การรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว

3008 Words
"อีหยง! เป็นไงบ้างวะ บอร์ดบริหารสับมึงเละไหม!" เพชรพุ่งพรวดเข้ามาที่โต๊ะทำงานทันทีที่เห็นโยษิตาเดินกลับเข้ามาในแผนกการตลาดในช่วงบ่ายแก่ๆ ใบหน้าของเพื่อนสนิทเต็มไปด้วยความลุ้นระทึกราวกับกำลังรอฟังผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ตามมาด้วยข้าวฟ่างที่ยื่นแก้วน้ำเย็นๆ มาให้ โยษิตารับแก้วน้ำมาดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง "ผ่าน... บอสเซ็นอนุมัติงบทั้งหมดแล้ว แคมเปญไปต่อได้" "กรี๊ดดด! กูว่าแล้วว่ามึงต้องทำได้! มาร์เก็ตติ้งตัวท็อปของ V-Corp ซะอย่าง ใครจะกล้าหักหน้า" เพชรตบมือฉาดใหญ่ด้วยความดีใจ "แต่ทำไมหน้ามึงดูเหนื่อยๆ วะ โดนบอสวินซักไซ้จนหมดพลังเลยเหรอ" "ก็... นิดหน่อย" โยษิตาตอบปัดๆ พยายามหลบสายตาจับผิดของข้าวฟ่าง "กูแค่ใช้พลังงานในการต่อปากต่อคำกับเขาเยอะไปหน่อยน่ะ วันนี้กูขอเลิกงานตรงเวลานะ อยากกลับไปนอนพักสมอง" "เออๆ กลับไปพักเถอะ วันนี้มึงรบชนะแล้ว ถือว่าคู่ควรกับการได้พักผ่อน" ข้าวฟ่างตบไหล่เพื่อนเบาๆ เวลาสิบเจ็ดนาฬิกาสามสิบนาทีตรง โยษิตาเก็บของใส่กระเป๋าและสแกนนิ้วออกจากออฟฟิศทันทีโดยไม่รั้งรอ หญิงสาวเลือกใช้ลิฟต์โดยสารตัวปกติ ปะปนไปกับพนักงานคนอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับ 'เจ้าหนี้ทางอารมณ์' ที่อยู่บนชั้น 50 ตลอดการเดินทางกลับคอนโดมิเนียม คำพูดของชวิณในห้องประชุมยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ‘จุดอ่อนของคุณ... คือร่างกายของคุณไงล่ะ... คุณปฏิเสธตรรกะข้อนี้ไม่ได้หรอกหยง ว่าลึกๆ แล้ว คุณเองก็เสพติดการถูกผมควบคุมเหมือนกัน’ "คนหลงตัวเอง... คิดว่าคุมเกมได้ทุกอย่างหรือไง" โยษิตาพึมพำกับพวงมาลัยรถขณะขับฝ่าการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพฯ "ฉันก็แค่... พ่ายแพ้ให้ฮอร์โมนชั่วคราวเท่านั้นแหละ ต่อไปนี้ฉันจะสร้างกำแพงให้หนาเป็นสิบชั้น จะไม่ยอมให้เขามาแตะต้องตัวได้อีกเลยคอยดู!" 19:00 น. คอนโดมิเนียมของโยษิตา คอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ใจกลางเมืองคือสถานที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวของโยษิตา ห้องขนาด 60 ตารางเมตรถูกตกแต่งด้วยสไตล์มินิมอลโมเดิร์น โทนสีขาวและไม้โอ๊กอ่อนให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สะท้อนนิสัยความเป็นคนมีตรรกะและรักความเพอร์เฟกต์ของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี หญิงสาวจัดการอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้าและความกดดันตลอดทั้งวันทิ้งไป เธอสวมเพียงเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งที่ยาวคลุมสะโพก และกางเกงขาสั้นเนื้อนิ่มที่สวมใส่สบาย ปล่อยผมยาวสยายที่ยังชื้นเล็กน้อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ โยษิตาทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มหน้าทีวี หยิบรีโมตขึ้นมากดเลือกซีรีส์ดูเพื่อฆ่าเวลา และเตรียมตัวจะสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน ติ๊งต่อง~ เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น โยษิตาขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตากลมโตมองไปที่นาฬิกาแขวนผนังเพิ่งจะทุ่มนิดๆ เธอไม่ได้สั่งของออนไลน์ และไม่ได้นัดใครไว้ แก๊งเพื่อนสนิทอย่างเพชรกับข้าวฟ่างก็เพิ่งแยกกันเมื่อเย็น หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปที่ประตู มองผ่านตาแมวออกไปด้านนอก ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำที่ถูกพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็กซ์ด้วยท่วงท่าสบายๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่ประดับด้วยแว่นตากรอบเงินกำลังจ้องมองมาที่ตาแมวราวกับรู้ว่าเธออยู่ตรงนั้น ในมืออีกข้างของเขาถือถุงกระดาษโลโก้ร้านอาหารอิตาเลียนสุดหรูอยู่ "บอสวิน!" โยษิตาอุทานเสียงหลง เธอถอยหลังออกห่างจากประตูโดยสัญชาตญาณ เขามาที่นี่ได้ยังไง! คอนโดเธอมีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนามาก รปภ. ไม่น่าจะปล่อยให้คนนอกขึ้นมาถึงหน้าห้องได้โดยไม่โทรแจ้งเธอก่อน! ติ๊งต่อง~ ติ๊งต่อง~ เสียงกริ่งถูกกดรัวขึ้นอีกครั้ง ราวกับเป็นการเร่งเร้า โยษิตาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติกลับมา ก่อนจะตัดสินใจปลดล็อกและแง้มประตูเปิดออกเพียงเล็กน้อยโดยยังคล้องโซ่ประตูไว้ "บอสมาทำอะไรที่นี่คะ?!" เธอถามเสียงแข็ง พยายามซ่อนความประหม่าที่ถูกบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว ชวิณระบายยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "ในใบประวัติพนักงานที่ HR มีที่อยู่ของคุณระบุไว้อย่างชัดเจนครับ... ส่วนเรื่องที่ผมขึ้นมาได้ยังไง บังเอิญว่าครอบครัวผมเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ที่สร้างคอนโดนี้น่ะครับ นิติบุคคลเลยให้ 'อภิสิทธิ์' ผมนิดหน่อย" มาเฟีย! นี่มันมาเฟียชัดๆ! โยษิตากัดฟันกรอด "แล้วบอสมีธุระอะไรคะ? ถ้าเป็นเรื่องงาน พรุ่งนี้ค่อยคุยกันที่ออฟฟิศ ตอนนี้หยงเลิกงานแล้ว และกฎข้อที่สี่ของเราคือ..." "ห้ามก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว... ผมจำได้แม่นเลยครับคุณหยง" ชวิณแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขาชูถุงกระดาษในมือขึ้นระดับสายตา "ผมไม่ได้มาก้าวก่ายชีวิตคุณ ผมแค่... มาส่งอาหารค่ำ เพื่อเป็นการ 'แสดงความยินดี' ที่หัวหน้าฝ่ายการตลาดของผม พรีเซนต์งานผ่านฉลุยในวันนี้ต่างหาก" "หยงไม่หิวค่ะ ขอบคุณบอสมาก เชิญบอสกลับไปได้แล้ว" เธอทำท่าจะปิดประตูใส่หน้าเขา "แน่ใจเหรอครับ? นี่เป็นสเต๊กเนื้อวากิวระดับ A5 จากร้านโปรดที่คุณเคยไปกินกับลูกค้าเมื่อเดือนก่อนเลยนะ... ถ้าคุณไม่เปิดประตู ผมก็คงต้องยืนรออยู่ตรงนี้จนกว่าคุณจะใจอ่อน... หรือจนกว่าเพื่อนบ้านของคุณจะเปิดประตูออกมาดู ว่าผู้ชายคนนี้มายืนทำอะไรหน้าห้องคุณ" คำขู่ที่มาพร้อมรอยยิ้มสุภาพนั้นเป็นอาวุธที่อันตรายที่สุด โยษิตารู้ดีว่าเขาเป็นคนพูดจริงทำจริง และถ้ามีใครมาเห็นประธานบริหาร V-Corp มายืนด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าห้องเธอ ภาพลักษณ์ของเธอต้องป่นปี้แน่ๆ "คนเผด็จการ..." เธอสบถเบาๆ ก่อนจะจำใจปลดโซ่คล้องและเปิดประตูให้เขาก้าวเข้ามา ทันทีที่ชวิณก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา บรรยากาศภายในห้องที่เคยอบอุ่นก็เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยแรงกดดัน ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องอย่างวิสาสะ ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ร่างบอบบางในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงขาสั้น แววตาของเขาเข้มขึ้นชั่วขณะเมื่อเห็นเรียวขาขาวเนียนและสภาพที่ดูผ่อนคลายไร้เดียงสาของเธอ... มันแตกต่างจาก 'คุณโยษิตา' ในชุดสูทสุดเนี้ยบที่ออฟฟิศอย่างสิ้นเชิง และมันก็กระตุ้นบางสิ่งในตัวเขาให้พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "ห้องสวยดีนะครับ เป็นระเบียบและ... หอมเหมือนเจ้าของห้องเลย" เขากล่าวชมพลางเดินนำถุงอาหารไปวางไว้ที่เคาน์เตอร์ครัวอย่างคุ้นเคยราวกับเป็นบ้านตัวเอง "วางของเสร็จแล้วก็กลับไปได้แล้วค่ะ บอสหมดธุระแล้ว" โยษิตาเดินตามมาประกบ ยืนกอดอกรักษาระยะห่าง ชวิณหันกลับมาประจันหน้ากับเธอ เขาไม่ได้ทำตามคำสั่ง กลับยกมือขึ้นค่อยๆ ถอดแว่นตากรอบเงินของตัวเองออก แล้ววางมันลงบนเคาน์เตอร์ครัวข้างๆ ถุงสเต๊ก "กฎข้อแรกของการกินอาหาร... คือต้องมีเพื่อนร่วมโต๊ะครับ" วินาทีที่แว่นตาถูกถอดออก ออร่าของ 'บอสวิน' ก็ปลิวหายไป เหลือเพียงชายหนุ่มสายดุที่เปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศ ร่างสูงก้าวประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว โยษิตาตกใจก้าวถอยหลัง แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับตู้เย็น หมดทางหนีโดยสิ้นเชิง "ว... วิน คุณจะทำอะไร นี่มันห้องฉันนะ!" โยษิตาเปลี่ยนสรรพนามทันทีที่เห็นสายตาคุกคามของเขา "ผมรู้ครับว่านี่ห้องคุณ... และผมก็อยากรู้มาตลอด ว่าถ้าคุณอยู่ใน 'พื้นที่' ของคุณ คุณจะยังปากเก่งและเย่อหยิ่งเหมือนตอนอยู่ที่ออฟฟิศไหม" ชวิณยกแขนทั้งสองข้างขึ้นยันตู้เย็น กักขังเธอไว้ในวงแขนกว้าง ลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือกลิ่นมินต์และแอลกอฮอล์จางๆ เป่ารดลงบนแก้มใส โยษิตาสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านมาถึงตัวเธอ "คุณทำผิดกฎนะวิน! เราตกลงกันแล้วว่าคุณจะไม่มีสิทธิ์มาสั่ง หรือบังคับฉันเรื่องเซ็กส์อีก! ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของฉัน!" เธอเถียงกลับ พยายามใช้แขนดันอกแกร่งของเขาไว้ "ผมไม่ได้บังคับคุณเลยหยง..." ชวิณกระซิบเสียงพร่า ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาคลอเคลียที่ซอกคอหอมกรุ่น ปลายจมูกโด่งไล้ไปตามเส้นชีพจรที่เต้นระรัว "ผมกำลัง 'ขออนุญาต' คุณอยู่นี่ไงครับ... อนุญาตให้ผม... ชิมคุณ แทนสเต๊กเนื้อพวกนั้นเถอะนะ" น้ำเสียงออดอ้อนที่ขัดกับท่าทีคุกคามนั้น ทำเอาหัวใจของโยษิตากระตุกวูบ เธอไม่เคยเจอเขาในโหมดที่ทั้งละมุนและเอาแต่ใจขนาดนี้มาก่อน สัมผัสจากริมฝีปากอุ่นที่ประทับลงบนลาดไหล่เปลือยเปล่าผ่านคอเสื้อยืดที่ร่นลงมา สร้างกระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย "ม... ไม่... อ๊ะ... วิน ฉันเหนื่อย" เธอพยายามปฏิเสธ แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับสั่นพร่าและเบาหวิว "ไม่ต้องทำอะไรเลยครับคนดี... แค่อยู่เฉยๆ ให้ผม 'บริการ' คุณก็พอ" ชวิณไม่รอให้เธอปฏิเสธซ้ำสอง เขาประทับริมฝีปากลงบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มของเธอทันที จูบครั้งนี้ไม่ได้ดุดันดิบเถื่อนเหมือนทุกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วยความนุ่มนวล อ้อยอิ่ง และลึกซึ้ง เขาค่อยๆ เล็มเลียริมฝีปากของเธออย่างอ้อนวอน ขอร้องให้เธอเปิดทาง ก่อนจะสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานอย่างละเมียดละไม สัมผัสที่แสนละมุนแต่หนักแน่นนั้น ทำลายกำแพงตรรกะของโยษิตาลงอย่างง่ายดาย ร่างกายของเธออ่อนระทวยไปกับรสจูบที่เปี่ยมไปด้วยชั้นเชิง สองมือที่เคยผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อเป็นหลักยึด "อื้อ..." หญิงสาวครางแผ่วเบาในลำคอ เมื่อมือหนาของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบางภายใต้เสื้อตัวโคร่ง ฝ่ามือร้อนผ่าวสัมผัสกับผิวเนื้อเนียนละเอียดโดยปราศจากบราเซียกีดกั้น เพราะเธอเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ชวิณครางในลำคออย่างพึงพอใจกับความ 'โนบรา' ของเธอ ชายหนุ่มช้อนร่างบอบบางขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย โยษิตารีบกอดคอเขาแน่นด้วยความตกใจ เขาพาเธอเดินออกจากโซนครัว ตรงไปยังห้องนอนที่ประตูเปิดแง้มไว้ ภายในห้องสลัวด้วยแสงไฟจากโคมไฟหัวเตียง ชวิณค่อยๆ วางร่างของเธอลงบนเตียงนุ่มนวลราวกับเธอเป็นตุ๊กตาแก้วราคาแพง เขาก้าวตามขึ้นมาทาบทับ กักขังเธอไว้ใต้ร่าง สายตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังสั่นไหว "ผมบอกแล้วไงครับหยง... ว่าจุดอ่อนของคุณ คือร่างกายของคุณ... คุณเก่งเรื่องงานแค่ไหน แต่ตอนนี้สมองคุณขาวโพลนไปหมดแล้วใช่ไหมครับ" "คุณมัน... เจ้าเล่ห์" เธอต่อว่าเสียงกระซิบ ใบหน้าแดงก่ำ "และคุณก็ชอบความเจ้าเล่ห์ของผม" ชวิณยิ้มร้าย เขาจับชายเสื้อยืดตัวโคร่งของเธอแล้วดึงรั้งขึ้นเหนือศีรษะ โยษิตายกแขนขึ้นให้ความร่วมมืออย่างว่าง่าย ปราการชิ้นบนถูกโยนทิ้งไปที่ปลายเตียง เผยให้เห็นความงดงามที่สมบูรณ์แบบ แสงไฟสลัวตกกระทบผิวขาวเนียนและทรวงอกอวบอิ่มที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจ เขาโน้มใบหน้าลงไปครอบครองยอดปทุมถันสีหวาน ปลายลิ้นร้อนตวัดเลียและดูดดึงอย่างชำนาญ สลับซ้ายขวาอย่างเอาใจ สร้างความเสียวซ่านจนโยษิตาต้องแอ่นอกรับสัมผัส มือเล็กขยุ้มกลุ่มผมหนานุ่มของเขาแน่น "อ๊า... วิน... อื้อ..." เสียงครางหวานหูของเธอเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงที่เติมไฟปรารถนาของเขาให้ลุกโชน ชวิณเลื่อนมือลงมาที่ขอบกางเกงขาสั้นเนื้อนิ่ม เขาจัดการปลดเปลื้องมันออกพร้อมกับแพนตี้ชิ้นบางอย่างรวดเร็ว โยนทิ้งลงพื้นไปรวมกับเสื้อ ตอนนี้ร่างกายนวลเนียนของเธอเปลือยเปล่าล่อนจ้อนอยู่ใต้ร่างของเขาอย่างสมบูรณ์ "สวย... คุณสวยไปหมดทุกส่วนเลยโยษิตา" เขากระซิบชมเสียงพร่า ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวเริ่มลากไล้ลงมาที่หน้าท้องแบนราบ ก่อนจะสัมผัสกับความอ่อนนุ่มที่กลางกายสาว โยษิตาสะดุ้งเฮือกเมื่อปลายนิ้วร้อนผ่าวสอดแทรกเข้าไปในความชุ่มฉ่ำที่หลั่งรินออกมารอรับสัมผัส ชวิณขยับนิ้วเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบ ปลายนิ้วโป้งบดคลึงจุดกระสันอย่างจงใจทรมานให้เธอขาดใจ "อ๊ะ! วิน... อย่าแกล้ง... อื้อ" หญิงสาวดิ้นเร่า ร่างกายบิดส่ายไปมาบนเตียงนุ่ม ความรู้สึกวาบหวามโจมตีจนเธอแทบจะหลอมละลาย "ผมไม่ได้แกล้งครับ ผมกำลัง 'ปรนเปรอ' คุณต่างหาก" เขาผละออกไปจัดการเสื้อผ้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว เสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงสแล็กซ์ และปราการชิ้นสุดท้ายถูกโยนทิ้งไป เผยให้เห็นความเป็นชายที่แข็งขึงปวดหนึบและพร้อมรบเต็มที่ ชายหนุ่มแทรกตัวเข้าไประหว่างเรียวขาสวย จับท่อนเนื้อร้อนผ่าวถูไถไปตามร่องกุหลาบเพื่อเรียกน้ำย่อย "เรียกชื่อผมสิหยง... บอกผมว่าคุณต้องการอะไร" เขาสั่งเสียงพร่า จ้องมองใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยความทรมาน "ว... วิน... เข้ามาเถอะนะ... หยงไม่ไหวแล้ว" โยษิตาละทิ้งความเย่อหยิ่งจนหมดสิ้น เธออ้อนวอนเขาด้วยดวงตาที่ฉ่ำปรือ "ตามบัญชาครับ" ชวิณกดสะโพกสอบ ดันตัวตนเข้าไปในความคับแคบจนสุดความยาวในคราวเดียว โยษิตาหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายกระตุกเกร็ง ช่องทางรักรัดรึงความใหญ่โตของเขาแน่นจนชายหนุ่มต้องซี๊ดปากด้วยความเสียวซ่าน "อ่า... แน่นมากคนดี... คุณรัดผมจนแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว" เขาแช่ตัวนิ่งไว้ครู่หนึ่ง จูบซับน้ำตาที่หางตาของเธออย่างอ่อนโยน เป็นความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความรักใคร่หวงแหน ซึ่งโยษิตาเองก็สัมผัสได้ ก่อนที่สะโพกสอบจะเริ่มขยับขับเคลื่อนจังหวะรัก จากเชื่องช้า เนิบนาบ ค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนและดุดันขึ้น เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องนอนที่เคยเงียบสงบ โยษิตาโอบรัดแผ่นหลังกว้างของเขาแน่น เล็บเรียวจิกเกร็งผ่านผิวเนื้อของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน ทุกครั้งที่เขากระแทกกระทั้นเข้ามาลึกซึ้ง ร่างกายของเธอจะสั่นสะท้านและตอบสนองอย่างรุนแรง "อ๊ะ... อ๊า... วิน... ลึก... ลึกเกินไปแล้ว" "ชอบไหมครับ... พื้นที่ส่วนตัวของคุณ... ให้ผมรุกล้ำเข้ามาลึกๆ แบบนี้... ชอบไหม?" เขาแกล้งถามด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า ขณะที่จังหวะสะโพกยังคงรัวกระหน่ำไม่ยั้ง "อื้อ... ชอบ... อ๊า! คนบ้า!" คำตอบที่ตรงไปตรงมาของเธอทำให้ชวิณคำรามลั่นในลำคอ เขาเร่งจังหวะให้เร็วและดุดันขึ้นอีกเท่าตัว โยษิตารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกคลื่นความสุขซัดกระหน่ำระลอกแล้วระลอกเล่า เธอหยัดสะโพกรับสัมผัสของเขาอย่างลืมอาย สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวในค่ำคืนที่แสนเร่าร้อน ความตึงเครียดสะสมตัวจนถึงจุดสูงสุด โยษิตาหวีดร้องเสียงหวาน ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ช่องทางรักตอดรัดเขาแน่นถี่ๆ ชวิณเองก็ไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป เขาอัดกระแทกอีกสองสามครั้ง ก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำแห่งความปรารถนาทุกหยาดหยดเข้าไปในตัวเธอจนล้นทะลัก ชายหนุ่มทิ้งตัวลงซบกับแผงอกของเธอ หอบหายใจอย่างหนักหน่วง แขนแกร่งตระกองกอดร่างบางไว้แน่นราวกับสมบัติล้ำค่า ความเงียบกลับมาเยือนห้องนอนอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบเหนื่อยและเสียงเครื่องปรับอากาศ โยษิตาหลับตาพริ้ม ความเหนื่อยล้าผสมกับความสุขสมทำให้เธอแทบจะขยับตัวไม่ไหว แทนที่ชวิณจะลุกไปแต่งตัวแล้วกลับออกไปเหมือนทุกครั้งที่เป็นการ 'แอบแซ่บ' เขากลับทิ้งตัวลงนอนเคียงข้าง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของพวกเขาทั้งคู่ ก่อนจะรวบตัวเธอเข้ามากอดไว้แนบอกอย่างหวงแหน "เห็นไหมครับโยษิตา..." เขากระซิบชิดกระหม่อมบาง จูบซับที่เรือนผมของเธออย่างทะนุถนอม "เราไม่เห็นต้องสร้างกฎเกณฑ์อะไรมาต่อสู้กันตลอดเวลาเลย... เวลาที่คุณยอมอยู่ในอ้อมกอดผมแบบนี้... มันดีกว่าการยืนเถียงกันในห้องประชุมตั้งเยอะ" โยษิตานอนนิ่ง ซุกหน้าลงกับแผงอกอุ่นของเขาโดยไม่ตอบอะไร ฟังเสียงหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ในเสี้ยววินาทีนั้น หญิงสาวตระหนักได้ถึงความน่ากลัวที่แท้จริงของผู้ชายคนนี้... เขาไม่ได้ใช้กำลังบังคับ แต่เขาใช้ 'ความผูกพันทางกาย' และ 'ความอ่อนโยนที่แฝงความดุดัน' ค่อยๆ กัดเซาะกำแพงน้ำแข็งของเธอทีละน้อย และตอนนี้... กำแพงของเธอกำลังพังทลายลงมาอย่างไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD