.
นีรามนขมวดคิ้วเมื่อจู่ ๆ เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ว่างบัดนี้กลับถูกจับจองโดยใครคนหนึ่ง
นีรามนพยายามเมิน...ไม่สนใจ ทว่าคนตรงหน้านั้นเป็นไม่กี่คนที่ทำให้เธอพลาดพลั้งได้ นีรามนมือสั่นจนเผลอทำช้อนส้อมที่กำลังตักอาหารกินจนเปรอะเปื้อนโต๊ะเล็กน้อย
“กลัวฉันจนมือไม้อ่อนเลยรึ?”
รอยยิ้มสมใจนั้นคล้ายจะถูกใจกับใบหน้าตึง ๆ ของเธอที่เงยขึ้นไปสบตาเข้า...
ดีแล้วที่คิดว่าเธอกลัว ดีแล้ว... นีรามนคิดเงียบเชียบในใจที่กำลังเต้นรัวแรง เพราะนีรามนมิได้คิดกลัวเลยแม้แต่น้อย...
เธอใจเต้นเพราะความรู้สึกอื่นมากกว่า...
พอดีกันกับที่พนักงานเสิร์ฟเข้ามาเพิ่มกระดาษทิชชูให้นีรามน นีรามนพยักหน้าบอกขอบคุณเบา ๆ
“ขอบคุณค่ะ” ไม่วายอีกคนก็ส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจส่งให้เด็กเสิร์ฟที่เข้ามาบริการวางแก้วน้ำแข็งอีกแก้วหนึ่งให้ลูกค้าอีกคน
พันทิวาลอบหัวเราะกับท่าทีหรี่ตาไม่ไว้วางใจในตัวหล่อนอย่างมาก ไหนจะยังท่าทีที่พยายามมองหาโต๊ะว่างอื่น ๆ อีก
“ไม่มีโต๊ะว่างหรอก ร้านนี้ดูท่าจะรสมือดี” ใช่...ร้านนี้ติดอันดับร้านอีสานรสจัดจ้านที่ต้องรอคิวทุกเย็น ทั้งนักศึกษาทั้งออฟฟิศใกล้ ๆ ต่างก็แวะเวียนมาไม่ขาดสาย
นีรามนตีหน้านิ่งใส่คนรู้ทัน มิคิดจะเอ่ยอันใดไปมากกว่านั้น เธอเพิ่งเรียนคาบบ่ายเสร็จแล้วนึกอยากกินของเผ็ด ๆ อย่างอาหารอีสานขึ้นมา นึกออกเพียงไม่กี่ร้านที่ทำได้อร่อยถึงรสชาติ แม้แต่ร้านในห้างก็สู้ไม่ได้ เธอจึงมาจบที่ร้านนี้ก่อนจะเดินไปสอนพิเศษต่อในศูนย์การค้าที่เดินลัดเข้าทางเชื่อมก็ถึง
ไม่น่าเชื่อว่าจะมาเจอกับคนที่เธอไม่พร้อมที่จะเจอมากที่สุดในเวลานี้
“ฉันไม่ได้มาฆ่าเธอหรอก ไม่ใช่ตอนนี้”
“ฉันไม่กลัวค่ะ” นีรามนตอบอีกคน เธอหมายความตามที่พูดจริง ๆ
เพียงแค่อยากมองใบหน้ายิ้ม ๆ นี้... อย่างน้อยเธอก็ทำให้หล่อนยิ้มได้
พันทิวาสังเกตมองดวงตาเด็กอวดดีตรงหน้าที่มันละมุนไปวูบหนึ่ง พลันแววตาหล่อนจึงกระด้างทันควัน
ด้วยไม่เคยชินกับความอ่อนโยนนั่น...ราวกับอสุราที่ไม่เคยต้องแสงที่อบอุ่น จึงพลันแข็งกระด้างเมื่อเจอกับความอุ่นที่ไม่คุ้นเคย
จะบริการรินน้ำให้ก็ไม่ใช่เรื่อง จะเอื้ออารีสั่งอาหารให้ก็ไม่ใช่สาระ นีรามนจึงปล่อยอีกฝ่ายเลยตามเลย ให้จ้องเธอให้ตายกันไปข้าง...
เพราะแบบนี้มันก็ถือว่าเป็นกำไรสำหรับเธอเห็น ๆ
ท่าทีที่กินนั้นปราศจากมารยาทหรือจริยาที่ควรปฏิบัติ มันมีแต่ความเป็นกันเอง เพราะนีรามนถือว่าอีกฝ่ายมารบกวนเวลาส่วนตัวของเธอ พันทิวาจึงจำเป็นที่จะต้องแบกรับความเป็นตัวเธอที่แท้จริงไว้เอง ไม่ใช่ปัญหาของเธอเสียหน่อย...
เด็กสาวจึงไม่ทันได้เห็นสายตารื่นรมย์ปนประหลาดใจของคนที่นั่งตรงข้าม...
วงหน้านวลลออถูกเปิดเผยมากขึ้นเพราะเจ้าตัวมัดรวบผมตรงยาวไว้เป็นหางม้า ปากเจ่อ ๆ และแก้มแดง ๆ เพราะความร้อนและเผ็ด
ดูติดดิน ผิดแผกจากเด็กเลี้ยงทั่ว ๆ ไปที่มักเท้าไม่เหยียบพื้นคอนกรีตแข็ง ๆ ร้อน ๆ แบบนี้หรอก ใช่ว่าหล่อนจะไม่เคยพบเห็น ถึงขนาดมีคนมาเสนอตัวถึงที่ ทว่าอย่างหล่อนนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเลี้ยงใคร แค่ถูกใจกันและกัน พอเสร็จกิจก็แยกย้ายไม่ยืดเยื้อ ไม่คิดจะเลี้ยงเพื่อให้ดูมั่งคั่ง...มันดูสิ้นคิด หล่อนไม่ชอบภาระพัวพัน อีกอย่างถึงแม้จะไม่ตะโกน ความมั่งคั่งของหล่อนก็เห็นชัดแจ้งอยู่แล้ว
ก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าศิรินภานึกหน้ามืดอันใดจึงคิดจะเลี้ยงเด็กสักคนขึ้นมาทั้งที่สถานะก็ไม่ต่างไปจากหล่อน จากที่แรก ๆ ที่ได้ยินว่าน้องสาวหล่อนมันเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง หล่อนคิดว่าไม่นานศิรินภาคงเบื่อ ทว่าหล่อนคิดผิด
เด็กนี่มันมีดีอะไร...ถึงได้ติดใจจนโงหัวไม่ขึ้นขนาดนี้
พันทิวากอดอกมองนักศึกษาสาวในชุดที่หาได้มีความยั่วยวนอันใด กำลังนั่งกินอาหารข้างทางด้วยท่าทางที่ปราศจากการปรุงแต่ง
“คุณไม่กินเหรอ” มองคิ้วที่เลิกขึ้นหลังจากที่เอาแต่เหม่อมองแก้มนวลที่เคี้ยวอาหารตุ้ย ๆ จกส้มตำเข้าปาก ไหนจะยังซดต้มแซบกระดูกอ่อนเป็นว่าเล่นนั่นอีก “คุณผอมเกินไปแล้ว ทานหน่อยเถอะค่ะ ฉันเลี้ยงเอง...” ไหนจะท่าทีที่เป็นกันเองอย่างไม่น่าเชื่อนี่อีก ทั้งที่ควรจะกลัวหล่อนจนไม่เป็นอันทำอะไรสิ
หมดท่าทีของเด็กอวดดีในแรกพบไปเสียสิ้น...
มองแล้วพันทิวาก็ให้ยกยิ้ม ขำขึ้นมาในรอบหลายปีมานี้ น้อยเรื่องนักที่จะสร้างรอยยิ้มให้หล่อนได้ ทั้งสับสน ทั้งขำขัน และผ่อนคลาย...
ไม่น่าเชื่อว่าสาเหตุจะมาจากเด็กตรงหน้าที่หล่อนควรกำจัดทิ้งเสีย
ทว่าก็ยังคงมานั่งดูเด็กที่ว่ากินอาหารอีสานอย่างกับไม่กลัวท้องไส้จะผุพังไปก่อนวัย
“เธอกินเถอะ” กำลังจะพูดว่าแค่เห็นนีรามนกินก็อิ่มเข้าให้แล้ว หรืออีกอย่างหนึ่งคือไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบอก...ว่าหล่อนไม่กินอาหารสุ่มสี่สุ่มห้านอกจากการปรุงจากคนที่หล่อนไว้ใจจริงๆ
แก้วน้ำใส่น้ำแข็งฝั่งหล่อนจึงละลายเป็นน้ำนองโต๊ะช้า ๆ
ทว่ากลับมีเรื่องให้ต้องยกยิ้มขำจนไหล่กระตุกอีกครา เมื่อเห็นมือนวล ๆ นั่นฉุดลากจานลาบหมูตรงหน้าหล่อนไปใกล้ฝั่งตนเอง
“งั้นเอามานี่ค่ะ เสียของหมด” บ่นอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าบ่นหล่อนอีกหนึ่งคำรบ
ท่าทางที่กำลังปั้นข้าวเหนียวจากกระติ๊บข้าวเหนียวนั้นขะมักเขม้น ทำเอาคนที่ส่งตรงมาจากเมืองเหนือยังแอบอมยิ้ม
จากฝั่งไกล ๆ ในสายตาผู้ติดตามก็พากันเลิกคิ้ว เกาหัวแกรกๆ
ฟ้าถล่มแน่วันนี้...นายยิ้ม
หัวเราะด้วยอีก...โลกแตกเป็นแน่