ทุกความเคลื่อนไหวของกรุ๊ป เหล่าพวกผู้อาวุโสบนหอคอยงาช้างย่อมต้องจับตามองอยู่แล้วเช่นกัน
ดวงตาคู่คมหรี่ลง เอ่ยสั่งน้องเสียงนิ่ง “ไม่ต้อง ฉันไม่ได้อยากได้รับความดีความชอบอะไรทั้งนั้น ฉันแนะนำไปเพราะไม่อยากให้เงินฉันต้องไปละลายแม่น้ำทิ้ง” เพราะพันทิวาก็ถือเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่รองลงมาจากคนในเครือนราธิปก เป็นธรรมดาที่พันทิวาต้องรักษาผลประโยชน์ของตนเอง
“แต่มันเป็นผลงานของพี่--”
“ภา ฉันไม่ต้องการ”
จนเมื่อพันทิวายื่นคำขาด เสียงถอนหายใจจากปลายสายจึงส่งมาให้หล่อนได้ยิน “โอเคค่ะพี่แพร”
ทั้งที่ความดีความชอบควรยกให้พันทิวาเท่านั้น ไม่ใช่ใครอื่น แม้กระทั่งศิรินภา...
เพราะศิรินภาจะทำให้สำเร็จไม่ได้เลย หากไม่ได้พันทิวาคอยให้คำแนะนำและให้คำปรึกษา
“ลดเพื่อเติบโต แล้วเอาเงินไปลงทุนกับสิ่งที่มันงอกเงยให้เราได้มากกว่า นี่แหละคือแก่นของมัน” คำแนะนำจากพันทิวา นารยพยัคฆ์ที่น้อยคนนนักที่จะได้รับมันไปแบบฟรี ๆ
“ถ้าน้องไม่ได้พี่แพร น้องคง--”
ได้ยินเสียงถอนหายใจมาจากพี่สาวที่ศิรินภาเคารพ “หัดชมตัวเองบ้าง แกเป็นคนเก่งนะภา อย่าลืมว่าฉันไม่ได้อยู่ช่วยแกได้ทุกครั้ง”
ศิรินภานิ่งไปครู่ ก่อนจะยิ้มกว้าง กล่าวกับพี่สาวที่หล่อนเคารพรัก “ขอบคุณค่ะพี่แพร”
.
.
.
“ยังดีที่ดิฉันเลือกเชื่อในคำแนะนำของคุณพันทิวา”
ศิรินภากล่าวอย่างหนักแน่น ระหว่างปกป้องการตัดสินใจของฝ่ายนารยพยัคฆ์อย่างเต็มตัว—มากเสียจนดูจะใหญ่เกินหน้าเกินตา แม้แต่ผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานกรรมการฯ ตัวจริงอย่าง ‘นราธิปก’ ก็ยังถูกกลบความสำคัญไปโดยปริยาย
“ลองวันนั้นดิฉันคล้อยตามข้อเสนอควบรวมกิจการที่พวกคุณเสนอสิคะ...”
เธอทอดเสียงนิ่งแต่แรง เหมือนตัดบทไม่ให้ใครเถียงต่อได้
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบลง — ความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและการประเมินผลกระทบ
วาระการประชุมสิ้นสุดลง โดยมีเสียงสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นและผู้บริหารส่วนใหญ่เข้าข้างศิรินภา
และนารยพยัคฆ์ก็กลายเป็นฝ่ายที่ได้รับ “เครดิต” ไปเต็ม ๆ
...แน่นอน ก็ในเมื่อหล่อนเพิ่งรักษาผลประโยชน์ของทุกคนไว้ได้อย่างเฉียดฉิวที่สุด
“ได้ยินว่าเด็กแกฝึกงานที่นี่” พันทิวากล่าวกลางโต๊ะอาหาร ณ ภัตตาคารใจกลางกรุง
ศิรินภาชะงักมือที่กำลังหั่นชิ้นเนื้อราคาแพง “ค่ะ ไม้เพิ่งมาฝึกงานที่บริษัทเรา...” นั่นก็คือเครือนราธิปก
พันทิวาจิบไวน์แดงชั้นดี ริมฝีปากยกยิ้มพึงใจ...หมายมาด “อย่างนั้นถ้าฉันขอยืมตัว...” ถ้อยคำที่เอ่ยขอ ทว่าไม่ได้ถูกเปิดทางให้คัดค้านอันใดอยู่แล้ว
ศิรินภาจะทำอันใดได้ ก็ในเมื่อเป็นความต้องการของพี่สาวที่เคารพ ผู้มีพระคุณของหล่อน...
.
.
.
สักวันหนึ่ง
“นักศึกษาฝึกงาน คุณนีรามนคะ”
นีรามนที่กำลังสรุปวาระการประชุมของทีมเงยหน้าขึ้นมา จึงได้ยกมือไหว้สวัสดีใครสักคนที่เธอไม่ค่อยจะคุ้นหน้าคุ้นตา ทว่าดูท่าว่าทุกคนในที่นี้จะคุ้นเคยและกริ่งเกรงในหล่อนคนนี้อยู่พอสมควร ดูได้จากการที่วสุ...ที่เป็นหัวหน้าทีมของนีรามนเองถึงกับต้องเดินตามหลังอีกฝ่ายที่ลงทุนมาถึงที่นี่ด้วยตนเอง...และเข้ามาหาเธอถึงโต๊ะทำงาน
หลังจากที่ได้ฟังวัตถุประสงค์การมาของปณิดา...หญิงสาวตรงหน้าเธอแล้ว
วสุจึงรีบพูดตอบรับคำแทนนีรามนทันควัน “สักครู่นะครับ” พร้อมหันมาทางนีรามนอย่างร้อนรน “ไปเร็วไม้ รีบไปพบคุณเขาเดี๋ยวนี้เลย” พูดพร้อมรุนหลังให้นีรามนเร่งเดินตามปณิดาคนนั้นไปเร็วไว “จบงานคุณเขาแล้วก็กลับบ้านได้เลย ไม่ต้องมาทำต่อแล้วนะวันนี้”
ท่าทีหน้านิ่ง ๆ ซื่อ ๆ ของนีรามนยิ่งทำให้บรรดาพวกพี่ ๆ ในฝ่ายยิ่งเป็นห่วง ยิ่งหน้านิ่ง ๆ แบบนี้แล้วคงยังไม่รู้ว่าจะไปเจอกับอะไรสินะ หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องราวใหญ่โตจนต้องเดือดร้อนพวกเขาหรอกนะ
“ยิ่งหน้านิ่ง ๆ ซื่อ ๆ แบบนั้นอยู่ โถ่น้องไม้...”
“ขออย่าให้เกิดอะไรขึ้นเลยนะ ให้คุณเขาเอ็นดูยัยไม้ของเราด้วย”
https://w***************m/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzMxNDg4IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMzkxNDQxIjt9