เสียงเกลียวคลื่นสีครามที่ม้วนตัวกระทบหาดทรายขาวละเอียดดังประสานกับเสียงลมทะเลที่พัดเอื่อยๆ บรรยากาศของรีสอร์ตหรูระดับห้าดาวริมหาดภูเก็ตเต็มไปด้วยความคึกคักและผ่อนคลาย นี่คืองาน 'V-Corp Annual Outing' ทริปพักผ่อนประจำปีที่พนักงานทุกคนรอคอย หลังจากตรากตรำปั่นยอดขายกันมาอย่างหนักหน่วงตลอดหลายไตรมาส บอร์ดบริหารก็อนุมัติงบก้อนโตเพื่อปิดรีสอร์ตแห่งนี้ให้พนักงานกว่าร้อยชีวิตได้ปาร์ตี้กันอย่างเต็มที่
โยษิตา อาภากุล ในชุดคลุมอาบน้ำผ้าซาตินสีขาว นั่งทอดสายตามองวิวทะเลจากระเบียงห้องพักแบบพูลวิลล่าส่วนตัว (Pool Villa) ซึ่งเป็นสวัสดิการพิเศษสำหรับพนักงานระดับหัวหน้าแผนก ในมือของหญิงสาวมีสมาร์ตโฟนที่หน้าจอเปิดค้างอยู่ที่แอปพลิเคชันอีเมล... เธอจ้องมองข้อความในอีเมลฉบับนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นรอบที่สิบ ราวกับกลัวว่ามันจะเป็นเพียงความฝัน
‘เรียน คุณโยษิตา อาภากุล ทางบริษัท ซีนิธ ไฟแนนซ์ (Zenith Finance) ขอแจ้งให้ทราบว่า ทางเราได้ทำการรับช่วงต่อในการบริหารจัดการหนี้สินของคุณจากเจ้าหนี้รายเดิมเรียบร้อยแล้ว และเพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกหนี้ประวัติการผ่อนชำระดีเด่น ทางบริษัทมีนโยบายปรับโครงสร้างหนี้ โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0% และขยายระยะเวลาผ่อนชำระออกไปเป็น 10 ปี ส่งผลให้ยอดชำระต่อเดือนของคุณลดลงเหลือเพียง 5,000 บาท มีผลตั้งแต่รอบบิลนี้เป็นต้นไป’
น้ำตาหยดใสกลิ้งหล่นจากหางตาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว โยษิตายกมือขึ้นปิดปาก กลั้นเสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความโล่งอกอย่างหาที่สุดไม่ได้ ภูเขาหินสิบห้าล้านบาทที่กดทับบ่าของเธอมาตลอดห้าปีเต็ม บัดนี้ได้ถูกทลายลงไปจนแทบไม่เหลือซาก เธอไม่ต้องทนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตอนสิ้นเดือน ไม่ต้องหวาดผวาเสียงโทรศัพท์ทวงหนี้ และไม่ต้องนำโบนัสทั้งหมดไปประเคนให้เจ้าหนี้หน้าเลือดอีกต่อไปแล้ว!
ใครกันนะที่เป็นคนช่วยเธอ?
ภาพใบหน้าหล่อเหลาภายใต้กรอบแว่นตาสีเงินของ 'ประธานบริหาร' แวบเข้ามาในหัว แต่เธอก็รีบสลัดมันทิ้งไป ชวิณไม่มีทางรู้เรื่องหนี้สินของเธอได้แน่ๆ เธอปิดบังมันมิดชิดยิ่งกว่าความลับระดับชาติเสียอีก และบริษัท ซีนิธ ไฟแนนซ์ อะไรนี่ ก็ดูเป็นบริษัทถูกกฎหมายที่มีหน้าเว็บไซต์และที่ตั้งชัดเจน คงเป็นแค่ความโชคดีที่รัฐบาลมีนโยบายกวาดล้างหนี้นอกระบบพอดีล่ะมั้ง
ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร แต่วันนี้... โยษิตา อาภากุล ได้รับอิสระทางการเงินและชีวิตของเธอคืนมาแล้ว!
"อีหยง! เสร็จหรือยังเนี่ย ปาร์ตี้ริมหาดจะเริ่มแล้วนะโว้ย!"
เสียงเคาะประตูดังรัวๆ พร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดของเพชรและข้าวฟ่างที่มารอรับหน้าห้อง ทำให้หญิงสาวรีบปาดน้ำตา ปรับสีหน้าให้สดใส ก่อนจะตะโกนตอบกลับไป "เออๆ เสร็จแล้ว กำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ!"
20:00 น. งานปาร์ตี้ริมหาด (Beachfront Party)
งานเลี้ยงยามค่ำคืนถูกจัดขึ้นริมชายหาดส่วนตัวของรีสอร์ต แสงไฟปิงปองสีส้มอมเหลืองถูกขึงโยงไปตามต้นมะพร้าว สร้างบรรยากาศโรแมนติกและอบอุ่น มีวงดนตรีสดเล่นเพลงสไตล์ Bossa Nova คลอเบาๆ พนักงานต่างสวมชุดฮาวายหรือเดรสสไตล์บีชแวร์เดินถือแก้วค็อกเทลพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
โยษิตาปรากฏตัวในชุดเดรสผ้าไหมซาตินแบบสายเดี่ยว (Slip Dress) สีน้ำทะเล (Ocean Blue) ที่ขับเน้นผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น เนื้อผ้าทิ้งตัวแนบสนิทไปกับส่วนโค้งเว้าของร่างกาย ความยาวของกระโปรงกรอมเท้าแต่มีรอยผ่าด้านข้างสูงขึ้นมาถึงต้นขา เผยให้เห็นเรียวขาเนียนสวยทุกการก้าวเดิน แผ่นหลังขาวเนียนถูกเปิดเปลือยท้าสายลมทะเล มีเพียงสายเดี่ยวเส้นเล็กๆ ไขว้กันอยู่เท่านั้น คืนนี้เธอไม่ได้แต่งหน้าจัดจ้านเหมือนตอนอยู่ออฟฟิศ มีเพียงลิปสติกสีพีชระเรื่อ และปล่อยผมยาวสยายให้ปลิวไปตามลม ดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติจนพนักงานหนุ่มๆ หลายคนต้องเหลียวมอง
"โอ้โห แม่เงือกสาวทรงเสน่ห์! คืนนี้มึงสวยออร่าจับมากอีหยง ดูมีความสุขผิดปกติด้วย ถูกหวยรางวัลที่หนึ่งหรือไงจ๊ะ" เพชรแซวทันทีที่เห็นเพื่อนสาวเดินเข้ามาสมทบที่โต๊ะค็อกเทล
"ก็... นิดหน่อย ถือว่าหมดเคราะห์หมดโศกแล้วกัน" โยษิตายิ้มกว้าง เป็นรอยยิ้มที่สว่างไสวและออกมาจากใจจริงที่สุดในรอบหลายปี เธอยกแก้วมาร์การิต้าขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดี
ท่ามกลางเสียงหัวเราะและความครื้นเครง โยษิตารับรู้ได้ถึง 'สายตา' คู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมาที่เธออย่างไม่วางตา หญิงสาวหันไปมองยังโซน VIP ที่ถูกจัดไว้สำหรับผู้บริหารระดับสูง
ที่โต๊ะตัวนั้น ชวิณ ภูธนานนท์ ในชุดเสื้อเชิ้ตฮาวายปลดกระดุมคอสบายๆ สวมทับด้วยสูทผ้าลินินสีครีม กำลังนั่งไขว่ห้างถือแก้วค็อกเทลอยู่ในมือ เขาไม่ได้ลงมาร่วมเต้นรำหรือเล่นเกมกับพนักงาน แต่เลือกที่จะนั่งสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ โดยมีเคนยืนประกบอยู่ด้านหลัง แว่นตากรอบเงินสะท้อนแสงไฟจากกองไฟริมหาด แต่ก็ไม่อาจปิดบังนัยน์ตาคมกริบที่กำลังกวาดมองร่างบอบบางในชุดเดรสสีน้ำทะเลของเธอได้เลย
วินาทีที่สายตาของทั้งคู่ประสานกัน โลกทั้งใบของโยษิตาก็เหมือนจะหยุดหมุน ชวิณไม่ได้ยิ้มให้เธอ เขาเพียงแค่มอง... มองด้วยสายตาของนักล่าที่กำลังชื่นชมความงามของเหยื่อ สายตาที่บอกชัดเจนว่าภายใต้ชุดเดรสตัวบางนี้ เขารู้ดีว่ามีร่องรอยอะไรซ่อนอยู่บ้าง
ชายหนุ่มยกแก้วค็อกเทลในมือขึ้นชูให้เธอเล็กน้อยเป็นเชิงทักทาย โยษิตาใจสั่นสะท้าน เธอเชิดหน้าขึ้น กระตุกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย แล้วยกแก้วมาร์การิต้าของตัวเองขึ้นชูตอบ ก่อนจะหันกลับไปคุยกับเพื่อนต่อ ทำทีเป็นไม่สนใจบอสใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงนั้น
หึ... กฎข้อที่สี่ไงบอสวิน ห้ามก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว ตอนนี้เราอยู่นอกเวลางาน บอสไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้หยงทำอะไรทั้งนั้นแหละ! หญิงสาวคิดในใจอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง
23:30 น. พูลวิลล่าส่วนตัวของโยษิตา
ปาร์ตี้เริ่มซาลง พนักงานหลายคนเมามายและทยอยกลับห้องพัก โยษิตาเองก็รู้สึกตึงๆ จากฤทธิ์ของค็อกเทลหลายแก้วที่ดื่มเข้าไป หญิงสาวขอตัวจากแก๊งเพื่อนแล้วเดินกลับมายังพูลวิลล่าส่วนตัวของเธอเพียงลำพัง
เมื่อก้าวเข้ามาในห้อง แอร์เย็นฉ่ำก็ปะทะเข้ากับผิวกาย โยษิตาวางกระเป๋าใบเล็กไว้บนโซฟา ถอดรองเท้าแตะรัดส้นออก แล้วเดินเท้าเปล่าออกไปที่ระเบียงด้านนอกซึ่งเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำส่วนตัว (Private Pool) แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำเกิดเป็นประกายระยิบระยับ หญิงสาวสูดลมหายใจรับกลิ่นไอทะเลเข้าปอดลึกๆ ความรู้สึกปลอดโปร่งแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนทำให้เธอเผลอฮัมเพลงออกมาเบาๆ
แกร๊ก...
เสียงปลดล็อกประตูกระจกบานเลื่อนจากห้องนั่งเล่นด้านหลังดังขึ้นแผ่วเบา โยษิตาสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจ รีสอร์ตระดับนี้มีคนบุกรุกเข้ามาได้ยังไง!
ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวผ่านผ้าม่านโปร่งแสงสีขาวออกมาที่ระเบียงสระว่ายน้ำ แสงจันทร์สาดส่องให้เห็นโครงหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคย ชวิณ ภูธนานนท์ ยืนอยู่ตรงนั้น เขาถอดเสื้อสูทผ้าลินินทิ้งไปแล้ว เหลือเพียงเสื้อฮาวายที่ปลดกระดุมลงมาถึงกลางอก เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและสร้อยคอแพลตตินั่มเรียบหรู
"บ... บอสวิน!" โยษิตาเบิกตากว้าง ถอยหลังไปจนแผ่นหลังชิดกับขอบสระว่ายน้ำ "บอสเข้ามาในห้องหยงได้ยังไง! ประตูล็อกรหัสผ่านอยู่นะคะ!"
"บังเอิญว่าห้องพักของผู้บริหารระดับสูง มันมีประตูคอนเนกติ้ง (Connecting Door) เชื่อมกับวิลล่าของหัวหน้าแผนกน่ะสิครับ... และผมก็แค่สั่งให้ผู้จัดการรีสอร์ตเปิดระบบล็อกประตูนั่นให้เป็นการส่วนตัว" เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบและหน้าตาย ราวกับสิ่งที่ทำเป็นเรื่องปกติที่สุดในโลก
"คนบ้าอำนาจ! นี่บอสจงใจจองห้องพักติดกับหยงตั้งแต่แรกใช่ไหม!" เธอด่ากราดด้วยความโมโห "บอสกำลังละเมิดกฎข้อที่สี่อีกแล้วนะคะ! การแอบเข้าห้องผู้หญิงกลางดึกแบบนี้ มันล้ำเส้นกันเกินไปแล้ว หยงจะโทรแจ้งฟรอนต์!"
หญิงสาวทำท่าจะเดินสวนเขากลับเข้าไปในห้องเพื่อหยิบโทรศัพท์ แต่ชวิณไวกว่า เขาขยับตัวเพียงก้าวเดียวก็สามารถคว้าเอวบางของเธอไว้ได้ ชายหนุ่มรวบร่างของเธอเข้ามากอดแนบอกอย่างรวดเร็ว แผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่ง ลำแขนแข็งแรงกอดรัดเอวเธอไว้แน่นไม่ให้ดิ้นหลุด
"จะรีบแจ้งฟรอนต์ไปทำไมล่ะครับคุณหยง... วันนี้คุณอารมณ์ดีมาทั้งคืนแล้วไม่ใช่เหรอ ผมอุตส่าห์นั่งมองรอยยิ้มสวยๆ ของคุณอยู่เงียบๆ ไม่เข้าไปก้าวก่ายเลยนะ" เขากระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ระดับพรีเมียมเป่ารดลาดไหล่เนียนเปลือยเปล่า "แต่ตอนนี้... ปาร์ตี้จบแล้ว และผมก็คิดว่ามันถึงเวลาที่ผมควรจะได้รับ 'รางวัล' สำหรับการเป็นเจ้านายที่แสนดีบ้าง"
"ปล่อยหยงเดี๋ยวนี้นะ! บอสเมาแล้ว!" โยษิตาพยายามขืนตัวออก แต่สัมผัสจากมือร้อนผ่าวที่กำลังลูบไล้ไปตามแนวผ่าของชุดเดรสสีน้ำทะเล ทำให้ร่างกายของเธอเริ่มทรยศอีกครั้ง
"ผมไม่ได้เมาครับ... ผมแค่ 'หิว' "
พูดจบ ชวิณก็จับไหล่บางให้หมุนกลับมาเผชิญหน้ากับเขา นัยน์ตาคมกริบของราชสีห์หนุ่มในค่ำคืนนี้ไม่มีกรอบแว่นตาสีเงินบดบังอีกต่อไป เขาถอดมันทิ้งไว้ที่ห้องของตัวเองแล้ว วินาทีที่ประสานสายตากับเขา โยษิตาก็รู้ทันทีว่า... ผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ 'บอสวิน' ผู้สุภาพ แต่เขาคือทายาทมาเฟียสายดุที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลกคามือ!
ชวิณไม่รอให้เธอได้ประท้วงอีกต่อไป เขาเชยคางมนขึ้นแล้วก้มลงประกบริมฝีปากบดขยี้อย่างดุดันและหิวกระหาย มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่เป็นการจูบเพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ชายหนุ่มดูดดึงกลีบปากสีพีชของเธออย่างเอาแต่ใจ บังคับให้เธอเผยอปากออกรับเรียวลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้าไปเกี่ยวตวัดกวาดชิมความหวานของค็อกเทลมาร์การิต้าที่ยังคงตกค้างอยู่
"อื้อ..."
เสียงประท้วงในลำคอของโยษิตาถูกกลืนหายไป สองมือเล็กที่เคยกะเก็งจะทุบตีอกแกร่ง ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นวางทาบลงบนแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ หัวใจของเขาเต้นแรงและหนักหน่วงพอๆ กับของเธอ รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยชั้นเชิงและอำนาจของเขาทำลายกำแพงความเย่อหยิ่งของเธอลงอย่างง่ายดาย ฤทธิ์แอลกอฮอล์บวกกับความโล่งใจเรื่องหนี้สิน ทำให้คืนนี้เธอรู้สึกอยากจะ 'ปลดปล่อย' ทุกอย่าง และปล่อยให้เขาเป็นคนนำทาง
เมื่อสัมผัสได้ว่าร่างบางเริ่มโอนอ่อนผ่อนตาม ชวิณก็ครางต่ำในลำคออย่างพอใจ เขาผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอหอบหายใจกอบโกยอากาศเข้าปอด
"คืนนี้คุณสวยมากหยง... สวยจนผมแทบคลั่งตายตอนที่เห็นผู้ชายแผนกอื่นมองแผ่นหลังของคุณ" เขากระซิบเสียงแหบพร่า สายตาหลุบมองเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างเย้ายวน
"กฎข้อที่... อ๊ะ!"
โยษิตายังพูดไม่ทันจบ ชวิณก็จัดการอุ้มร่างของเธอลอยหวือขึ้นจากพื้น หญิงสาวต้องรีบตวัดเรียวขาเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้กันตก สองแขนเรียวโอบกอดรอบลำคอแกร่งแน่น ชายหนุ่มพาร่างของเธอเดินไปหยุดอยู่ที่ริมขอบสระว่ายน้ำส่วนตัว แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบผิวกายของคนทั้งสอง
"เลิกอ้างกฎพวกนั้นสักทีเถอะครับหยง..." เขาสบตากับเธอ แววตาเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชน "คืนนี้... ให้ผมเป็นคน 'ลบหนี้' ความเหนื่อยล้าทั้งหมดของคุณเองนะ"
คำว่า 'ลบหนี้' ทำให้โยษิตาชะงักไปชั่ววินาที แต่ก่อนที่เธอจะได้ประมวลผลอะไร ชวิณก็ปล่อยร่างของเธอให้ยืนลงบนพื้นกระเบื้องริมสระอีกครั้ง มือหนาของเขาเอื้อมไปจับที่สายเดี่ยวเส้นเล็กของชุดเดรสสีน้ำทะเล... เพียงแค่เขาออกแรงกระตุกเบาๆ สายเดี่ยวนั้นก็หลุดร่วงลงไปตามลาดไหล่เนียน
ชุดเดรสผ้าไหมซาตินทิ้งตัวร่วงหล่นลงไปกองที่ข้อเท้าอย่างง่ายดาย เผยให้เห็นเรือนร่างงดงามที่ไร้ซึ่งปราการชิ้นใดๆ ขวางกั้น โยษิตายกมือขึ้นปิดบังหน้าอกด้วยความเขินอาย แสงจันทร์สว่างพอที่จะทำให้เขาเห็นทุกสัดส่วนของเธอได้อย่างชัดเจน
"อย่าปิดสิครับ... ผมอยากเห็นทุกตารางนิ้วที่เป็นของผม"
ชวิณจับข้อมือทั้งสองข้างของเธอออกอย่างนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความเผด็จการ เขาไล้สายตามองความงดงามตรงหน้าอย่างหิวโหย ก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนลาดไหล่เนียน ลากไล้ปลายลิ้นไปตามแนวไหปลาร้า และซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างตะกรุมตะกราม
"อ๊ะ... วิน... อื้อ"
สัมผัสที่แสนวาบหวามทำให้โยษิตาต้องเชิดหน้าขึ้น ครางเครือออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ลมทะเลที่พัดมาปะทะผิวกายที่เปลือยเปล่าตัดกับความร้อนรุ่มจากริมฝีปากและฝ่ามือของเขา สร้างความกระสันเสียวจนเธอแทบจะหลอมละลาย
มือหนาของชวิณเลื่อนลงมาเฟ้นฟึงทรวงอกอวบอิ่มอย่างมันเขี้ยว ปลายนิ้วโป้งบดคลึงยอดปทุมถันสีหวานจนมันชูชันรับสัมผัส เขาจงใจปรนเปรอเธออย่างเชื่องช้าและทรมาน จนหญิงสาวต้องบิดเร่าไปมาด้วยความต้องการที่อัดอั้น
ขณะที่ริมฝีปากและมือเบื้องบนกำลังทำหน้าที่อย่างไม่ลดละ มืออีกข้างของเขาก็เลื่อนต่ำลงไปสัมผัสกับความอ่อนนุ่มที่กลางกายสาว ปลายนิ้วเรียวยาวลากผ่านร่องกุหลาบที่เริ่มเปียกชื้น ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปเคล้นคลึงจุดอ่อนไหวอย่างแม่นยำ
"อ๊า! วิน... อย่าแกล้ง... ได้โปรด..." โยษิตาหวีดร้องเสียงหวาน ร่างกายสั่นสะท้าน เธอเกาะกุมไหล่กว้างของเขาไว้แน่นราวกับเป็นที่พึ่งพิงเดียวในเวลานี้
"ผมบอกแล้วไงครับ ว่าผมไม่ได้แกล้ง... ผมกำลังบริการคุณอยู่"
ชวิณกระตุกยิ้มมุมปาก เขาถอนปลายนิ้วออก ทำเอาหญิงสาวครางประท้วงด้วยความขัดใจ ชายหนุ่มผละออกไปจัดการปลดเปลื้องเสื้อฮาวายและกางเกงของตัวเองอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเรือนร่างสมบูรณ์แบบที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ความเป็นชายที่แข็งขึงปวดหนึบปรากฏแก่สายตา ท้าทายแสงจันทร์ยามค่ำคืน
เขาขยับเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง จับร่างบางให้หันหลังชนกับกำแพงกระจกของห้องพัก ความเย็นเยียบของกระจกปะทะกับแผ่นหลังเปลือยเปล่า ทำให้โยษิตาสะดุ้งเล็กน้อย ชวิณแทรกตัวเข้าไประหว่างเรียวขาสวย ยกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้ เปิดเปลือยเส้นทางรักให้กว้างขึ้น
"มองตาผมสิหยง..." เขาสั่งเสียงพร่า ขณะจ่อตัวตนที่ร้อนผ่าวเข้าที่ปากทางที่เปียกชุ่ม
โยษิตาลืมตาขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบของเขา นัยน์ตาของราชสีห์หนุ่มเต็มไปด้วยความปรารถนาอันลึกซึ้งและความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของที่รุนแรงจนน่ากลัว
"เรียกชื่อผม..."
"ว... วิน... เข้ามาเถอะนะ" เธออ้อนวอนเสียงสั่นพร่า ยอมจำนนต่ออำนาจของเขาอย่างสิ้นเชิง
สิ้นคำขอ ชวิณก็กดสะโพกสอบ ดันความยิ่งใหญ่เข้าไปในความคับแคบจนสุดทางในคราวเดียว
"อ๊า!"
โยษิตาหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายกระตุกเกร็ง ช่องทางรักตอดรัดความแข็งขึงของเขาแน่นจนชวิณต้องซี๊ดปากด้วยความเสียวซ่าน เขาแช่ตัวนิ่งไว้ครู่หนึ่งเพื่อให้เธอปรับตัว ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกขับเคลื่อนจังหวะรัก
จากเชื่องช้า หนักแน่น ค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนและดุดันขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง แผ่นหลังบางเสียดสีกับกระจกบานใหญ่ เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องแข่งกับเสียงคลื่นที่กระทบฝั่ง โยษิตาโอบกอดรอบคอเขาแน่น เล็บเรียวจิกเกร็งลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความสุขสม ทุกครั้งที่เขาอัดกระแทกเข้ามาลึกซึ้ง ร่างกายของเธอจะสั่นสะท้านและตอบสนองอย่างรุนแรง
"อ๊ะ... อ๊า... วิน... ลึก... ลึกไปแล้ว..."
"อ่า... คุณรัดผมแน่นมากหยง... โคตรดีเลย" ชวิณสบถคำหยาบออกมาเบาๆ ความเป็นมาเฟียสายดุของเขาถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ เขาโน้มใบหน้าลงไปดูดเม้มยอดอกของเธออย่างตะกรุมตะกราม สร้างความเสียวซ่านจนหญิงสาวต้องแอ่นอกรับและร้องครางไม่เป็นภาษา
"วิน... หยง... อื้อ... เสียว... จะไม่ไหวแล้ว" โยษิตาครวญคราง น้ำตาแห่งความสุขเอ่อคลอที่หางตา สมองของเธอขาวโพลน ไม่หลงเหลือตรรกะหรือกฎเกณฑ์ใดๆ อีกต่อไป มีเพียงสัญชาตญาณและความต้องการที่ถูกผู้ชายคนนี้จุดไฟจนลุกโชน
ชวิณเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นให้เร็วและดุดันขึ้นอีกเท่าตัว ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำริมชายหาด โยษิตารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกคลื่นยักษ์ซัดสาด ร่างกายของเธอบิดเร่า ความตึงเครียดสะสมตัวจนถึงจุดสูงสุด ก่อนที่ร่างบางจะกระตุกเกร็งอย่างแรง ช่องทางรักตอดรัดเขาแน่นถี่ๆ เสียงหวีดร้องหวานใสหลุดออกจากริมฝีปาก
"อ๊าาา! วิน!"
ชวิณคำรามลั่นในลำคอ เขาอัดกระแทกอีกเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำแห่งความปรารถนาทุกหยาดหยดเข้าไปในตัวเธอจนล้นทะลัก ชายหนุ่มทิ้งตัวลงซบกับแผงอกอวบอิ่ม หอบหายใจอย่างหนักหน่วง แขนแกร่งตระกองกอดร่างบางที่อ่อนระทวยไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เธอทรุดลงไปกองกับพื้น
ความเงียบกลับมาเยือนระเบียงพูลวิลล่าอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบเหนื่อยและเสียงคลื่นทะเลที่ดังเป็นจังหวะ ชวิณค่อยๆ ถอนตัวตนออก เขาช้อนร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของโยษิตาขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว พาเธอเดินกลับเข้าไปในห้องพักที่แอร์เย็นฉ่ำ
เขาวางเธอลงบนเตียงนุ่มอย่างทะนุถนอม ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างที่เปลือยเปล่าของเธอไว้ ก่อนจะล้มตัวลงนอนเคียงข้าง รวบร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอก โยษิตาหลับตาพริ้ม ซุกหน้าลงกับแผงอกอุ่นของเขาอย่างลืมตัว ความเหนื่อยล้าผสมกับความสุขสมทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
ความกังวลเรื่องหนี้สินที่หายไป บวกกับอ้อมกอดที่แข็งแกร่งของผู้ชายคนนี้ ทำให้คืนนี้เป็นคืนที่เธอหลับสนิทและยาวนานที่สุดในรอบห้าปี
ชวิณจูบซับที่กระหม่อมบางเบาๆ แววตาของมาเฟียหนุ่มเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและหวงแหนอย่างลึกซึ้ง
"ฝันดีนะครับ... ผู้หญิงของผม" เขากระซิบแผ่วเบา
กฎเหล็กอะไรนั่น มันไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว... เพราะเขาได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งนั้นเข้ามา และพร้อมที่จะยึดครองพื้นที่ในหัวใจของเธอทั้งหมด โดยที่เธอเองก็แทบจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ!