19

766 Words
นีรามนเพียงหลับตาฟัง เป็นผู้ฟังที่ดี ดู ๆ แล้วก็เหมือนลูกแมวตัวน้อยที่ถูกจับให้กึ่งนั่งนอนบนตัก แล้วฟังหล่อนระบายความทุกข์ภายใน “เขาโดดเด่นกว่าฉันเสมอ ทั้งที่มาทีหลัง แต่ฉันดันถูกเอาไปเปรียบเทียบกับเขา” น้ำเสียงของศิรินภารวมทั้งสายตาดำมืดลง “ทั้งที่เป็นคนที่ไม่มีใครต้องการแท้ ๆ” ฝ่ามือกำเข้าหากันแน่นจนสั่นเทา น้ำเสียงเจือความต่ำต้อยน้อยใจด้อยค่าตนเองอย่างน่าตกใจ ทว่าเมื่อมีมือหนึ่งของเด็กน้อยเข้ามาทาบทับ เมื่อนั้นความคิดน้อยใจและความคิดลบ ๆ ทุกอย่างก็มลายหายไป เมื่อหันไปมองเจ้าของมือข้างนั้น ศิรินภาจึงให้ชะงักงัน… เมื่อสายตาของเด็กที่คิดว่าเพียงฟังหล่อนแบบผ่าน ๆ เท่านั้นกลับลืมตาขึ้นเพื่อสบสายตากับหล่อน ราวกับตั้งใจฟังทุกคำพูดของหล่อน คำพูดที่มันแทบจะไม่มีผลได้ผลเสียอันใดเลยกับเด็กคนนี้ หรือทำไปเพื่อเอาใจหล่อน? อย่างไรก็ตาม…บอกเลยว่าเด็กคนนี้ทำสำเร็จ “ความพยายามของคุณมันมีค่า อย่าดูถูกความพยายามของตัวเองสิ” ท่ามกลางความสลัวราง สายตาของนีรามนมั่นคงจริงใจ เปล่งประกาย เหมือนดาวท่ามกลางท้องฟ้ามืดมิด คอยส่องแสงสว่างนำทางใจที่หลงทาง “คุณพยายามเพื่อที่จะทำให้คนที่คุณรักภูมิใจ สำหรับฉันมันน่าชื่นชมมากนะ” ศิรินภามองสายตาที่มั่นคงของเด็กคนนี้เงียบเชียบ ทว่าภายในใจสั่นไหว ยิ่งเมื่อได้ยินถ้อยคำถัดมา “เรื่องความพยายาม เขาสู้คุณไม่ได้เลย คุณศิรินภา” ศิรินภาจึงเข้าใจในวันนั้น… ว่าการตกหลุมรักใครสักคน มันเรียบง่ายแค่นี้ มันแทบไม่ต้องใช้ความพยายามอันใด กลับมายังปัจจุบัน ตอนนี้นีรามนก็ยังเป็นเหมือนเดิม ยังเชื่อมั่นในหล่อนเหมือนเดิม นีรามนถอนหายใจ ส่ายใบหน้าเชื่องช้า มือตบเบา ๆ ที่แผ่นหลังสั่นเทาของอีกคน “คุณภาที่มั่นใจในตัวเองหายไปไหนซะล่ะคะ” คนพี่จึงหัวเราะเสียงหวานซึ้ง “ขอบคุณไม้นะคะ” ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นอื้ออึง สายลมแรงเย็นพัดโกรกผ่านหู “พี่รักไม้” ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของเด็กในอ้อมกอด มันสม่ำเสมอจนน่าตกใจ เพราะมันไม่หวั่นไหวไปกับน้ำคำสัตย์จริงของหล่อนเลยสักนิด “พี่พูดจริง ๆ นะ” ราวกับต้องการย้ำให้รับรู้ไว้ ว่าหล่อนหาได้โกหกไม่ หล่อนรู้สึกดังที่กล่าวจริง ๆ ไม่เป็นไร ยังมีเวลาอีกเยอะ เยอะมากพอที่จะทำให้นีรามนตกหลุมรักหล่อนเหมือนกัน นีรามนนิ่งไป กะจะผละกอดทว่าอีกฝ่ายกลับโอบกอดเธอแน่นราวกับเป็นหลักที่พึ่ง นีรามนจึงปล่อยเลยตามเลย “ค่ะ” ผ่านไปสักพักเมื่อทั้งคู่นั่งลงตรงชุดเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ มีอาหารและไวน์วางจัดไว้พร้อมพรัก มองดูศิรินภานั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เหล็กดัดอย่างดีพร้อมจิบไวน์ชมวิวด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข นีรามนจึงได้เอ่ยออกมา “คนคนนั้นที่คุณอิจฉา คือคุณพันทิวา...พี่สาวของคุณเหรอคะ” ทว่าสิ่งที่ได้ยิน กลับมิใช่สิ่งที่ศิรินภาคาดหวังจะได้ยินสักนิด เพราะนีรามนพูดหาถึงคนอื่น ทว่าศิรินภากลับยิ้มส่งให้ สายลมยามเย็นพัดผ่านจนเส้นผมของหล่อนปลิวปกปิดใบหน้าและดวงตาไปซีกหนึ่ง... นีรามนจึงมิทันได้เห็นความในใจที่ซุกซ่อนอยู่ “ค่ะ ไม้จำที่พี่พูดได้มาตลอดเลยเหรอ” นึกว่านีรามนจะลืมอดีตในวันนั้นไปแล้วเสียอีก วันที่ศิรินภาเปิดเผยด้านที่อ่อนแอให้เด็กคนนี้เห็น นีรามนไม่สนใจตอบคำถามนั้น เธอเพียงฟังแล้วเก็บไว้ในใจและในจิตสำนึก ศิรินภาจึงแค่นหัวเราะแผ่ว หลุบตาลง ตอนนี้นีรามนมองเห็นเพียงเสี้ยวหน้าครึ่งหนึ่งของอีกฝ่ายที่หันข้างให้เธอเท่านั้น “พี่แพรน่ะเด่นกว่าพี่ เด่นกว่าทุกคนเสมอแหละ ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไร จะเรียนจะแข่งอะไร พี่แพรจะได้รับคำชมจากอาจารย์ที่สอนตลอด” “…” “แต่พี่แพรไม่ได้สนใจเก้าอี้ของผู้นำตระกูลนราธิปก ตำแหน่งนั้นเลยตกเป็นของพี่ที่เป็นรองจากพี่แพร...มันก็แค่นั้นแหละค่ะ” ศิรินภาเงยหน้าจากแก้วไวน์ ขึ้นสบสายตาเธอ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD