10

1817 Words
“ไม่ต้องลำบากคุณหรอกครับ แค่ช่วยดูแลเจ้าไม้ตอนฝึกงานแค่นี้ผมก็ซาบซึ้งแล้ว” นายนิรุตติ์ บิดาของนีรามนเอ่ยพร้อมเข้ารับกระเช้ารังนกคัดสรรที่เจ้าของเกาะรังนกส่งมอบมันให้เขาด้วยตนเอง “ช่วย ๆ กันค่ะ ไม้เขาก็ช่วยดูแลไม่ให้บริษัทเล็ก ๆ ของหนูเสียกำไรเหมือนกัน” ศิรินภานั่งลงเคียงข้างไม่ไกลจากที่นายนิรุตติ์นั่ง ณ ห้องนั่งเล่นในบ้านทาวน์เฮ้าส์หลังเล็กในหมู่บ้านชานเมืองปริมณฑลไม่ไกลจากกรุงเทพฯ “ก็ถ้าไม่ได้คุณภารับไม้ไปพิจารณา ป่านนี้เจ้าตัวคงได้แต่เครียดอยู่คนเดียวนั่นล่ะ” นิรุตติ์พาดพิงถึงลูกสาวคนโตที่ตอนนี้เดินหน้านิ่งเข้ามาเสิร์ฟน้ำเย็น ๆ ให้แขกของบ้าน… ศิรินภาในสายตาของครอบครัวนี้ คือเป็นทั้งเจ้านาย เป็นทั้งรุ่นพี่ร่วมสถาบันของนีรามน ที่ดูแลนีรามนมาตลอดตั้งแต่ที่นีรามนเริ่มเรียนปีสามและเริ่มฝึกงานที่บริษัทเล็ก ๆ ที่ศิรินภากำกับดูแล เป็นความต้องการของนีรามนที่ต้องการให้หล่อนปกปิดตัวตนไว้ ศิรินภาที่ไม่มีอะไรต้องเสียหายจึงทำตามโดยดี แลกกับการที่นีรามนจะยอมตกลงให้หล่อนเข้ามาในชีวิตของเด็กสาว นีรามนเมินสายตาหวานเชื่อมและรอยยิ้มที่หวานล้ำไม่ต่างที่แขกของบ้านส่งให้ “ลูกสาวคุณพ่อถึงต้องมีหนูช่วยดูแลไงคะ” ศิรินภาไม่วายสำทับ ส่งให้นีรามนค้อนหล่อนตาเขียวขวับ น่ารักจริงเชียว... นายนิรุตติ์ตบเข่าฉาด หัวเราะร่าร่วมกันกับแขกคนสำคัญของบ้าน จนคนที่ถูกรุมสำทับนั้นเพียงเดินลิ่วเข้าหายไปในครัวของบ้านเพื่อเตรียมอาหารเย็น ไม่ได้สนใจสายตาหยดย้อยที่มองส่งเบื้องหลัง จนคล้อยหลังนีรามนไป “ถ้าไม่ได้คุณ ลูกผมคงลำบากกว่านี้” นิรุตติ์กล่าวอย่างรู้ตัวดีว่าตนเองนั้นคือต้นเหตุหลักที่ทำให้พวกลูก ๆ โดยเฉพาะลูกสาวคนโตอย่างนีรามนต้องคอยปากกัดตีนถีบ ทั้งทำงานทั้งเรียนจนมือเป็นระวิงเพราะอาการป่วยกระเสาะกระแสะของเขา โรคหัวใจ…เป็นอะไรที่ยากจะควบคุมได้หากวันหนึ่งเขาอาจต้องจากไปกะทันหัน “ผมยังจำวันที่คุณเข้ามาช่วยครอบครัวผมได้” นิรุตติ์ยังจำเหตุการณ์วันนั้นในอดีตได้ดี ตอนนั้นลูกสาวคนเล็กของเขาร้องไห้ เป็นธรรมดาของนิมมาน…ลูกสาวคนเล็กที่จะร้องโยเย ทว่าวันนั้นอีกเหมือนกันที่นีรามน…ลูกสาวคนโตของเขาที่เข้มแข็ง เป็นดั่งเสาหลักของครอบครัวมาตลอดหลังจากที่มารดาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์รวมทั้งเขาเองที่ต้องวางมือจากธุรกิจเนื่องจากถูกหุ้นส่วนโกงกินจนหมดตัว ลำพังเหลือเงินจากประกันชีวิตของภรรยาไม่เท่าไหร่ก็ผลาญไปกับการรักษาตัวในระยะแรกของเขาเกือบหมด และแล้วในวันนั้น ก่อนเขาจะหมดสติไป เขาเห็นลูกสาวคนโตของเขาร้องไห้ จนเมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาจึงได้เห็น… ว่าลูกสาวคนโตของเขา ข้างกายของนีรามนมีใครคนหนึ่งนั่งชิดใกล้ คอยดูแลนีรามนไม่ห่าง ดูจากผ้าเช็ดหน้าชุ่มน้ำตาของหล่อนคนนั้นที่ใช้ซับน้ำตาให้นีรามนที่เข้ามาหาเขาทันทีที่เขารู้สึกตัว สิ่งต่าง ๆ หลังจากนั้นที่ศิรินภาทำให้ เขาซาบซึ้งและรู้สึกติดหนี้บุญคุณต่อศิรินภาอย่างยากที่จะหาอะไรมาทดแทนบุญคุณนี้ “ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ผมขอฝากลูกสาวของผมไว้ด้วยนะครับ” เขายกมือไหว้คนหัวดำ ฝากฝังจากใจจริง หวังเพียงอีกคนจะเมตตา “คุณพ่อจะแข็งแรงขึ้นค่ะ” นราธิปกจับมือเหี่ยวย่นของชายสูงวัยไว้ ให้คำมั่น และมันจะเป็นตามที่หล่อนกล่าวไว้จริง ทีมแพทย์ของหล่อนใช่จะดูหมิ่นได้ง่าย ๆ “คุณพ่อจะอยู่ดูไม้ประสบความสำเร็จได้แน่นอนค่ะ” จนกระทั่งจบมื้อเย็น... นีรามนจำต้องติดรถกลับกับแขกกิตติมศักดิ์ “ไว้วันหลังจะมาฝากท้องอีกนะคะ” ศิรินภาเปิดกระจกรถ ส่งยิ้มให้ป้าสมหมายที่เดินมาส่งถึงหน้าบ้าน ป้าสมหมายจีบปากจีบคอใส่แขกปากหวานที่ชมเปาะเรื่องฉู่ฉี่ปลาทูของนาง “ถ้าจะมาไลน์มาล่วงหน้านะคะ ป้าจะเตรียมอาหารไว้รอ” แน่ะ...ถึงขั้นแลกไลน์กันแล้ว “ทำไม หึงพี่กับป้าหมายเหรอคะ” คนหลงตัวเองเอ่ยยิ้ม ๆ หลังจากที่รถออกมาถึงปากทางหน้าหมู่บ้าน “ไม้...” ศิรินภาเรียกนามคนข้างกายที่เงียบไป “พี่มาเพราะอยากดูอาการหลังพักฟื้นของคุณพ่อ แล้วก็มารับไม้กลับด้วยไงคะ ออกจากบ้านคนเดียวมืด ๆ มันอันตรายนะ” คล้ายจะรู้ตัวว่านีรามนเงียบใส่หล่อนเรื่องอันใด ศิรินภาที่ไม่เคยที่จะต้องมาแถลงไขอันใดยืดยาวให้ใครฟัง แต่เพราะเป็นไม้...หล่อนจึงยอมทุกอย่าง “พี่ผิดสัญญา พี่ยอมรับค่ะ แต่พี่จะไม่ขอโทษเพราะพี่ตั้งใจ” สัญญาที่ตกลงกันไว้กับนีรามนเช่นกัน ว่าศิรินภาจะไม่เข้าไปยุ่มย่ามอันใดกับครอบครัวหรือชีวิตส่วนตัวของเด็กสาว นีรามนทำหน้าที่ของนีรามน ส่วนหล่อนมีหน้าที่จ่าย...รวมทั้งเคารพกติกาของเด็กสาวด้วย เป็นสัญญาที่นับวันศิรินภาอยากฉีกมันทิ้งทุกชั่วขณะจิต ทั้งที่เป็นตัวเองนั่นแหละที่ร่างมันขึ้นมาเอง ศิรินภาเห็นจากหางตาว่าเด็กสาวหันมาถอนหายใจใส่หล่อน หล่อนเพียงยิ้มมุมปาก “พี่เป็นห่วงไม้ เป็นห่วงพ่อไม้ด้วย” ศิรินภายิ้มเมื่อเห็นเด็กสาวข้าง ๆ ที่แม้ยังกอดอก ทว่าเสียงถอนหายใจกลับผ่อนคลายลง ไม่โกรธขึ้งดังเมื่อครู่ “ทีหลังบอกฉันล่วงหน้าได้ไหมคะ” สายตาคมทว่ากลมโตของนีรามนหันมามองหล่อน ศิรินภาพยักหน้าทั้งที่ยังคงคลี่ยิ้มไม่เลิก “โอเคค่ะ พี่จะบอก” จนเมื่อถึงที่พัก ศิรินภาเดินตามเด็กน้อยที่เดินนำเข้าเพนท์เฮ้าส์ของหล่อนเองราวกับเป็นเจ้าบ้านอีกคน บัดนี้คนที่หล่อนปักใจเดินเข้ามาในที่รโหฐานของหล่อนแล้ว ศิรินภาจึงได้รู้สึกอุ่นใจ ที่ในที่สุดคนตัวเล็กก็มาอยู่ในสายตาหล่อนสักที ความอบอุ่นใจของว่าที่นราธิปกคนต่อไป...เป็นความสุขเล็ก ๆ น้อยๆ แค่นี้เอง ใครอื่นรู้เข้าคงหัวร่องอหาย “คืนนี้กับพรุ่งนี้ด้วย พี่จองตัวไม้สองวันเลยนะ” ศิรินภาเข้าไปกอดออเซาะนีรามนที่กำลังนั่งยังโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนของแขก มิใช่ห้องของเจ้าของที่แห่งนี้อย่างหล่อน แต่หล่อนถือคติ ว่าทุกตารางเมตรของที่นี่ก็คือของหล่อนทั้งหมด... ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่ได้เป็นเจ้าของห้องนี้ด้วย “ครั้งนี้ไปกี่วันคะ” เด็กสาวกำลังเช็ดเครื่องสำอางที่แต่งบนใบหน้าบาง ๆ ก่อนเตรียมอาบน้ำ “ทำไม กลัวคิดถึงพี่เหรอคะ?” นีรามนมองเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ยิ่งนักจากกระจก “ฉันจะได้จัดตารางถูก” ตารางชีวิตของนีรามนที่มีทั้งการเรียน ครอบครัว การทำงาน ทั้งงานสอนพิเศษ งานแปลเอกสาร รวมทั้งงานที่ต้องอยู่กับหล่อน... ทั้งที่แต่แรกศิรินภาอยากให้เด็กคนนี้ทำงานหนักน้อยลง รับงานสอนและงานแปลน้อย ๆ เพราะเงินที่หล่อนให้ก็ใช่ว่าจะดูแคลนอีกฝ่ายเสียเมื่อไหร่ หากเทียบเป็นสินสอดก็คงเหลือเพียงให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอเป็นพิธีพอ รวมทั้งแต่แรก ศิรินภาตั้งใจจะออกเงินเลี้ยงดู และการซื้อรถ ซื้อคอนโดหรือห้องหับให้เด็กหนึ่งเดียวในปกครองคงไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ขนหน้าแข้งร่วง “ฉันไม่ต้องการ” ทว่านีรามนกลับปฏิเสธตั้งแต่แรกที่เซ็นสัญญากัน ศิรินภาจึงให้แปลกใจในความมักน้อยของอีกฝ่าย จึงพานให้คิดไปว่าเด็กตรงหน้าอาจต้องการเล่นตัวเพื่อโก่งราคาหรือไม่...ตามความคิดอันสกปรกของหล่อนในตอนนั้น “อยากอยู่กับฉันก็บอก” ในตอนนั้นศิรินภาจึงกระเซ้าคนในอ้อมกอด มิทันได้รับรู้ว่าก้อนเนื้อในอกกำลังฟูพองเชื่องช้าเมื่อได้เริ่มอยู่ใกล้เด็กในอ้อมกอด เสียงครวญแผ่ว แก้มที่แดงก่ำถึงใบหู ใบหน้ายามปกติที่ติดจะนิ่ง ๆ ไว้ตัว ทว่าเมื่ออยู่ใต้ร่างและบนเตียงหล่อนกลับเร้าอารมณ์ยิ่ง... รู้ว่าเป็นสิ่งที่ฉาบฉวย ทว่าเมื่อหล่อนลองไปหาเอาจากคนอื่น กลับเป็นอะไรที่ยากที่จะหาใครอื่นมาแทนที่ จนมาตอนนี้...หล่อนกลับยังคงเห็นวิถีชีวิตของนีรามน คนที่หล่อนตกหลุมรักที่ยังคงใช้ชีวิตปกติทุกอย่าง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในภายนอก เพียงแค่ว่าอาการป่วยของนายนิรุตติ์ บิดาของนีรามนดีขึ้นตามลำดับ ดูแล้วรู้ทันทีว่าเงินนั่นถูกเอาไปรักษาและใช้จ่ายในครอบครัวจริง ๆ เพราะวิถีชีวิตรวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ของเด็กของหล่อนก็ยังคงเดิม...ศิรินภายิ้มพลางมองยังกระเป๋าผ้าใบเก่า ๆ ใหญ่ ๆ ที่เกือบจะเปื่อยที่วางอยู่บนเตียงกว้าง แต่จะซื้อจะเปย์อะไรให้ ไม้ก็เอาแต่ปฏิเสธลูกเดียว... ลองมัดมือชกซื้อเหมามาให้ทีเดียวพร้อมผู้เชี่ยวชาญ นีรามนไม่คุยกับหล่อนไปหลายวัน ทั้งที่หล่อนอยากหาเรื่องเพื่อใกล้ชิด ได้ใกล้หัวใจที่มีกำแพงแน่นหนาของเด็กคนนี้มากขึ้นสักหน่อยคงดี ศิรินภารู้สึกอยากเปลี่ยนชีวิตเด็กคนนี้ ไม่ใช่แค่ด้วยเงิน...แต่เพราะเธออยากให้ไม้รู้สึกว่าตัวเองมีค่าพอจะได้รับสิ่งดี ๆ โดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนอะไรเลย “อยากไปกับพี่มั้ย ทำงานเสร็จเดี๋ยวพี่พาเดินเที่ยว” นีรามนจับจ้องสายตาคาดหวังที่ไร้แววล้อเล่น คาดว่าหากเธอพยักหน้าหรือตอบตกลงสั้น ๆ คาดว่าทุกอย่างคงจะเตรียมพร้อมในคืนเดียว นีรามนละสายตาจากอีกคน กลิ่นอายของศิรินภาโอบล้อมเธอ ทว่าก็แค่โอบล้อม...หาได้ซึมซาบติดตรึง นีรามนลุกขึ้น ทว่าคนตัวสูงกว่ายังไม่ปล่อยเธอจากอ้อมกอดอุ่น “หนูไม่ว่าง” “ลาผู้ปกครองสักอาทิตย์ แค่อาทิตย์เดียวเองนะ นะ...” หรือหากอยากให้หล่อนจัดการให้ หล่อนทำได้... นีรามนยกยิ้ม เมื่อสบสายตาเว้าวอนนั่นผ่านกระจก เธอส่ายใบหน้า แกะมืออีกฝ่ายออก ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปก่อน ไม่นานคงมีเจ้าของห้องตามเข้ามาอย่างเคย “คุณไปเถอะ หนูจะรอที่นี่แหละค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD