เย็นวันศุกร์เป็นช่วงเวลาที่ลานเบียร์และร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยจะหนาแน่นไปด้วยนักศึกษามากเป็นพิเศษ เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานดังคลอมากับเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ น้ำอ้อย เดินตามแรงฉุดดึงที่ข้อมือของ เบนซ์ เพื่อนสนิทในกลุ่มสถาปัตย์ฝ่าฝูงคนเข้าไปในร้านเหล้าร้านเดิมที่เธอเพิ่งมาเมื่อไม่กี่วันก่อน
ใจจริงน้ำอ้อยปฏิเสธไปแล้วสามรอบเพราะอยากเคลียร์งาน แต่เบนซ์อ้างเหตุผลร้อยแปดบอกว่าอยากให้มาเป็นเพื่อน เพราะวันนี้นัดกินข้าวกับแฟนหนุ่มต่างคณะ และแฟนของเบนซ์ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... บอม หนุ่มวิศวะไฟฟ้าเพื่อนสนิทในกลุ่มของแม็กซ์นั่นเอง
ทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะยาวโซนโอเพ่นแอร์ หัวใจของน้ำอ้อยก็กระตุกวูบและเต้นรัวจนแทบจะทะลุอก
ผู้ชายร่างสูงในเสื้อช็อปสีกรมท่าที่นั่งเอาขาพาดเก้าอี้พลางหัวเราะร่าเริงอยู่ตรงนั้นคือ แม็กซ์ เขากำลังแย่งขนมในมือบอมกินอย่างสนุกสนาน แต่ในวินาทีที่เขาเหลือบสายตามาเห็นน้ำอ้อยเดินตามเบนซ์เข้ามา รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าของเขาก็ชะงักไปเสี้ยววินาที นัยน์ตาคู่คมวูบไหวด้วยความประหลาดใจแกมดีใจอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะถูกฉาบซับด้วยแววตาขี้เล่นตามเดิมอย่างรวดเร็ว
"อ้าว! มาแล้วเหรอที่รัก... เฮ้ย! แล้วนั่นพาใครมาด้วยวะน่ะ น้องน้ำตาลทรายนี่หว่า!" แม็กซ์ตะโกนทักเสียงดังลั่นโต๊ะ ขยับตัวลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้เลื่อนเสียงดัง
"น้ำอ้อยค่ะพี่แม็กซ์..." เธอก้มหน้าตอบเสียงเบา นึกถึงภาพสตอรี่อินสตาแกรมเมื่อคืนก่อนแล้วความรู้สึกหน่วงๆ ก็แล่นเข้ามาในอกทันที
"เออ นั่นแหละ คล้ายๆ กัน" แม็กซ์ยิ้มกวน ก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้ามาหาแทนที่จะปล่อยให้น้องนั่งตามใจชอบ เขาคว้ากระเป๋าเป้หนักๆ ของน้ำอ้อยไปถือไว้เอง แล้วจัดการลากเก้าอี้ตัวที่อยู่ติดกับเขาออก "มาๆ นั่งตรงนี้คุณ ขยับมาใกล้ๆ พี่ ไฟฟ้ามันแรงสูง เดี๋ยวโดนช็อตตาย"
พฤติกรรมเทกแคร์อย่างออกนอกหน้าของแม็กซ์ทำให้เพื่อนทั้งโต๊ะ รวมทั้งเบนซ์และบอมถึงกับเงียบกริบไปสามวินาที ก่อนที่บอมจะระเบิดหัวเราะแล้วชี้หน้าแซวทันที
"แหมๆๆ ไอ้แม็กซ์! ทีผู้หญิงโต๊ะอื่นมาขอชนแก้ว ทำเป็นเล่นตัวอ้างศีลห้า ทีกับน้องน้ำอ้อยนี่แทบจะอุ้มกราบลงเก้าอี้เลยนะมึง มีพิรุธนะเนี่ย!" บอมแซวเสียงดัง
"เออจริงพี่บอม เบนซ์เห็นพี่แม็กซ์แอบป้วนเปี้ยนแถวสถาปัตย์บ่อยมาก ช่วงนี้มีงานระบบอะไรแถวนั้นปะคะ?" เเบนซ์ได้ทีร่วมวงสืบสวนด้วย
น้ำอ้อยหน้าร้อนผ่าวอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เธอทำเพียงแค่นั่งนิ่ง ก้มหน้ามองจานเปล่าตรงหน้า ซ่อนอาการใจเต้นรัวไว้ใต้ใบหน้าเฉยชา ทว่าคนถูกแซวอย่างแม็กซ์กลับสมราคาฉายา 'ปลาไหลติดสเกต' เขาไม่ได้มีท่าทีขัดเขินหรือยอมจำนนเลยสักนิด ชายหนุ่มยักคิ้ว ทำหน้าทะเล้นใส่เพื่อนทันควัน
"พิรุธอะไรพวกมึง? นี่เขาเรียกว่า 'จิตวิญญาณแห่งการบริการ' เว้ย" แม็กซ์ตบ อกเสื้อช็อปตัวเองดังปึก "น้องน้ำอ้อยเขาเคยเทเหล้าใส่เสื้อช็อปสูทสากลของกู ถือเป็นผู้มีพระคุณทำให้อกเสื้อกูสะอาดสะอ้าน กูก็ต้องดูแลสิ อีกอย่าง... เห็นหน้าน้องเขาเงียบๆ เหมือนง่วงนอนตลอดเวลา กูเลยต้องมาเทกแคร์ เผื่อหน้าทิ่มลงจานส้มตำจะบาปกรรมมาถึงกู"
"ถุ้ย! แถจนสีข้างถลอกหมดแล้วไอ้สัด!" บอมด่าลั่นพลางขว้างทิชชูใส่ แต่แม็กซ์เอี้ยวตัวหลบได้อย่างกวนประสาท เพื่อนๆ ในโต๊ะต่างพากันหัวเราะเฮฮา คิดว่ามันก็แค่การปล่อยมุกตลกกลบเกลื่อนตามประสาคนขี้เล่นของแม็กซ์เหมือนทุกที
แต่ไม่มีใครรู้เลย... ว่าภายใต้คำพูดตลกๆ นั้น มือของแม็กซ์กำลังทำหน้าที่เทกแคร์น้ำอ้อยอย่างใส่ใจจนเกินหน้าที่รุ่นพี่ไปไกล
"กินไรยังเรา? สั่งดิ... อ๋อ ลืมไป พูดน้อย ขี้เกียจสั่งใช่ไหม" แม็กซ์พึมพำกับเธอเบาๆ สองคน ท่ามกลางเสียงคุยกันของคนอื่น เขาหยิบเมนูมายื่นให้ตรงหน้า ก่อนจะหันไปสั่งเด็กเสิร์ฟโดยที่น้ำอ้อยยังไม่ทันอ้าปากพูด "น้องครับ... ขอต้มยำกุ้งน้ำใสถ้วยหนึ่ง ไม่เผ็ดนะ แล้วก็ขอน้ำเปล่าไม่เอาน้ำแข็งแก้วหนึ่งครับ"
น้ำอ้อยชะงัก เงยหน้ามองคนข้างๆ ด้วยความแปลกใจ "พี่แม็กซ์รู้ได้ไงคะว่าไม่กินเผ็ด... แล้วก็ไม่ชอบน้ำแข็ง?"
แม็กซ์ที่กำลังแกะหลอดดูดน้ำส่งให้เธอถึงกับชะงักไปเล็กน้อย สายตาคมคู่นั้นสบตากับเธอตรงๆ ในระยะใกล้ ความจริงใจและกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยแสดงให้เพื่อนเห็นพาดผ่านแววตาของเขาชั่ววูบ ก่อนที่เขาจะรีบตัดบทเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกวนๆ
"เดาเอาหน้า... หน้าจืดๆ แบบเราคงกินพริกเม็ดเดียวก็คลานเข่าแล้วมั้ง" เขาแกล้งพูดแขวะ แต่กลับเลื่อนจานกับแกล้มที่ไม่เผ็ดมาไว้ตรงหน้าน้ำอ้อยจนเต็มพื้นที่
ตลอดทั้งคืน... แม็กซ์ทำหน้าที่เป็นตัวโจ๊กสร้างเสียงหัวเราะให้โต๊ะเหมือนเดิม เขาชนแก้วกับบอม คุยโม้เรื่องเรียน คอยหยอดมุกเสี่ยวใส่เบนซ์จนบอมทำท่าจะถีบ แต่ทุกครั้งที่เขาหัวเราะเสียงดังหรือทำตัวกะล่อน สายตาของเขามักจะลอบเหลือบมองคนข้างกายที่นั่งเงียบๆ เสมอ พอเห็นน้ำอ้อยแก้วน้ำแห้ง เขาก็จะเนียนหยิบขวดมาเติมให้ทันทีโดยไม่ต้องให้เธอร้องขอ พอเห็นคนเดินเบียดมาชนหลังเก้าอี้ของเธอ แม็กซ์ก็นั่งยืดตัวขึ้นเอาแผ่นหลังกว้างของเขาบังไลน์ทางเดินไว้ให้เงียบๆ
น้ำอ้อยรับรู้ถึงการกระทำเหล่านั้นทั้งหมด ความอบอุ่นปนอึดอัดใจก่อตัวขึ้นในอกจนหน่วงไปหมด ท่าทีของเขาชวนให้คิดลึก แต่คำพูดที่เขาใช้ตบมุกกับเพื่อนเมื่อครู่มันก็ชัดเจนว่าเขาแค่ 'แกล้งเล่น' บรรยากาศรอบตัวระหว่างเธอกับเขาในตอนนี้มันอึมครีมทึมเทาเหมือนเนื้อเพลงเศร้าที่กำลังเปิดคลออยู่ในร้าน ยิ่งใกล้ชิดกัน... ก็ยิ่งเหมือนหลงทางในหมอกควัน
"เฮ้ย ไอ้แม็กซ์ โต๊ะนู้นน้องมินนี่ คณะมนุษย์ฯ คนที่มองมึงวันก่อน ฝากเด็กเสิร์ฟเอาแก้วมาชนกับมึงแน่ะ เอาไง จัดปะ" บอมชี้ชวนให้ดูเด็กเสิร์ฟที่ถือแก้วเหล้าเดินเข้ามาหาแม็กซ์ พร้อมชี้ไปทางสาวสวยโต๊ะฝั่งตรงข้ามที่ส่งยิ้มหวานมาให้
น้ำอ้อยใจหายวาบ เธอก้มหน้าลงต่ำ แสร้งทำเป็นสนใจโทรศัพท์ในมือ ทว่าหูกลับตั้งใจฟังคำตอบของเขาอย่างระทึก
แม็กซ์เหลือบมองน้ำอ้อยที่นั่งนิ่งสนิท ก่อนจะหันไปหาเด็กเสิร์ฟ เขารับแก้วมาแล้วยิ้มกวนๆ ตามสไตล์ "ฝากไปบอกน้องเขาด้วยครับว่าพี่แม็กซ์ขอบคุณมาก แต่อันนี้ขออนุญาตชนผ่านบลูทูธพอนะครับ พอดีช่วงนี้พี่ถือศีลข้อสามเคร่งครัด... ห้ามประพฤติผิดในกาม และห้ามบริหารเสน่ห์ต่อหน้า 'คนแถวนี้' เดี๋ยวคนแถวนี้เขาจะรำคาญเอา"
คำว่า 'คนแถวนี้' พร้อมสายตาคมที่กดต่ำลงมองคนที่นั่งข้างๆ ทำให้น้ำอ้อยหัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่
"วู้! อะไรของมึงวะ เสียระบบวิศวะหมด!" บอมและเพื่อนๆ โห่ฮาลั่นร้าน คิดว่าแม็กซ์ก็แค่ปล่อยมุกกวนประสาทปฏิเสธสาวสวยตามประสาคนเดาใจยาก
แม็กซ์หัวเราะร่าเริงไปกับเพื่อนๆ เสบียงมุกปลาไหลของเขายังคงทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม รอดพ้นจากการจับผิดของกลุ่มเพื่อนไปได้อย่างหวุดหวิด ทว่าในจังหวะที่ทุกคนกำลังหันไปสนใจดนตรีสดเพลงถัดไป แม็กซ์ก็ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ มือหนาแกล้งเลื่อนไปเคาะโต๊ะม้าหินอ่อนข้างๆ มือเล็กของน้ำอ้อยเบาๆ
"เป็นไร... ทำหน้านิ่งเป็นหินสลักเลยน้องน้ำเชื่อม อึดอัดเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำกระซิบถามข้างใบหูของเธอ เสียงของเขาในตอนนี้ไม่มีแววกวนประสาทเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งงันและจริงจังที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของค่ำคืน
น้ำอ้อยค่อยๆ หันไปสบตากับเขา หมอกควันความสับสนในใจหนาทึบจนเธอเอ่ยปากถามออกไปเสียงเบาหวิวขัดกับเสียงเพลงรอบข้าง "พี่แม็กซ์คะ... ที่พี่ทำอยู่ทั้งหมดนี้ พี่แค่ตลก... หรือพี่รักฉันหรือเปล่า?"
คำถามตรงๆ จากคนพูดน้อยทำให้อากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดหมุน นัยน์ตาของแม็กซ์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หน้ากากคนตลกที่เขาสวมใส่มาตลอดชีวิตร้าวเพล้งลงในวินาทีนั้น ชายหนุ่มนิ่งงันไป ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียบเฉยแต่สั่นเครือของรุ่นน้องสถาปัตย์
เขารู้สึกเหมือนใจจะขาด... แต่สุดท้าย สัญชาตญาณความปอดแหกและความกลัวที่จะเสียระยะห่างที่ปลอดภัยนี้ไป ก็ทำให้ปลาไหลติดสเกตอย่างเขาเลือกที่จะสวมหน้ากากกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
"ฮ่าๆๆ คิดอะไรของเธอเนี่ยน้ำอ้อย!" แม็กซ์ระเบิดหัวเราะเสียงดังกลบเกลื่อน ตบหัวเธอเบาๆ ไปทีหนึ่งเหมือนเอ็นดูน้องนุ่ง "พี่ก็กวนตีนแกล้งเธอเล่นตามประสาพี่ป่ะ หน้าเธอบึ้งๆ แกล้งแล้วสนุกดี อย่าคิดมากน่า แดกๆ เข้าไปต้มยำน่ะ เดี๋ยวเย็นหมด"
เขาพูดพลางหันไปชนแก้วกับบอมต่อราวกะไม่มีอะไรเกิดขึ้น...
น้ำอ้อยค่อยๆ หันหน้ากลับมา มองชามต้มยำกุ้งที่เริ่มเย็นชืดตรงหน้า ความรู้สึกหน่วงจนเจ็บจี๊ดแล่นพล่านไปทั่วทั้งหัวใจ หยดน้ำใสๆ รื้นขึ้นมาคลอเบ้าตาแต่เธอต้องกะพริบตากลืนมันลงไป เธอได้คำตอบแล้ว... คำตอบที่บอกว่า ความใส่ใจทั้งหมดของเขา เป็นเพียงแค่เรื่องตลกฉากหนึ่งในชีวิตของคนขี้เล่นเท่านั้นเอง