“คอลัมน์ซุบซิบจะลงไหมนะ”
เสียงฮือฮาแผ่วเบา สายตาหลายคู่เบนหลบสายตาของพันทิวาอย่างไม่กล้าสบ ความเงียบที่คล้ายกรีดเนื้อให้บางคนตัวสั่น
เป็นเด็กที่นารยพยัคฆ์ชังน้ำหน้า อนาคตของเด็กคนนี้คงไม่สดใสเท่าไหร่เป็นแน่…
แม้การกระทำของพันทิวานั้นไม่น่าดูชม ตรงกันข้ามกลับเลวร้าย ทว่าก็ไม่มีใครกล้าเห็นต่าง…
และยิ่งไม่มีใครหาญกล้าพอจะยื่นมือเข้าไปช่วย ไม่มีใครเอาชีวิตตนเองเข้าไปเสี่ยงกับนารยพยัคฆ์อยู่แล้ว
นีรามนปล่อยน้ำตาให้ไหลอาบแก้ม ทว่ากลับไม่สะอื้น ตรงกันข้ามกลับยกยิ้ม เด็กอวดดีก้มลงเก็บเช็คแผ่นนั้นอย่างที่ไม่มีใครอาจหาญกล้าทำ เพราะว่า ณ ที่นี้ เงินไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเลยสำหรับพวกเขา
จึงมีเพียงนีรามนที่ตอนนี้ดูน่าสมเพชที่สุด เป็นผู้หญิงหิวเงินอย่างสมบูรณ์แบบ...
น้ำตาที่หยดจากดวงตาขณะที่เด็กคนนี้ก้มหน้าก้มตาเก็บกระดาษแผ่นนั้น พันทิวาเห็นทุก ๆ การเคลื่อนไหว
จนเมื่อเด็กตรงหน้าลุกขึ้น ประจันหน้าอย่างที่มิมีใครหาญกล้า พันทิวาเห็นรอยยิ้มผ่อนคลายยิ่งนักของนีรามน “มีให้แค่นี้เหรอคะ? อย่างอื่นนอกจากเงินล่ะ? มีอีกมั้ย”
อวดดีที่สุด...
พันทิวายกยิ้มสาแก่ใจ ดวงตาเรียวรีดุจพญาหงส์เพียงมองหยาดน้ำตาที่รินไหลอาบแก้มทั้งที่เจ้าของใบหน้านั้นยกยิ้ม
“ไม้...” ศิรินภาก้าวเข้ามาทันทีที่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ทายาทอับดับหนึ่งของนราธิปกหันมองพันทิวา...พี่สาวที่หล่อนเคารพรักอย่างเจ็บปวด “พี่แพร ทำไมทำแบบนี้คะ!”
อะไรที่เป็นนีรามน เห็นได้ชัดว่าศิรินภามักจะขาดสติ ทุกคน ณ ที่นั้นเห็นกันถ้วนทั่ว เป็นจุดอ่อนของว่าที่นราธิปกอย่างสมบูรณ์แบบ
ศิรินภาเข้าประคองนีรามนที่ก็บ้าบิ่น ฟั่นเฟือนไปแล้วหรืออย่างไร ทายาทนราธิปกฉุดต้นแขนของเด็กน้อยขึ้นเข้าหาตัว “ไม้ไม่ต้องทำอย่างนี้สิ!” หล่อนสั่งเสียงเฉียบขาด นานทีจะดุนีรามนที
หล่อนหาได้อายที่นีรามนทำ ทว่าหล่อนห่วงความรู้สึกของนีรามนที่กำลังถูกย่ำยีต่างหาก
การกระทำของว่าที่นราธิปกเป็นที่ประจักษ์ต่อผู้อาวุโสสูงสุดที่มาใหม่เช่นกัน ผู้มาใหม่ที่เพียงนิ่ง มอง มิคิดเข้าไปแก้ไขอันใด...
