สมรภูมิรักบนโต๊ะผู้บริหาร

2125 Words
เสียง คลิก ของระบบล็อกประตูดิจิทัลที่ดังสะท้อนก้องในความเงียบของชั้น 50 เปรียบเสมือนเสียงลั่นไกปืนที่ประกาศจุดเริ่มต้นของสงครามประสาท โยษิตายืนนิ่งงันอยู่กลางห้องทำงานที่โอ่อ่าและกว้างขวางเกินความจำเป็น แสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าเบื้องล่างที่สาดส่องผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามา สร้างเงาทาบทับลงบนใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษที่เพิ่งจะปลดพันธนาการแห่งความสุภาพออกไปจนหมดสิ้น แว่นตากรอบเงินถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้มอย่างไม่ไยดี ชวิณ ภูธนานนท์ ก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานตัวใหญ่ตรงเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า ท่ามกลางแสงสลัว นัยน์ตาคมกริบของเขาไม่ได้ถูกบดบังด้วยเลนส์กระจกอีกต่อไป มันฉายแวววาบหวาม ดุดัน และเต็มไปด้วยสัญชาตญาณของการล่าเหยื่ออย่างปิดไม่มิด ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความทรงพลัง คุกคาม จนโยษิตาเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "บอส... หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะคะ" หญิงสาวยกมือขึ้นปราม สัญชาตญาณเอาตัวรอดสั่งให้เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว "ที่นี่คือออฟฟิศ และนี่คือเวลา... เอ่อ... เพิ่งจะเลยเวลาเลิกงานมาไม่นาน พนักงานบางคนอาจจะยังอยู่ และถ้ามีใครมาเห็นเข้า ภาพลักษณ์ของบอส..." "ผมเป็นประธานบริษัทครับคุณโยษิตา..." ชวิณเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า ร่างสูงยังคงก้าวเข้ามาหาเธออย่างไม่ลดละ "ผมมีสิทธิ์ที่จะทำอะไร ในห้องทำงานของผมก็ได้... และที่สำคัญ ทั้งชั้น 50 นี้ไม่มีใครกล้าขึ้นมาถ้าผมไม่อนุญาต แม้แต่แม่บ้านหรือ รปภ. ก็ตาม" คำพูดที่เต็มไปด้วยอำนาจล้นเหลือของเขาทำเอาตรรกะและเหตุผลที่โยษิตาเตรียมมาพังทลายลงไปกว่าครึ่ง แผ่นหลังบางถอยร่นไปจนชนกับขอบโต๊ะประชุมกระจกตัวยาวที่ตั้งอยู่กลางห้อง หมดหนทางหนีโดยสิ้นเชิง ชวิณก้าวเข้ามาประชิดตัวจนปลายรองเท้าหนังขัดมันของเขาชนกับรองเท้าส้นสูงของเธอ ชายหนุ่มยกแขนทั้งสองข้างขึ้นยันขอบโต๊ะกระจก กักขังร่างบอบบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อสูทสีดำและเสื้อคอเต่าสีครีมมิดชิดไว้ในวงแขนแกร่ง กลิ่นหอมของไม้จันทน์ (Sandalwood) ผสมผสานกับฟีโรโมนเพศชายที่ดุดันลอยมากระทบจมูก กระตุ้นความทรงจำอันเร่าร้อนในคืนวันศุกร์ให้หวนกลับมาโจมตีระบบประสาทของเธออีกครั้ง "คุณคิดจริงๆ เหรอครับ... ว่าเสื้อคอเต่าหนาๆ กับสูทเชยๆ พวกนี้ จะปกปิดร่องรอยที่คุณเป็นของผมได้?" เขากระซิบถามชิดริมฝีปาก สายตาคมกริบหลุบมองลงต่ำ สแกนทะลุเสื้อผ้าของเธอราวกับเครื่องเอกซเรย์ "บอสอย่ามาพูดบ้าๆ นะคะ!" โยษิตาเชิดหน้าขึ้น เถียงกลับเสียงแข็งแม้หัวใจจะเต้นกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก "หยงไม่ได้เป็นของใครทั้งนั้น เราตกลงกันแล้วว่ามันคือความผิดพลาด บอสต่างหากที่เอาแต่อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ เป็นถึงผู้บริหารระดับสูงแต่กลับแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ได้!" คำด่าทอที่ฉะฉานของแม่สาวการตลาดตัวท็อปไม่ได้ทำให้บอสมาเฟียสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับระบายยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ มือหนาข้างหนึ่งละจากการยันโต๊ะ เลื่อนขึ้นมาบีบปลายคางมนของเธอเบาๆ บังคับให้เธอสบตากับเขาตรงๆ "ผมแยกแยะได้ดีเยี่ยมเลยล่ะครับหยง... เวลางาน ผมให้เกียรติคุณในฐานะหัวหน้าฝ่ายการตลาดที่เก่งกาจ ผมอนุมัติงบให้คุณ ผมยอมรับฟังเหตุผลของคุณ..." ชวิณขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน "แต่ตอนนี้นอกเวลางานแล้ว และกฎข้อแรกของผมเมื่ออยู่นอกเวลางาน... คือคุณต้องเรียกชื่อผม" "หยงไม่เรียก..." "เรียกวิน... สิครับ" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากเชิงหยอกล้อเป็นการออกคำสั่งที่เด็ดขาด "ไม่! ปล่อยหยงนะ อื้อ!" คำปฏิเสธถูกกลืนหายไปในลำคอทันทีที่ริมฝีปากหยักได้รูปทาบทับลงมาบดขยี้อย่างรุนแรงและจาบจ้วง มันไม่ใช่การจูบเพื่อขออนุญาต แต่เป็นการจูบเพื่อลงโทษคนอวดดีที่กล้าขัดคำสั่ง ชวิณดูดดึงกลีบปากสีเชอร์รี่ที่เคลือบลิปสติกมาอย่างดีจนมันเลอะเลือน มือหนาที่บีบปลายคางเปลี่ยนเป็นสอดประสานเข้าที่ท้ายทอย ล็อกใบหน้าสวยไม่ให้หันหนี บังคับให้เธอเผยอปากออกรับเรียวลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานอย่างตะกรุมตะกราม โยษิตาเบิกตากว้าง สองมือเล็กยกขึ้นทุบประท้วงที่แผงอกกว้างซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาว เธอพยายามออกแรงผลัก แต่ร่างสูงใหญ่กลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและความเชี่ยวชาญกำลังบดขยี้ความเย่อหยิ่งของเธอให้แหลกละเอียด สมองที่เคยเต็มไปด้วยตัวเลขและกลยุทธ์การตลาดขาวโพลนไปหมด ร่างกายเริ่มทรยศต่อเจตนารมณ์ของตัวเอง มันอ่อนระทวยและตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างน่าไม่อาย ชวิณรับรู้ได้ถึงอาการต่อต้านที่ค่อยๆ ลดลง เขาปรับเปลี่ยนจังหวะจูบจากดุดันดิบเถื่อน เป็นความนุ่มนวลและลึกซึ้ง ปลายลิ้นเกี่ยวตวัดหยอกล้อกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเอาแต่ใจ จนโยษิตาเผลอส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอ สองมือที่เคยผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นเพื่อเป็นหลักยึดไม่ให้ตัวเองทรุดลงไปกองกับพื้น เมื่อสูบพลังงานจากริมฝีปากบางจนพอใจ ชายหนุ่มจึงค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวหน้าแดงก่ำหอบหายใจกอบโกยอากาศเข้าปอด "ปากเก่งๆ ของคุณ... เอาไว้ใช้พรีเซนต์งานในห้องประชุมก็พอครับ พออยู่กับผม... ใช้มันทำอย่างอื่นจะดีกว่า" ชวิณกระซิบเสียงแหบพร่า ก่อนจะเลื่อนมือลงมาที่กระดุมเสื้อสูทตัวนอกของเธอ ชายหนุ่มปลดมันออกอย่างรวดเร็วและจับมันถอดออกจากลาดไหล่บาง โยนทิ้งลงไปกองบนพื้นพรมอย่างไม่ไยดี เหลือเพียงเสื้อคอเต่าผ้าไหมสีครีมที่รัดรูปจนเห็นสัดส่วนอวบอิ่มชัดเจน "บอส... ย... อย่านะคะ ที่นี่ห้องทำงาน..." โยษิตาพยายามห้าม เสียงของเธอสั่นพร่าและแหบโหย ไร้ซึ่งความหนักแน่นเหมือนตอนแรกโดยสิ้นเชิง "ห้องทำงานของผม... ผมจะทำอะไรก็ได้" เขาไม่ฟังคำทัดทาน มือหนาจับชายเสื้อคอเต่าสีครีมแล้วดึงรั้งมันขึ้นรวดเดียวพ้นศีรษะ ทิ้งให้หญิงสาวท่อนบนเปลือยเปล่า เหลือเพียงบราเซียลูกไม้สีดำตัวจิ๋วที่โอบอุ้มความอวบอิ่มเอาไว้แทบไม่มิด สิ่งแรกที่ประจักษ์แก่สายตาของชวิณ ไม่ใช่ความเซ็กซี่ของชุดชั้นใน แต่เป็นรอยจ้ำสีกุหลาบหลายแห่งที่กระจายอยู่ตามลำคอและลาดไหล่เนียนขาว ร่องรอยที่เขาเป็นคนตีตราจองเอาไว้ด้วยความคลั่งไคล้ ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นด้วยความพึงพอใจ ชวิณก้มลงฝังจมูกสูดดมความหอมกรุ่นที่ซอกคอขาวผ่อง ปลายลิ้นร้อนลากไล้ทับรอยแดงรอยเดิมราวกับจะย้ำเตือนความทรงจำ ก่อนจะขบเม้มซ้ำลงไปอย่างแรงจนโยษิตาสะดุ้งเฮือก "อ๊ะ... วิน... หยงเจ็บ" คำว่า 'วิน' ที่หลุดออกจากปากโดยไม่รู้ตัว ทำให้การกระทำของชายหนุ่มชะงักไปชั่ววินาที เขายกยิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนจะช้อนร่างบอบบางขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว โยษิตารีบยกแขนโอบรอบลำคอแกร่งด้วยความตกใจ ชายหนุ่มพาร่างของเธอเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่ของเขา กวาดแฟ้มเอกสารและแท็บเล็ตบนโต๊ะทิ้งลงพื้นเสียงดังโครมครามโดยไม่สนใจมูลค่าของมัน แล้ววางร่างของเธอให้นั่งลงบนขอบโต๊ะทำงานตัวนั้น "นี่สิครับ... กลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจที่สุดของวันนี้" เขาเอ่ยชมพลางแทรกตัวเข้าไประหว่างเรียวขาสวยที่ถูกหุ้มด้วยกระโปรงทรงสอบสีดำ สองมือหนาจับต้นขาของเธอแยกออกกว้างขึ้น เพื่อให้เขาเข้าไปแนบชิดได้มากที่สุด ชวิณไม่รอช้า เขาปลดตะขอหลังของบราเซียลูกไม้ออกอย่างชำนาญเพียงมือเดียว ปราการชิ้นสุดท้ายของท่อนบนหลุดร่วงลงไป ความงดงามที่เปิดเปลือยต่อสายตาท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวๆ ทำให้ลมหายใจของบอสมาเฟียสะดุด เขาจ้องมองยอดปทุมถันสีหวานที่กำลังชูชันรับสัมผัสจากความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปครอบครองมันด้วยริมฝีปากและปลายลิ้น "อ๊า... ว... วิน..." โยษิตาเชิดหน้าขึ้น กัดริมฝีปากกลั้นเสียงคราง มือเล็กสอดเข้าไปในกลุ่มผมหนานุ่มของเขา ขยุ้มมันเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย ลิ้นร้อนของชวิณตวัดเลียและดูดดึงสลับซ้ายขวาอย่างเอาแต่ใจ เขารู้ดีว่าจุดไหนคือจุดอ่อนที่จะทำให้ผู้หญิงเก่งและหยิ่งทะนงอย่างโยษิตาต้องหลอมละลาย ร่างกายของเธอแอ่นโค้งเข้าหาเขาโดยอัตโนมัติ ความร้อนรุ่มในช่องท้องบิดเกลียวจนทรมาน ขณะที่ริมฝีปากกำลังปรนเปรอทรวงอกอวบอิ่ม มือหนาของเขาก็เลื่อนต่ำลงไปที่ขอบกระโปรงทรงสอบ เขาจัดการรูดซิปด้านหลังและดึงมันลงไปกองที่ข้อเท้า ตามด้วยแพนตี้ตัวจิ๋วที่ถูกปลดเปลื้องออกไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ร่างกายของแม่สาวการตลาดตัวท็อปเปลือยเปล่าล่อนจ้อนอยู่บนโต๊ะทำงานของผู้บริหารสูงสุด โดยมีเพียงความมืดและแสงไฟจากตึกระฟ้าภายนอกเป็นพยาน "คุณเปียกชุ่มไปหมดแล้วหยง... ยังจะปากแข็งบอกว่าไม่ต้องการผมอยู่อีกไหม?" ชวิณเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยการหยอกเย้าและถือดี นิ้วเรียวยาวของเขาสัมผัสลงบนความอ่อนนุ่มที่กลางกายสาว ลูบไล้ผ่านความชื้นแฉะที่กำลังหลั่งรินออกมาประจานความต้องการส่วนลึก โยษิตาหน้าแดงซ่านด้วยความอับอาย แต่ร่างกายกลับทรยศโดยการแอ่นสะโพกเข้าหาสัมผัสนั้น "อื้อ... บอสคนบ้า คนฉวยโอกาส... อ๊า!" เธอเผลอหวีดร้องออกมาเมื่อปลายนิ้วร้ายกาจสอดแทรกเข้าไปในช่องทางรักที่คับแคบและชุ่มฉ่ำ ชวิณขยับนิ้วเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบในตอนแรก ก่อนจะเพิ่มความเร็วและน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ ปลายนิ้วโป้งบดคลึงจุดกระสันจนโยษิตาต้องจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาแน่น ร่างกายของเธอบิดเร่าไปมาบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กเย็นเฉียบ ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของโต๊ะกับความร้อนผ่าวจากนิ้วของเขา สร้างความกระสันเสียวจนแทบขาดใจ "เรียกชื่อผม... เรียกให้ดังๆ ให้สมกับที่คุณแอบแซ่บกับเจ้านายตัวเองหน่อยสิครับ" เขาสั่งเสียงพร่า เร่งจังหวะนิ้วรัวเร็วขึ้นจนเกิดเสียงน่าอายดังสะท้อนในห้องทำงานเงียบกริบ "ว... วิน... วินขา... อ๊ะ... อ๊า... หยงไม่ไหวแล้ว" ความเย่อหยิ่งถูกทำลายจนไม่เหลือซาก โยษิตาครวญครางเรียกชื่อเขาเสียงหวาน หอบหายใจถี่รัวเมื่อคลื่นความสุขลูกใหญ่กำลังจะพัดโถมเข้ามา เมื่อเห็นว่าเธอเข้าใกล้ฝั่งฝัน ชวิณก็ถอนปลายนิ้วออกอย่างกะทันหัน ทำเอาหญิงสาวครางประท้วงด้วยความขัดใจ ชายหนุ่มผละออกไปยืนตัวตรง เขาปลดเข็มขัดหนังราคาแพงออก รูดซิปกางเกงสแล็กซ์ และปลดปล่อยความเป็นชายที่แข็งขึงปวดหนึบออกมาสูดอากาศ ความยิ่งใหญ่และร้อนระอุของมันทำเอาโยษิตาต้องกลืนน้ำลายลงคอ แม้จะเคยสัมผัสมาแล้วเมื่อคืนวันศุกร์ แต่มันก็ยังดูน่าเกรงขามและอันตรายอยู่ดี ชวิณจับเรียวขาสวยของเธอพาดขึ้นบนบ่าแกร่งทั้งสองข้าง เปิดเปลือยทุกสัดส่วนให้เห็นอย่างชัดเจนที่สุด เขาจับท่อนเนื้อร้อนผ่าวถูไถไปตามร่องกุหลาบชุ่มฉ่ำเพื่อหยอกล้อและสร้างความคุ้นเคย เรียกเสียงครางเครือจากร่างบางได้เป็นอย่างดี "ผมจะสอนให้คุณรู้ว่า... การต่อรองกับมาเฟียบนโต๊ะทำงาน เขาทำกันยังไง" สิ้นคำพูด ชายหนุ่มก็กดสะโพกสอบ ดันตัวตนเข้าไปในความคับแคบที่รัดรึงเขาทันทีที่สัมผัส
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD