นีรามนเพียงหลับตาฟัง เป็นผู้ฟังที่ดี ดู ๆ แล้วก็เหมือนลูกแมวตัวน้อยที่ถูกจับให้กึ่งนั่งนอนบนตัก แล้วฟังหล่อนระบายความทุกข์ภายใน
“เขาโดดเด่นกว่าฉันเสมอ ทั้งที่มาทีหลัง แต่ฉันดันถูกเอาไปเปรียบเทียบกับเขา” น้ำเสียงของศิรินภารวมทั้งสายตาดำมืดลง “ทั้งที่เป็นคนที่ไม่มีใครต้องการแท้ ๆ”
ฝ่ามือกำเข้าหากันแน่นจนสั่นเทา น้ำเสียงเจือความต่ำต้อยน้อยใจด้อยค่าตนเองอย่างน่าตกใจ
ทว่าเมื่อมีมือหนึ่งของเด็กน้อยเข้ามาทาบทับ เมื่อนั้นความคิดน้อยใจและความคิดลบ ๆ ทุกอย่างก็มลายหายไป
เมื่อหันไปมองเจ้าของมือข้างนั้น ศิรินภาจึงให้ชะงักงัน… เมื่อสายตาของเด็กที่คิดว่าเพียงฟังหล่อนแบบผ่าน ๆ เท่านั้นกลับลืมตาขึ้นเพื่อสบสายตากับหล่อน
ราวกับตั้งใจฟังทุกคำพูดของหล่อน คำพูดที่มันแทบจะไม่มีผลได้ผลเสียอันใดเลยกับเด็กคนนี้
หรือทำไปเพื่อเอาใจหล่อน? อย่างไรก็ตาม…บอกเลยว่าเด็กคนนี้ทำสำเร็จ
“ความพยายามของคุณมันมีค่า อย่าดูถูกความพยายามของตัวเองสิ”
ท่ามกลางความสลัวราง สายตาของนีรามนมั่นคงจริงใจ เปล่งประกาย
เหมือนดาวท่ามกลางท้องฟ้ามืดมิด คอยส่องแสงสว่างนำทางใจที่หลงทาง
“คุณพยายามเพื่อที่จะทำให้คนที่คุณรักภูมิใจ สำหรับฉันมันน่าชื่นชมมากนะ”
ศิรินภามองสายตาที่มั่นคงของเด็กคนนี้เงียบเชียบ ทว่าภายในใจสั่นไหว ยิ่งเมื่อได้ยินถ้อยคำถัดมา
“เรื่องความพยายาม เขาสู้คุณไม่ได้เลย คุณศิรินภา”
ศิรินภาจึงเข้าใจในวันนั้น…
ว่าการตกหลุมรักใครสักคน มันเรียบง่ายแค่นี้
มันแทบไม่ต้องใช้ความพยายามอันใด
กลับมายังปัจจุบัน ตอนนี้นีรามนก็ยังเป็นเหมือนเดิม ยังเชื่อมั่นในหล่อนเหมือนเดิม
นีรามนถอนหายใจ ส่ายใบหน้าเชื่องช้า มือตบเบา ๆ ที่แผ่นหลังสั่นเทาของอีกคน “คุณภาที่มั่นใจในตัวเองหายไปไหนซะล่ะคะ”
คนพี่จึงหัวเราะเสียงหวานซึ้ง “ขอบคุณไม้นะคะ”
ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นอื้ออึง สายลมแรงเย็นพัดโกรกผ่านหู
“พี่รักไม้”
ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของเด็กในอ้อมกอด มันสม่ำเสมอจนน่าตกใจ
เพราะมันไม่หวั่นไหวไปกับน้ำคำสัตย์จริงของหล่อนเลยสักนิด
“พี่พูดจริง ๆ นะ” ราวกับต้องการย้ำให้รับรู้ไว้ ว่าหล่อนหาได้โกหกไม่
หล่อนรู้สึกดังที่กล่าวจริง ๆ
ไม่เป็นไร ยังมีเวลาอีกเยอะ
เยอะมากพอที่จะทำให้นีรามนตกหลุมรักหล่อนเหมือนกัน
นีรามนนิ่งไป กะจะผละกอดทว่าอีกฝ่ายกลับโอบกอดเธอแน่นราวกับเป็นหลักที่พึ่ง
นีรามนจึงปล่อยเลยตามเลย “ค่ะ”
ผ่านไปสักพักเมื่อทั้งคู่นั่งลงตรงชุดเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ มีอาหารและไวน์วางจัดไว้พร้อมพรัก
มองดูศิรินภานั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เหล็กดัดอย่างดีพร้อมจิบไวน์ชมวิวด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข นีรามนจึงได้เอ่ยออกมา “คนคนนั้นที่คุณอิจฉา คือคุณพันทิวา...พี่สาวของคุณเหรอคะ”
ทว่าสิ่งที่ได้ยิน กลับมิใช่สิ่งที่ศิรินภาคาดหวังจะได้ยินสักนิด
เพราะนีรามนพูดหาถึงคนอื่น
ทว่าศิรินภากลับยิ้มส่งให้ สายลมยามเย็นพัดผ่านจนเส้นผมของหล่อนปลิวปกปิดใบหน้าและดวงตาไปซีกหนึ่ง...
นีรามนจึงมิทันได้เห็นความในใจที่ซุกซ่อนอยู่
“ค่ะ ไม้จำที่พี่พูดได้มาตลอดเลยเหรอ” นึกว่านีรามนจะลืมอดีตในวันนั้นไปแล้วเสียอีก วันที่ศิรินภาเปิดเผยด้านที่อ่อนแอให้เด็กคนนี้เห็น
นีรามนไม่สนใจตอบคำถามนั้น เธอเพียงฟังแล้วเก็บไว้ในใจและในจิตสำนึก
ศิรินภาจึงแค่นหัวเราะแผ่ว หลุบตาลง ตอนนี้นีรามนมองเห็นเพียงเสี้ยวหน้าครึ่งหนึ่งของอีกฝ่ายที่หันข้างให้เธอเท่านั้น “พี่แพรน่ะเด่นกว่าพี่ เด่นกว่าทุกคนเสมอแหละ ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไร จะเรียนจะแข่งอะไร พี่แพรจะได้รับคำชมจากอาจารย์ที่สอนตลอด”
“…”
“แต่พี่แพรไม่ได้สนใจเก้าอี้ของผู้นำตระกูลนราธิปก ตำแหน่งนั้นเลยตกเป็นของพี่ที่เป็นรองจากพี่แพร...มันก็แค่นั้นแหละค่ะ” ศิรินภาเงยหน้าจากแก้วไวน์ ขึ้นสบสายตาเธอ