รอยร้าวในกำแพงน้ำแข็ง

2796 Words
แสงแดดยามสายที่สาดส่องผ่านมู่ลี่หน้าต่างเข้ามา ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกหนักอึ้งในหัวของโยษิตาลดน้อยลงเลย หญิงสาวยืนจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ภายในห้องน้ำของคอนโดมิเนียมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและหงุดหงิด ร่องรอยสีกุหลาบที่เคยมียังคงอยู่ ซ้ำร้ายยังมีรอยใหม่เพิ่มขึ้นมาบริเวณเนินอกและลาดไหล่ เป็นหลักฐานชั้นดีที่ตอกย้ำว่าเหตุการณ์ ‘โอทีบนโต๊ะผู้บริหาร’ เมื่อเย็นวานไม่ใช่ความฝัน ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคยเคลือบลิปสติกสีแดงสดบัดนี้บวมเจ่อเล็กน้อยจากการถูกบดขยี้อย่างเอาแต่ใจ ร่างกายของเธอปวดร้าวไปทุกสัดส่วน โดยเฉพาะช่วงขาและสะโพกที่ต้องรับศึกหนักบนพื้นที่ไม่ปกติอย่างโต๊ะไม้โอ๊กตัวนั้น "บ้าที่สุด... โยษิตา แกปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีกครั้งได้ยังไง!" หญิงสาวก่นด่าตัวเองเป็นรอบที่ร้อยของเช้าวันอังคาร เธอพยายามใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดรอยพวกนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย วันนี้เธอเลือกหยิบชุดสูทกางเกง (Pantsuit) สีขาวทรงสมาร์ตแคชชวลมาสวมใส่ ทับเสื้อเชิ้ตคอปกสีน้ำเงินเข้มที่ติดกระดุมสูงถึงเม็ดบนสุด เพื่อปกปิดทุกตารางนิ้วของร่างกายให้พ้นจากสายตาจับผิดของคนในออฟฟิศ และเพื่อเรียกคืนความมั่นใจในฐานะเวิร์กกิ้งวูแมนสุดสตรองกลับมา ถึงแม้ร่างกายจะพ่ายแพ้ต่อสัมผัสเร่าร้อนของเขา แต่ตรรกะและสมองของเธอจะไม่มีวันยอมจำนน! ชวิณ ภูธนานนท์ อาจจะคิดว่าเขาคุมเกมได้ทุกอย่าง แต่เขาประเมินผู้หญิงอย่างเธอต่ำเกินไปเสียแล้ว บรรยากาศในแผนกการตลาดของ V-Corp เช้านี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ ทันทีที่โยษิตาก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับแก้วอเมริกาโน่เย็นในมือ เสียงซุบซิบที่เคยดังแว่วๆ ก็เงียบกริบลงชั่วขณะ ก่อนที่พนักงานแต่ละคนจะก้มหน้าก้มตาทำแสร้งว่ากำลังยุ่งกับงานตรงหน้าอย่างขะมักเขม้น โยษิตาหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณนักการตลาดที่ไวต่อสิ่งผิดปกติร้องเตือนว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล และแน่นอนว่า แหล่งข่าวชั้นดีของเธอรออยู่แล้วที่โต๊ะทำงาน "มาแล้วเหรอแม่ตัวดี!" เพชรในชุดสูทสีส้มอิฐกระโดดเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ทันทีที่เห็นหน้าเพื่อนสนิท ตามด้วยข้าวฟ่างที่เดินถือแฟ้มเอกสารตรงดิ่งเข้ามาประกบอีกข้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "มีอะไรกันแต่เช้าเนี่ย ทำไมทุกคนในแผนกทำหน้าเหมือนเห็นผีตอนกูเดินเข้ามา" โยษิตาวางกระเป๋าลงบนโต๊ะพลางถอนหายใจ "มึงไม่ต้องมาทำไขสือเลยอีหยง! เมื่อวานมึงบอกพวกกูว่ามีธุระด่วนต้องรีบกลับตั้งกะห้าโมงครึ่งใช่ไหม" เพชรเท้าสะเอว หรี่ตามองเพื่อนอย่างจับผิด "แต่เมื่อเช้า อีป้าแม่บ้านกะดึกแผนกบัญชีชั้น 49 เมาท์ให้กูฟังว่า ตอนหกโมงกว่าๆ แกได้ยินเสียงผู้หญิงร้องแว้ดๆ ดังมาจากชั้น 50! แถม รปภ. ตรงลานจอดรถ VIP ก็บอกว่าเห็นผู้หญิงใส่สูทดำเดินหน้าหงิกขึ้นลิฟต์ผู้บริหารไปกับบอสวิน... ชุดสูทดำที่มึงใส่เมื่อวานเป๊ะ!" โยษิตาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ข่าวลือในออฟฟิศไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง แต่ด้วยประสบการณ์การเอาตัวรอดระดับสูง เธอรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติและกลอกตาขึ้นบนอย่างเบื่อหน่าย "เพ้อเจ้ออะไรของพวกมึงเนี่ย" โยษิตาแค่นหัวเราะ หยิบแฟ้มงานขึ้นมาเปิดทำทีเป็นไม่ใส่ใจ "กูเนี่ยนะจะขึ้นไปชั้น 50 กับบอสวิน? กูเกลียดขี้หน้าเขาจะตาย พวกมึงก็รู้ อีกอย่างเมื่อวานกูรีบไปทำฟันจริงๆ ใบเสร็จคลินิกยังอยู่ในกระเป๋าอยู่เลย จะดูไหม?" "แล้วเสียงผู้หญิงที่แม่บ้านได้ยินล่ะ?" ข้าวฟ่างซักต่อด้วยสัญชาตญาณชาว HR ที่ชอบสืบสวน "กูจะไปรู้เหรอ บอสวินเขาอาจจะเรียกเลขาหน้าห้องไปด่า หรือไม่ก็... พาเด็กที่ไหนมาคั่วบนห้องทำงานล่ะมั้ง ระดับมาเฟียหน้าหล่อแบบนั้น จะหิ้วใครขึ้นตึกก็ไม่มีใครกล้าห้ามอยู่แล้วนี่" โยษิตาแกล้งโยนระเบิดไปทางอื่นอย่างแนบเนียน แม้ในใจจะแอบเจ็บจี๊ดกับคำพูดของตัวเองที่ว่าเขาอาจจะพาใครมาคั่วบนห้องทำงานก็ตาม "เออ... ก็จริงของมึงนะ" เพชรพยักหน้าหงึกหงัก เริ่มคล้อยตาม "บอสหล่อลากไส้แถมรวยล้นฟ้าขนาดนั้น คงมีดาราเซเลบมาเสนอตัวให้ถึงที่แหละ คงไม่มานั่งสนใจพนักงานกินเงินเดือนอย่างพวกเราหรอก เนอะอีฟ่าง" "ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ" ข้าวฟ่างถอนหายใจยาว "ช่วงนี้บริษัทเราอยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยนผู้บริหาร ข่าวลืออะไรที่ทำให้เสียภาพลักษณ์ มันจะกระทบกระเทือนไปถึงความเชื่อมั่นของลูกค้า มึงเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาด ก็ระวังๆ ตัวหน่อยแล้วกันหยง พวกป้าๆ ฝ่ายบัญชียิ่งชอบหมั่นไส้ความสวยความเก่งของมึงอยู่ด้วย" "กูรู้ลิตน่า กูเอาตัวรอดได้" โยษิตาส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อนทั้งสอง ก่อนจะไล่ให้พวกเขากลับไปทำงาน เมื่อรอดพ้นจากการจับผิดมาได้ หญิงสาวก็ทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง มือเล็กลูบไปตามขอบโต๊ะทำงานของตัวเองเบาๆ พลันภาพเหตุการณ์อันเร่าร้อนบนโต๊ะไม้โอ๊กของใครบางคนก็วาบเข้ามาในหัวจนใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ‘พรุ่งนี้อย่าลืมมาพรีเซนต์งานให้ผมดูอีกนะครับ... ในห้องนี้ เวลาเดิม’ คำสั่งที่แฝงไปด้วยความเผด็จการนั้นดังก้องอยู่ในหัว โยษิตากำมือแน่น คืนนี้เธอจะไม่ยอมขึ้นไปหาเขาที่ห้องนั้นอีกแล้ว! เธอจะหัวซุกหัวซุนหนี หรือจะสู้หัวชนฝา เธอก็จะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้เขากดขี่อยู่ฝ่ายเดียวเด็ดขาด 14:00 น. ห้องโถงรับรองลูกค้า VIP (VIP Lounge) ช่วงบ่ายของวัน โยษิตาต้องลงมาดูแลความเรียบร้อยที่โชว์รูมและห้องรับรองลูกค้าวีไอพีด้านล่าง เนื่องจากวันนี้มีลูกค้าคนสำคัญระดับ 'บิ๊กเนม' นัดเข้ามาดูรถสปอร์ตรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่เพิ่งนำเข้ามาใหม่ ลูกค้าคนดังกล่าวคือ ‘เสี่ยทวี’ เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม ศีรษะล้านเลี่ยน สวมใส่ทองหยองเส้นโตและนาฬิกาฝังเพชรระยิบระยับ เสี่ยทวีขึ้นชื่อเรื่องความกว้างขวางและอิทธิพลในวงการมืด ซึ่งเป็นฐานลูกค้ากลุ่มเดียวกับธุรกิจสีเทาของครอบครัวภูธนานนท์ "รถรุ่นนี้สวยใช้ได้เลยนะ สเปกตรงตามที่ผมต้องการเป๊ะ" เสี่ยทวีลูบคลำพวงมาลัยรถสปอร์ตคันหรูด้วยสายตาพึงพอใจ ก่อนจะหันมามองหัวหน้าฝ่ายการตลาดสาวสวยที่ยืนอธิบายข้อมูลอยู่ด้านข้างด้วยสายตาที่ลุ่มล่ามอย่างปิดไม่มิด "แต่ที่สวยกว่ารถ... ก็คงจะเป็นคนพรีเซนต์นี่แหละมั้ง คุณชื่ออะไรนะจ๊ะคนสวย?" "โยษิตาค่ะ เป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดของที่นี่" โยษิตาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบและรอยยิ้มการค้า พยายามรักษาระยะห่างอย่างเต็มที่ แม้จะรู้สึกขยะแขยงสายตาที่มองกวาดตั้งแต่หัวจรดเท้าของชายแก่รุ่นพ่อก็ตาม "คุณโยษิตา... ชื่อก็เพราะ ตัวก็หอม" เสี่ยทวีขยับตัวเข้ามาใกล้จนโยษิตาต้องก้าวถอยหลัง แต่แผ่นหลังของเธอกลับไปชนเข้ากับตัวถังรถสปอร์ต ทำให้หมดทางหนี "รถคันนี้ราคาเกือบสามสิบล้าน ถ้าผมจะเซ็นเช็คซื้อสดวันนี้เลย... ทาง V-Corp จะมี 'ของแถม' หรือ 'บริการพิเศษ' อะไรให้ผมเป็นการส่วนตัวไหมจ๊ะ?" คำว่า 'บริการพิเศษ' ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มหื่นกามและมืออวบอูมที่ทำท่าจะเอื้อมมาจับมือของเธอ ทำให้โยษิตาต้องรีบเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว "ทางเรามีโปรโมชันแถมประกันภัยชั้นหนึ่ง และแพ็กเกจดูแลรักษาเครื่องยนต์ฟรีห้าปีค่ะเสี่ยทวี" โยษิตาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แววตาแข็งกร้าวขึ้นเพื่อส่งสัญญาณเตือนว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมโอนอ่อนตามอำนาจเงินของใคร "ส่วนบริการพิเศษนอกเหนือจากนี้... ทางบริษัทเราไม่มีนโยบายค่ะ" "แหม... อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธสิคุณหยง" เสี่ยทวียังคงตื๊อไม่เลิก ชายแก่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้ง คราวนี้เขาจงใจใช้แขนกั้นทางออกของเธอไว้ "สัญญาสามสิบล้านแลกกับการไปกินข้าวเย็นกับผมเงียบๆ สักมื้อ สองต่อสอง... มันเป็นข้อเสนอที่วิน-วินทั้งคู่นะ บอสคุณจะได้ยอดขาย ส่วนคุณก็จะได้คอมมิชชันก้อนโต... หรืออาจจะได้มากกว่านั้น ถ้าคุณ 'บริการ' ผมถูกใจ" โยษิตากัดฟันกรอด ความโกรธพุ่งทะลุปรอท เธอเกลียดที่สุดคือการถูกตีราคาด้วยเงิน และการถูกคุกคามทางเพศในที่ทำงาน หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เตรียมจะอ้าปากด่ากราดและเชิญลูกค้าคนนี้ออกไปจากโชว์รูมโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งสิ้น แต่ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปาก เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกที่คุ้นหูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน "ผมเกรงว่า... คุณโยษิตาคงจะไม่สะดวกไปรับประทานอาหารเย็นกับเสี่ยทวีครับ" ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีทกรมท่าสุดเนี๊ยบก้าวเดินเข้ามาในห้องโถงรับรองพร้อมกับเคน มือขวาหน้านิ่งที่เดินตามมาประกบติด ชวิณ ภูธนานนท์ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มสุภาพที่มุมปาก ทว่าดวงตาภายใต้กรอบแว่นตาสีเงินนั้นกลับแข็งกร้าวและเย็นชาจนน่าขนลุก รังสีอำมหิตที่แผ่กระจายออกมาจากตัวเขาทำให้พนักงานรอบข้างถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลาย เสี่ยทวีชะงักไปเล็กน้อย รีบดึงแขนกลับและหันไปฉีกยิ้มประจบประแจงประธานหนุ่มทันที "อ้าว! คุณวิน! แหม... ลงมาทักทายลูกค้าถึงที่เลยนะครับ เป็นเกียรติจริงๆ ผมกำลังคุยเรื่องโปรโมชันของแถมกับพนักงานของคุณอยู่พอดีเลย" "ผมได้ยินแล้วครับเสี่ย" ชวิณเดินมายืนขวางระหว่างโยษิตากับเสี่ยทวีอย่างแนบเนียน แผ่นหลังกว้างของเขาบังร่างบอบบางของเธอไว้จนมิด "แต่ผมต้องขออภัยที่ต้องแจ้งให้ทราบว่า... V-Corp ของเรา ขายแค่ 'รถสมรรถนะสูง' ครับ เราไม่ได้ขาย 'พนักงาน' และบริษัทเราก็มีนโยบายปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของพนักงานทุกคนอย่างถึงที่สุด... โดยเฉพาะพนักงานระดับบริหารอย่างคุณโยษิตา" คำพูดของชวิณสุภาพ นุ่มนวล ลงท้ายด้วย 'ครับ' ทุกประโยค แต่น้ำเสียงที่เน้นหนักในบางคำ และสายตาที่จ้องมองเสี่ยทวีราวกับมองมดปลวกที่พร้อมจะถูกบดขยี้ ทำให้คนฟังสัมผัสได้ถึงคำเตือนที่แฝงมากับความตาย เสี่ยทวีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย แต่ด้วยความที่เป็นเสือเฒ่าในวงการ จึงพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน "ฮ่าๆๆ บอสวินนี่จริงจังจังเลยนะครับ ผมก็แค่แหย่พนักงานคนสวยเล่นนิดหน่อยเอง ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยหรอกครับ... ว่าแต่ เรื่องรถคันนี้ ผมตกลงซื้อสดนะครับ หวังว่าเราคงจะได้ร่วมทำธุรกิจกันยาวๆ" "การทำธุรกิจกับ V-Corp ต้องอาศัย 'ความน่าเชื่อถือ' และ 'การเคารพกฎ' ครับเสี่ยทวี" ชวิณเอนตัวเข้าไปใกล้เสี่ยทวีเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สามคน "ผมทราบมาว่า ช่วงนี้คาสิโนของเสี่ยที่ฝั่งธนฯ กำลังมีปัญหาเรื่องการขอใบอนุญาต... ทางครอบครัวผมพอจะรู้จักผู้ใหญ่ที่ช่วย 'อำนวยความสะดวก' ให้ได้... แต่ถ้าเสี่ยยังมีพฤติกรรมรุ่มร่ามกับ 'คนของผม' อีก... ผมก็ไม่แน่ใจว่า ปัญหาของเสี่ยมันจะคลี่คลาย หรือมันจะบานปลายจนคาสิโนต้องถูกสั่งปิดถาวรกันแน่นะครับ" คำขู่ที่แทงใจดำอย่างจังและชี้ให้เห็นถึงอำนาจมืดเบื้องหลังของตระกูลภูธนานนท์ ทำเอาเสี่ยทวีหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นตามไรผม ชายแก่รีบถอยห่างจากโยษิตาทันทีราวกับต้องของร้อน "ผ... ผมเข้าใจแล้วครับคุณวิน ผมต้องขอโทษคุณโยษิตาด้วยที่เสียมารยาท" เสี่ยทวีก้มหัวปลกๆ ความกร่างเมื่อครู่หายวับไปกับตา "งั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปเซ็นสัญญาที่ห้องรับรองด้านหน้าก่อนนะครับ เชิญคุณวินตามสบายเลยครับ" พูดจบ เสี่ยทวีก็รีบจ้ำอ้าวออกไปจากโซนจัดแสดงรถทันที โดยมีพนักงานขายคนอื่นรีบเดินตามไปประกบเพื่อปิดการขาย เมื่อความวุ่นวายสงบลง ชวิณก็หันกลับมาหาหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง โยษิตามองแผ่นหลังกว้างของเขาด้วยความรู้สึกที่สับสนไปหมด ทั้งโล่งใจที่เขาเข้ามาช่วย แต่ก็แอบขัดใจที่เขาทำเหมือนเธอเป็นสิ่งของในกรรมสิทธิ์ของเขา "คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถาม ความเย็นชาเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงความเรียบเนียนที่อ่านไม่ออก "ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณบอสที่เข้ามาช่วยเคลียร์สถานการณ์ให้" โยษิตาตอบเสียงเรียบ พยายามก้าวถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่าง "แต่ความจริงแล้ว หยงรับมือเองได้ค่ะ หยงมีวิธีจัดการกับลูกค้าประเภทนี้โดยไม่ต้องพึ่งอำนาจมืดของบอส" "คุณก็เอาแต่ดื้อรั้นแบบนี้แหละ โยษิตา" ชวิณถอนหายใจเบาๆ เขาขยับก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง จนปลายรองเท้าเกือบจะชนกัน "ผู้ชายคนนั้นมันเป็นพวกมาเฟียปลายแถว คุณคิดว่าการใช้เหตุผลหรือคำด่าของคุณ จะหยุดคนพวกนี้ได้จริงๆ เหรอ? ถ้าผมไม่ลงมา คุณอาจจะถูกมันดักฉุดที่ลานจอดรถไปแล้วก็ได้" "หยงไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น!" เธอเถียงกลับ เชิดหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่น "และอีกอย่าง... หยงไม่ใช่ 'คนของบอส' กรุณาอย่าใช้คำพูดที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดแบบนั้นอีกนะคะ" คำปฏิเสธที่แสนเย่อหยิ่งของเธอทำให้ชวิณกระตุกยิ้มมุมปาก เขาไม่โกรธ กลับรู้สึกท้าทายมากขึ้นไปอีก ชายหนุ่มฉวยโอกาสที่เคนเดินไปคุมสถานการณ์รอบนอก เอื้อมมือมาคว้าเอวคอดบางของเธอแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว จนหน้าอกของเธอชนเข้ากับแผงอกแกร่งของเขาอย่างจัง "อุ๊ย! บอส! ทำบ้าอะไร ปล่อยนะ!" โยษิตาเบิกตากว้าง พยายามดิ้นรน แต่แขนแกร่งราวกับคีมเหล็กนั้นล็อกเอวเธอไว้แน่นหนา "ผมเพิ่งช่วยคุณจากตาแก่นั่นมาหมาดๆ ... คุณไม่คิดจะให้ 'รางวัล' เจ้านายหน่อยเหรอครับ?" เขากระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดจนโยษิตาขนลุกซู่ "รางวัลบ้าบออะไร ปล่อยเดี๋ยวนี้นะคะ เดี๋ยวมีคนมาเห็น!" เธอขู่ฟ่อ เหลียวซ้ายแลขวาด้วยความตื่นตระหนก โชคดีที่บริเวณนี้ถูกกั้นพาร์ทิชันไว้ทำให้ไม่มีใครมองเห็นได้อย่างชัดเจน "ผมไม่สนหรอกครับว่าใครจะเห็น" ชวิณเลื่อนใบหน้ากลับมาสบตากับเธอ นัยน์ตาของเขาเข้มขึ้นและแฝงไปด้วยแรงปรารถนา "ผมแค่ลงมาเตือนความจำคุณ... ว่าเย็นนี้ หกโมงตรง... คุณมีนัดพรีเซนต์งานกับผมที่ห้อง" "หยง-ไม่-ไป!" เธอเน้นย้ำทีละคำอย่างชัดเจน "เมื่อคืนบอสเอาเปรียบหยง บังคับหยง! หยงจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของบอสอีกแล้ว! ถ้าบอสยังจะคุกคามหยง หยงจะลาออกจริงๆ ด้วย!" "ก็ลองดูสิครับ" ชวิณไม่สะทกสะท้าน เขาปล่อยมือจากเอวเธออย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะยกปลายนิ้วขึ้นมาเกลี่ยที่ปกเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินที่ปิดถึงคอของเธอเบาๆ "คุณคิดว่าใส่เสื้อปิดมิดชิดแบบนี้ แล้วผมจะถอดมันไม่ออกเหรอโยษิตา... หกโมงตรง ถ้าคุณไม่ขึ้นไป... ผมจะลงมา 'อุ้ม' คุณขึ้นไปเองต่อหน้าพนักงานทั้งแผนก"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD