เวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์นับตั้งแต่กฎข้อที่สี่ถูกประกาศใช้ โยษิตา อาภากุล รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ขึงตึง ชวิณ ภูธนานนท์ ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดจนน่าใจหาย เขาไม่เคยก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของเธอ ไม่มีการส่งคนมาตามรับตามส่ง ไม่มีการไลน์มาหาในยามวิกาล หรือแม้แต่การเรียกเข้าไปพบในห้องทำงานสองต่อสอง
ในเวลางาน เขาคือ ‘บอสวิน’ ผู้บริหารหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ที่สุขุม เยือกเย็น และเฉียบขาด เขาพูดคุยกับเธอเฉพาะเรื่องแคมเปญการตลาด อนุมัติงบประมาณด้วยเหตุผล และปฏิบัติกับเธอเหมือนที่ปฏิบัติกับพนักงานระดับบริหารคนอื่นๆ ทุกประการ
มันควรจะเป็นเรื่องดีที่ชีวิตของเธอได้ความสงบสุขกลับคืนมา... แต่นักการตลาดสาวกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ท่าทีที่ดู ‘ห่างเหิน’ อย่างมีมารยาทของเขานั้น มันชวนให้อึดอัดและหงุดหงิดงุ่นง่านในใจอย่างประหลาด ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่บังเอิญสบตากันในห้องประชุม นัยน์ตาคมกริบหลังกรอบแว่นสีเงินคู่นั้นก็มักจะฉายแววท้าทายและเจ้าเล่ห์ ราวกับเขากำลังนั่งรอเวลาให้ ‘เหยื่อ’ ทนไม่ไหวและเป็นฝ่ายกระโจนเข้าหากับดักเสียเอง
12:00 น. ช่วงพักกลางวัน (V-Corp แผนกการตลาด)
"อีหยง พักเที่ยงแล้ว ไปกินชาบูหม่าล่ากันเถอะ กูหิวจนไส้จะขาดแล้วเนี่ย!"
เสียงของเพชรดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งที่เดินมาเกาะขอบพาร์ทิชันโต๊ะทำงานของโยษิตา ตามมาติดๆ ด้วยข้าวฟ่างที่กำลังก้มหน้าก้มตากดสมาร์ตโฟนจองคิวร้านอาหาร
โยษิตาเงยหน้าขึ้นจากกองแฟ้มเอกสารตรงหน้าพลางถอนหายใจยาว "พวกมึงไปกินกันก่อนเลย วันนี้กูคงลงไปกินด้วยไม่ได้ว่ะ ต้องรีบหาแฟ้มสรุปงบประมาณไตรมาสแรกของปีที่แล้วมาทำรีพอร์ตเปรียบเทียบส่งให้บอร์ดบริหารตอนบ่ายสอง"
"อ้าว แล้วไฟล์ในระบบมันไม่มีหรือไง ทำไมต้องไปรื้อแฟ้มกระดาษด้วย?" ข้าวฟ่างขมวดคิ้วถาม
"ระบบเซิร์ฟเวอร์มันรวนตั้งแต่เมื่อคืน ฝ่ายไอทียังแบ็กอัปข้อมูลกลับมาไม่ครบ กูเลยต้องลงไปหาแฟ้มตัวจริงที่ห้องเก็บเอกสารชั้น 48 น่ะสิ" โยษิตาบ่นอุบอิบพลางจัดแจงเอกสารบนโต๊ะ "เดี๋ยวกูฝากซื้อแซนด์วิชกับกาแฟดำขึ้นมาให้หน่อยแล้วกัน หิวเหมือนกันแต่เวลามันบีบ"
"เออๆ สู้ชีวิตเข้านะแม่เวิร์กกิ้งวูแมน เดี๋ยวพวกกูแวะซื้อของอร่อยๆ มาสังเวยให้ก็แล้วกัน" เพชรโบกมือลา ก่อนจะควงแขนข้าวฟ่างเดินออกจากแผนกไป ทิ้งให้โยษิตาต้องเผชิญกับกองงานที่รัดตัวเพียงลำพัง
หญิงสาวลุกขึ้นยืน คว้าคีย์การ์ดพนักงานและสมุดจดบันทึกเดินตรงไปยังลิฟต์ วันนี้เธอสวมชุดเดรสทำงานคอเหลี่ยมสีเบจเข้ารูปเน้นสัดส่วนโค้งเว้า ความยาวของกระโปรงคลุมเข่าผ่าหลังเล็กน้อยเพื่อให้ก้าวเดินได้สะดวก ดูเรียบร้อยเป็นมืออาชีพแต่ก็แฝงความมีเสน่ห์ตามสไตล์ของเธอ
ติ๊ง!
ลิฟต์โดยสารพาเธอลงมาหยุดที่ชั้น 48 ซึ่งเป็นชั้นที่ใช้จัดเก็บเอกสารและอุปกรณ์สำนักงานส่วนกลางของบริษัท บรรยากาศในชั้นนี้เงียบเชียบและเย็นเยียบกว่าชั้นอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากไม่มีโต๊ะทำงานของพนักงานตั้งอยู่ มีเพียงห้องเก็บเอกสารขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่เกือบทั้งชั้น
โยษิตาทาบคีย์การ์ดลงบนเครื่องอ่านหน้าประตู เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นพร้อมกับกลอนประตูที่ปลดล็อก หญิงสาวผลักประตูเหล็กบานหนักเข้าไปด้านใน ไฟเซ็นเซอร์ส่องสว่างติดขึ้นเป็นหย่อมๆ ตามทางเดินที่เธอก้าวผ่าน เผยให้เห็นชั้นเหล็กเก็บเอกสารสูงจรดเพดานตั้งเรียงรายกันเป็นสิบๆ แถว กลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นหมึกพิมพ์ลอยอวลอยู่ในอากาศ
"หมวดการตลาดปีที่แล้ว... แถว F ล็อกที่ 4..." เธอกวาดสายตาไล่อ่านป้ายบอกหมวดหมู่ตามหัวชั้นเหล็กไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเดินลึกเข้ามาถึงโซนด้านในสุดของห้อง ซึ่งเป็นมุมอับสายตาและค่อนข้างสลัวเนื่องจากหลอดไฟเซ็นเซอร์บริเวณนี้กะพริบติดๆ ดับๆ
"เจอแล้ว ล็อกนี้แหละ"
โยษิตายิ้มออกเมื่อเห็นแฟ้มสีน้ำเงินที่เขียนป้ายกำกับปีที่เธอต้องการ แต่มันกลับถูกจัดเก็บไว้บนชั้นสูงสุดจนเธอเอื้อมไม่ถึง หญิงสาวเหลียวซ้ายแลขวา มองหาบันไดเหล็กตัวเล็กสำหรับปีนหยิบของ แต่กลับไม่พบมันอยู่แถวนี้เลย
"เอาวะ เขย่งเอาก็ได้แค่นี้เอง" โยษิตาตัดสินใจเขย่งปลายเท้าจนสุด ยืดแขนเรียวขึ้นไปหมายจะดึงแฟ้มเจ้าปัญหาลงมา กระโปรงเดรสที่เข้ารูปอยู่แล้วร่นขึ้นไปจนถึงต้นขาขาวเนียนตามจังหวะการยืดตัว
ปลายนิ้วของเธอแตะโดนสันแฟ้มแล้ว แต่ในจังหวะที่กำลังจะออกแรงดึง...
หมับ!
มือแกร่งและร้อนผ่าวของใครบางคนก็ทาบทับลงบนหลังมือของเธอ พร้อมกับแผ่นอกกว้างที่เบียดชิดเข้ามาแนบสนิทกับแผ่นหลังบางของเธอจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นไม้จันทน์หอม (Sandalwood) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลอยมากระทบโสตประสาทจนโยษิตาสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อไปโดยอัตโนมัติ
"ถ้ามันสูงเกินไป... ทีหลังก็เรียกใช้ 'เจ้านาย' สิครับคุณหยง ผมยินดีบริการพนักงานดีเด่นเสมอ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่ากระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลงบนลาดไหล่เนียน ชายหนุ่มออกแรงเพียงนิดเดียวก็สามารถดึงแฟ้มสีน้ำเงินลงมาได้อย่างง่ายดาย เขาไม่ได้ผละตัวออกห่าง กลับยิ่งเบียดร่างสูงใหญ่เข้าหา กักขังหญิงสาวไว้ระหว่างตัวเขากับชั้นเหล็กเย็นเฉียบ
โยษิตาหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวเร็ว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตกใจปนตื่นเต้นอย่างประหลาด
"บอส! บอสมาทำอะไรที่นี่คะ!" เธอพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น ยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิท ซึ่งวันนี้เขาไม่ได้สวมสูททับ มีเพียงเนกไทสีเทาที่ถูกปลดให้หลวมเล็กน้อย
ชวิณ ภูธนานนท์ ยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสีเงินจ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่กำลังตื่นตระหนกอย่างพึงพอใจ "ผมก็มา 'ตรวจดูความเรียบร้อย' ของบริษัทไงครับ... แล้วก็บังเอิญเห็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดเดินลงมาที่นี่คนเดียว เลยตามมาดูเผื่อว่าจะมีอะไรให้ช่วย"
"หยงไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือค่ะ แล้วที่นี่ก็เป็นห้องเก็บเอกสาร ไม่ใช่ที่ที่ประธานบริหารจะลงมาเดินเล่น" โยษิตาเชิดหน้าขึ้น เถียงกลับด้วยตรรกะและเหตุผลตามความเคยชิน "กรุณาถอยออกไปด้วค่ะ หยงได้ของที่ต้องการแล้ว หยงจะกลับไปทำงาน"
เธอทำท่าจะมุดตัวหนีออกทางด้านข้าง แต่ชวิณกลับไวขวา เขายกแขนข้างหนึ่งขึ้นยันชั้นเหล็ก ปิดทางหนีของเธอไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แววตาที่เคยดูสุภาพเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและเจ้าเล่ห์
"รีบกลับไปไหนล่ะครับ... เวลาพักเที่ยงของคุณยังเหลืออีกตั้งสี่สิบนาที" เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนจมูกแทบจะชนกัน "สัปดาห์ที่ผ่านมา... ผมปฏิบัติตามกฎของคุณอย่างเคร่งครัด เป็นบอสที่แสนดี ไม่เคยก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของคุณเลย... คุณไม่คิดจะให้ 'รางวัล' ผมหน่อยเหรอครับหยง?"
"รางวัลบ้าอะไรคะ! บอสกำลังทำผิดข้อตกลงอยู่นะคะ!" โยษิตาแย้งเสียงแข็ง แม้ในใจจะเริ่มสั่นสะท้านกับสายตาโลมเลียที่เขามองมา "กฎข้อสามบอกว่า ความสัมพันธ์จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อหยงอนุญาตเท่านั้น และตอนนี้หยงไม่อนุญาตค่ะ!"
"แต่กฎข้อสองก็บอกว่า... สถานะคู่ขาของเราต้องเป็น 'ความลับขั้นสุดยอด' ไม่ใช่เหรอครับ?" ชวิณย้อนถามอย่างมีชั้นเชิง มือหนาที่ว่างอยู่อีกข้างค่อยๆ เลื่อนมาจับที่เอวคอดบางของเธอ "และในสถานที่ที่ลับตาคน ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็นแบบนี้... มันก็เหมาะกับการ 'สานสัมพันธ์' ลับๆ ของเราที่สุดแล้วไม่ใช่หรือไง?"
"นี่มันในบริษัทนะคะ วิน!" โยษิตาเผลอหลุดเรียกชื่อเขาออกมาด้วยความตกใจ เมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวนั้นเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าของเธอผ่านเนื้อผ้า "ถ้ามีใครเข้ามาเห็น เราอธิบายไม่ได้แน่ๆ ปล่อยหยงนะ!"
"ผมล็อกประตูจากด้านในแล้วครับ... รหัสผ่านระดับผู้บริหารสูงสุดเท่านั้นถึงจะเปิดเข้ามาได้" เขาตอบหน้าตาย ความมั่นใจและถือดีในอำนาจของเขาทำเอาโยษิตาแทบอยากจะกรีดร้อง
วินาทีต่อมา สิ่งที่ทำให้ใจของโยษิตากระตุกวูบที่สุดก็เกิดขึ้น... ชวิณละมือจากการยันชั้นเหล็ก เขาค่อยๆ ถอดแว่นตากรอบเงินของตัวเองออก แล้ววางมันลงบนชั้นเอกสารข้างๆ อย่างเชื่องช้า
เมื่อปราศจากกรอบแว่นบดบัง นัยน์ตาดุดัน ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยไฟปรารถนาของราชสีห์หนุ่มก็ถูกเปิดเผยออกมาอย่างเต็มที่ ผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่บอสวินผู้สุภาพอีกต่อไป แต่เขาคือผู้คุมเกมที่พร้อมจะกลืนกินเธอให้แหลกคามือ!
"ว... วิน อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ อื้อ!"
คำทัดทานถูกทำลายสิ้นเมื่อริมฝีปากหยักได้รูปโฉบลงมาบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างตะกรุมตะกราม มันเป็นจูบที่หนักหน่วง ร้อนแรง และเต็มไปด้วยความคิดถึงที่ถูกเก็บกดมาตลอดทั้งสัปดาห์ ชวิณดูดดึงกลีบปากสีพีชของเธอจนบวมเจ่อ บังคับให้เธอเผยอปากออกรับเรียวลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของกาแฟจางๆ ผสมกับกลิ่นฟีโรโมนเพศชายของเขาทำให้สมองของโยษิตาขาวโพลน
"อื้อ..." หญิงสาวส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ มือเล็กพยายามผลักไสแผงอกกว้าง แต่กลับถูกเขารวบข้อมือทั้งสองข้างด้วยมือเพียงข้างเดียว กดตรึงไว้กับชั้นเหล็กเหนือศีรษะ ความเย็นเยียบของเหล็กตัดกับความร้อนรุ่มจากฝ่ามือของเขาอย่างชัดเจน สร้างความรู้สึกซาบซ่านจนเธอต้องแอ่นอกรับสัมผัส
เมื่อสูบพลังงานจากริมฝีปากจนพอใจ ชวิณก็ผละออกอย่างอ้อยอิ่ง เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นหอมประจำตัวของเธออย่างตะกระตะกราม ปลายลิ้นร้อนลากไล้ไปตามเส้นชีพจรที่เต้นตุบๆ ก่อนจะขบเม้มอย่างแรงจนเกิดรอยรักสีแดงช้ำทับลงบนผิวเนียน
"คุณหอมมากหยง... หอมจนผมแทบจะบ้าตายอยู่แล้วรู้ไหม" เขากระซิบเสียงแหบพร่า มือหนาที่ว่างอยู่จัดการรูดซิปด้านหลังของชุดเดรสคอเหลี่ยมลงอย่างรวดเร็ว ปราการชิ้นสำคัญร่วงหล่นลงไปกองที่เอว เผยให้เห็นบราเซียสีครีมตัวจิ๋วที่โอบอุ้มความอวบอิ่มเอาไว้แทบไม่มิด
"อ๊ะ... วิน หยุดนะ... เดี๋ยวใครมาได้ยิน..." โยษิตาพยายามห้าม เสียงของเธอสั่นสะท้านและเบาหวิว ความกลัวที่จะถูกจับได้ผสมปนเปกับความต้องการที่ถูกจุดติดอย่างง่ายดาย
"งั้นคุณก็ต้องเงียบเสียงเอาไว้ให้ดีๆ สิครับคนเก่ง..." เขากระซิบตอบอย่างเจ้าเล่ห์ "เพราะถ้าคุณครางดังเกินไป... ภาพลักษณ์หัวหน้าฝ่ายการตลาดสุดเนี้ยบของคุณ คงได้ป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแน่"
คำขู่นั้นยิ่งกระตุ้นความตื่นเต้นในตัวของหญิงสาวให้พุ่งสูงขึ้น ชวิณไม่รอช้า เขาปลดตะขอบราเซียของเธอออก โยนมันทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ก่อนจะครอบครองยอดปทุมถันสีหวานด้วยริมฝีปากและปลายลิ้น ดูดดึงและหยอกล้ออย่างชำนาญจนโยษิตาต้องเชิดหน้าขึ้น กัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่นเพื่อสกัดกั้นเสียงครางที่จวนเจียนจะหลุดรอดออกมา
ขณะที่ริมฝีปากกำลังปรนเปรอทรวงอก มือหนาของเขาก็เลื่อนต่ำลงไปใต้กระโปรงที่ร่นขึ้นมาจนถึงต้นขา ปลายนิ้วร้อนผ่าวสัมผัสกับขอบแพนตี้ลูกไม้ตัวจิ๋ว เขาลากไล้ผ่านความชื้นแฉะที่กำลังหลั่งรินออกมาประจานความต้องการส่วนลึก ก่อนจะสอดนิ้วเรียวเข้าไปเคล้นคลึงจุดอ่อนไหวอย่างเอาแต่ใจ
"อ๊ะ!" โยษิตาสะดุ้งเฮือก ร่างกายบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน มือเล็กที่เพิ่งหลุดเป็นอิสระจากการถูกพันธนาการ รีบยกขึ้นปิดปากตัวเองแน่น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความทรมานที่แสนสุข
"แฉะไปหมดแล้วนะครับคุณหยง... ดูเหมือนร่างกายของคุณ จะซื่อสัตย์กว่าปากเก่งๆ ของคุณเยอะเลยนะ" ชวิณกระตุกยิ้มมุมปาก เขาขยับปลายนิ้วเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบ ก่อนจะเพิ่มความเร็วและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ จนหญิงสาวต้องจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายอารมณ์
กึก... กึก...
จู่ๆ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องเก็บเอกสาร ตามมาด้วยเสียงพึมพำและเสียงพยายามแตะคีย์การ์ดเพื่อเปิดประตู
"อ้าว ทำไมประตูเปิดไม่ออกวะ แถวนี้ไอทีแจ้งว่าระบบล็อกรวนนี่นา"
เสียงบ่นงึมงำดังแว่วเข้ามา แม้จะฟังดูอู้อี้เพราะประตูกั้นอยู่ แต่โยษิตาก็จำได้แม่นยำว่าเป็นเสียงของพนักงานฝ่ายไอที!
หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เธอพยายามจะดันตัวออกห่างและจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แต่ชวิณกลับไม่ยอมปล่อย เขาโอบกอดเธอไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความท้าทายและสนุกสนานกับสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงนี้
"ชู่ว..." เขากระซิบชิดริมฝีปาก จุ๊ปากเบาๆ เป็นเชิงสั่งให้เงียบ "ถ้าคุณขยับ หรือส่งเสียงออกมาแม้แต่นิดเดียว... หมอนั่นต้องรู้แน่ๆ ว่าเราทำอะไรกันอยู่ข้างในนี้"
โยษิตาส่ายหน้าหวือ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอับอายและกลัวจับใจ แต่ผู้ชายตรงหน้ากลับใจร้ายเหลือเกิน แทนที่จะหยุดการกระทำ เขากลับผละมือออกไปปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงของตัวเองอย่างรวดเร็ว ปลดปล่อยความแข็งขึงและร้อนผ่าวออกมาสัมผัสกับอากาศเย็นเฉียบ
ชวิณช้อนร่างบอบบางของเธอขึ้น อุ้มให้นั่งลงบนชั้นเหล็กเก็บเอกสารระดับเอว โยษิตาต้องรีบตวัดเรียวขาเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้เพื่อไม่ให้พลัดตกลงมา ชายหนุ่มจับท่อนเนื้อที่แข็งกร้าว ถูไถไปตามร่องกุหลาบชุ่มฉ่ำเพื่อหยอกล้อและสร้างความคุ้นเคย ก่อนจะดันตัวตนเข้าไปในความคับแคบจนสุดความยาวในคราวเดียว
"อื้อออ!"
โยษิตาเบิกตากว้าง หวีดร้องประท้วงในลำคอ แต่เสียงทั้งหมดถูกกลืนหายไปเมื่อชวิณก้มลงมาประกบจูบปิดปากเธออย่างดุดัน ร่างกายของเธอกระตุกเกร็ง ช่องทางรักรัดรึงความใหญ่โตของเขาแน่นจนเขาต้องครางต่ำในลำคอ
"อ่า... แน่นมากหยง" เขาถอนจูบออกเพื่อกระซิบเสียงพร่า ขณะที่หน้าประตูห้องยังคงมีเสียงคนฝ่ายไอทีกำลังพยายามซ่อมระบบล็อกอยู่กุกกัก
ชวิณเริ่มขยับสะโพกขับเคลื่อนจังหวะรักอย่างเชื่องช้าและลึกซึ้ง เน้นการบดคลึงและสอดแทรกให้ลึกที่สุดโดยไม่ให้เกิดเสียงดัง ชั้นเหล็กส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน แต่สำหรับคนที่กำลังทำเรื่องน่าอายอยู่ในความเงียบ มันกลับดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของโยษิตา
การต้องกลั้นเสียงครางในขณะที่ถูกปรนเปรออย่างหนักหน่วง เป็นความทรมานที่แสนสาหัสและเร้าใจที่สุดเท่าที่เธอเคยสัมผัส เล็บเรียวจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างของชวิณผ่านเสื้อเชิ้ตสีดำ ร่างกายของเธอสั่นคลอนไปตามแรงอัดกระแทกที่เขาส่งมา ทุกครั้งที่เขากดลึกเข้ามา เธอต้องขบเม้มริมฝีปากจนห้อเลือดเพื่อไม่ให้หลุดเสียงใดๆ ออกไป
"ฮัลโหลพี่... ระบบล็อกห้องเอกสารชั้น 48 มันค้างอะพี่ รีโมตมารีเซตให้หน่อยดิ" เสียงพนักงานไอทีคุยโทรศัพท์ดังลอดเข้ามาอีกครั้ง
โยษิตาน้ำตาปริ่ม เธอช้อนสายตาเว้าวอนมองบอสหนุ่มอย่างขอร้องให้เขาหยุดพักก่อน แต่ราชสีห์ที่กำลังหิวกระหายมีหรือจะยอมหยุด ชวิณแสยะยิ้มร้ายกาจ เขาจงใจเร่งจังหวะให้เร็วและดุดันขึ้นอีกเท่าตัว เปลี่ยนจากการเนิบนาบเป็นการกระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่งและเอาแต่ใจ
"อ๊ะ... วิน... อื้อ... เสียว... ไม่ไหวแล้ว" เธอครวญครางไม่ได้ศัพท์ข้างหูเขา เสียงหอบหายใจของคนทั้งสองดังประสานกันแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวราวกับจังหวะกลองรบ
ความกลัวที่จะถูกจับได้ ผสมผสานกับความเสียวซ่านที่ถูกจุดติดจนถึงขีดสุด ทำให้ร่างกายของโยษิตาตอบสนองอย่างรุนแรง เธอโอบรัดเขาแน่นขึ้น หยัดสะโพกรับสัมผัสที่หนักหน่วงอย่างลืมอาย ความตึงเครียดสะสมตัวจนถึงจุดสูงสุด ก่อนที่ร่างบางจะกระตุกเกร็งอย่างแรง ช่องทางรักตอดรัดความเป็นชายของเขาถี่ยิบ น้ำหวานหลั่งไหลออกมาชโลมตัวตนของเขาจนชุ่มฉ่ำ
"อ่า... หยง... โคตรดีเลย" ชวิณคำรามลั่นในลำคอ เขาเร่งจังหวะอีกเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนจะอัดฉีดหยาดน้ำแห่งความปรารถนาทุกหยาดหยดเข้าไปในตัวเธอจนล้นทะลัก ชายหนุ่มทิ้งตัวลงซบกับแผงอกอวบอิ่ม หอบหายใจอย่างหนักหน่วง แขนแกร่งตระกองกอดร่างบางไว้แน่น
"อ้าว ได้ละๆ ประตูล็อกปกติละพี่ ขอบคุณมาก"
เสียงพนักงานไอทีด้านนอกพูดจบ ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะค่อยๆ เดินห่างออกไปจนเงียบสนิท
โยษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ราวกับเพิ่งรอดตายจากการจมน้ำ ร่างกายของเธออ่อนระทวย ซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขาอย่างหมดแรง หัวใจยังคงเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก
ชวิณค่อยๆ ถอนตัวตนออก รูดซิปกางเกงให้เรียบร้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มสีน้ำเงินที่เธอต้องการมาถือไว้ เขาจัดการดึงชุดเดรสของเธอขึ้นมาสวมใส่ให้เข้าที่ รูดซิปปิดบังร่องรอยแห่งความเร่าร้อนเมื่อครู่ให้กลับมาเป็นปกติอย่างเบามือ
ชายหนุ่มหยิบแว่นตากรอบเงินที่วางทิ้งไว้ขึ้นมาสวมกลับเข้าไปบนใบหน้า วินาทีที่แว่นตากลับเข้าที่ 'บอสวิน' ผู้สุภาพและเพอร์เฟกต์ก็กลับมาประทับร่างอีกครั้งราวกับสับสวิตช์
เขาจัดระเบียบเนกไทของตัวเอง ก่อนจะยื่นแฟ้มสีน้ำเงินส่งให้หญิงสาวที่ยังคงนั่งหอบหายใจอยู่บนชั้นเหล็ก รอยยิ้มการค้าถูกวาดขึ้นที่มุมปากอย่างน่าหมั่นไส้
"นี่ครับ แฟ้มสรุปงบประมาณไตรมาสแรกที่คุณต้องการ..." น้ำเสียงของเขาสุภาพ นุ่มนวล ลงท้ายด้วย 'ครับ' อย่างสมบูรณ์แบบ ขัดกับสิ่งที่เขาเพิ่งจะกระทำกับเธออย่างสิ้นเชิง "คราวหลัง ถ้าหาของไม่เจอ... ก็จำไว้นะครับ ว่าประธานบริหารอย่างผม พร้อมจะ 'ลงมาช่วย' คุณเสมอ..."
เขาโน้มตัวลงมากระซิบประโยคสุดท้ายชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอ
"...ทานมื้อเที่ยงให้อร่อยนะครับ คุณโยษิตา"
พูดจบ ชวิณก็หมุนตัวเดินล้วงกระเป๋าออกจากห้องเก็บเอกสารไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้โยษิตากำแฟ้มในมือแน่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและความอับอายปนเปกันไปหมด
ผู้ชายคนนี้มันปีศาจชัดๆ! เขาใช้ตรรกะและเหตุผลบ้าบอมาหักล้างกฎของเธอ ใช้ความหวาดกลัวมาเป็นเครื่องมือกระตุ้นอารมณ์ และที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือ... เธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่า 'บทลงโทษ' ในมุมอับของห้องเก็บเอกสารเมื่อครู่นี้... มันทำให้เธอตื่นเต้นและเสพติดความอันตรายของเขามากขึ้นไปอีกขั้นอย่างไม่อาจถอนตัวได้เลย!