หน้าจอ...สตอรี่

1248 Words
ภายในห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ ของหอพักนอกมหาวิทยาลัย ความเงียบงันทำหน้าที่ปกคลุมทุกตารางนิ้ว มีเพียงเสียงหึ่งๆ ของเครื่องปรับอากาศเก่าๆ และแสงสว่างวาบจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่ส่องกระทบแผ่นเพลทงานสถาปัตยกรรมที่ยังเขียนค้างไว้ น้ำอ้อย ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสบายๆ นั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้ มือเรียวยังคงถือปากกาพิกม่าค้างไว้ แต่สายตาไม่ได้จับจ้องอยู่ที่เส้นสายบนกระดาษไขตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เธอเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจก สายฝนที่ตกลงมาตั้งแต่ตอนเย็นแปรเปลี่ยนเป็นหยิมๆ เม็ดฝนเกาะแพรวพราวบนกระจก สะท้อนแสงไฟระยิบระยับจากถนนด้านล่าง บรรยากาศทึมเทาชวนให้หัวใจดิ่งลึกลงไปในความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามจะปัดมันทิ้งไปตลอดทั้งวัน “รอส่งใครบางคนกลับบ้านมั้ง...” ประโยคสั้นๆ พร้อมสายตาคมกริบที่ดูจริงจังผิดปกติของแม็กซ์เมื่อเย็นนี้ยังคงลอยวนเวียนอยู่ในหัวสมองของเธอราวกับแผ่นเสียงตกร่อง น้ำอ้อยถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอสะบัดหัวไล่ความคิิดฟุ้งซ่าน ก่อนจะวางปากกาลงแล้วเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำหน้าอยู่ข้างๆ ขึ้นมาเปิดดู เพียงเพราะต้องการจะพักสายตาจากงาน นิ้วเรียวปลดล็อกหน้าจอออโตเมติก กดเข้าแอปพลิเคชันอินสตาแกรมสีสันสดใสโดยสัญชาตญาณ และสิ่งแรกที่ปรากฏอยู่บนแถบวงกลมสตอรี่ด้านบนสุด... คือรูปโปรไฟล์กวนๆ ของผู้ชายที่เพิ่งทำให้เธอสับสนจนทำอะไรไม่ถูก วงกลมสีชมพูอมม่วงล้อมรอบรูปของเขา แสดงให้เห็นว่าเขาเพิ่งอัปเดตเรื่องราวใหม่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ น้ำอ้อยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หัวใจดวงเล็กๆ เต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ เธอรู้ดีว่าการกดเข้าไปดูอาจจะทำให้ตัวเองคิดมาก แต่สุดท้าย ความต้องการส่วนลึกในใจก็ชนะความกลัว นิ้วโป้งของเธอกดลงบนหน้าจอเบาๆ วิบ... แสงสีเสียงจากสตอรี่เปิดขึ้น มันเป็นคลิปวิดีโอสั้นๆ ความยาวไม่กี่วินาที บรรยากาศสลัวรางสีส้มน้ำเงินที่คุ้นตา เสียงดนตรีสดและเสียงเบสหนักๆ ดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์จนเธอต้องรีบกดลดเสียง ในคลิปนั้น... กล้องแพนไปมารอบโต๊ะยาวที่เต็มไปด้วยขวดแอลกอฮอล์และแก้วเหล้า แวบหนึ่งเห็นใบหน้ากวนๆ ของเพื่อนกลุ่มวิศวะของเขาที่กำลังอ้าปากตะโกนร้องเพลงอย่างสนุกสนาน และในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนคลิปจะตัดจบ กล้องหน้าโทรศัพท์แกล้งแพนกลับมาที่ใบหน้าคมคายของเจ้าของสตอรี่ แม็กซ์กำลังยกแก้วเหล้าขึ้นชนกับกล้อง เขาส่งยิ้มกะล่อนเลิกคิ้วให้เลนส์ตามสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของเขา พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่แปะไว้ตรงกลางจอว่า “สละกิเลสไม่ได้... เลยมาลงขวด” แต่สิ่งที่สะดุดสายตาของน้ำอ้อยมากที่สุดไม่ใช่ตัวเขา... ทว่ามันคือมุมขวาของหน้าจอที่ติดภาพของโต๊ะฝั่งตรงข้าม แม้ภาพจะสั่นและเบลอจากแสงไฟในร้านเหล้า แต่เธอก็สังเกตเห็นเสื้อผ้าสีหวานและกลุ่มผมยาวของกลุ่มผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนั้นได้อย่างชัดเจน และดูเหมือนพวกเธอเหล่านั้นกำลังส่งรอยยิ้มและลอบมองมาทางกลุ่มของแม็กซ์ด้วยท่าทางเขินอาย น้ำอ้อยปล่อยให้สตอรี่นั้นเล่นวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น... สายตาจับจ้องที่รอยยิ้มของแม็กซ์ที่แจกจ่ายให้ทุกคนในร้านอย่างทั่วถึง ความรู้สึกหน่วงๆ อึมครีมเริ่มก่อตัวและแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างบอกไม่ถูก มันอึดอัดจนเธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ราวกับมีก้อนหินหนักๆ มากดทับไว้ข้างใน เขาคงไปกับสาวคณะไหนสักคนสินะ... คำถามที่เคยดังก้องในใจเมื่อเย็นว่า “รอส่งใครบางคนกลับบ้านมั้ง” ที่ทำให้เธอแอบใจสั่น บัดนี้ได้รับคำตอบที่แสนชัดเจนโดยที่เขาไม่ต้องพูดออกมาด้วยซ้ำ คนบางคนที่เขาหมายถึง... คงไม่ใช่สาวโลกส่วนตัวสูง พูดน้อย และเฉดสีเทาจืดชืดอย่างเธอหรอก ในร้านเหล้าแบบนั้น มีผู้หญิงสวยๆ ร่าเริง และเพียบพร้อมที่เหมาะจะนั่งเคียงข้างคนเด่นคนดังอย่างพี่แม็กซ์ ปี 4 มากมายเต็มไปหมด น้ำอ้อยแค่นยิ้มสมเพชตัวเองเบาๆ ในความมืด มือเรียวกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ คว่ำมันลงกับโต๊ะตามเดิมเพื่อตัดขาดจากโลกโซเชียลที่ตอกย้ำความจริงอันเจ็บปวด เธอนั่งกอดเข่าตัวเอง พิงหลังกับพนักเก้าอี้แล้วหลับตาลงด้วยความล้า เธอกำลังผิดหวัง... ทั้งๆ ที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหวังด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแม็กซ์มันเหมือนหมอกควันหนาทึบจริงๆ นั่นแหละ เขาเข้ามาป้วนเปี้ยน มาแกล้งเรียกชื่อเธอผิดๆ มาแย่งของไปถือ มาพูดจาหยอดมุกเสี่ยวๆ ให้หัวใจเธอทำงานหนัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ท่าทางเหล่านั้นมันไม่ได้มีความหมายอะไรพิเศษเลย มันเป็นเพียงแค่บุคลิกภาพทั่วไปของคนอัธยาศัยดีขี้เล่นคนหนึ่งที่ทำกับใครก็ได้บนโลกใบนี้ เธอต่างหาก... ที่ดันโง่คิดไปเอง ดันเอาหัวใจเข้าไปผูกกับความกวนประสาทที่จับต้องไม่ได้ของเขา "แกคิดอะไรอยู่นะน้ำอ้อย..." เธอพึมพำกับตัวเองในความเงียบ เสียงหวานใสสั่นเครือเล็กน้อย "เขาคือพี่แม็กซ์วิศวะนะ... คนที่ทำให้คนทั้งมหา'ลัยหัวเราะได้ ส่วนแก... แค่พูดกับเพื่อนยังนับคำได้เลย เขาจะมารักคนอย่างแกได้ยังไง" พอยิ่งคิด ข้างในอกมันก็ยิ่งหน่วงจนขอบตาร้อนผ่าว หยดน้ำตาเม็ดเล็กๆ รื้นขึ้นมาคลอเบ้าตา แต่อัตตาและความดื้อรั้นในใจสั่งให้เธอกลืนมันกลับลงไป น้ำอ้อยสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง พยายามสะกดกั้นความรู้สึกดิ่งลึกนั้นเอาไว้เบื้องหลังใบหน้าเฉยชาที่เธอใช้สวมใส่เป็นหน้ากากป้องกันตัวเองมาตลอดชีวิต เธอเลือกที่จะเฝ้ามองเขาเงียบๆ ตั้งแต่แรก และตอนนี้... เธอก็ควรจะย้ำเตือนตัวเองให้อยู่ในจุดเดิม จุดที่ปลอดภัยที่สุด คือการเป็นเพียงรุ่นน้องสถาปัตย์ซุ่มซ่ามคนหนึ่งที่เขาแวะมาแกล้งเล่นเวลาเหงาเท่านั้น ห้ามก้าวข้ามเส้นบางๆ ที่มองไม่เห็นนั้นเด็ดขาด เพราะถ้าหากเธอเผลอแสดงความรู้สึกออกไป แล้วพบว่าความจริงใต้หมอกควันนั้นคือ 'ความว่างเปล่า' และเขามองเธอเป็นแค่เรื่องตลกเรื่องหนึ่ง... เธอก็คงรับความจริงข้อนั้นไม่ไหว น้ำอ้อยลืมตาขึ้น มองไปที่เพลทงานเขียนแบบที่ยังทำค้างอยู่ มือเรียวหยิบปากกาพิกม่าขึ้นมาอีกครั้ง แสงไฟจากโคมไฟโต๊ะทำงานส่องกระทบใบหน้านิ่งสนิทของเธอ เธอเริ่มจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ บังคับมือให้เที่ยงตรงเพื่อลากเส้นโครงสร้างที่มั่นคง... ตัดขาดจากโลกอันสับสนและสว่างไสวของแม็กซ์ที่อยู่ห่างออกไปหลังมหาวิทยาลัย ปล่อยให้ค่ำคืนนี้ดำเนินต่อไปพร้อมกับหัวใจที่หน่วงและชาชิน ค่ำคืนที่คำถามว่า “เธอ...รักฉันหรือเปล่า” ถูกเก็บพับซ่อนไว้ลึกที่สุดในซอกหลืบของหัวใจ โดยไม่มีวันส่งไปถึงคนในหน้าจอคนนั้นเลยแม้แต่ประโยคเดียว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD