จังหวะที่เกินเลย

1620 Words
ช่วงเวลาดึกสงัด บรรยากาศภายในร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดเดือด ดนตรีสดเพลงรักซึ้งๆ ถูกแทนที่ด้วยดีเจเปิดแผ่นจังหวะสามช่ามหาลัยสลับกับเพลงตื๊ดสุดมันส์ แสงไฟสีส้มและน้ำเงินที่เคยสลัวราง บัดนี้สาดส่องสลับไปมาอย่างรวดเร็วเป็นจังหวะกะพริบวิบวับ ชวนให้ผู้คนรอบข้างลุกขึ้นยืนขยับร่างกาย และส่งเสียงโห่ร้องต้อนรับความสนุกสนานในคืนวันศุกร์ ทุกคนในโต๊ะยาวของแก๊งวิศวะไฟฟ้าต่างพากันลุกขึ้นยืนขยับตัวตามจังหวะเพลงอย่างเมามันส์ บอม กับ เบนซ์ กำลังเต้นโยกย้ายคู่กันอย่างสนุกสนาน มีเพียง น้ำอ้อย เท่านั้นที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ม้าหินอ่อนตัวเดิม มือเรียวกำแก้วน้ำเปล่าไร้น้ำแข็งแน่น สายตาเหม่อมองไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกที่จมดิ่งลงไปเรื่อยๆ หลังจากคำตอบกลบเกลื่อนของแม็กซ์เมื่อครู่ แต่แล้ว... ในจังหวะที่เพลงท่อนฮุกที่มันส์ที่สุดดังขึ้น ร่างสูงในเสื้อช็อปสีกรมท่าที่กำลังยืนโยกตัวอยู่ข้างๆ ก็หันขวับมาหาเธอ "เอ้า! นั่งเป็นตอไม้เฝ้าโต๊ะอยู่ได้น้องน้ำเชื่อม! ลุกขึ้นมาจอยกันดิ แดนซ์สะบัดช่อหน่อยเร็ว!" ไม่พูดเปล่า แม็กซ์ ถือวิสาสะยื่นมือหนาลงมาคว้าจับที่ข้อมือเล็กของน้ำอ้อยอย่างรวดเร็ว สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นร้อนของเขาแนบแน่นกว่าทุกครั้ง และก่อนที่น้ำอ้อยจะได้ทันตั้งตัวหรือปฏิเสธ ร่างสูงก็ออกแรงดึงเบาๆ บังคับให้เธอต้องลุกขึ้นยืนตามแรงฉุดอย่างเลี่ยงไม่ได้ "พี่แม็กซ์... ไม่เอาค่ะ ฉันเต้นไม่เป็น" น้ำอ้อยพยายามขืนตัวไว้ เสียงหวานร้องห้ามแข่งกับเสียงเบสที่ดังสนั่นปานตึกจะถล่ม "ไม่มีใครเต้นเป็นหรอกคุณ โยกๆ ไปเหอะน่า" แม็กซ์หัวเราะร่า ใบหน้าคมคายยื่นเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดข้างแก้มเนียน เขาขยับตัวเข้ามาชิดเธอมากขึ้นเรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างร่างกายแทบจะเหลือศูนย์ แขนแกร่งของเขาแกล้งยกขึ้นมาล้อมรอบตัวเธอไว้หลวมๆ คล้ายกับกำลังพาวาดลวดลายไปตามจังหวะเพลง แต่สายตาคู่คมที่จดจ้องลงมาที่ใบหน้าของเธอนั้น... กลับไม่ได้ฉายแววขี้เล่นเหมือนคำพูดเลยสักนิด มันเป็นสายตาที่ร้อนรน โหยหา และเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อัดอั้นอยู่ข้างใน แม็กซ์กำลังใช้ช่วงจังหวะอันวุ่นวายนี้ฉกฉวยโอกาสที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอให้มากที่สุด ราวกับอยากจะลบเลือนกำแพงหมอกควันที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง น้ำอ้อยได้แต่จำยอมขยับตัวไปตามแรงนำของเขาอย่างจำใจ หัวใจในอกซ้ายสั่นระรัวจนแทบจะระเบิด ความอบอุ่นจากตัวเขาแผ่ซ่านเข้ามาจนเธอหน้าร้อนผ่าว แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกหน่วงและอึดอัดก็ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ทำแบบนี้ทำไม... ในเมื่อบอกว่าแค่แกล้งเล่น แล้วจะมาทำเหมือนฉันพิเศษทำไม? ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนและการแสดงออกที่ดู 'เกินเลย' กว่าคำว่ารุ่นพี่รุ่นน้องทั่วไปของแม็กซ์ มันไม่ได้รอดพ้นสายตาของเพื่อนสนิทอย่างบอมไปได้เลย บอมที่กำลังเต้นอยู่ฝั่งตรงข้ามหยุดชะงักลงเล็กน้อย สายตาของเขาจับจ้องมาที่มือของแม็กซ์ที่ยังคงกุมข้อมือของน้ำอ้อยไม่ยอมปล่อย และระยะห่างที่ใกล้ชิดกันจนเกินเหตุ นัยน์ตาของบอมหรี่ลงอย่างจับผิด รอยยิ้มล้อเลียนในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นสายตาจริงจังและสงสัย บอมขยับตัวเข้าไปสะกิดแขนเบนซ์ให้หันมาดู พร้อมกับกระซิบกระซาบและแอบส่งสายตามาทางเป้าหมายอย่างแม็กซ์ น้ำอ้อยเหลือบไปเห็นสายตาจับผิดของบอมและเบนซ์เข้าพอดี ความอายและความอึดอัดที่สะสมมาตลอดทั้งคืนระเบิดตูมออกมาราวกับเขื่อนแตก เธอกลายเป็นเป้าสายตาของการจับผิดในเรื่องที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ และคำปฏิเสธของแม็กซ์เมื่อครู่ก็ย้ำชัดว่าเธอไม่มีสิทธิ์จะยืนอยู่ตรงนี้ในฐานะอะไรเลย "พี่แม็กซ์... ปล่อยค่ะ! ฉันไม่เต้นแล้ว!" น้ำอ้อยรวบรวมแรงทั้งหมดสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างแรงจนแม็กซ์ชะงัก ใบหน้าหวานซีดเผือด แววตาสั่นระริกไปด้วยความอับอายและเสียใจ ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว... เธอยอมหันหลังกลับ ล้วงคว้ากระเป๋าเป้ของตัวเองบนเก้าอี้ แล้วก้าวเท้าจ้ำอ้าวเดินเบียดเสียดฝูงคนหนีออกไปทางประตูหน้าร้านทันทีโดยไม่สนใจเสียงเรียกของเบนซ์ที่ดังตามหลังมา "เฮ้ย! น้ำอ้อย! จะไปไหนน่ะ!" เบนซ์ร้องทักด้วยความตกใจ แม็กซ์ที่ยืนนิ่งค้างไปวินาทีหนึ่งเพราะไม่คิดว่าสาวเงียบอย่างเธอจะกล้าสะบัดมือหนี หน้ากากคนตลกของเขาพังทลายลงโดยสิ้นเชิง ใบหน้ากวนประสาทเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดและร้อนรนทันตา สายตาของเขาจับจ้องตามร่างบอบบางที่กำลังเดินหายไปทางประตูร้าน "ไอ้แม็กซ์... มึงทำน้องเขาโกรธปะเนี่ย เล่นกวนตีนเกินไปแล้วมึงน่ะ" บอมเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนพลางพูดเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง แม็กซ์ไม่ได้ตอบคำถามของเพื่อน เขาไม่สนใจสายตาจับผิดของบอมหรือใครหน้าไหนอีกต่อไปแล้ว ความกลัวที่จะสูญเสียเธอไปจริงๆ มันพุ่งชนทะลุความปอดแหกทั้งหมดในใจ ชายหนุ่มสะบัดตัวออกจากการจับของบอม "เออ เดี๋ยวมา!" เขาทิ้งประโยคสั้นๆ ไว้แค่นั้น ก่อนจะรีบวิ่งก้าวเท้าฉับๆ ฝ่าฝูงคนในร้านเหล้าตามหลังน้ำอ้อยออกมาอย่างรวดเร็วโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองกลุ่มเพื่อนอีกเลย สายลมเย็นฉ่ำยามค่ำคืนและหยาดฝนปรอยๆ ด้านนอกร้านปะทะเข้ากับใบหน้าของน้ำอ้อย ทันทีที่เธอเดินพ้นเขตประตูร้านออกมา น้ำตาที่สะกดกั้นไว้ตลอดทั้งคืนก็ไหลพรากลงมาอาบสองแก้มเนียนอย่างห้ามไม่ได้ เธอก้าวเดินไปตามฟุตบาทมืดๆ หลังมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นแฉะๆ ดังสะท้อน ความเงียบเบื้องนอกช่างขัดกับความวุ่นวายในร้านเหล้า และมันยิ่งทำให้ความหน่วงในอกชัดเจนขึ้น "น้ำอ้อย! น้ำอ้อย! หยุดเดินก่อน!" เสียงตะโกนทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังมาจากข้างหลังทำให้น้ำอ้อยชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อไปหมด เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาใกล้ ก่อนที่ร่างสูงของแม็กซ์จะอ้อมมาดักหน้าเธอไว้ แผ่นหลังกว้างของเขายังคงสวมเสื้อช็อปตัวเดิม ท่ามกลางแสงไฟถนนสีเหลืองนวลที่ส่องกระทบ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและรอยความเครียด ขัดกับภาพลักษณ์หนุ่มขี้เล่นอย่างลิบลับ "วิ่งหนีออกมาทำไม... พี่ทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่า" แม็กซ์ถาม เสียงทุ้มต่ำปนสะอื้นจากการวิ่งตาม แววตาคมคู่นั้นจดจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาที่อาบไปด้วยน้ำตาของเธอด้วยความเจ็บปวดและเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด น้ำอ้อยรีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนแก้มอย่างลนลาน เธอก้มหน้าลงต่ำหลบสายตาเขา ไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอ "ปวดหัวค่ะ... อยากกลับห้อง พี่แม็กซ์ไม่ต้องตามมาหรอกค่ะ กลับไปหาเพื่อน... ไปหาผู้หญิงโต๊ะนู้นเหอะค่ะ" ประโยคประชดประชันที่หลุดออกมาจากปากคนพูดน้อยทำให้นายแม็กซ์วิศวะไฟฟ้าถึงกับอึ้งไป "เรื่องโต๊ะนู้น... พี่ไม่ได้คิดอะไรจริงๆ นะน้ำอ้อย พี่ปฏิเสธเขาไปแล้วไง" แม็กซ์พยายามอธิบาย ขยับก้าวเข้าไปใกล้เธออีกหนึ่งก้าว มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะไหล่บางเพื่อปลอบโยน แต่เธอกลับเบี่ยงตัวหลบ "แล้วเรื่องระหว่างเราล่ะคะพี่แม็กซ์?" น้ำอ้อยเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงลงมาอีกครั้ง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความตัดพ้อและบอบช้ำจนคนมองใจหาย "ที่พี่มาทำดีกับฉัน มาคอยดูแล มาจับมือพาลุกขึ้นเต้นต่อหน้าเพื่อนๆ ... ทั้งหมดนี้พี่ทำไปเพื่ออะไรคะ? ในเมื่อข้างในร้านพี่ก็เพิ่งบอกเองว่าพี่แค่แกล้งฉันเล่นๆ เพราะเห็นว่าสนุกดี" "มันไม่..." แม็กซ์อ้าปากจะแย้ง แต่เสียงของเขากลับจุกอยู่ที่ลำคอ "ฉันไม่ใช่ตัวตลกของพี่นะ!" น้ำอ้อยตะโกนออกมา เสียงหวานสั่นเครือด้วยความอัดอั้น "ถ้าพี่ไม่ได้รักฉัน... ถ้าพี่เห็นความรู้สึกของฉันเป็นแค่เรื่องขำๆ เอาไว้แก้เหงา เอาไว้บริหารเสน่ห์ไปวันๆ ... ได้โปรด อย่ามาใจดีกับฉันอีกเลยค่ะ ฉันเหนื่อย... ฉันเดาใจพี่ไม่ถูกแล้ว ความสัมพันธ์อึมครึมแบบนี้ ฉันขอไม่เอาด้วยแล้วค่ะ!" คำสารภาพความในใจที่ปนไปด้วยเสียงสะอื้นของน้ำอ้อยดังก้องไปทั่วฟุตบาทอันเงียบสงบ หมอกควันหนาทึบที่เคยปกคลุมคนทั้งสอง บัดนี้ถูกความอัดอั้นพัดกระจัดกระจายไปจนหมด เหลือเพียงความจริงอันเปลือยเปล่าที่วางอยู่ตรงหน้า แม็กซ์ยืนนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง คำพูดของเธอเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางหน้าอก หน้ากากคนตลกกวนประสาทที่เขาใช้ปกป้องตัวเองมาตลอดชีวิตร่วงหล่นแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี นัยน์ตาคู่คมสั่นไหวอย่างรุนแรง ความจริงจัง ลึกซึ้ง และความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในหัวใจของหนุ่มไฟฟ้า ปี 4 บัดนี้ฉายชัดออกมาทางแววตาอย่างล่อนจ้อน... แววตาที่บอกว่าเขาไม่ได้เห็นเธอเป็นเรื่องตลกเลยแม้แต่วินาทีเดียว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD