นีรามนถูกคว้าเข้าอ้อมกอด ศิรินภากอดปลอบเธอ “พี่ไม่ชอบน้ำตาไม้”
นีรามนยกยิ้มสั่นเครือ “หนูขอโทษค่ะ”
ศิรินภาส่ายไหวใบหน้า ถอนหายใจ “ไม้ขอโทษบ่อยไปแล้ว ร้องออกมาเถอะ พี่ทนได้” ถ้ามันจะทำให้ไม้รู้สึกดีขึ้น...
หยดน้ำตาไหลซึมชุดเสื้อเนื้อดีของศิรินภา นีรามนสะอื้นในความเงียบงัน
“หนูน่าจะเลือกคุณ”
ศิรินภายกยิ้ม “แล้วทำไมไม่เลือกตอนนี้เลยล่ะ?”
ทว่าเด็กน้อยกลับไม่ตอบคำ กลับหลั่งน้ำตาหนักขึ้น
“ไม้คิดอะไรอยู่ หืม” ศิรินภาเช็ดน้ำตาให้เด็กน้อย ไม่คิดรังเกียจ “หนูจะเอาอะไร บอกพี่ได้ไหมคะ” น้ำเสียงหล่อนเว้าวอน...อย่างที่ไม่เคยต้องเว้าวอนใคร
หล่อนคว้าเด็กน้อยมากอด ศิรินภาหลับตาลง กดจูบที่ศีรษะเด็กน้อย มือที่สั่นเทาเพราะความโกรธเอาแต่ลูบแผ่นหลังสั่นเทาเช่นกันของเด็กน้อย “ไม้ของพี่...” หล่อนรำพึงออกมา อย่างเจ็บปวดไม่แพ้กัน
.
.
.
…ศิรินภากดจูบเบา ๆ ที่หน้าผากนีรามนคนที่หลับใหลไปแล้ว ก่อนจะขับรถมุ่งหน้าออกจากเพนท์เฮ้าส์ส่วนตัว หล่อนรู้ดีว่ากำลังจะต้องเผชิญหน้ากับคนที่รออยู่
เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนในโถงสะท้อนก้อง พันทิวามาถึงก่อนหน้าหล่อนแล้ว—บรรยากาศโดยรอบสงบและเย็นเยียบ
บ้านหลังนี้แยกจากเรือนหลักราวสองร้อยเมตร หากเดินผ่านสวนกล้วยไม้ข้างศาลาใหญ่
เป็นเรือนไม้โมเดิร์นปนกลิ่นโบราณที่ศิรินภาเลือกออกแบบเอง ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย
พื้นที่นี้คือ “มุมพักใจ” ของหล่อน บ้านหลังเล็กเมื่อเทียบกับตึกใหญ่ของตระกูล
“น้องรักไม้” สุ้มเสียงที่เคยเป็นที่กริ่งเกรงต่อบรรดาสมาชิกตระกูลและบรรดาผู้น้อยรวมทั้งสาธารณชน บัดนี้กลับโอนอ่อนเมื่อเอ่ยถึงเด็กสาวคนนั้น
“มันมีอะไรดี” ผู้หญิงหิวเงินพรรค์นั้น…
ศิรินภาถอนหายใจ ท่ามกลางความเงียบเชียบของโถงกว้างใหญ่ ก่อนหน้านั้น...พันทิวาทันทีที่กลับมายังบ้านใหญ่ไม่เพียงแต่แหกหน้าบรรดาผู้อาวุโสในตระกูลเท่านั้น
เงามืด... หรืออีกนัยหนึ่งคือความด่างพร้อยของตระกูล ที่สมาชิกทุกคนไม่อยากยอมรับทว่ากลับกล้ำกลืนเพราะมิอาจปฏิเสธได้ว่าหากมิได้พันทิวาคอยค้ำจุน ตระกูลที่ยิ่งใหญ่มาร่วมกันกับแผ่นดินนี้อาจเหลือเพียงแค่ชื่อ
เพียงแค่เท้าแตะแผ่นดินของเมืองหลวง พันทิวาจึงเข้าไปแหกอกคนที่ถือเป็นดั่งดวงใจของศิรินภาทันที ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังหาเรื่องสนุกทำ และอีกนัยหนึ่งก็เพื่อให้ศิรินภาเข้าร่องเข้ารอย... ทำตามที่สมาชิกในตระกูลต้องการ มิให้นอกลู่นอกทางไปทางอื่น อย่างเช่นการเกลือกกลั้วกับผู้หญิงพรรค์นั้นอย่างจริงจัง
ทั้งที่เพียงแค่จะกำจัดเด็กสาวเพียงคนเดียว นราธิปกมิเคยคณามือ
ทว่าเด็กสาวคนนี้ดันเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของศิรินภา...ว่าที่นราธิปกคนต่อไป
และใครที่กล้าหักหาญน้ำใจของศิรินภา ไม่เคยตายดีสักคน!
พันทิวาจึงกลายเป็นหมุดหมายสุดท้าย เป็นที่พึ่งที่ไม่คิดอยากพึ่ง แม้แต่เจ้าบ้านนราธิปกยังต้องคุกเข่าร้องขอให้พันทิวาคนนี้มาช่วยเหลือในเรื่องนี้
มาช่วยโน้มน้าวศิรินภา...
“ภาอยากให้พี่ได้เห็น ที่จริงไม้ไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย” ศิรินภาพยายามชักแม่น้ำทั้งห้า โน้มน้าวคนที่เย็นยิ่งกว่าหล่อน
เย็นยิ่งกว่า และในขณะเดียวกันหากร้อนจนปะทุ อะไรก็ฉุดไม่อยู่! แม้แต่ผู้นำตระกูลนราธิปกคนปัจจุบัน หรือแม้แต่หล่อนเอง...
เรียวขาใต้เดรสสีน้ำเงินเข้มยกไขว้ห้างเผยเรียวขาและปลีน่องผ่องผุดผาด พันทิวากอดอก แค่นหัวเราะ กลอกตามองน้องสาวต่างสายเลือด... “นี่ขนาดไม่เลวร้าย แต่ถึงขนาดล้างสมองให้ทายาทคนต่อไปอย่างแกทิ้งทุกอย่างเพื่อมันน่ะเหรอ?”
“พี่แพร ไม้ไม่เกี่ยว” ศิรินภาที่เริ่มเอ่ยเสียงนิ่งขึงเมื่อพันทิวาเอาแต่ต่อว่าคนในอาณัติของหล่อน “เรื่องนั้นภาตัดสินใจนานแล้วว่าจะยกทุกอย่างคืนให้ตระกูล ภาไม่อยากแบกอีกแล้ว” หล่อนฝันอยากจะมีชีวิตสงบสุขกับใครสักคน นี่ไม่ใช่เรื่องที่ด่วนตัดสินใจฉับพลัน หล่อนวางแผนทุกอย่างมานานแล้ว
โถงเงียบเชียบ
“แม้กระทั่งจะถูกเฉดหัวออกจากตระกูลน่ะเหรอ?”
ศิรินภาไม่ตอบกลับ เพียงนิ่ง นั่นก็ถือว่าเป็นคำตอบที่ชัดเจน
พันทิวาแค่นหัวเราะ นึกขันและนึกสมเพชในตัวน้องสาวต่างแม่... “ผู้หญิงหิวเงินนั่นมันมีดีอะไรกันนะ”
“พี่แพร”
พันทิวาจ้องมอง สบสายตาน้องสาว ศิรินภาดวงหน้าติดจะหวานซึ้งน่ามอง บุคลิกหรือก็อ่อนโยนกว่าหล่อน จึงทำให้เป็นที่พึงพอใจต่อใครต่อใครมาแต่ไหนแต่ไร ได้รับความเอ็นดูมากล้นจากคนอื่น ๆ ในตระกูล
ทว่าพันทิวานั้นตรงกันข้าม อันที่จริงนั้นตั้งแต่ที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกเมียน้อย เท่านั้นพันทิวาก็แทบจะกลายเป็นปรสิตของตระกูลแล้วรอมร่อ
ทว่าสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องกลับแน่นแฟ้นกว่าที่คิด ทั้งที่สมาชิกคนอื่นพากันลงขันคิดว่าสองพี่น้อง... ไม่สิ สามพี่น้องจะไม่ถูกกันตามแบบที่นายหญิงของตระกูลรวมทั้งผู้อาวุโสในตระกูลเสี้ยมสอนให้ศิรินภาจงเกลียดจงชังในพันทิวา
ทว่าสายสัมพันธ์ของสามพี่น้องนั้นเชื่อมแน่นแฟ้น แม้จะไม่สนิทมาก ทว่าก็ไม่ได้เลวร้าย เนื่องจากความอ่อนโยนจากมารดาของพันทิวาที่มอบให้ศิรินภาในวัยเยาว์ ทั้งที่เป็นศัตรูต่อบัลลังก์ผู้นำตระกูลของลูกสาวของตนเองแท้ ๆ
“มีกันอยู่แค่นี้ รักกันไว้มาก ๆ นะลูก” ถ้อยคำจากมิถิลา...มารดาของพันทิวายังคงติดตรึงในความทรงจำของทั้งคู่พี่น้อง ช่วงชีวิตในวัยเด็กที่มีแต่ความกดดันจากรอบข้างผิดจากเด็กทั่วไป ได้มิถิลาที่คอยทำให้ศิรินภาสบายใจ ซ้ำยังอิจฉาพันทิวาลึก ๆ ที่ได้รับชีวิตที่ไม่ต้องกดดันและไม่ต้องแบกรับความคาดหวังจากคนรอบข้างอันใดมากนัก
ดังนั้นในสายตาของสมาชิกคนอื่น บัลลังก์ผู้นำตระกูลคนต่อไปอาจดูดุเดือด
ทว่าสำหรับสองพี่น้องที่เป็นตัวเต็ง กลับผ่อนคลาย
อาจเพราะต่างฝ่ายต่างผลักไส มิคิดอยากแบกรับสิ่งที่คนอื่นพากันภาคภูมิใจและละโมบโลภมากกระมัง
และนี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนที่ร้อยวันพันปีจะปรากฏตัวให้สมาชิกคนอื่นได้รับรู้ความเคลื่อนไหวอย่างพันทิวาจึงได้ถ่อมายังเมืองกรุง เพียงเพื่อตบ ๆ ตี ๆ ให้ศิรินภาน้องรักเข้ารูปเข้ารอย รับมงกุฎผู้นำตระกูลมาสวมต่อแต่โดยดี
จะได้ไม่ต้องเป็นภาระให้หล่อนที่ไม่เป็นที่พึงประสงค์สำหรับสมาชิกคนอื่นต้องมารับกรรมแทน
“แกกำลังทำให้ฉันเดือดร้อน” พันทิวากอดอก คิ้วขมวดเคร่งเครียดอย่างไม่ชอบใจอย่างยิ่งที่น้องรักวันดีคืนดีกล้าแข็งข้อ ปรกติเถียงเก่งแบบนี้เสียเมื่อไหร่ พี่อย่างเธอออกปากอะไรก็เออออตามน้ำไปหมดจนผู้อาวุโสพากันปวดหัวกับความกลมเกลียวของสองพี่น้อง “ทั้งเรื่องตำแหน่ง ทั้งเรื่องหมั้น ไม่เอาอะไรสักอย่างเลยเหรอวะ...”
ศิรินภาแบ่งรับแบ่งสู้ “ยังมียายภางค์อีกคน น้องจะไปคุย---”
พันทิวาโบกมือไปมาอย่างไม่คาดหวัง “มันไม่เอาหรอก” ว่าอย่างรับรู้นิสัยลอยชายไปเรื่อยของน้องสาวต่างสายเลือดคนสุดท้อง...ศศิภางค์ น้องสาวร่วมสายเลือดของศิรินภาที่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยกลับไทย จะใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศมากกว่า ส่วนจะเป็นประเทศใดนั้นก็สุดรู้ เพราะย้ายไปเรื่อยตามใจชอบ หาตัวจับยากมาแต่ไหนแต่ไร
แค่นี้ก็น่าจะบอกได้แล้วว่าน้องสาวคนสุดท้องมิคิดจะสนใจไยดีอันใดกับเรื่องวุ่นวายเหล่านี้ด้วยซ้ำ อีกอย่าง...ศศิภางค์ก็ไม่ได้ถูกเป็นที่คาดหวังสำหรับคนในตระกูลอยู่แล้ว เก้าอี้ผู้นำนราธิปกคนต่อไป...ศศิภางค์แทบจะไม่ถูกเอ่ยถึงเลยด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับนราธิปกสายหลักและสายรองคนอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน
“หรือไม่ก็พี่นั่นแหละ รับไว้อีกสักหน่อยคงไม่คณามือคนเก่งอย่างพี่แพรหรอกมั้งคะ”
“ยายภา” พันทิวาแทบจะเข้าไปเขย่าคอน้องสาวที่ยกยิ้มอ่อนโยน
ถึงแม้จะจริงอย่างที่ศิรินภาว่า ว่าพันทิวาสามารถและมีคุณสมบัติครบถ้วนในการเข้าเป็นคนนั่งบัลลังก์ผู้นำตระกูลคนต่อไปอย่างไร้ข้อกังขา
และนั่นแหละจึงเป็นสิ่งที่สมาชิกคนอื่นต่างกริ่งเกรงและแยกเขี้ยวใส่หล่อนเสมอ ๆ
เป็นเพราะกลัว...ว่าหากหล่อนเป็นใหญ่มากกว่านี้ พวกนั้นจะไม่มีที่ยืนในตระกูลอีกต่อไป และอาจไม่มีแม้กระทั่งเงาหัวในสังคม โทษฐานที่เคยทำเรื่องชั่วช้ากับมารดาของหล่อนเอาไว้ รวมทั้งกับเธอคนนั้น...
เมื่อคิดถึงใบหน้าของเธอคนนั้น พันทิวาจึงหลับตาลงนิ่ง สุ้มเสียงจริงจังไม่มีแววล้อเล่นดังเคย
“เล่นสนุกมามากแล้วภา” ไยจะไม่รู้ว่าศิรินภาติดพันเด็กคนนั้นมานานเท่าไหร่แล้ว อันที่จริงก็นานที่สุดนับจากที่เคยได้ยินว่าคบหาใครเป็นจริงเป็นจัง
นึกว่าลูกคุณหนูผู้ดีที่ไหน ที่แท้ก็แค่เด็กเลี้ยงหิวเงินคนหนึ่ง...
“รีบ ๆ หมั้นและเลิกยุ่งกับอะไรไร้สาระซะ”
เพราะหล่อนหาได้อยากมาเหยียบที่นี่ หรือมาฮุบครอบครองแม้แต่เศษเสี้ยวของผลประโยชน์ของตระกูลนี้ไม่
ตระกูลที่หล่อนจงชังยิ่ง ทั้งที่เป็นสายเลือดของตนเองแท้ ๆ ...
จากนั้นจึงออกไปจากที่แห่งนี้ราวกับมิคิดอยากจะทนหายใจต่อสักเสี้ยววินาที
.
.
.
“ค่ำแล้ว คุณหนูนอนค้างคืนที่นี่สักคืน...”
“ไม่เป็นไรค่ะ แพรมีธุระต่ออีก ป้าไปพักผ่อนเถอะค่ะ”
ป้าสร้อยมองแผ่นหลังคุณแพรของนางด้วยแววตาห่วงใย ไม่เอ่ยสิ่งใดนอกจากโค้งศีรษะเบา ๆ
ก่อนพันทิวาจะเดินผ่านหัวหน้าแม่บ้านที่คุ้นเคยกันตั้งแต่อ้อนแต่ออก พันทิวาปฏิเสธน้ำใจของหัวหน้าแม่บ้านที่ต้อนรับขับสู้อย่างดี ป้าสร้อยคงเป็นคนเดียวในบ้านใหญ่กระมังที่เต็มใจอ้าแขนโอบรับคุณหนูคนโตของบ้าน...
ทั้งที่พื้นที่นี้เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของตนเองแท้ ๆ ...ศิรินภาทอดสายตามองตามแผ่นหลังระหงที่เดียวดายทว่าแข็งแกร่งยิ่งนักราวกับภูผาในความรู้สึกคนเป็นน้อง
.