกอดอก ทว่าเสียงถอนหายใจกลับผ่อนคลายลง ไม่โกรธขึ้งดังเมื่อครู่
“ทีหลังบอกฉันล่วงหน้าได้ไหมคะ” สายตาคมทว่ากลมโตของนีรามนหันมามองหล่อน
ศิรินภาพยักหน้าทั้งที่ยังคงคลี่ยิ้มไม่เลิก
“โอเคค่ะ พี่จะบอก”
จนเมื่อถึงที่พัก ศิรินภาเดินตามเด็กน้อยที่เดินนำเข้าเพนท์เฮ้าส์ของหล่อนเองราวกับเป็นเจ้าบ้านอีกคน
บัดนี้คนที่หล่อนปักใจเดินเข้ามาในที่รโหฐานของหล่อนแล้ว ศิรินภาจึงได้รู้สึกอุ่นใจ ที่ในที่สุดคนตัวเล็กก็มาอยู่ในสายตาหล่อนสักที
ความอบอุ่นใจของว่าที่นราธิปกคนต่อไป...เป็นความสุขเล็ก ๆ น้อยๆ แค่นี้เอง ใครอื่นรู้เข้าคงหัวร่องอหาย
“คืนนี้กับพรุ่งนี้ด้วย พี่จองตัวไม้สองวันเลยนะ” ศิรินภาเข้าไปกอดออเซาะนีรามนที่กำลังนั่งยังโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนของแขก มิใช่ห้องของเจ้าของที่แห่งนี้อย่างหล่อน
แต่หล่อนถือคติ ว่าทุกตารางเมตรของที่นี่ก็คือของหล่อนทั้งหมด... ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่ได้เป็นเจ้าของห้องนี้ด้วย
“ครั้งนี้ไปกี่วันคะ” เด็กสาวกำลังเช็ดเครื่องสำอางที่แต่งบนใบหน้าบาง ๆ ก่อนเตรียมอาบน้ำ
“ทำไม กลัวคิดถึงพี่เหรอคะ?”
นีรามนมองเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ยิ่งนักจากกระจก “ฉันจะได้จัดตารางถูก” ตารางชีวิตของนีรามนที่มีทั้งการเรียน ครอบครัว การทำงาน ทั้งงานสอนพิเศษ งานแปลเอกสาร รวมทั้งงานที่ต้องอยู่กับหล่อน...
ทั้งที่แต่แรกศิรินภาอยากให้เด็กคนนี้ทำงานหนักน้อยลง รับงานสอนและงานแปลน้อย ๆ เพราะเงินที่หล่อนให้ก็ใช่ว่าจะดูแคลนอีกฝ่ายเสียเมื่อไหร่ หากเทียบเป็นสินสอดก็คงเหลือเพียงให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอเป็นพิธีพอ
รวมทั้งแต่แรก ศิรินภาตั้งใจจะออกเงินเลี้ยงดู และการซื้อรถ ซื้อคอนโดหรือห้องหับให้เด็กหนึ่งเดียวในปกครองคงไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ขนหน้าแข้งร่วง
“ฉันไม่ต้องการ”
ทว่านีรามนกลับปฏิเสธตั้งแต่แรกที่เซ็นสัญญากัน
ศิรินภาจึงให้แปลกใจในความมักน้อยของอีกฝ่าย จึงพานให้คิดไปว่าเด็กตรงหน้าอาจต้องการเล่นตัวเพื่อโก่งราคาหรือไม่...ตามความคิดอันสกปรกของหล่อนในตอนนั้น
“อยากอยู่กับฉันก็บอก” ในตอนนั้นศิรินภาจึงกระเซ้าคนในอ้อมกอด มิทันได้รับรู้ว่าก้อนเนื้อในอกกำลังฟูพองเชื่องช้าเมื่อได้เริ่มอยู่ใกล้เด็กในอ้อมกอด
เสียงครวญแผ่ว แก้มที่แดงก่ำถึงใบหู ใบหน้ายามปกติที่ติดจะนิ่ง ๆ ไว้ตัว ทว่าเมื่ออยู่ใต้ร่างและบนเตียงหล่อนกลับเร้าอารมณ์ยิ่ง...
รู้ว่าเป็นสิ่งที่ฉาบฉวย ทว่าเมื่อหล่อนลองไปหาเอาจากคนอื่น กลับเป็นอะไรที่ยากที่จะหาใครอื่นมาแทนที่
จนมาตอนนี้...หล่อนกลับยังคงเห็นวิถีชีวิตของนีรามน คนที่หล่อนตกหลุมรักที่ยังคงใช้ชีวิตปกติทุกอย่าง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในภายนอก เพียงแค่ว่าอาการป่วยของนายนิรุตติ์ บิดาของนีรามนดีขึ้นตามลำดับ
ดูแล้วรู้ทันทีว่าเงินนั่นถูกเอาไปรักษาและใช้จ่ายในครอบครัวจริง ๆ เพราะวิถีชีวิตรวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ของเด็กของหล่อนก็ยังคงเดิม...ศิรินภายิ้มพลางมองยังกระเป๋าผ้าใบเก่า ๆ ใหญ่ ๆ ที่เกือบจะเปื่อยที่วางอยู่บนเตียงกว้าง
แต่จะซื้อจะเปย์อะไรให้ ไม้ก็เอาแต่ปฏิเสธลูกเดียว... ลองมัดมือชกซื้อเหมามาให้ทีเดียวพร้อมผู้เชี่ยวชาญ นีรามนไม่คุยกับหล่อนไปหลายวัน
ทั้งที่หล่อนอยากหาเรื่องเพื่อใกล้ชิด ได้ใกล้หัวใจที่มีกำแพงแน่นหนาของเด็กคนนี้มากขึ้นสักหน่อยคงดี
ศิรินภารู้สึกอยากเปลี่ยนชีวิตเด็กคนนี้ ไม่ใช่แค่ด้วยเงิน...แต่เพราะเธออยากให้ไม้รู้สึกว่าตัวเองมีค่าพอจะได้รับสิ่งดี ๆ โดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนอะไรเลย
“อยากไปกับพี่มั้ย ทำงานเสร็จเดี๋ยวพี่พาเดินเที่ยว”
นีรามนจับจ้องสายตาคาดหวังที่ไร้แววล้อเล่น คาดว่าหากเธอพยักหน้าหรือตอบตกลงสั้น ๆ คาดว่าทุกอย่างคงจะเตรียมพร้อมในคืนเดียว
นีรามนละสายตาจากอีกคน กลิ่นอายของศิรินภาโอบล้อมเธอ
ทว่าก็แค่โอบล้อม...หาได้ซึมซาบติดตรึง
นีรามนลุกขึ้น ทว่าคนตัวสูงกว่ายังไม่ปล่อยเธอจากอ้อมกอดอุ่น “หนูไม่ว่าง”
“ลาผู้ปกครองสักอาทิตย์ แค่อาทิตย์เดียวเองนะ นะ...” หรือหากอยากให้หล่อนจัดการให้ หล่อนทำได้...
นีรามนยกยิ้ม เมื่อสบสายตาเว้าวอนนั่นผ่านกระจก เธอส่ายใบหน้า แกะมืออีกฝ่ายออก ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปก่อน ไม่นานคงมีเจ้าของห้องตามเข้ามาอย่างเคย
“คุณไปเถอะ หนูจะรอที่นี่แหละค่ะ”