Thinkin Bout You
สายตาเจ็บปวดของนีรามน...เด็กคนนั้น ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงคำนึงของหล่อน
หล่อนกำลังรู้สึกผิด?
ไม่มีทาง เด็กนั่นมันกำลังแสดง เสแสร้ง
ที่ร้องไห้...เพราะอยากให้ฉันสงสาร หรือเพราะเจ็บจริงกันแน่?
“เป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้นค่ะ ถึงจะน่ารักจิ้มลิ้มถูกใจแขก แต่เขาก็ยืนยันว่าไม่รับงานอื่นนอกจากงานครัว” ดิษยาเคยกล่าวกับพันทิวาว่าอย่างนั้น และหล่อนก็รับรู้ตั้งแต่แรกแล้ว
ทว่าก็ยังเลือกที่จะรังแกเด็กนั่น ทำให้ตื่นกลัว...
ก็แค่เด็กเสิร์ฟ...แค่เด็กเสิร์ฟ แต่ทำไมยังไม่ออกไปจากหัวสักที?
“อีกอย่าง...ต่อจากนี้คงจะรับงานอื่นไม่ได้แล้วล่ะค่ะ เจ้าของดุขนาดนั้น” ดิษยาว่าอย่างมีนัย ซึ่งพันทิวาก็รับรู้ดีว่าเพราะอะไร
กลับมายังปัจจุบัน ศิลาอยู่ ณ มุมห้อง
พันทิวายกไวน์แดงขึ้นจิบ ภายในเพนท์เฮาส์ที่ถูกเปิดเพียงไฟจากด้านนอกดาดฟ้า แสงภายในจึงสลัวราง แสงไฟระยิบระยับจากเมืองหลวงเบื้องล่างสวยงามเหลือเกิน แต่ในอกกลับว่างเปล่าเหมือนเพนท์เฮาส์หลังนี้ที่ไม่มีใครเลย
สายตาคมกริบจับจ้องยังทิวทัศน์มหานคร... คืนนี้ไม่มีใครที่จะได้อยู่กับหล่อนทั้งนั้น ไม่มีใคร
.
.
.
นีรามนยิ้มแย้ม ยกมือไหว้ตอบกลับนักเรียนที่มาเรียนกับเธอ ขณะที่กำลังพากันแยกย้ายกันกลับบ้าน
ยังไม่ทันที่จะเดินออกจากศูนย์การค้า มีใบหน้าและท่าทางคุ้นเคยนอบน้อมของจันจิราและผู้ติดตามอีกสองคนมาดักรอรับเธออยู่พอดี
ด้วยความเคยชิน นีรามนยกมือไหว้ทักทายจันจิรา…คนของศิรินภาที่มารอรับเธอกลับไปยังที่ของนายเหนือหัวของเจ้าตัว ตลอดการเดินทางมีความเป็นส่วนตัวให้กับนีรามนเสมอ สายตาของเด็กสาวทอดมองตามรายทาง ถนนในเมืองหลวงยามค่ำคืน…
“...นำมาซึ่งความพึงพอใจต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของ ‘นราธิปกกรุ๊ป’ ที่บริหารโดยศิรินภา นราธิปก รองประธานกรรมการผู้บริหาร ซึ่งได้ตัดสินใจลดสัดส่วนการถือครองในธุรกิจประกันภัยที่มีอัตราผลตอบแทนต่ำ และหันมาเพิ่มการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีสุขภาพและพลังงานหมุนเวียนแทน ส่งผลให้ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ยสูงกว่า 10% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา...” ระหว่างเดินทางนีรามนมักจะฟังพอสแคสต์ที่เกี่ยวกับข่าวสารบ้านเมืองและแวดวงธุรกิจของทั้งไทยและต่างประเทศอยู่เสมอ
นีรามนยกยิ้มเมื่อได้ยินข่าวดีเกี่ยวกับคนที่เปรียบเหมือนบุคคลที่เธอเคารพรัก
“คุณภารออยู่แล้วค่ะ” จันจิราบอกแบบนั้น
นีรามนพยักหน้า
ก่อนจันจิราจะนำทางเธอขึ้นมายังที่หมายอย่างนอบน้อมเช่นเคย
นีรามนเดินเข้ามายังที่ที่คุ้นเคย… ทว่าไม่เคยสักครั้งที่จะคิดไปว่าที่นี่เป็นที่ของเธอ
เดินทะลุโถงนั่งเล่นและรับแขก ไปยังพื้นที่ด้านนอกส่วนที่เป็นสวนสวยที่ยื่นออกมาจากเพนท์เฮาส์ แผ่นหลังของศิรินภาอยู่ไม่ไกลในชุดกางเกงขายาวสีเทา เสื้อเชิ้ตตัวหลวมพลิ้วสีขาวเหมือนแสงจันทร์ในค่ำคืนนี้
ราวกับเจ้าของที่นี่รับรู้การมาของเธอ ศิรินภาหันมาแล้วยกยิ้มแย้มกว้างเต็มใบหน้าผ่องลออคล้ายดวงจันทร์เพ็ญ ดูแล้วคล้ายเด็กน้อยที่ต้องการได้รับคำชมหลังจากทำสิ่งใดสำเร็จ “ไม้”
นีรามนจึงยิ้มบางเบา เดินเข้าไปแล้วเอนอิงโอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้หลวม ๆ
เธอได้ทราบข่าวแล้ว ถึงความสำเร็จของสิ่งที่ศิรินภาทำ ออกสื่อโซเชียลและโทรทัศน์กันให้พรึ่บ
“ฉันรู้ว่าคุณทำได้” นีรามนกอดอย่างที่คิดว่าศิรินภาคือครอบครัวอีกคนของเธอ “คุณเก่งอยู่แล้ว”
พลันนีรามนจึงรู้สึกถึงน้ำตาของคนตัวสูงกว่าที่หยดไหลซึมลงกับไหล่เสื้อนิสิตของเธอ ศิรินภาก้มลงซุกใบหน้าเข้ากับซอกคอคนตัวเล็ก โอบกอดตอบแนบแน่น
นีรามนจึงยิ่งใช้มือทั้งสองข้างที่โอบกอด ลูบแผ่นหลังสั่นเทาของอีกฝ่ายอย่างต้องการปลอบประโลมและบอกเป็นนัยว่าไม่เป็นไร
สายลมยามค่ำพัดผ่าน ณ บริเวณสวนสวยด้านนอกเพนท์เฮาส์ แสงสีของเมืองมองเห็นได้จากตรงนี้
ศิรินภามีความสุขยิ่งนัก ขอแค่มีนีรามนคนนี้ “มีแต่ไม้ที่เชื่อในตัวพี่” แต่ไหนแต่ไรมาก็มีเพียงนีรามนนี่แหละที่โอบกอดหล่อนในวันที่หล่อนรู้สึกจมดิ่ง
“ฉันไม่ใช่คนเก่งหรอก ไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบอย่างที่คนอื่นเขาคิด”
“ฉันก็ไม่เคยคิดว่าคุณเพอร์เฟค”
คำตอบทื่อ ๆ นั่นทำให้ศิรินภายกยิ้ม ตาเป็นประกายเมื่อทอดมองยังคนที่นอนข้างกายหลังเสร็จกิจ...ในคืนนั้นในอดีต ที่เป็นคืนแรกของเรา
นีรามนกำลังเคลิ้มหลับ…ช่วงเคลิ้มหลับเพราะเหนื่อยอ่อนแบบนี้นีรามนมักจะพูดสิ่งที่ออกมาจากใจยิ่งกว่าตอนปกติ อาจเพราะต้องการตัดรำคาญหรืออะไรก็ไม่ทราบ
แต่ปกติก็พูดตรงอยู่แล้ว ไม่มีนอกมีในอะไรอยู่แล้วนี่นะ…คนแก่กว่ายกยิ้มขณะทอดมองเด็กผิวนวลที่ทอดกายนอนหลับตาพริ้มข้างกาย ผิวกายยังผุดผาดไปด้วยหยาดเหงื่อชุ่ม แก้มแดง ๆ องค์รวมน่าดูชม
ราวกับไม่เคยมีใครได้เชยชม แตะต้อง
ราวกับว่าหล่อนได้เป็นคนแรกที่ได้แตะต้อง เชยชมเด็กคนนี้
นีรามนเงียบ ทว่ายังไม่หลับ เหมือนกำลังรอให้หล่อนพูดสิ่งที่ติดค้าง ตกค้างในใจ
เป็นหนึ่งในสิ่งที่ศิรินภาชอบ เด็กคนนี้...ผู้หญิงคนนี้ไม่พูดมากเจื้อยแจ้ว แต่พูดทีสะเทือนเลือนลั่น
หล่อนในตอนนั้น...ศิรินภาอุ้มนีรามนขึ้นในร่างกายที่เปลือยเปล่าเข้าห้องน้ำ เห็นกันมาหมดแล้ว
ศิรินภาใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นจากอ่าง เช็ดตัวให้นีรามนที่ถูกแช่อยู่ในอ่างเดียวกันกับหล่อน ร่างเด็กสาวซ้อนกันกับหล่อนชิดใกล้ขนาบหลัง
“มีคนที่เก่งกว่าฉันมาก ๆ อยู่คนหนึ่ง”
ศิรินภาแตะปลายจมูกที่เปื้อนหยาดน้ำ ซุกซบกับซอกคอของเด็กเลี้ยงของหล่อน แสงจันทร์ตกกระทบแก้มของศิรินภาที่หลับตาแนบไหล่ของเด็กในอ้อมกอด ราวกับขออนุญาตพักใจ
“เขาเก่งกว่า ทั้งที่ใช้ความพยายามน้อยกว่า หรือแทบจะไม่ใช้เลยมั้ง”
“…”
“ทั้งเรื่องเรียน… แม้กระทั่งขี่ม้า” เสียงแค่นขำยังน่าสดับฟัง “ทั้งที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อนแท้ ๆ แต่ก็เอาชนะฉันได้ง่าย ๆ เลยนะ” ว่าพลางแค่นขำ ยิ้มหยันกับความด้อยค่าของตนเอง