“ทางเราที่เป็นเจ้าภาพ ต้องขออภัยด้วย หวังว่าคงจะไม่ถือสาใช่มั้ย” เสียงทุ้มเปี่ยมไปด้วยอำนาจกล่าวเรียบทว่าทรงพลังยิ่ง ดังขึ้นจากอีกฝั่งของงาน จากฝั่งทางเข้าของงาน
พันทิวาหันไปยังต้นเสียง เพียงยกยิ้มตอบกลับ
ต่อหน้าสาธารณะชน ราวกับพวกเขานั้นกำลังจะได้ดูละครฉากใหญ่อีกครั้ง ระหว่างการเมืองภายในของตระกูลทรงอำนาจอย่างนราธิปก! ที่แม้ภายนอกจะสวยหรูหยาดฟ้ามาดินเพียงใด ทว่าภายในนั้นเน่าเฟะเหลือแสน
เพราะแม้กระทั่งลูกในไส้ทั้งสอง ก็ยังหันคมดาบใส่บิดาบังเกิดเกล้า! แล้วยังจะมีสงครามระหว่างพี่นอกคอกและน้องที่ติดใจนังเด็กเหลือขอ!
ผู้นำบ้านนราธิปกคนปัจจุบันเพียงส่งสายตา เหล่าผู้ติดตามจึงหมายจะเข้ามานำตัวนีรามนออกด้านนอกงานทันที
ทว่าสิ่งที่ศิรินภาทำกลับทำให้ทุกอย่างชะงัก เพียงสุรเสียงเรียบนิ่งของหล่อน ไม่มีแววอ่อนหวานดังเช่นที่คุยจ้อกับเด็กในปกครอง “อย่ายุ่งกับคนของฉัน”
เพียงเท่านั้นก็ทำให้ทุกอย่างชะงัก มีเพียงสายลมจากแม่น้ำยามค่ำที่ส่งเสียงหวีดหวิว
นีรามนในตอนนี้จึงเปรียบเสมือนเฮเลน แห่งกรุงทรอย หญิงสาวที่กำลังทำให้ตระกูลใหญ่ต้องมีความขัดแย้งภายในหรือเปล่าหนอ?
“ถอยไป เจ้าภา” สุรเสียงเรียบสั่งความลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน ลูกสาวที่เขาหมายมั่นฝากฝังนราธิปกไว้
ทว่าศิรินภากลับยังคงจับมือนีรามนไว้มั่น ไม่ปล่อย
แล้วดูเด็กคนนั้นสิ เพียงจับจ้องที่ศิรินภา บ้างก็เบนไปสบสายตากับคนฝั่งนราธิปก ไม่เว้นแม้กระทั่งหาญกล้าสบสายตากับผู้นำตระกูลอย่างภาสกร นราธิปก
หึ...ไม่รักตัวกลัวตายก็บ้าบิ่นสิ้นสติเกินไปหน่อยกระมัง... สาธารณชนเพียงคิดเงียบงัน
นารยพยัคฆ์เพียงกอดอกแล้วยืนมองเด็กคนนั้นเงียบเชียบ ไม่สนใจสิ่งใดที่เกิดขึ้นตรงหน้า
คงคิด...ว่ามียัยภาคุ้มกะลาหัว แล้วจึงไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดกระมัง
จนเมื่อพันทิวาต้องนิ่ง เมื่อเด็กคนนั้นหันมามองทางหล่อน คล้ายกำลังลองเชิง? วัดใจ? ขอความช่วยเหลือ?
ทว่าพันทิวาไม่คิดทำอันใดมากไปกว่ายกแก้วทรงสวยขึ้นจิบแชมเปญราคาแพง
ทว่าเมื่อเห็นเด็กอวดดีหลุบตา...คล้ายผิดหวัง ไยหล่อนจึงรู้สึกวูบโหวง คันยุบยิบในใจเช่นนี้
“ภาขอตัวก่อนนะคะคุณพ่อ” ศิรินภาเพียงบอกกล่าว ไม่รอคำอนุญาตจากภาสกร หล่อนเดินออกจากตรงนั้นพร้อมจับจูงเด็กอวดดีคนนั้นออกไปด้วย
การกระทำของศิรินภานั้นคล้ายจะหักหน้าใครหลายต่อหลายคน โดยเฉพาะหญิงสาวเลอโฉมผู้หนึ่งที่ยืนเคียงข้างภาสกร
“เพียงเขาอุตส่าห์มาหาแก” ภาสกรกล่าวเรียบทว่าน้ำเสียงเข้มขาด
ศิรินภาหันมองบิดา และสบสายตาหวานซึ้งของเพียงดารา... ก่อนศิรินภาจะเพียงส่งยิ้มบางเบา
พันทิวายกยิ้ม ทั้งที่ภายในใจพยายามหยุดความคิดที่อยากกระชากแขนเด็กคนนั้นมาไว้กับตัว นีรามนไม่จำเป็นต้องเลือกคนบ้านนราธิปกนั่นสักนิด...
ทว่าพันทิวากลับกลบฝังความคิดนั้นไป ภายในงานนี้หมดสนุก ไม่สนุกอีกต่อไป หล่อนสบสายตากับบิดาบังเกิดเกล้า...เจ้าบ้านนราธิปก
พันทิวาเดินเข้าหา เป็นการเทียบชั้นรัศมีที่เท่าเทียมกัน ทั้งที่พันทิวา นารยพยัคฆ์นั้นอ่อนวัยกว่ามากนัก! และเป็นคนลูก ที่กล้าเทียบชั้นกับบิดาบังเกิดเกล้า!
“ขอโทษที่ทำให้เกิดความวุ่นวายนะคะ” พันทิวายกมือไหว้สวยงามพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่เป็นไร ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณ” ภาสกรกล่าวแค่นั้นก่อนจะเดินผ่านนารยพยัคฆ์ไป
.
.
.
ศิรินภาเปลี่ยนเลนแบบไม่เปิดไฟเลี้ยว ใจหล่อนร้อนผ่าว มือแน่นราวกับจะบีบพวงมาลัยให้แตก
“ไม้ทำแบบนั้นทำไม”
นีรามนก็ตอบศิรินภาไม่ได้ เธอเพียงนั่งเหม่อ สายตาจับจ้องไปยังวิวข้างทางและข้างนอกตัวรถยนต์ ศิรินภาขับรถออกมาเอง เธอนั่งเคียงข้างคนขับ
“ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย ไม้ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคิดสักหน่อย” ศิรินภาราวกับโกรธแทนเธอ
นีรามนยกยิ้ม ทว่าดวงตากลับหมองหม่น “ขอบคุณนะคะคุณภา”
ศิรินภาหันมองคนข้าง ๆ ส่ายไหวใบหน้า ถอนหายใจ “แล้วพี่จะบอกคุณพ่อ บอกม่าน บอกป้าสมหมายยังไง” ศิรินภากัดฟัน ขมวดคิ้ว สายตาที่เคยสวยหวานบัดนี้เชือดเฉือน “พี่ทำไม้ร้องไห้...”
นีรามนยกยิ้ม ถอนหายใจ ส่ายหน้า “คุณไม่ได้ทำ” น้ำตาไหลอาบผิวแก้ม
ไม้มักจะร้องไห้เงียบ ๆ ไม่มีเสียง การกระทำของพันทิวาครั้งนี้มันเกินไปหน่อย...
“อย่าทะเลาะกับเขาเลยนะคะ”
“ไม้รู้รึไงว่าพี่โกรธใคร” ศิรินภาตอกกลับทันควันอย่างฉุนเฉียว ทว่าน้ำเสียงกลับอ่อนละมุนยิ่ง
“คุณแพร” นีรามนกล่าวนามของคนใจร้ายคนนั้น นีรามนหันมองเสี้ยวหน้าแฉล้มของศิรินภา “คุณอย่าทะเลาะกับเขาเพราะหนูนะ”
คำอ้อนวอนขอของนีรามนทำให้ศิรินภายิ่งเดือดในใจ “ไม้ยังจะปกป้องเขาอีกเหรอ” ศิรินภาจอดรถชั่วคราวที่ข้างทาง การขับรถตอนนี้ฉวัดเฉวียนด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว หล่อนต้องหยุดเพื่อระงับอารมณ์ของหล่อนเอง ไม่ให้มากระทบกับนีรามนที่หล่อนไม่อยากเผยด้านมืดให้เห็นแม้แต่นิด