แขกตัวโตสีขาว

1434 Words
สายลมเอื่อยๆ ของเช้าวันใหม่พัดผ่านใต้ถุนหอพักนอกมหาวิทยาลัย บรรยากาศรอบตัวยังคงอบอวลไปด้วยไอความชื้นหลังจากฝนตกหนักเมื่อคืน บนม้านั่งหินอ่อนตัวยาวใต้ตึก ร่างสูงใหญ่ของ แม็กซ์ ในชุดเสื้อช็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์สีเข้มกำลังนั่งชันเข่าข้างหนึ่งขึ้นมา มือหนาทั้งสองข้างหอบหิ้วบางสิ่งบางอย่างที่สะดุดตาผู้คนที่เดินผ่านไปมาเป็นอย่างยิ่ง มันคือ ตุ๊กตาเบย์แมกซ์ (Baymax) ตัวสีขาวอวบอ้วนขนาดใหญ่เกือบครึ่งตัวคน เจ้าหุ่นยนต์ดูแลสุขภาพสีขาวหน้าตาซื่อบื้อตัวนั้นถูกแม็กซ์กอดเอาไว้แน่น ท่าทางหนุ่มวิศวะไฟฟ้า ปี 4 หน้าตาคมคายอุ้มตุ๊กตาตัวโตนั่งรอใครบางคนดูเป็นภาพที่ทั้งแปลกตาและเรียกรอยยิ้มจากคนที่พบเห็นได้อย่างดี ทว่าแววตาของแม็กซ์ในเวลานี้กลับคอยแต่จะชะเง้อคอมองไปยังทางเข้าหอพักด้วยความกระวนกระวายใจ วันนี้ น้ำอ้อย มีเรียนในภาคบ่าย และเธอก็ต้องนำแบบร่างสถาปัตยกรรมงวดแรกไปส่งให้ลูกค้าตามสัญญาที่เธอพูดไว้ในสายเมื่อคืน จนกระทั่งร่างบอบบางที่คุ้นตาเดินเข้ามาในอาณาเขตใต้หอพัก น้ำอ้อยสะพายกระเป๋าใบโต ในอ้อมแขนหอบหิ้วกระบอกใส่แบบร่างอันใหญ่และแผ่นเพลทงานพลาสติกพะรุงพะรัง ใบหน้าหวานที่ยังคงสวมหน้ากากอนามัยสีขาวดูซีดเซียวเล็กน้อยแต่ก็แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวตามสไตล์คนพูดน้อย ทันทีที่เห็นเธอ แม็กซ์ไม่รอช้า ชายหนุ่มสปริงตัวลุกขึ้นยืนทันที มือหนึ่งหนีบตุ๊กตาเบย์แมกซ์ตัวอ้วนกลมไว้ข้างลำตัว ส่วนขาวยาวๆ ก้าวตรงดิ่งเข้าไปหาเธอด้วยความรวดเร็ว "มานี่มา... พี่ช่วยถือ" แม็กซ์พูดเสียงทุ้มพลางเอื้อมมือไปคว้ากระบอกใส่แบบร่างและแผ่นเพลทงานจากมือของน้ำอ้อยมาถือไว้เองทั้งหมดโดยไม่ยอมให้เธอได้ทันตั้งตัว ท่าทางอุกอาจแต่เต็มไปด้วยความหวังดีของเขาทำให้น้ำอ้อยชะงักฝีเท้า ยืนมองรุ่นพี่ตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉยแต่ซ่อนแววประหลาดใจ "พี่แม็กซ์... มาทำไมคะ แล้วถือตุ๊กตาอะไรมาเนี่ย" น้ำอ้อยถามเสียงเบาแหบแห้งเพราะพิษไข้ที่ยังหลงเหลืออยู่ สายตาของเธอเหลือบมองเจ้าหุ่นสีขาวตัวอ้วนในอ้อมแขนของเขา "อ้าว! ก็เห็นเมื่อคืนมีคนป่วยอวดเก่ง บอกจะลุกขึ้นมาเขียนแบบส่งลูกค้า พี่ก็เลยพาหมอส่วนตัวมาส่งให้ถึงที่เนี่ย" แม็กซ์ชูตุ๊กตาเบย์แมกซ์ขึ้นมาตรงหน้าน้ำอ้อย แกล้งทำเสียงเล็กเสียงน้อยกวนประสาท "สวัสดีครับ ผมเบย์แมกซ์ ผู้ช่วยดูแลสุขภาพส่วนตัวของน้องน้ำเชื่อมครับ... หน้าตาซื่อบื้อเหมือนคนซื้อไม่มีผิดใชป่ะล่ะ?" มุกตลกกวนๆ ของเขาทำให้น้ำอ้อยลอบยิ้มภายใต้หน้ากากอนามัย แต่เธอก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติทันควัน แม็กซ์ยัดตุ๊กตาตัวโตใส่อ้อมแขนของเธอแทนของที่เขาช่วยถือ ก่อนจะเริ่มต้นบ่นอุบอิบเสียงเข้ม ใบหน้าคมคายแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม "แล้วนี่ไข้เพิ่งลดไม่ใช่หรือไงฮะ? ทำไมดื้อรั้นรีบไปเรียน รีบเอาแบบไปส่งลูกค้าขนาดนี้ กะจะให้ตัวเองช็อกคาห้องเรียนเลยใช่ไหม น้ำอ้อยเอ๊ย... งานน่ะหัดเพลาๆ ลงบ้างก็ได้ เงินทองมันหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ร่างกายเธอมีคนเดียวในโลกนะเว้ย บ่นยาวละ ป่ะ เดินขึ้นห้องกัน" พูดจบ นายแม็กซ์ก็หมุนตัวเดินนำหน้าพาร่างสูงใหญ่ของตัวเองมุ่งหน้าไปยังลิฟต์ของหอพักทันที ท่าทางเผด็จการและบ่นยาวยืดเหมือนพ่อคนแรกของเขาทำให้น้ำอ้อยได้แต่ถอนหายใจยาว กอดตุ๊กตาเบย์แมกซ์ตัวนุ่มไว้แน่นแล้วเดินตามหลังเขาไปเงียบๆ จนกระทั่งประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้น 4 ภายในห้องพักหมายเลข 402 ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง แม็กซ์วางอุปกรณ์เขียนแบบของน้ำอ้อยลงบนโต๊ะทำงานอย่างระมัดระวัง ขณะที่น้ำอ้อยวางตุ๊กตาเบย์แมกซ์ลงบนเตียงนอน แล้วหันมามองผู้ชายร่างสูงในชุดเสื้อช็อปวิศวะที่ทำตัวเนียนทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกข้างโต๊ะเขียนแบบ ท่าทางไม่มีความเกรงใจและดูไม่มีทีท่าว่าจะกลับง่ายๆ "พี่แม็กซ์คะ... ส่งของเสร็จแล้ว บ่นเสร็จแล้ว ไม่กลับหอเหรอคะ?" น้ำอ้อยเอ่ยปากถามตรงๆ ร่างบางยืนกอดอกมองเขา แม็กซ์แกล้งทำหน้าเบ้ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางยกมือขึ้นประสานไว้ที่ท้ายทอย ท่าทางไหลลื่นปลิ้นปล้อนระดับปลาไหลติดสเก็ตกลับคืนมาทันที "โห... คุณน้ำส้มสายชู ใจคอจะขับไล่ไสส่งผู้มีพระคุณที่อุตส่าห์แบกตุ๊กตาตัวโตมาให้เลยเหรอวะ" แม็กซ์แกล้งตัดพ้อเสียงสูง ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นแหยๆ แล้วสารภาพความจริงออกมา "คือ... วันนี้พี่ขอมาอาศัยหลบภัยชั่วคราวหน่อยดิหอเธอน่ะ พอดีไอ้บอมมันทักมาบอกกูว่า วันนี้เบนซ์แฟนมันจะเข้ามาที่ห้อง มีเรื่องด่วนจะคุยกันยาว... มึงก็รู้ใช่ไหมว่าเวลารักมันพุ่งเข้าตาคู่รักเนี่ย คนโสดหน้าตาดีอย่างพี่เข้าไปอยู่แม่งกลายเป็นก้างขวางคอชิ้นโตทันที พี่ไม่อยากไปนั่งฟังพวกมันจู๋จี๋กันให้แสบหูว่ะ ขอสิงสถิตอยู่ห้องเธอจนกว่าพวกมันจะแยกย้ายได้ป่ะล่ะ?" คำอธิบายของแม็กซ์ทำให้น้ำอ้อยนิ่งไป เธอรู้ดีว่าเบนซ์กับบอมเป็นแฟนกัน และเวลากลุ่มนี้เจอกันมักจะต้องการความเป็นส่วนตัว แต่การที่ผู้ชายร่างโตคณะวิศวะจะมานั่งสิงสถิตอยู่ในห้องพักของผู้หญิงสถาปัตย์สองต่อสองในวันเสาร์แบบนี้... มันทำให้น้ำอ้อยรู้สึกอึดอัดและหัวใจเต้นผิดจังหวะแปลกๆ "แต่ฉันต้องจัดกระเป๋าเตรียมไปเรียนนะคะ... แล้วห้องฉันก็แคบด้วย พี่อยู่มันจะเกะกะ" น้ำอ้อยพยายามหาข้ออ้างหลีกเลี่ยง "เกะกะอะไรล่ะคุณ ตัวพี่ลีบจะตาย นั่งอยู่มุมห้องเป็นสัมภเวสีไม่มีเสียงเลยเอ้า!" แม็กซ์เถียงตาใส พลางทำตัวลีบหดหัวเข้าเสื้อช็อปขำๆ "เธอจะจัดกระเป๋าทำอะไรก็ทำไปดิ พี่สัญญาจะไม่กวนใจ จะนั่งเงียบๆ ดูเธอทำตาปริบๆ เลย... นะครับน้องน้ำอ้อย ให้พี่อยู่เหอะ ไม่งั้นพี่ต้องไปนั่งตากแดดเป็นหมาหงอยอยู่ใต้ตึกคณะวิศวะนะ สงสารคนหล่อเถอะ" ลูกอ้อนสไตล์ตลกหาจับยากและสรรพนาม 'น้องน้ำอ้อย' ที่เขาจงใจเรียกส่งท้าย ทำให้น้ำอ้อยใจอ่อนยวบลงอย่างช่วยไม่ได้ กำแพงความเย็นชาที่สร้างไว้พังทลายลงต่อหน้าหน้ากากหนุ่มกะล่อนคนนี้เสมอ สาวพูดน้อยหันหลังหนีสายตาคมคายของเขา เดินไปจัดสมุดและปากกาใส่กระเป๋าเพื่อแก้เขิน "อยากอยู่ก็อยู่ค่ะ... แต่ห้ามเสียงดัง ห้ามรื้อของในห้องฉันเด็ดขาด" เธอบ่นอุบอิบเสียงเบา "รับทราบครับผม!" แม็กซ์ตะเบ๊ะรับคำสั่งอย่างโอเวอร์แอคติ้ง รอยยิ้มกว้างจุดประกายขึ้นบนใบหน้าคมคาย แววตาของเขาฉายความดีใจอย่างปิดไม่มิด ตลอดเวลาครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น บรรยากาศภายในห้องพักกลับคืนสู่ความเงียบสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นความเงียบที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไหลเอื่อยๆ อยู่ตรงกลาง น้ำอ้อยเดินจัดของไปมาในห้องเงียบๆ ขณะที่แม็กซ์ก็นั่งรักษาสัญญา เขาไม่เสียงดัง ไม่กวนใจ สายตาคู่คมเพียงแค่ทอดมองตามแผ่นหลังบางของคนป่วยที่เดินไปมาด้วยความใส่ใจและเอ็นดู สายตาของเขาในเวลานี้ลึกซึ้งและจริงจังเสียจนหากน้ำอ้อยหันมาเห็น คงต้องหน้าแดงจนไข้กลับอีกรอบแน่ๆ หมอกควันความสัมพันธ์ที่เคยทึมเทาและอึมครึม บัดนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอุ่นวาบจางๆ แม้จะยังไม่มีคำนิยามสถานะที่ชัดเจนระหว่างหนุ่มวิศวะไฟฟ้าจอมกะล่อน ปี 4 กับสาวเงียบคณะสถาปัตย์ ปี 3 แต่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แห่งนี้ การมีอยู่ของคนทั้งสอง... พร้อมกับเจ้าตุ๊กตาเบย์แมกซ์ตัวโตที่นั่งยิ้มซื่อบื้ออยู่บนเตียง ก็เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ย้ำเตือนว่า ความรู้สึกในใจของพวกเขาได้พัฒนาก้าวข้ามคำว่า 'เรื่องตลก' ไปไกลแสนไกลแล้ว โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ตัวเลยสักนิด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD