หลังจากกดวางสายจากน้ำอ้อยไปได้ไม่ถึงห้าวินาที บรรยากาศอันอบอวลไปด้วยความละมุนและจริงจังภายในห้องพักของ แม็กซ์ ก็มลายหายไปในพริบตา เมื่อเสียงเปิดประตูห้องน้ำดังลั่นขึ้น พร้อมกับร่างของ บอม เพื่อนสนิทร่วมภาควิชาและรูมเมทที่เดินนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวพร้อมใช้ผ้าอีกผืนเช็ดผมกระเซอะกระเซิงออกมา
บอมหยุดชะงักฝีเท้าทันที นัยน์ตาเรียบเล็กของหนุ่มวิศวะหรี่ลงอย่างจับผิด สายตาคมจ้องมองเพื่อนสนิทที่ยังคงกำโทรศัพท์มือถือค้างไว้ในมือด้วยท่าทางนิ่งงัน ผิดวิสัยไอ้แม็กซ์จอมกวนที่จะต้องนอนไถเกมหรือส่งเสียงโวยวายลั่นห้องในเวลานี้
"กูได้ยินนะไอ้แม็กซ์..." บอมเปรยขึ้นเสียงเรียบ เดินตรงดิ่งมาทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงฝั่งตรงข้าม "เมื่อกี้มึงคุยโทรศัพท์กับใครวะ น้ำเสียงนี่นุ่มนวลชวนฝันชะมัด กูอยู่กับมึงมาสี่ปีเพิ่งเคยได้ยินมึงพูดเพราะขนาดนี้ก็วันนี้แหละ ปกติเห็นมีแต่ขู่กระโชกโฮกฮากไม่ก็ปล่อยมุกแป้ก"
แม็กซ์ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบไปวินาทีหนึ่ง แต่คนอย่างแม็กซ์ซะอย่าง หน้ากากปลาไหลติดสเกตอันเป็นเอกลักษณ์ถูกคว้ากลับมาสวมทับใบหน้าเหวอได้อย่างรวดเร็วในเสี้ยววินาที เขายักคิ้ว ทำหน้าทะเล้นใส่เพื่อนทันควัน
"อะไรของมึงไอ้บอม แอบฟังคนหน้าตาดีคุยโทรศัพท์เหรอวะ เสียมารยาทชะมัด" แม็กซ์โวยวายขำๆ พลางโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงหน้าตาเฉย "กูก็คุยตามประสาคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีเลิศ ประธานชมรมคนรักเสียงเพลงและสันติภาพโลก"
"ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยไอ้สัด กูได้ยินแว่วๆ" บอมชี้หน้าแม็กซ์อย่างล็อกเป้า "น้ำอ้อยไหนวะ? น้ำอ้อยคณะสถาปัตย์ที่เป็นเพื่อนสนิทของแฟนกูป่ะ? ที่มึงทำเนียนลากเก้าอี้ให้เขานั่งในร้านเหล้าน่ะ เอาดีๆ มึงแอบโทรหาน้องเขาทำไมดึกๆ ดื่นๆ วะมึง"
คำถามจี้จุดของบอมทำให้สถานการณ์ในห้องพักเริ่มอึมครีมขึ้นมาทันที มันเป็นจังหวะวัดใจว่าความลับใต้หมอกควันของแม็กซ์จะแตกต่อหน้าเพื่อนสนิทหรือไม่ ทว่า... มีหรือที่คนกะล่อนระดับท็อปของภาควิชาไฟฟ้าจะยอมจำนนง่ายๆ
แม็กซ์ระเบิดหัวเราะร่าลั่นห้อง ทำท่าทางขบขันโอเวอร์แอคติ้งจนบอมเริ่มขมวดคิ้วด้วยความงง
"ฮ่าๆๆ ไอ้บอม มึงนี่มันสมองวิศวะแต่จินตนาการล้ำเลิศเหมือนนักเขียนนิยายน้ำเน่าจริงๆ ว่ะ" แม็กซ์ตบตักฉาดใหญ่ "น้ำอ้อยไหนกูยังไม่รู้จักเลย มึงหูฝาดเพราะสระผมแล้วน้ำเข้าหูหรือเปล่าเนี่ย ไปปั่นหูไปมึงน่ะ"
"กูไม่ได้หูฝาด! กูได้ยินมึงพูดคำว่า 'น้ำอ้อยมีคนเดียวในโลก' ชัดเจนเต็มสองหูเนี่ย!" บอมเถียงสู้ ยืนยันในสิ่งที่ได้ยิน
"เชี่ย... ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดแท้ๆ มึงนี่!" แม็กซ์แกล้งทำหน้าเพลีย จิ๊ปากอย่างขัดใจ ก่อนจะเริ่มร่ายสกิลการแถขั้นเทพที่ไหลลื่นยิ่งกว่าน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ "กูพูดว่า 'น้ำอ้อยผสมมะนาวคั้นสดน่ะ มันมีสูตรเดียวในโลก' เว้ย! พอดีกูกำลังโทรสั่งน้ำร้านป้าแช่มหน้าหอพักมาตุนไว้กักตุนพลังงานตอนปั่นโปรเจกต์เนี่ย ป้าแกแกล้งกู บอกว่าน้ำอ้อยหมดจะเอาน้ำเก๊กฮวยแทนได้ไหม กูเลยบอกป้าแกไปว่าไม่เอา ป้า... น้ำอ้อยร้านป้ามันเด็ดดวงมีหนึ่งเดียวในโลก หาใครเหมือนไม่ได้อีกแล้ว โถ่... คิดไปได้ว่ากูคุยกับผู้หญิง คณะสถาปัตย์ส่งกลิ่นดราฟต์งานแรงขนาดนั้น กูไม่กล้าเข้าไปดมหรอกครับคุณเพื่อน"
คำอธิบายยาวเหยียดที่แถสดๆ แบบน้ำขุ่นๆ แต่กลับเชื่อมโยงเรื่องราวได้อย่างเนียนสนิท ทำเอาบอมถึงกับอึ้งไป ชายหนุ่มขมวดคิ้วม้วนผ้าขนหนูในมืออย่างใช้ความคิด สกิลการเอาตัวรอดของแม็กซ์มันเหนือชั้นจนบางทีบอมเองก็แยกแยะไม่ออกว่าอันไหนเรื่องจริงอันไหนเรื่องตลก
"จริงเหรอมึง? แต่กูเห็นมึงรีบวิ่งหน้าตั้งออกจากใต้ตึกตอนบ่าย ทั้งที่บ่ายไม่มีเรียน มึงบอกลืมปิดปลั๊กพ่วง แต่เบนซ์บอกกูว่าเห็นรถเวฟซอมซ่อของมึงจอดอยู่หน้าหอน้องน้ำอ้อยนะมึง มีอะไรจะแก้ตัวไหมไอ้คุณแม็กซ์" บอมยังคงไม่ยอมแพ้ งัดหลักฐานชิ้นสำคัญออกมากางกลางโต๊ะ
แม็กซ์ใจหายวาบในอก แอบนึกด่าความตาดีของเบนซ์แฟนเพื่อนในใจ แต่ใบหน้าคมคายยังคงรักษาระดับความกวนประสาทไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเลิกคิ้วสูง ทำหน้าตาตื่นราวกับเพิ่งนึกเรื่องสำคัญออก
"อ้าว! ก็เออสิ! มึงนี่ยังโง่สมกับเป็นหนุ่มไฟฟ้าปี 4 จริงๆ" แม็กซ์ย้อนเข้าให้ "กูพ้นตึกวิศวะมาปุ๊บ กูก็นึกขึ้นได้ว่าขี่รถผ่านหอน้องน้ำอ้อยพอดี เบนซ์มันเคยทักมาในกลุ่มว่าฝากดูหน่อยว่าแถวนั้นมีร้านขายโจ๊กอร่อยๆ ไหม กูเลยแวะจอดรถดูลาดเลาหน้าหอพักให้แฟนพวกมึงนั่นแหละ พอดีเห็นน้องน้ำอ้อยเขาเดินลงมารับของพอดี หน้าตาซีดเผือดเหมือนศพเฝ้าดราฟต์ กูในฐานะรุ่นพี่ผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีและรักสันติภาพ ก็เลยแวะทักทายปราศรัยตามมารยาทอันดีงาม สั่งสอนน้องเขาไปทีหนึ่งว่าป่วยก็ไปนอนซะ อย่ามาเดินเพ่นพ่านให้เสนียดตาหน้าหอพัก... เนี่ย! ความจริงมันมีแค่นี้ มึงจะมาสืบสวนคดีฆาตกรรมอะไรกูนักหนาเนี่ยไอ้บอม ไปใส่เสื้อผ้าไปมึงน่ะ เห็นหุ่นพุงกะทิของมึงละกูหมดอารมณ์แดกข้าว"
แม็กซ์รัวประโยคใส่เป็นชุดพลางแกล้งทำท่าเอามือปิดตา คว้าหมอนข้างเตียงขว้างใส่เพื่อนสนิทเพื่อตัดบทการสนทนา
บอมเอี้ยวตัวหลบหมอนได้อย่างหวุดหวิด ชายหนุ่มมองหน้าเพื่อนสนิทที่ยังคงทำท่าทางกะล่อนปลิ้นปล้อนกลบเกลื่อนร่องรอยความจริงใจ สกิลการไหลระดับปลาไหลติดสเกตของแม็กซ์ทำให้บอมได้แต่ส่ายหัวอย่างระอา สุดท้ายก็ยอมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งตามระเบียบ เพราะปกติแม็กซ์ก็เป็นคนขี้แกล้งขี้หยอดกับคนไปทั่วแบบนี้อยู่แล้ว
"เออๆ แถเก่งสัดๆ กูยอมมึงละไอ้แม็กซ์" บอมบ่นอุบอิบ เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อแต่งตัว "แต่กูเตือนมึงไว้อย่างนะ ในฐานะเพื่อน... ถ้าน้องน้ำอ้อยเขาไม่ได้คิดอะไร หรือถ้ามึงแค่แกล้งเล่นๆ ไปวันๆ ตามประสาคนกวนตีนของมึงน่ะ มึงอย่าไปทำให้น้องเขาคิดลึกเลยว่ะ น้องเขาเป็นคนเงียบๆ โลกส่วนตัวสูง เกิดเขาจริงจังขึ้นมาแล้วมึงทิ้งเขาไปทำเป็นเรื่องตลก กูสงสารน้องเขา"
คำพูดเตือนสติที่จริงจังของบอมดังก้องเข้ามาในโสตประสาทของแม็กซ์
รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของแม็กซ์เลือนหายไปชั่วขณะหนึ่งทันทีที่บอมหันหลังให้ นัยน์ตาคู่คมวูบไหวด้วยความรู้สึกหน่วงและเจ็บแปลบในอกซ้าย หมอกควันความสับสนที่เขาพยายามสลายมันไปในสายโทรศัพท์เมื่อครู่ ย้อนกลับมาจับตัวหนาทึบอีกครั้งในความเงียบ
เขารู้ดี... รู้ดีที่สุดว่าน้ำอ้อยไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยแกล้งหยอดเล่นไปวันๆ ความเงียบของเธอ หน้ากากเฉยชาของเธอ และหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มในคืนนั้น มันคอยย้ำเตือนเขาเสมอว่าความรู้สึกของเธอมันเปราะบางและจริงแท้แค่ไหน และคำเตือนของบอมก็ตอกย้ำว่า หน้ากากคนตลกที่เขาสวมใส่อยู่มันกำลังกลายเป็นสิ่งอันตรายที่อาจจะทำร้ายทั้งตัวเขาและเธอจนพังทลายลง
"กูรู้แล้วหน่า..." แม็กซ์พึมพำตอบกลับเสียงเบาหวิวขัดกับท่าทางกะล่อนในตอนแรก
"มึงว่าไงนะ?" บอมหันกลับมาถามหลังจากสวมเสื้อยืดเสร็จ
"กูบอกว่า... กูรู้แล้วว่ากูหล่อมาก ไม่ต้องชมบ่อย!" แม็กซ์ปรับสีหน้ากลับเป็นยิ้มกวนทึนควัน ตะโกนสวนกลับไปเสียงดัง "ไปๆ ปิดไฟนอนได้ละมึง พรุ่งนี้ต้องตื่นไปส่งแล็บเช้าอีก ขืนมึงตื่นสายกูจะสตาร์ทรถเวฟทิ้งไว้รมควันห้องให้มึงตื่น"
"ไอ้สัดแม็กซ์ ห้องไหม้พอดี!" บอมด่าขำๆ ก่อนจะเดินไปกดปิดสวิตช์ไฟกลางห้อง
ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องพักสี่เหลี่ยม แม็กซ์ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ยื่นมือไปหนุนศีรษะ สายตาคมจ้องมองฝ่าความมืดไปยังเพดานห้องอย่างล่องลอย เสียงหัวใจเต้นตึกตักท่ามกลางความเงียบงันย้ำเตือนความรู้สึกในสายโทรศัพท์เมื่อครู่ได้อย่างชัดเจน แม้ว่าต่อหน้าเพื่อนเขาจะยอมสวมหน้ากากปลาไหลไหลลื่นเอาตัวรอดไปได้เนียนๆ แต่ข้างในใจของหนุ่มวิศวะไฟฟ้า ปี 4 คนนี้... หมอกควันแห่งความรักที่อึมครึมเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันอันลึกซึ้งที่เขาไม่มีวันลบเลือนมันออกไปจากหัวใจได้อีกแล้ว และเขาจำต้องหาทางพังหน้ากากคนตลกนี้ลงให้ได้ในสักวัน เพื่อรักษาน้ำอ้อย... ผู้หญิงคนเดียวในโลกของเขาเอาไว้ตลอดไป