เสียงเบสหนักๆ จากลำโพงตัวใหญ่ของร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยยังคงทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม บรรยากาศตอนค่ำคืนคึกคักไปด้วยกลุ่มนักศึกษาที่พากันมาปลดปล่อยความเครียดจากการเรียน แสงไฟสีสลัวสาดส่องกระทบแก้วแอลกอฮอล์ที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะยาวใจกลางร้าน ซึ่งเป็นทำเลทองของแก๊งหนุ่มวิศวะไฟฟ้า ปี 4
"ชนโว้ยชน! วันนี้ไอ้แม็กซ์เจ้ามือ 'จารย์ปล่อยเกรดแล็บมาแบบงงๆ ต้องฉลอง!"
บอม เพื่อนสนิทในกลุ่มตะโกนลั่นพลางยื่นแก้วเหล้าไปตรงกลางโต๊ะ เพื่อนคนอื่นๆ ต่างพากันเฮโลยกแก้วขึ้นชนกันจนเกิดเสียงใสๆ ดังสนั่น ท่ามกลางวงล้อมของความครื้นเครง แม็กซ์ นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะในชุดเสื้อยืดสีดำธรรมดา ทับด้วยเสื้อช็อปวิศวะสีกรมท่าที่ไม่ได้ติดกระดุม ใบหน้าคมคายประดับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทตามเดิม มือหนายกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดสายตาจับจ้องไปที่น้ำแข็งที่กำลังละลายในแก้ว
"เออๆ แดกๆ กันเข้าไป เกรดกูได้มาด้วยหยาดเหงื่อและแรงกาย พวกมึงแดกเอาๆ เหมือนสิงร่างกูไปเรียน" แม็กซ์โวยวายขำๆ พลางแย่งถั่วทอดในจานของเพื่อนมาเคี้ยว
"แหม ทำเป็นบ่นนะมึง" กานต์ เพื่อนอีกคนในกลุ่มขยับแว่นสายตา ก่อนจะหรี่ตามองแม็กซ์อย่างจับผิด "ว่าแต่ช่วงนี้มึงดูแปลกๆ ไปปะวะ ไอ้บอมมึงสังเกตเหมือนกูไหม"
"เออ กูว่าจะทักอยู่เหมือนกัน" บอมวางแก้วลงแล้วชี้หน้าแม็กซ์ "ปกติเลิกแล็บปุ๊บ มึงต้องสตาร์ทรถเวฟคู่ใจร่อนไปทั่ว มิตรสหายทั่วทุกสารทิศเรียกหา แต่นี่สามสี่วันมานี้ มึงหายหัวไปไหนซะหลายวันวะ ถามในกลุ่มก็บอกอยู่ห้องๆ ซุ่มคบสาวคณะไหนไว้ปะเนี่ย เอาดีๆ!"
คำถามของบอมทำให้เพื่อนทั้งโต๊ะหันมาสนใจแม็กซ์เป็นตาเดียว เสียงแซวและเสียงโห่ฮาดังขึ้นทันทีราวกับนัดกันมา
"เหยๆๆ ตัวตึงไฟฟ้าจะสิ้นลายแล้วเหรอวะ!" "สาวสถาปัตย์ป่ะ กูเห็นวันก่อนมึงเดินป้วนเปี้ยนแถวใต้ตึกนู้น!"
คำว่า 'สถาปัตย์' ทำให้นัยน์ตาคมกริบของแม็กซ์กระตุกไหวไปวูบหนึ่ง ภาพใบหน้าเนียนเฉยชา ท่าทางพูดน้อย และแววตาสับสนของน้ำอ้อยใต้ตึกคณะเมื่อวันก่อนแล่นเข้ามาในสมองทันที ความรู้สึกหน่วงๆ อึมครีมที่จุกอยู่ในอกเริ่มทำงานของมันเงียบๆ
เขาจำความรู้สึกตอนที่เธอเดินหันหลังหนีเขาฝ่าสายฝนวันนั้นได้ดี... ความเงียบของเธอเหมือนกำแพงหนาที่เขาพยายามจะพังมันด้วยมุกตลก แต่สุดท้ายเขากลับทำได้แค่วิ่งไล่ตามหลังเธอในความคิด
แต่ถึงอย่างนั้น... หน้ากากของ 'ไอ้แม็กซ์คนตลกประจำภาค' ก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติ เขาไม่มีทางปล่อยให้เพื่อนจับความรู้สึกดิ่งๆ ในตอนนี้ได้เด็ดขาด
"เชี่ย... พวกรู้ทันอีกละ" แม็กซ์แกล้งทำหน้าตาตื่น ตบโต๊ะฉาดใหญ่ "เออ! กูยอมรับก็ได้ว่าซุ่มคบสาวอยู่ แอบแซ่บกันมาหลายวันละเนี่ย"
"เฮ้ย! ใครวะมึง! ดาวคณะไหน บอกมา!" บอมตาโต รีบยื่นหน้าเข้ามาใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"อักษรป่ะ? หรือนิเทศ?" กานต์เดาต่อ
แม็กซ์แกล้งทำท่าเอียงอาย บิดตัวไปมาจนน่าหมั่นไส้ ก่อนจะกระซิบบอกด้วยเสียงกระเส่า "กูคบกับ... 'น้องจีจี้' ว่ะมึง ช่วงนี้ติดงอมแงม ไปหาทุกคืน ล่าสุดเพิ่งโดนตัวท็อปในระบบสุ่มแดกตังค์กูไปสามพัน คบกันแบบลึกซึ้งในโลกสี่มิติ"
"ไอ้สัด! น้องจีจี้ในเกมกาชา!" บอมด่าลั่นพลางยกมือขึ้นผลักหัวแม็กซ์อย่างแรง "กูนึกว่ามึงมีแฟนเป็นตัวเป็นตนจริงๆ ล็อกมงในเกมมาเล่นตลกกลบเกลื่อนอีกละมึงน่ะ"
"อ้าว ในจอมือถือกูก็กดทัชสกรีนโดนตัวน้องเขาตลอด" แม็กซ์หัวเราะร่าเริงเสียงดัง เรียกเสียงด่าและเสียงฮาจากเพื่อนรอบโต๊ะได้เหมือนทุกที เขาหยิบขวดเหล้ามาเทเติมให้เพื่อนๆ เพื่อเปลี่ยนประเด็น "แดกๆ เข้าไปไอ้บอม มุกกูเฉียบขนาดนี้มึงต้องเบิ้ลสองแก้วแล้ว"
"เฉียบกะผีมึงดิ แป้กสัด" บอมบ่น แต่ก็ยอมยกแก้วขึ้นดื่ม
ท่ามกลางเสียงหัวเราะครื้นเครงที่เขาสร้างขึ้นเอง แม็กซ์ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ ยื่นมือไปหยิบแก้วเหล้าของตัวเองขึ้นมาจิบบางๆ สายตาคมคายทอดมองออกไปนอกร้านอย่างล่องลอย ความครื้นเครงรอบตัวไม่ได้ซึมลึกเข้าไปข้างในหัวใจของเขาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเขาหัวเราะเสียงดังเท่าไหร่ ข้างในมันกลับยิ่งเงียบเชียบและว่างเปล่ามากขึ้นเท่านั้น
เขากำลังคิดถึงผู้หญิงที่ชื่อ 'น้ำอ้อย'
ผู้หญิงอะไร... เงียบจนเหมือนหลุดมาจากหนังเงียบยุคขาวดำ พูดแต่ละคำก็นับคำได้ หน้ากากความเฉยชาของเธอหนาพอๆ กับหน้ากากคนตลกของเขานั่นแหละ ทุกครั้งที่เขาเดินเข้าไปทัก แกล้งเรียกชื่อเธอผิดๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ เขาก็แค่อยากเห็นเธอยิ้ม หรืออยากเห็นเธอทำหน้ามุ่ยตอบกลับมาบ้าง แต่สิ่งที่ได้กลับมามักจะเป็นแววตาที่เดาทางไม่ถูก อึมครีมเหมือนท้องฟ้าก่อนฝนตก
เธอกำลังรำคาญเขาอยู่หรือเปล่า? หรือเธอเห็นว่าเขาเป็นแค่รุ่นพี่ปัญญาอ่อนคนหนึ่งที่ชอบไปกวนประสาทเธอเล่นๆ?
"เฮ้ย แม็กซ์ เป็นไรเปล่าวะ นิ่งเชียว เมาแล้วอ๋อ" กานต์ทักขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสนิทเงียบไปผิดปกติ สายตาของกานต์มองตามสายตาของแม็กซ์ที่ทอดมองไปทางประตูร้านเหมือนกำลังรอใครบางคน
แม็กซ์ดึงสติกลับมาทันควัน รอยยิ้มกวนประสาทฉายชัดบนใบหน้าอีกครั้งในเสี้ยววินาที เขาแกล้งทำท่ายกมือขึ้นกุมขมับแบบดราม่า "เออว่ะมึง... กูรู้สึกเหมือนหัวใจมันอ่อนแอ ช่วงนี้ต้องการคนดูแลว่ะ กะว่าจะไปบวชเรียนละ ละทิ้งทางโลก"
"มึงไปบวช วัดคงไหม้ก่อนอะไอ้แม็กซ์" บอมสวนทันควัน "คนอย่างมึงเนี่ยนะจะสละกิเลส วันๆ เห็นมีแต่กิเลสวิ่งชน"
"พวกมึงไม่เข้าใจความเหงาของคนหน้าตาดีว่ะ" แม็กซ์ยักคิ้วให้เพื่อนพลางยกเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว รสชาติขมปร่าของแอลกอฮอล์บาดลึกในลำคอ แต่มันยังขมน้อยกว่าความรู้สึกหน่วงๆ ในอกที่เขาบอกใครไม่ได้
"เออๆ งั้นคนหน้าตาดีอย่างมึง ไปส่องเด็กปี 1 โต๊ะนู้นไป แอบมองมึงนานละเนี่ย น่ารักด้วยนะมึง คณะมนุษย์ฯ" บอมพยักหน้าไปทางโต๊ะฝั่งตรงข้ามที่มีสาวๆ กลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ และมีน้องคนหนึ่งลอบมองมาที่แม็กซ์พร้อมรอยยิ้มเขินๆ
ถ้าเป็นปกติ... แม็กซ์คงจะส่งยิ้มกวนๆ หรือแกล้งชนแก้วข้ามโต๊ะเพื่อเรียกเสียงฮาจากเพื่อนไปแล้ว แต่วันนี้ เขากลับทำเพียงแค่ยิ้มรับบางๆ ตามมารยาท ก่อนจะหันกลับมาสนใจแก้วเหล้าของตัวเอง
"ไม่เอาอะช่วงนี้กูถือศีลห้า โดยเฉพาะข้อสาม... ห้ามประพฤติผิดในกาม รวมถึงการบริหารเสน่ห์ให้คนอื่นใจสั่นเล่นๆ" แม็กซ์ปล่อยมุกหน้าตาย
"ถุ้ย! พูดมาได้ หน้าด้านสัด" เพื่อนทั้งโต๊ะประสานเสียงด่าพร้อมกัน
แม็กซ์หัวเราะไปกับเพื่อนๆ เสบียงมุกตลกของเขายังคงทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีใครในโต๊ะรู้เลยว่า ภายใต้เสียงหัวเราะร่าเริงและท่าทีกะล่อนขี้เล่นนั้น แม็กซ์กำลังซ่อนสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและว้าเหว่เอาไว้ลึกที่สุด
เขากำลังติดอยู่ในหมอกควันหนาทึบที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง... หมอกควันที่ชื่อว่า 'ความขี้เล่น' ที่เขาใช้มันบังหน้าเพื่อเข้าใกล้เธอ แต่ตอนนี้ หมอกก้อนนั้นมันกลับหนาเกินไปจนทำให้เขาเองก็มองไม่เห็นทางข้างหน้า และไม่รู้ว่าควรจะเดินต่อไปอย่างไรดีในความสัมพันธ์ที่อึมครีมนี้
สุดท้ายเขาก็ได้แต่ทำหน้าที่เป็นตัวโจ๊กของกลุ่ม ปล่อยมุกตลกกลบเกลื่อนความหน่วงในใจ และหวังลึกๆ ว่าเหล้าแก้วถัดไป... จะช่วยลบภาพใบหน้าเฉยชาของ 'น้องน้ำอ้อย' ออกไปจากหัวใจของเขาได้สักสองสามชั่วโมงก็ยังดี