21

784 Words
ทุกความเคลื่อนไหวของกรุ๊ป เหล่าพวกผู้อาวุโสบนหอคอยงาช้างย่อมต้องจับตามองอยู่แล้วเช่นกัน ดวงตาคู่คมหรี่ลง เอ่ยสั่งน้องเสียงนิ่ง “ไม่ต้อง ฉันไม่ได้อยากได้รับความดีความชอบอะไรทั้งนั้น ฉันแนะนำไปเพราะไม่อยากให้เงินฉันต้องไปละลายแม่น้ำทิ้ง” เพราะพันทิวาก็ถือเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่รองลงมาจากคนในเครือนราธิปก เป็นธรรมดาที่พันทิวาต้องรักษาผลประโยชน์ของตนเอง “แต่มันเป็นผลงานของพี่--” “ภา ฉันไม่ต้องการ” จนเมื่อพันทิวายื่นคำขาด เสียงถอนหายใจจากปลายสายจึงส่งมาให้หล่อนได้ยิน “โอเคค่ะพี่แพร” ทั้งที่ความดีความชอบควรยกให้พันทิวาเท่านั้น ไม่ใช่ใครอื่น แม้กระทั่งศิรินภา... เพราะศิรินภาจะทำให้สำเร็จไม่ได้เลย หากไม่ได้พันทิวาคอยให้คำแนะนำและให้คำปรึกษา “ลดเพื่อเติบโต แล้วเอาเงินไปลงทุนกับสิ่งที่มันงอกเงยให้เราได้มากกว่า นี่แหละคือแก่นของมัน” คำแนะนำจากพันทิวา นารยพยัคฆ์ที่น้อยคนนนักที่จะได้รับมันไปแบบฟรี ๆ “ถ้าน้องไม่ได้พี่แพร น้องคง--” ได้ยินเสียงถอนหายใจมาจากพี่สาวที่ศิรินภาเคารพ “หัดชมตัวเองบ้าง แกเป็นคนเก่งนะภา อย่าลืมว่าฉันไม่ได้อยู่ช่วยแกได้ทุกครั้ง” ศิรินภานิ่งไปครู่ ก่อนจะยิ้มกว้าง กล่าวกับพี่สาวที่หล่อนเคารพรัก “ขอบคุณค่ะพี่แพร” . . . “ยังดีที่ดิฉันเลือกเชื่อในคำแนะนำของคุณพันทิวา” ศิรินภากล่าวอย่างหนักแน่น ระหว่างปกป้องการตัดสินใจของฝ่ายนารยพยัคฆ์อย่างเต็มตัว—มากเสียจนดูจะใหญ่เกินหน้าเกินตา แม้แต่ผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานกรรมการฯ ตัวจริงอย่าง ‘นราธิปก’ ก็ยังถูกกลบความสำคัญไปโดยปริยาย “ลองวันนั้นดิฉันคล้อยตามข้อเสนอควบรวมกิจการที่พวกคุณเสนอสิคะ...” เธอทอดเสียงนิ่งแต่แรง เหมือนตัดบทไม่ให้ใครเถียงต่อได้ บรรยากาศในห้องประชุมเงียบลง — ความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและการประเมินผลกระทบ วาระการประชุมสิ้นสุดลง โดยมีเสียงสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นและผู้บริหารส่วนใหญ่เข้าข้างศิรินภา และนารยพยัคฆ์ก็กลายเป็นฝ่ายที่ได้รับ “เครดิต” ไปเต็ม ๆ ...แน่นอน ก็ในเมื่อหล่อนเพิ่งรักษาผลประโยชน์ของทุกคนไว้ได้อย่างเฉียดฉิวที่สุด “ได้ยินว่าเด็กแกฝึกงานที่นี่” พันทิวากล่าวกลางโต๊ะอาหาร ณ ภัตตาคารใจกลางกรุง ศิรินภาชะงักมือที่กำลังหั่นชิ้นเนื้อราคาแพง “ค่ะ ไม้เพิ่งมาฝึกงานที่บริษัทเรา...” นั่นก็คือเครือนราธิปก พันทิวาจิบไวน์แดงชั้นดี ริมฝีปากยกยิ้มพึงใจ...หมายมาด “อย่างนั้นถ้าฉันขอยืมตัว...” ถ้อยคำที่เอ่ยขอ ทว่าไม่ได้ถูกเปิดทางให้คัดค้านอันใดอยู่แล้ว ศิรินภาจะทำอันใดได้ ก็ในเมื่อเป็นความต้องการของพี่สาวที่เคารพ ผู้มีพระคุณของหล่อน... . . . สักวันหนึ่ง “นักศึกษาฝึกงาน คุณนีรามนคะ” นีรามนที่กำลังสรุปวาระการประชุมของทีมเงยหน้าขึ้นมา จึงได้ยกมือไหว้สวัสดีใครสักคนที่เธอไม่ค่อยจะคุ้นหน้าคุ้นตา ทว่าดูท่าว่าทุกคนในที่นี้จะคุ้นเคยและกริ่งเกรงในหล่อนคนนี้อยู่พอสมควร ดูได้จากการที่วสุ...ที่เป็นหัวหน้าทีมของนีรามนเองถึงกับต้องเดินตามหลังอีกฝ่ายที่ลงทุนมาถึงที่นี่ด้วยตนเอง...และเข้ามาหาเธอถึงโต๊ะทำงาน หลังจากที่ได้ฟังวัตถุประสงค์การมาของปณิดา...หญิงสาวตรงหน้าเธอแล้ว วสุจึงรีบพูดตอบรับคำแทนนีรามนทันควัน “สักครู่นะครับ” พร้อมหันมาทางนีรามนอย่างร้อนรน “ไปเร็วไม้ รีบไปพบคุณเขาเดี๋ยวนี้เลย” พูดพร้อมรุนหลังให้นีรามนเร่งเดินตามปณิดาคนนั้นไปเร็วไว “จบงานคุณเขาแล้วก็กลับบ้านได้เลย ไม่ต้องมาทำต่อแล้วนะวันนี้” ท่าทีหน้านิ่ง ๆ ซื่อ ๆ ของนีรามนยิ่งทำให้บรรดาพวกพี่ ๆ ในฝ่ายยิ่งเป็นห่วง ยิ่งหน้านิ่ง ๆ แบบนี้แล้วคงยังไม่รู้ว่าจะไปเจอกับอะไรสินะ หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องราวใหญ่โตจนต้องเดือดร้อนพวกเขาหรอกนะ “ยิ่งหน้านิ่ง ๆ ซื่อ ๆ แบบนั้นอยู่ โถ่น้องไม้...” “ขออย่าให้เกิดอะไรขึ้นเลยนะ ให้คุณเขาเอ็นดูยัยไม้ของเราด้วย” https://w***************m/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzMxNDg4IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMzkxNDQxIjt9
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD