8

1340 Words
“คอลัมน์ซุบซิบจะลงไหมนะ” เสียงฮือฮาแผ่วเบา สายตาหลายคู่เบนหลบสายตาของพันทิวาอย่างไม่กล้าสบ ความเงียบที่คล้ายกรีดเนื้อให้บางคนตัวสั่น เป็นเด็กที่นารยพยัคฆ์ชังน้ำหน้า อนาคตของเด็กคนนี้คงไม่สดใสเท่าไหร่เป็นแน่… แม้การกระทำของพันทิวานั้นไม่น่าดูชม ตรงกันข้ามกลับเลวร้าย ทว่าก็ไม่มีใครกล้าเห็นต่าง… และยิ่งไม่มีใครหาญกล้าพอจะยื่นมือเข้าไปช่วย ไม่มีใครเอาชีวิตตนเองเข้าไปเสี่ยงกับนารยพยัคฆ์อยู่แล้ว นีรามนปล่อยน้ำตาให้ไหลอาบแก้ม ทว่ากลับไม่สะอื้น ตรงกันข้ามกลับยกยิ้ม เด็กอวดดีก้มลงเก็บเช็คแผ่นนั้นอย่างที่ไม่มีใครอาจหาญกล้าทำ เพราะว่า ณ ที่นี้ เงินไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเลยสำหรับพวกเขา จึงมีเพียงนีรามนที่ตอนนี้ดูน่าสมเพชที่สุด เป็นผู้หญิงหิวเงินอย่างสมบูรณ์แบบ... น้ำตาที่หยดจากดวงตาขณะที่เด็กคนนี้ก้มหน้าก้มตาเก็บกระดาษแผ่นนั้น พันทิวาเห็นทุก ๆ การเคลื่อนไหว จนเมื่อเด็กตรงหน้าลุกขึ้น ประจันหน้าอย่างที่มิมีใครหาญกล้า พันทิวาเห็นรอยยิ้มผ่อนคลายยิ่งนักของนีรามน “มีให้แค่นี้เหรอคะ? อย่างอื่นนอกจากเงินล่ะ? มีอีกมั้ย” อวดดีที่สุด... พันทิวายกยิ้มสาแก่ใจ ดวงตาเรียวรีดุจพญาหงส์เพียงมองหยาดน้ำตาที่รินไหลอาบแก้มทั้งที่เจ้าของใบหน้านั้นยกยิ้ม “ไม้...” ศิรินภาก้าวเข้ามาทันทีที่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ทายาทอับดับหนึ่งของนราธิปกหันมองพันทิวา...พี่สาวที่หล่อนเคารพรักอย่างเจ็บปวด “พี่แพร ทำไมทำแบบนี้คะ!” อะไรที่เป็นนีรามน เห็นได้ชัดว่าศิรินภามักจะขาดสติ ทุกคน ณ ที่นั้นเห็นกันถ้วนทั่ว เป็นจุดอ่อนของว่าที่นราธิปกอย่างสมบูรณ์แบบ ศิรินภาเข้าประคองนีรามนที่ก็บ้าบิ่น ฟั่นเฟือนไปแล้วหรืออย่างไร ทายาทนราธิปกฉุดต้นแขนของเด็กน้อยขึ้นเข้าหาตัว “ไม้ไม่ต้องทำอย่างนี้สิ!” หล่อนสั่งเสียงเฉียบขาด นานทีจะดุนีรามนที หล่อนหาได้อายที่นีรามนทำ ทว่าหล่อนห่วงความรู้สึกของนีรามนที่กำลังถูกย่ำยีต่างหาก การกระทำของว่าที่นราธิปกเป็นที่ประจักษ์ต่อผู้อาวุโสสูงสุดที่มาใหม่เช่นกัน ผู้มาใหม่ที่เพียงนิ่ง มอง มิคิดเข้าไปแก้ไขอันใด... “ทางเราที่เป็นเจ้าภาพ ต้องขออภัยด้วย หวังว่าคงจะไม่ถือสาใช่มั้ย” เสียงทุ้มเปี่ยมไปด้วยอำนาจกล่าวเรียบทว่าทรงพลังยิ่ง ดังขึ้นจากอีกฝั่งของงาน จากฝั่งทางเข้าของงาน พันทิวาหันไปยังต้นเสียง เพียงยกยิ้มตอบกลับ ต่อหน้าสาธารณะชน ราวกับพวกเขานั้นกำลังจะได้ดูละครฉากใหญ่อีกครั้ง ระหว่างการเมืองภายในของตระกูลทรงอำนาจอย่างนราธิปก! ที่แม้ภายนอกจะสวยหรูหยาดฟ้ามาดินเพียงใด ทว่าภายในนั้นเน่าเฟะเหลือแสน เพราะแม้กระทั่งลูกในไส้ทั้งสอง ก็ยังหันคมดาบใส่บิดาบังเกิดเกล้า! แล้วยังจะมีสงครามระหว่างพี่นอกคอกและน้องที่ติดใจนังเด็กเหลือขอ! ผู้นำบ้านนราธิปกคนปัจจุบันเพียงส่งสายตา เหล่าผู้ติดตามจึงหมายจะเข้ามานำตัวนีรามนออกด้านนอกงานทันที ทว่าสิ่งที่ศิรินภาทำกลับทำให้ทุกอย่างชะงัก เพียงสุรเสียงเรียบนิ่งของหล่อน ไม่มีแววอ่อนหวานดังเช่นที่คุยจ้อกับเด็กในปกครอง “อย่ายุ่งกับคนของฉัน” เพียงเท่านั้นก็ทำให้ทุกอย่างชะงัก มีเพียงสายลมจากแม่น้ำยามค่ำที่ส่งเสียงหวีดหวิว นีรามนในตอนนี้จึงเปรียบเสมือนเฮเลน แห่งกรุงทรอย หญิงสาวที่กำลังทำให้ตระกูลใหญ่ต้องมีความขัดแย้งภายในหรือเปล่าหนอ? “ถอยไป เจ้าภา” สุรเสียงเรียบสั่งความลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน ลูกสาวที่เขาหมายมั่นฝากฝังนราธิปกไว้ ทว่าศิรินภากลับยังคงจับมือนีรามนไว้มั่น ไม่ปล่อย แล้วดูเด็กคนนั้นสิ เพียงจับจ้องที่ศิรินภา บ้างก็เบนไปสบสายตากับคนฝั่งนราธิปก ไม่เว้นแม้กระทั่งหาญกล้าสบสายตากับผู้นำตระกูลอย่างภาสกร นราธิปก หึ...ไม่รักตัวกลัวตายก็บ้าบิ่นสิ้นสติเกินไปหน่อยกระมัง... สาธารณชนเพียงคิดเงียบงัน นารยพยัคฆ์เพียงกอดอกแล้วยืนมองเด็กคนนั้นเงียบเชียบ ไม่สนใจสิ่งใดที่เกิดขึ้นตรงหน้า คงคิด...ว่ามียัยภาคุ้มกะลาหัว แล้วจึงไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดกระมัง จนเมื่อพันทิวาต้องนิ่ง เมื่อเด็กคนนั้นหันมามองทางหล่อน คล้ายกำลังลองเชิง? วัดใจ? ขอความช่วยเหลือ? ทว่าพันทิวาไม่คิดทำอันใดมากไปกว่ายกแก้วทรงสวยขึ้นจิบแชมเปญราคาแพง ทว่าเมื่อเห็นเด็กอวดดีหลุบตา...คล้ายผิดหวัง ไยหล่อนจึงรู้สึกวูบโหวง คันยุบยิบในใจเช่นนี้ “ภาขอตัวก่อนนะคะคุณพ่อ” ศิรินภาเพียงบอกกล่าว ไม่รอคำอนุญาตจากภาสกร หล่อนเดินออกจากตรงนั้นพร้อมจับจูงเด็กอวดดีคนนั้นออกไปด้วย การกระทำของศิรินภานั้นคล้ายจะหักหน้าใครหลายต่อหลายคน โดยเฉพาะหญิงสาวเลอโฉมผู้หนึ่งที่ยืนเคียงข้างภาสกร “เพียงเขาอุตส่าห์มาหาแก” ภาสกรกล่าวเรียบทว่าน้ำเสียงเข้มขาด ศิรินภาหันมองบิดา และสบสายตาหวานซึ้งของเพียงดารา... ก่อนศิรินภาจะเพียงส่งยิ้มบางเบา พันทิวายกยิ้ม ทั้งที่ภายในใจพยายามหยุดความคิดที่อยากกระชากแขนเด็กคนนั้นมาไว้กับตัว นีรามนไม่จำเป็นต้องเลือกคนบ้านนราธิปกนั่นสักนิด... ทว่าพันทิวากลับกลบฝังความคิดนั้นไป ภายในงานนี้หมดสนุก ไม่สนุกอีกต่อไป หล่อนสบสายตากับบิดาบังเกิดเกล้า...เจ้าบ้านนราธิปก พันทิวาเดินเข้าหา เป็นการเทียบชั้นรัศมีที่เท่าเทียมกัน ทั้งที่พันทิวา นารยพยัคฆ์นั้นอ่อนวัยกว่ามากนัก! และเป็นคนลูก ที่กล้าเทียบชั้นกับบิดาบังเกิดเกล้า! “ขอโทษที่ทำให้เกิดความวุ่นวายนะคะ” พันทิวายกมือไหว้สวยงามพร้อมรอยยิ้ม “ไม่เป็นไร ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณ” ภาสกรกล่าวแค่นั้นก่อนจะเดินผ่านนารยพยัคฆ์ไป . . . ศิรินภาเปลี่ยนเลนแบบไม่เปิดไฟเลี้ยว ใจหล่อนร้อนผ่าว มือแน่นราวกับจะบีบพวงมาลัยให้แตก “ไม้ทำแบบนั้นทำไม” นีรามนก็ตอบศิรินภาไม่ได้ เธอเพียงนั่งเหม่อ สายตาจับจ้องไปยังวิวข้างทางและข้างนอกตัวรถยนต์ ศิรินภาขับรถออกมาเอง เธอนั่งเคียงข้างคนขับ “ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย ไม้ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคิดสักหน่อย” ศิรินภาราวกับโกรธแทนเธอ นีรามนยกยิ้ม ทว่าดวงตากลับหมองหม่น “ขอบคุณนะคะคุณภา” ศิรินภาหันมองคนข้าง ๆ ส่ายไหวใบหน้า ถอนหายใจ “แล้วพี่จะบอกคุณพ่อ บอกม่าน บอกป้าสมหมายยังไง” ศิรินภากัดฟัน ขมวดคิ้ว สายตาที่เคยสวยหวานบัดนี้เชือดเฉือน “พี่ทำไม้ร้องไห้...” นีรามนยกยิ้ม ถอนหายใจ ส่ายหน้า “คุณไม่ได้ทำ” น้ำตาไหลอาบผิวแก้ม ไม้มักจะร้องไห้เงียบ ๆ ไม่มีเสียง การกระทำของพันทิวาครั้งนี้มันเกินไปหน่อย... “อย่าทะเลาะกับเขาเลยนะคะ” “ไม้รู้รึไงว่าพี่โกรธใคร” ศิรินภาตอกกลับทันควันอย่างฉุนเฉียว ทว่าน้ำเสียงกลับอ่อนละมุนยิ่ง “คุณแพร” นีรามนกล่าวนามของคนใจร้ายคนนั้น นีรามนหันมองเสี้ยวหน้าแฉล้มของศิรินภา “คุณอย่าทะเลาะกับเขาเพราะหนูนะ” คำอ้อนวอนขอของนีรามนทำให้ศิรินภายิ่งเดือดในใจ “ไม้ยังจะปกป้องเขาอีกเหรอ” ศิรินภาจอดรถชั่วคราวที่ข้างทาง การขับรถตอนนี้ฉวัดเฉวียนด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว หล่อนต้องหยุดเพื่อระงับอารมณ์ของหล่อนเอง ไม่ให้มากระทบกับนีรามนที่หล่อนไม่อยากเผยด้านมืดให้เห็นแม้แต่นิด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD