อ้อมกอดแรก

1423 Words
เข็มนาฬิกาบนฝาผนังห้องพักหมายเลข 402 เคลื่อนผ่านตัวเลขสิบสองไปช้าๆ บ่งบอกเวลาค่ำคืนที่ล่วงเลยเข้าสู่ความเงียบสงัด เสียงรถยนต์บนท้องถนนด้านนอกเงียบลงไปนานแล้ว เหลือเพียงเสียงการทำงานของเครื่องปรับอากาศภายในห้องที่ส่งลมเย็นเฉียบออกมาเป็นระยะๆ ท่ามกลางความสลัวที่มีเพียงแสงไฟวอร์มไลท์จากโคมไฟตั้งโต๊ะ น้ำอ้อย วางปากกาเคมีดราฟต์งานด้ามสุดท้ายลงบนโต๊ะเขียนแบบ ร่างกายบอบบางบิดกายไปมาเพื่อไล่ความเมื่อยขบหลังจากนั่งจมอยู่กับกองงานสถาปัตยกรรมร่วมหลายชั่วโมง พิษไข้ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ประปรายบวกกับความเหนื่อยล้าจากการไปเรียนและเดินทางไปส่งแบบให้ลูกค้าเมื่อตอนบ่าย เริ่มกลับมาโจมตีระบบประสาทของเธออีกครั้ง เปลือกตาตึงแน่น และหัวสมองก็เริ่มตื้อจนอยากจะล้มตัวลงนอนเพื่อพักผ่อนเต็มที สาวพูดน้อยถอนหายใจยาวพลางหมุนเก้าอี้กลับมามองภายในห้อง เพื่อจะบอกให้แขกไม่ได้รับเชิญตัวโตกลับหอพักของตัวเองเสียที เพราะนี่มันดึกมากแล้วและเธอก็ต้องการความเป็นส่วนตัวในการนอนพักผ่อน "พี่แม็กซ์คะ ดึกมากแล้วนะ จะกลับ..." คำพูดข้ามฝั่งห้องของน้ำอ้อยชะงักค้างอยู่แค่นั้น เมื่อสายตาของเธอเบนไปจับจ้องที่เตียงนอนนุ่มของตัวเอง บนเตียงนอนสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เดิมทีมีตุ๊กตาเบย์แมกซ์ตัวโตนอนยิ้มซื่อบื้ออยู่ บัดนี้กลับถูกจับจองด้วยร่างสูงใหญ่ของหนุ่มวิศวะไฟฟ้า ปี 4 แม็กซ์ นอนตะแคงกอดตุ๊กตาเบย์แมกซ์ตัวขาวอวบเอาไว้แน่น แผ่นหลังกว้างเหยียดตรง ขาวยาวๆ ขดเข้าหาตัวเล็กน้อย เสื้อช็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์สีเข้มหลุดลุ่ยจนเห็นเสื้อยืดสีขาวข้างใน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็นจังหวะบ่งบอกว่าเขาดิ่งลึกเข้าสู่ห้วงนิทราบนเตียงของเธอไปนานแล้ว หน้ากากคนกะล่อนกวนประสาทที่เขามักจะสวมใส่อยู่ตลอดเวลา บัดนี้คลายออก เหลือเพียงใบหน้าคมคายที่ดูอ่อนล้าลึกๆ ใต้กรอบตา ชายหนุ่มดูหลับลึกและหมดสภาพเหมือนหมาใหญ่ที่วิ่งรอกทำกิจกรรมมาทั้งวันจนพลังงานพลังงานในร่างกายเหลือศูนย์ น้ำอ้อยยืนนิ่งมองภาพนั้นเงียบๆ ความรู้สึกหน่วงในอกแปรเปลี่ยนเป็นความอุ่นวาบและอ่อนใจแกมเอ็นดู ผู้ชายคนนี้ที่ใช้เวลาหลายวันขี่รถเวฟรับส่งเธอ นั่งเฝ้าไข้ และแสร้งหาเรื่องมาสิงสถิตอยู่ในห้องของเธอเพียงเพราะไม่อยากให้เธอต้องอยู่คนเดียวในยามป่วยไข้ แต่ถึงอย่างนั้น ความถูกต้องและความเกรงใจก็ทำให้เธอจำเป็นต้องเดินเข้าไปปลุกเขา น้ำอ้อยพยุงร่างกายอันอ่อนแรงก้าวเดินตรงเข้าไปหยุดอยู่ข้างเตียง แสงไฟสลัวสาดส่องกระทบใบหน้าซีกหนึ่งของคนหลับลึก เธอเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ลาดไหล่หนาของเขาเบาๆ พลางออกแรงเขย่าเล็กน้อย "พี่แม็กซ์... พี่แม็กซ์ ตื่นได้แล้วกลับไปนอนที่ห้องดีๆ ไป" น้ำอ้อยเรียกเสียงเบา "อืม..." แม็กซ์ครางประท้วงในลำคอ เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเบลอด้วยความง่วง ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยซุกใบหน้าเข้าหาความนุ่มของตุ๊กตามากขึ้น แต่เปลือกตายังคงปิดสนิท "พี่แม็กซ์ ตื่นสิคะ มานอนหลับบนเตียงคนอื่นหน้าตาเฉยได้ไง กลับหอพี่ไปเลย ดึกมากแล้วฉันจะนอนพักผ่อน" น้ำอ้อยเพิ่มแรงเขย่าที่หัวไหล่หนามากขึ้น น้ำเสียงเริ่มจริงจังขึ้นตามกึ่งบังคับ และในเสี้ยววินาทีที่คนป่วยไม่ทันตั้งตัว นัยน์ตาคู่คมของแม็กซ์ก็ปรือขึ้นมาท่ามกลางความสลัว แววตาของเขาไม่ได้ดูงัวเงียเหมือนคนเพิ่งตื่น แต่อบอวลไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่นิ่งสนิทและลึกซึ้ง หมับ! ฝ่ามืออุ่นหนาของแม็กซ์เอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของน้ำอ้อยเอาไว้แน่น แรงดึงอันมหาศาลจากหนุ่มวิศวะร่างโตทำให้น้ำอ้อยเสียหลัก ลอยละลิ่วล้มคะมำลงมาบนเตียงนอนนุ่มๆ ทันที และก่อนที่เธอจะได้ส่งเสียงร้องอุทาน แม็กซ์ก็ตลบวงแขนแกร่งพาดกอดเอวบางของเธอไว้แน่นจากทางด้านหลัง ลากร่างของเธอเข้ามาแนบชิดกับแผ่นอกกว้างของเขาในพริบตา "อุ้ย! พี่แม็กซ์... ทำอะไรเนี่ย! ปล่อยนะ!" น้ำอ้อยร้องประท้วงด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาจนไข้แทบกลับเมื่อพบว่าตัวเองตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาบนเตียงนอนของตัวเอง แม็กซ์ไม่ปล่อยให้เธอได้ดิ้นรนหนี ชายหนุ่มซุกใบหน้าคมคายลงกับกลุ่มผมนุ่มของเธอ กลิ่นยาสระผมจางๆ ของน้ำอ้อยทำให้หัวใจของหนุ่มไฟฟ้าเต้นผิดจังหวะ ทว่าเขากลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น กักขังร่างของเธอเอาไว้ใต้มนต์สะกดของความมืดและความเงียบ "นอนเถอะหน่า..." แม็กซ์พึมพำเสียงแหบพร่าอยู่ชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดต้นคอจนน้ำอ้อยขนลุกซู่ "พี่ไม่ทำอะไรเธอหรอก... รับรองได้ หมดแรงแล้วเนี่ย ปั่นงานมาทั้งวัน วิ่งรอกทั้งวันจนร่างจะพังอยู่แล้ว" "ดะ... เดี๋ยวสิคะ แต่นี่มันห้องฉันนะ แล้วพี่จะมาเนียนนอนบนเตียงฉันแบบนี้ได้ยังไง ลุกขึ้นเลยค่ะ" น้ำอ้อยพยายามประท้วง น้ำเสียงสั่นเครือขัดกับความเด็ดเดี่ยวในตอนแรก มือเรียวพยายามแกะลำแขนแกร่งออกจากเอว แต่แรงอันน้อยนิดของคนเพิ่งฟื้นไข้มีหรือจะสู้แรงของคนร้ายในคราบปลาไหลไฟฟ้าได้ "บอกแล้วไงว่าหอนั้นไอ้บอมมันยึดพื้นที่พาเบนซ์ไปแล้ว... ขี่รถกลับตอนนี้ก็ง่วงชนเสาไฟตายพอดี ใจคอจะปล่อยให้คนหล่อไปตายข้างถนนเหรอวะ" แม็กซ์แกล้งกระซิบเสียงออดอ้อน มุกตลกกะล่อนถูกนำมาใช้อีกครั้งในสถานการณ์ชวนใจสั่น "นอนเหอะน้ำอ้อย... ถือว่าพี่เป็นตุ๊กตาเบย์แมกซ์ตัวที่สองของเธอไง ตัวใหญ่กว่า อุ่นกว่า บีบเล่นได้ไม่คิดตังค์ด้วย" "พี่แม็กซ์! อย่ามาตลกนะ..." "ไม่ได้ตลก... จริงจังเนี่ย นอนเถอะ ไข้เธอยังไม่หายดีเลย ตัวยังรุมๆ อยู่เลยเนี่ย" พูดจบ แม็กซ์ก็เอื้อมมืออีกข้างที่ว่างอยู่ไปคว้าผ้าห่มผืนหนาที่ปลายเตียงขึ้นมาตลบคลุมร่างของคนทั้งสองเอาไว้จนมิดชิด ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอดให้แผ่นหลังบางแนบชิดกับอกกว้างของเขา สัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของกันและกันที่เต้นโครมครามแข่งขันกันท่ามกลางความเงียบสงัด น้ำอ้อยนิ่งงันไปในที่สุด ความอบอุ่นจากแผ่นอกกว้างและอ้อมกอดอันแน่นหนาของแม็กซ์ ค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ามาเยียวยาร่างกายที่อ่อนแอและหัวใจที่บอบช้ำทีละน้อย ความหน่วงและอึดอัดใจที่เคยเกาะกุมความสัมพันธ์มาตลอดหลายวัน คล้ายจะละลายหายไปในความมืดมิดของค่ำคืนนี้เหลือเพียงความผูกพันอันลึกซึ้งที่เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ เธอหยุดดิ้นรน ยอมปล่อยให้เขาโอบกอดเอาไว้แต่โดยดี เปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงช้าๆ พลางซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นจากแขกไม่ได้รับเชิญตัวโตคนนี้ที่นอนซ้อนอยู่ด้านหลัง "พี่แม็กซ์คะ..." น้ำอ้อยพึมพำเสียงเบาหวิวในความมืด "หืม?" "ถ้าพี่โกหก... ถ้าพี่ทำอะไรฉัน ฉันจะเอาไม้ฉากแทงพี่จริงๆ นะคะ" เสียงหัวใจและเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของแม็กซ์ดังก้องอยู่ในแผ่นอกขยับชิดหลังเธอ ชายหนุ่มฝังจมูกลงบนเรือนผมของเธออีกครั้งด้วยความรักใคร่ที่ล้นอก "เออ... ถ้ายอมให้แทงแล้วได้นอนกอดเธอแบบนี้ทุกคืน พี่ก็ยอมวะ ฝันดีนะคุณน้ำเชื่อมของพี่" ค่ำคืนอันยาวนาน... หมอกควันความสัมพันธ์ที่เคยอึมครึมบัดนี้คล้ายจะจางลงจนเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงความจริงใจล่อนจ้อนที่หนุ่มวิศวะไฟฟ้า ปี 4 มอบให้สาวเงียบคณะสถาปัตย์ แม้จะไม่มีคำนิยามสถานะที่ชัดเจนประกาศออกมา แต่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันบนเตียงนอนหลังนี้... คนทั้งสองต่างรู้ดีในหัวใจแล้วว่า โลกใบนี้จะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป และสถานะ 'เพื่อน' ที่เคยพูดประชดกันไว้ ก็ได้ถูกลบเลือนหายไปพร้อมกับเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันในความมืดมิดของค่ำคืนอันแสนหวานนี้อย่างสมบูรณ์
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD