30

883 Words
. . . มองแผ่นหลังที่ยังคงสั่นเทา ไหนจะท่าทางที่ยกแขนเสื้อสูทราคาแพงขึ้นปาดน้ำตาป้อย ๆ นั่นอีก... “ออกรถสิ นั่งบื้ออยู่ทำไม” นั่น...ไม่วายพวกเขาคนสนิทต้องกลายเป็นสนามอารมณ์ “ครับ นาย รถขยับเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ พันทิวายังคงมองตรงไปข้างหน้า …ทว่าในกระจกมองข้าง — แผ่นหลังที่เดินจากไปยังคงเล็กและบาง …ฝ่ามือที่กำแน่นอยู่บนตักของคนมองสั่นไหวเล็กน้อย . . . …เป็นเวลา สามวันเต็ม หลังจากเหตุการณ์บนรถนั่น กับคนใจร้ายคนนั้น และในสามวันนั้นเอง ศิรินภาก็เดินทางกลับถึงเมืองไทย... ครรลองสายตาของเธอถูกปิดกั้นด้วยฝ่ามือนุ่มหอมของใครบางคน การกระทำที่อ่อนโยนอย่างยิ่ง...ช่างสวนทางกันกับการกระทำที่ดุดัน แข็งกร้าวของใครบางคนที่นีรามนกำลังหวนนึกถึงอยู่ ณ บัดนี้ เสียงหัวเราะหวานพริ้งคล้ายขำขันกับท่าทีสะดุ้งเล็กน้อยของนีรามน พร้อมไออุ่นที่นีรามนรู้สึกได้จากแผ่นหลัง เรือนกายนุ่มที่เข้าแนบชิดด้านหลังของเธออย่างหมายมาดมั่นคง อ้อมแขนอุ่นตระกองกอดเธอจากด้านหลัง ริมฝีปากนุ่มจูบที่ต้นคอ...เพื่อปลอบขวัญที่เสียเล็กน้อยของเธอให้กลับเข้าที่ “คิดอะไรอยู่คะ” ฉับพลัน นีรามนจึงได้สติ สายลมยามค่ำพัดผ่านผิวหน้า บริเวณดาดฟ้าของเพนท์เฮาส์ของศิรินภา วิวทิวทัศน์มองจากตรงนี้ยังคงตราตรึง ทว่าก็ไม่ตรึงซาบ เท่าแววตาจงเกลียดจงชังของใครบางคนที่นีรามนไม่ได้พบหน้าอีกเลยหลังจากนั้น จนถึงตอนนี้... “ไปทำงานกับพี่แพร เป็นยังไงบ้างคะ” ศิรินภาเพิ่งได้มีโอกาสถาม หล่อนเดินทางไปต่างประเทศบ่อยในช่วงนี้ กว่าจะได้กลับมาถามไถ่เอาจากปากของนีรามนก็ผ่านไปหลายวันนับจากที่หล่อนอนุญาตให้พี่สาวที่เคารพยืมตัวคนของหล่อนไปทำงาน จึงดูเหมือนว่าศิรินภาจะวางใจในตัวพี่สาวของหล่อนมากไปหรือไม่ เปล่าเลย...นีรามนอยู่ในสายตาคนของหล่อนตลอด จันจิรา...คนของหล่อนก็รายงานว่านีรามนไม่ได้บุบสลายจากการติดตามไปกับพันทิวา ดังนั้นศิรินภาจึงวางใจ อีกอย่าง...พันทิวาไม่ใช่คนเล่นสกปรกแบบนั้น และพันทิวาก็ไม่ใช่คนที่จะสามารถทำร้ายจิตใจน้องสาวอย่างหล่อนได้โดยการทำร้ายนีรามนลับหลังหล่อน นีรามนที่ได้ยินดังนั้นจึงแสร้งยิ้ม...ทั้งที่ในใจขมขื่น “ก็ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ” “หืม” ศิรินภาจับน้ำเสียงที่สั่นเครือของคนในปกครองได้ จึงเบนหน้าไปด้านข้างเพื่อสบสายตากับนีรามนชัดเจน “ดีจริง ๆ ใช่ไหม ไม้ไม่ได้โกหกเพื่อเอาใจพี่นะ?” นีรามนหัวเราะเล็กน้อยกับท่าทางหรี่ตาคล้ายจะจับผิดของศิรินภา ก่อนจะพยักหน้า “ไม่ได้ใช้ภาษาที่สามมาสักพักแล้ว พอไปกับพี่สาวคุณฉันก็แทบจะต้องงัดทุกสกิล (skill) มาใช้” “หึ ไม้เก่งอยู่แล้ว ไม่งั้นพี่แพรเขาคงไม่ยืมตัวไม้ไปหรอก ไม่จำเป็นต้องพยายามให้เขาชอบไม้หรอกนะคะ” ศิรินภารู้ทันเธอเสมอ “พี่หึงนะ คนชอบพี่แพรเยอะแล้ว ไม้มาชอบพี่ดีกว่านะ ไม่ต้องไปแย่งกับใครเขาด้วย” ประโยคสุดท้ายไม่รู้ว่าศิรินภาพูดติดตลกหรือจริงจังกันแน่ แต่มันสร้างรอยยิ้มให้นีรามนได้ “น้อยไปสิ” นีรามนค่อนขอดกลับ ผู้หญิงคนนี้เนื้อหอมน้อยกว่าพี่สาวต่างมารดาของเจ้าตัวเสียที่ไหน ศิรินภาแย้มยิ้มสว่างไสว ราวกับดวงจันทร์กระจ่างฟ้าในคืนเดือนมืด ณ คืนนี้ “แต่พี่มองไม้คนเดียวนะ ไม่สนใจคนอื่นหรอก” ถ้าเธอรักผู้หญิงคนนี้แทนผู้หญิงคนนั้นได้...อะไร ๆ ก็คงดีไม่น้อย เพราะหากได้ลองรักแล้ว นีรามนรักฝังใจ รักปักแน่น รักเพียงคนเดียว จะเกิดอะไรขึ้นตรงหน้า จะมีอุปสรรคอีกสักเท่าไหร่ หากอีกคนยืนหยัดที่จะให้เธออยู่เคียงข้าง ถึงตัวตายเหลือเพียงวิญญาณ...นีรามนก็จะอยู่ จนกว่าอีกฝ่ายจะไม่ต้องการเธอแล้ว... “เป็นอะไรคะ” ศิรินภาอ่านอารมณ์เธอออก จึงหมุนกายเธอให้หันเข้าหาอีกฝ่าย นีรามนจมสู่อ้อมกอดอุ่นที่ขัดกับสายลมเย็นยามค่ำ “ไม้ อย่าโกหกพี่” มันต้องมีอะไรแน่ ๆ ถ้าฉันรักคุณได้ก็คงจะดี... นีรามนยกยิ้มขณะจับจ้องใบหน้าร้อนรนของศิรินภา คนพี่ที่บัดนี้ใบหน้าขมวดมุ่น ท่าทางเงอะงะทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำตาของเธอ ทว่าทันทีที่เห็นน้ำตาของนีรามนแม้เพียงหยดเดียว ศิรินภาจึงขมวดคิ้ว “พี่จะไปคุยกับพี่แพร” นีรามนส่ายหน้า “อย่านะคะ ไม่จำเป็น” ศิรินภาส่ายใบหน้างาม ทำทีจะเดินออกไปจากที่นี่ ไม่มีการโทรไปเพื่อนัดหมาย ไม่มีการเตรียมการอันใดตามมารยาททั้งสิ้น เพราะเพียงแค่เห็นไม้ร้องไห้ ใจของหล่อนอยู่ไม่สุขเอาเสียเลย...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD