28

653 Words
. งานวันนี้จบลงด้วยดี นีรามนหวังว่าคนใจร้ายจะพอใจกับผลงานที่เธอทำ ซีริลล์ถูกอกถูกใจเธอถึงกับขนาดขอช่องทางติดต่อนีรามนไว้ เพราะดูท่าทางหล่อนคงต้องอยู่ที่ไทยสักพัก นีรามนเป็นตัวเลือกที่ดีที่จะมาเป็นไกด์นำเที่ยวให้หล่อน ทว่าด้วยเหตุอันใดที่พันทิวากลับยื่นนามบัตรหนึ่งตัดหน้านีรามนไป เป็นชื่อและเบอร์ติดต่อไกด์นำเที่ยวแบบส่วนตัวจากบริษัทจัดทริปท่องเที่ยวไทยที่มีชื่อเสียงการันตี นับเป็นการตัดช่องของนีรามนอย่างสิ้นเชิง... . . . “เข้าหาผู้ใหญ่ได้ดีนี่” ประโยคดูคล้ายคำชม ทว่าน้ำเสียงและสายตากลับยังดูแคลนเธอไม่จางหาย นีรามนรู้สึกภายในจิตใจห่อเหี่ยว บรรยากาศในรถเงียบเชียบ ความหนาวเย็นห่อคลุมกาย “ฉันก็แค่ทำให้มันดี คุ้มค่าที่คุณเลือกไว้วางใจฉันไงคะ” ยังจะไม่พอใจอะไรเธออีกหนอ? นีรามนหันมองคนข้างกายที่อาสามาส่งเธอถึงบ้าน ทั้งที่ใจจริงนีรามนสามารถเดินทางกลับโดยรถไฟฟ้าได้ง่ายดาย เธอแค่อยากพิสูจน์ ว่าเธอไม่ใช่เด็กเลี้ยงที่มีดีแค่ยั่วยวนกำหนัด เธอมีดีมากกว่านั้นมาก... ขอแค่อีกคนเปิดใจมองเธอใหม่สักนิด “ทำเกินกว่าที่ฉันขอ” พันทิวากอดอก หันมายกยิ้มเยาะ “ก็เลยนึกว่าอยากหาลำไพ่พิเศษเพิ่ม เผื่อเกาะน้องสาวฉันแล้วไม่พอยาไส้” สายตาที่วูบไหวไปเพราะคำพูดเสียดแทงใจของหล่อนฉายชัดในแววตาเด็กสาว พันทิวาพยายามปฏิเสธความหน่วงหนึบที่เกิดขึ้นในอก นีรามนเงียบ ในใจเพียงคิด...อย่างไรก็ไม่สามารถทำให้อีกคนมองเธอดีขึ้นได้เลย “จอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันไปต่อเอง” นีรามนเปิดแผงกั้นระหว่างที่นั่งด้านหน้าและหลังของรถ บอกกับชายหนุ่มที่น่าจะชื่อศิลา ที่รับหน้าที่เป็นคนขับรถ ทว่าหากมิใช่คำสั่งของเจ้าชีวิต เขาจึงทำเป็นหูทวนลม “อวดดี” น้ำเสียงเย็น ๆ ทว่าจิกกัดยังคงไม่วายทึ้งเธอ จนสุดท้ายนีรามนจึงหันไปสบสายตากับอีกคน คนที่เฝ้าแต่จะหาเรื่องเธอ... “ก็ถ้าการมีอยู่ของฉันมันขัดหูขัดตาคุณมาก...” “งั้นก็ตาย ๆ ไปซะสิ” นีรามนพยายามจับจ้องอีกคน ทั้งที่ครรลองพร่ามัวด้วยม่านน้ำตาคลอหน่วย “คุณพันทิวา” น้ำเสียงเบาโหวง คล้ายตัดพ้อ พันทิวายกยิ้มแค่นหยัน ผายมือส่ง “เอาสิ อยากลงไปก็เชิญ” ไม่วายเพยิดหน้าส่งเสริมเข้าไปอีกอย่างท้าทาย พร้อมส่งเสียงสั่งผู้ติดตาม “ปลดล๊อกประตูที ศิลา” ได้ยินเสียงปลดล๊อกประตูฝั่งของนีรามนดังขึ้นหลังจากนั้น... หล่อนคล้ายจะวัดใจ มองสบตาที่เคยแน่วแน่ทว่าบัดนี้สั่นไหวนั่นอยู่สักพัก พันทิวาไม่คิดว่านีรามนจะบ้าบิ่นขนาดนี้ หล่อนประเมินเด็กคนนี้ต่ำไป เสียงเตือนของระบบรถดังต่อเนื่องเพราะความบ้าบิ่นของเด็กคนนี้ …ในหัวใจของหล่อนจึงเย็นวาบขึ้นมาทันควัน — ด้วยความไวกว่ามากนัก หล่อนฉุดต้นแขนของเด็กอวดดีเข้ามา รั้งมาแรงจนชิดแนบกายว่องไว กอดเอาไว้แนบแน่น ประตูรถหรูจึงปิดลงอัตโนมัติเมื่อเปิดไม่สุด รถยังคงขับเคลื่อนต่อไปไม่เคยจอด “เป็นบ้าไปแล้วรึไง!” เอ่ยเสียงกร้าวลั่นห้องโดยสาร พันทิวาสบสายตาที่เต็มไปด้วยแววตัดพ้อ หล่อนมองหยาดน้ำตาที่รินไหลจากหางตาข้างซ้ายของเด็กในอ้อมกอด นีรามนหลบสายตา ไม่สามารถเช็ดน้ำตาออกไปได้เมื่อลำตัวถูกกอดแนบแน่น “แค่ฉันพูดไล่ไปตาย เธอก็จะไปตาย?”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD