นีรามนเงยหน้าสบสายตาอีกคนแน่วแน่ ริมฝีปากสั่นระริก หยาดน้ำตาเมื่อได้รินไหลแล้วครั้งหนึ่งจึงรินไหลต่อเนื่อง
บางส่วนรินไหลเปรอะเปื้อนซึมไปกับสูทเนื้อดีของคนใจร้าย
“เป็นบ้าไปแล้วเหรอวะ นีรามน” ทั้งที่จะจงใจปั่นประสาทเด็กเหลือขอตรงหน้า ไฉนกลับเป็นหล่อนเองเล่าที่หัวเสียแบบนี้
ไฉนเมื่อให้มองดูหยาดน้ำตาที่เอาแต่รินไหลออกมา เด็กบ้านี่ไม่สะอื้นออกมาสักแอะ นั่นมันยิ่งทำให้ให้หล่อนดูเป็นตัวร้ายยังไงยังงั้น
แทนที่พันทิวาจะสะใจอย่างที่สุด ไฉนกลับตรงกันข้าม...
เรียวนิ้วขาวสะอาดที่กำลังยื่นเข้าใกล้ หมายจะเช็ดน้ำตานั้น นีรามนยังคงก้มหน้ามองไปทางอื่น ผิดคาดจากเด็กอวดดีที่หล่อนหมายมาดเอาไว้
ไหนริมฝีปากที่สั่นระริก ยิ่งเด็กอวดดีเม้มกัดปิดเสียงสะอื้น ยิ่งแดงก่ำ น่าขบกัด...
น่าจูบปลอบขวัญ...
พันทิวาไม่รู้ตัวเลยว่าพลั้งสติไปมากเท่าใด จนกระทั่งเสียงของชานนท์กล่าวขึ้นพร้อมรถที่ชะลอตัวลง
“นาย”
นายเหนือหัวของพวกเขาจึงคล้ายได้สติกลับคืนมา
จึงได้เห็น ได้สัมผัสว่าใกล้กันเพียงลมหายใจแผ่วบาง หยาดน้ำตาของนีรามนฉายชัด ริมฝีปากยิ่งสั่นเครือ
ไหนจะดวงตาที่ตัดพ้อใส่หล่อนนั่นอีก...
นีรามนนิ่วหน้าเมื่อถูกผลักออกราวกับตนเองเป็นตัวน่ารังเกียจ สายตาพร่ามัวด้วยม่านน้ำตาเงยสบตากับอีกคนที่จับจ้องเธออย่างคาดโทษทัณฑ์
“จะไปไหนก็ไป น่ารำคาญ”
นีรามนเช็ดน้ำตาที่รินไหลออกมาทันทีที่ได้ยินถ้อยคำที่จงเกลียดจงชังในตัวเธอหนักหนา มือข้างหนึ่งที่สั่นเทารวบกระเป๋าผ้าขึ้นสะพาย นีรามนยกมือไหว้อีกคนที่ผินหน้าหนีเธออย่างเมินไหว้
นีรามนกัดฟันแล้วเปิดประตูออกไป เดินไปอย่างไร้จุดหมาย ในใจคิดแต่จะเดินออกไปจากตรงนี้ เดินออกไปให้ไกลที่สุด
เพื่อที่จะได้ร้องไห้อย่างไม่อายอีกคน...