สายตาที่คล้ายตัดพ้อ ทว่าก็เจือแววชื่นชมในเวลาต่อมา
“แต่ก็นั่นแหละ ยังไงพี่ก็ยกให้เขาเป็นไอดอลของพี่อยู่ดี แล้วที่เขาเข้ามายุ่งกับไม้ก็เพราะความเอาแต่ใจของพี่นี่แหละ” ว่าพลางยกยิ้มขำตนเอง รอยยิ้มช่างสุกสกาว “เพราะพี่รังแต่จะเลือกไม้ ไม่เลือกนราธิปก ไม่สนใจอะไรเลย จนพี่แพรต้องมาคอยเทียวไล้เทียวขื่อให้พี่กลับเข้าที่เข้าทาง เห็นดุ ๆ แบบนั้น ที่จริงพี่แพรของพี่น่ารักมากนะคะ”
.
.
.
The Devil
นีรามนยกยิ้ม พยักหน้าตามอย่างเผลอไผล ...เพราะเธอเห็นด้วยกับที่ศิรินภากล่าวถึงคนคนนั้น
รอยยิ้มเปล่งประกายส่งไปถึงดวงตาของนีรามนที่เหม่อมองไปยังทิวทัศน์เมืองหลวงเบื้องหน้า สายลมที่พัดพาปอยผมที่ทิ้งระกรอบหน้าพลิ้ว ศิรินภานิ่งมองด้วยความสนใจ
สนใจว่าเหตุใดนีรามนจึงยิ้มราวกับมีความสุขใจหนักหนา ทั้งที่หล่อนกล่าวถึงคนที่หมายจะคร่าชีวีนีรามนเอง
ตอนที่หล่อนบอกรัก ไม่เห็นจะยิ้มแบบนี้เลย...ศิรินภาคิดพร้อมยกแขนขึ้นเท้าคางกับโต๊ะ มองเด็กน้อยตรงข้ามกับตน
“พี่น้อยใจนะคะ”
นีรามนเลิกคิ้ว นิ่งไป หุบยิ้มจางลง ขณะทอดมองยังคนพี่ที่เท้าคางมองเธอตาเป็นประกายอยู่ก่อนแล้ว
“พี่แพรน่ะดูดีมากเลยน่ะสิ ไม้ถึงได้คิดถึงเขาแล้วยิ้มออกมาขนาดนี้”
ศิรินภารู้… ว่านีรามนนึกถึงใคร
ทว่าก็รู้ไม่หมดอยู่ดี
“ค่ะ คุณแพรดูดีมาก” นีรามนจึงยิ้ม ตามน้ำไป
“แล้วพี่ล่ะ…” ศิรินภายิ่งช้อนตามองเธอหวานเชื่อม คล้ายลูกหมาตัวโตที่กำลังออดอ้อนออเซาะ “ไม่รับพี่ไปพิจารณาหน่อยเหรอคะ”
ศิรินภาน่ะ ทั้งสวยและประสบความสำเร็จ เรียกได้ว่าเนื้อหอมและเป็นที่จับตามองของคนในสังคมชั้นสูงและในสื่อสังคมทั่วไป ในฐานะทายาทของนราธิปกกรุ๊ปผู้กุมบังเ**ยนของตระกูลหลัก
สวย…แบบนิ่มนวล อ่อนหวาน เรียกเป็นภาษาแบบไม่เป็นทางการก็คือสวยแบบลูกคุณฯ ราชนิกุล… นึกภาพดวงจันทร์กระจ่างฟ้า มีเมฆเคลื่อนคล้อยและดาวตกแต่งพอดิบพอดี มองแล้วสะกดสายตา โดดเด่น สว่างไสวเจิดจ้า
ทว่าในใจของนีรามนกลับโหยหาใครบางคน นึกถึงความงามของใครบางคนที่เป็นดั่งทิวากรร้อนแรง ร้อนแรงจนเผาไหม้ทุกอย่างให้ราบคาบพังพินท์ เป็นคนละขั้วกับศิรินภาอย่างสิ้นเชิง
หากศิรินภาคือสวยแบบเย็นตา ทว่าใครอีกคนนั้นสวยแบบรุ่มร้อนน่าเข้าหาทว่าน้อยคนกลับได้พิชิตใกล้… เพราะส่วนมากจะมอดม้วยมรณาไปเสียก่อน
น่าค้นหา น่ามอง มิอาจละสายตาได้เลย รวมทั้งอีกด้านหนึ่งของดวงอาทิตย์ที่แผดแสงร้อนแรงกลับยากแท้หยั่งถึง ซุกซ่อนด้านมืด ซุกซ่อนจุดดำเอาไว้… สำหรับใครหลายคนอยากเข้าค้นหาให้มากขึ้นว่ามันซุกซ่อนสิ่งใดบ้าง
ทว่าสำหรับนีรามนก็แค่อยากโอบกอด อยากจะปลอบประโลม ถ้าลบเลือนจุดดำเหล่านั้นได้ เธอจะทำ
“ว่าไงคะ? ไม้”
นีรามนจึงพลันได้สติ จึงยกยิ้มตอบ “รีบเข้าบ้านดีกว่าค่ะ ดึกแล้ว” ลุกขึ้น ไม่วายมีอีกคนงอแงตามหลัง คอยโอบตัวเธอจากด้านหลังไม่ห่าง
นีรามนหวีดร้องเมื่ออีกฝ่ายช้อนอุ้มตัวเธอขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว “คุณภา!”
ไม่วายแก้มใสยังโดนขโมยหอมแก้มไปอีกฟอดหนัก ๆ ขณะที่ศิรินภาทำหน้าเป็นยิ้มแป้นแล้วพาเธอขึ้นชั้นสอง “ไม่รู้แหละ ถ้าไม้ยังไม่ตอบคำถามนี้ คืนนี้ไม่ต้องนอน”
นีรามนจึงต้องยอมตามใจอีกคนอย่างเสียไม่ได้ เพราะเธอก็ไม่มีคำตอบให้กับคำถามนี้เช่นกัน
หรืออีกนัยหนึ่ง เธอไม่มีคำตอบที่น่าพอใจให้ศิรินภาเลยน่ะสิ
จึงบอกไม่ได้ ปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับเธอนั่นแหละ ดีที่สุด
.
.
.
ศิรินภาจูบหน้าผากที่ชื้นเหงื่อ ไล่ลงมาตามขมับ ผิวแก้มแดง ๆ ปลายคาง และจบที่ริมฝีปากร้อนเจ่อ จูบหนัก ๆ อย่างแสนรัก… มองดูเด็กน้อยที่หลับลงอย่างเหนื่อยอ่อนด้วยรอยยิ้ม
หล่อนเดินออกมาสูบบุหรี่ยังระเบียงของห้องนอน กลิ่นมิ้นท์ปนวานิลลาจากบุหรี่ให้ความรู้สึกสงบเย็น…
“ค่ะ พี่แพร” รับสายจากพี่สาวที่เคารพรัก สายตามองไปยังทิวทัศน์ของเมืองหลวง สายลมพัดผ่านใบหน้าที่ยังคงรุ่มร้อน
“ยินดีด้วย”
ได้ยินเสียงถอนหายใจอ่อนหวานจากปลายสาย “เป็นเพราะพี่แพรทั้งนั้นแหละค่ะ ถ้าภาไม่ได้พี่แพร ภาคงทำไม่ได้หรอก พวกผู้ถือหุ้นคงไม่ไว้วางใจภาแน่ถ้าไม่ได้พี่แพรช่วยครั้งนี้”
จากสถานที่ห่างไกล ตาคู่คมหรี่ลงขณะสบจ้องแก้วใส่ไวน์ ริมฝีปากผุดยิ้มสงบนิ่ง “ฉันแค่ช่วยตัดสินใจเฉย ๆ แกต่างหากที่เดินงานทุกอย่าง”
“แต่ถ้าไม่ได้การตัดสินใจของพี่แพร ภาก็คงไม่ประสบความสำเร็จขนาดนี้นะคะ”
ตัดภาพมายังอีกฝั่ง พันทิวากลอกตา ปัดมืออย่างระอาแก่น้องสาว “เลิกยอฉันได้แล้ว”
ได้ยินเสียงหัวเราะจากปลายสาย “พวกผู้อาวุโสต้องได้รู้ค่ะ ภาจะไปบอกเขา ถึงพวกนั้นจะรู้แล้วก็เถอะ” แหงสิ…มีคนของพวกคนในตระกูลอยู่ทุกที่ทุกหัวระแหง หูตายิ่งกว่าสัปปะรดอยู่แล้ว