พวกเขาที่พากันเป็นห่วงว้าวุ่นกันพัลวัน ไฉนเลยจะรู้ว่านีรามนนั้นเคยพบเจอคุณของทุกคนมาแล้ว ที่เธอหน้านิ่งและเพียงเลิกคิ้ว...ก็เพราะว่าไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรต่างหาก
ก็ถ้าจะโดนปลิดลมหายใจตายเสียที่นี่ก็ให้มันรู้กันไป... เธอคิดว่าศิรินภาน่าจะรู้แล้วหรือเปล่า ว่านีรามนต้องมาเจอกับอะไร
คงเป็นผู้ช่วยหรือเลขาส่วนตัวของผู้หญิงคนนั้น ปณิดาส่งยิ้มให้เธอแล้วหันไปค้อมศีรษะให้นายเหนือหัวของตนเองที่นั่งไขว่ห้างกำลังประชุมออนไลน์ผ่านคอมพิวเตอร์พกพา ณ ส่วนโซนนั่งเล่นของห้องทำงานชั้นผู้บริหารอันกว้างใหญ่นี้ ก่อนเลขาฯคนสวยจะปิดประตูห้องลง ความเงียบเข้าคลี่คลุมห้อง มีเพียงเสียงสนทนาภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชปะปนกับภาษาจีนรวมทั้งภาษาเกาหลีกระมังที่เจ้าของอาณาบริเวณแห่งนี้เพียงกล่าวสนทนาไฟแลบ ไม่วายปรายตามองนีรามนที่ดูแปลกแยกเหลือแสนกับห้องอันหรูหรา นีรามนจึงยกมือไหว้เงียบงัน อีกฝ่ายเพียงเมินไหว้ของเธอ
คุณเลขาฯ ผู้นิ่มนวลทิ้งให้นีรามนยืนประจันอยู่กับใครบางคนที่ดูท่าว่าจะลงทุนเรียกเธอมาหาเพื่อทำการอะไรบางอย่าง
หลังจากการประชุมจบลง คาดว่าอย่างนั้นเพราะนีรามนเห็นว่าอีกฝ่ายปิดฝาพับหน้าจอลงเงียบงัน
“เด็กฝึกงานดีเด่น” รอยยิ้มแสร้งและเสียงนุ่มทุ้มหวานไพเราะเหน็บแนมเธอ เช่นเดียวกันกับสายตาคมกริบที่สำรวจนีรามนในชุดเสื้อเชิ้ตสีพื้นและกางเกงขายาว รองเท้าคัชชู
ไม่มีอะไรโดดเด่น...
นีรามนยกมือไหว้คนที่ถือว่าอาวุโสกว่าอีกครั้ง...ที่เพียงกอดอกนั่งนิ่ง ณ โซฟาตัวกว้างในห้องทำงาน บริเวณมุมห้องมีผู้ติดตามเป็นชายหนุ่มในชุดสูทดำสองคน เป็นคนที่นีรามนเคยเห็นหน้ามาก่อนแล้ว
“สนใจทำโอทีหน่อยมั้ย เดี๋ยวฉันจ่ายค่าล่วงเวลาให้เป็นพิเศษ” เป็นคำชี้ชวนที่ไม่เปิดลู่ทางให้นีรามนปฏิเสธ
กลิ่นน้ำหอมเคลื่อนผ่านเข้าจมูกเธอทันทีที่เจ้าของกลิ่นหอมจรุงเดินผ่านหน้าเธอไป
ท่าทีที่ไม่ถอย มีเพียงนิ่ง ปรายตาและหันมองนายเหนือหัวของพวกเขาเล็กน้อยเท่านั้น นั่นทำให้นีรามนน่าสนเท่ห์สำหรับพวกเขาผู้ติดตาม...ชานนท์และศิลา
ขวัญกล้าเทียมฟ้าอะไรขนาดนั้นกันหนอ?
นีรามนเดินตามอีกคนเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มผู้ติดตามกดดันให้เธอเดินตามเจ้านายของพวกเขา ยังดีที่ตอนนี้เป็นเวลาทำงาน พนักงานส่วนใหญ่จึงพากันประจำที่โต๊ะของตัวเองไม่ก็ห้องประชุม
ภายในลิฟท์ส่วนตัวของผู้บริหาร นีรามนเพียงยืนนิ่งเคียงข้างร่างสูงโปร่งระหง ผิวขาวสีน้ำนมที่โผล่พ้นแขนเสื้อที่เป็นชายยาวถึงสะโพกทว่าการออกแบบตัดให้แหวกเว้าผ่าช่วงแขนจนกลายเป็นผ้าคลุมไหล่งดงาม ส่งให้คนข้างกายยิ่งเหนือกว่าความจริงเข้าไปอีก
เมื่อออกจากลิฟท์ สายตาใครต่อใครจึงพากันเมียงมองอย่างใคร่รู้ ใครบางคนในที่นั้นรีบก้มหน้าแกล้งอ่านเอกสาร และไม่ไกลจากตรงนี้ แลเห็นเลขาฯ ระดับฝ่ายบริหารผงะเล็กน้อยก่อนรีบส่งยิ้มให้คุณของทุกคนที่บัดนี้ยังคงสงบนิ่ง
นีรามนไม่อาจเดินตามอีกคนโดยที่ไม่รู้จุดหมายได้ แม้จะรู้สึกดีมากแค่ไหน... เธอจึงหยุดเดิน
ท่ามกลางกลุ่มคนในบริษัทในเวลานี้ บางส่วนมองยังเธอและหนึ่งในบุคคลลึกลับทว่าทรงอำนาจเสียยิ่งกว่าประธานหรือบอร์ดบริหารคนใด...
ขนาดคุณภายังต้องยอมให้หล่อนคนนี้เลย ไยพวกเขาจะไม่รู้ข่าวคาวของบริษัท ว่าคุณคนนี้...เคยเป็นหนึ่งในนราธิปก ข่าวลือที่หามูลความจริงไม่ได้ทว่าก็สนุกปากสำหรับคนนอก มันจึงยังคงคล้ายความจริงขึ้นทุกวัน ๆ
แล้วหล่อนคนนี้ กับเด็กนักศึกษาฝึกงานมาอยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์แบบใดกันหนอ?
ทว่าแทนที่คนใหญ่คนโตอย่างผู้หญิงข้างกายของเธอกลับไม่สนใจเสียงและสายตาคนรอบข้างแล้ว พันทิวาจดจ่อแค่กับเธอคนเดียว ราวกับเหยี่ยวที่จับจ้องเพียงเป้าหมาย เหยื่อของมัน...
คนทรงอำนาจหันกลับมามองเธอ “ทำไม? กลัวไอ้ภามันหึงเหรอ” เสียงเย็นหวาน รอยยิ้มเยาะหยัน สายตาคมสวยดูแคลนสบจ้องลงมายังนีรามนที่บัดนี้ชิดใกล้ ประจันหน้ากันกับอีกฝ่าย
ไม่วายคนทรงอำนาจกลับมีแวบหนึ่งทอดสายตามองอ้อยอิ่งที่ริมฝีปากเล็กของเด็กหน้านิ่งตรงหน้าหล่อน อย่างเผลอไผล...
นีรามนยังคงเงียบ ไม่คิดจะตอบอันใด
“งั้นก็ไปกับฉัน เธอคงไม่กลัวฉันหรอกใช่มั้ย” เห็นเก่งกับหล่อนมาก็หลายคราแล้วนี่...คนทรงอำนาจคิดในใจ
นีรามนเงยหน้าเล็กน้อย จ้องมองตอบคนตัวสูงกว่า “ค่ะ”
นีรามนมองเห็นรอยยิ้มมุมปากของอีกคนที่ผุดขึ้นเมื่อได้ยินคำกล่าวของเธอ
ท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดงยามเย็น แสงอาทิตย์ทอดผ่านทะลุกระจกสูงทอดกระจายบนพื้นเป็นประกายแสด
ในสายตาของนีรามนมีเพียงแผ่นหลังระหง โดดเดี่ยวเหลือแสนของใครคนหนึ่ง