บรรยากาศภายในห้องทำงานบนชั้น 50 ที่เคยเงียบสงบและเยือกเย็น บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความกดดันอันแสนเร่าร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากคนสองคน โยษิตา อาภากุล มาร์เก็ตติ้งสาวตัวท็อป ผู้ซึ่งไม่เคยยอมก้มหัวให้อำนาจใด บัดนี้กำลังยืนประจันหน้ากับ ชวิณ ภูธนานนท์ ประธานบริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงชั่วลมหายใจกั้น
มือเล็กที่กำคอเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น ออกแรงดึงรั้งจนร่างสูงที่นั่งพิงพนักโซฟาหนังสีดำต้องโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสีเงินเบิกกว้างขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความพึงพอใจอย่างลึกซึ้ง แววตาของเขาพราวระยับราวกับเสือหนุ่มที่เห็นเหยื่อตัวน้อยกระโดดเข้ามาท้าทายถึงในถ้ำ
"แผนการตลาดฉบับใหม่เหรอครับ..." ชวิณเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งกว้างขึ้นเมื่อสายตาหลุบมองริมฝีปากสีแดงสดที่อยู่ห่างไปเพียงคืบ "ผมชักจะตื่นเต้นแล้วสิครับ ว่าหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนเก่ง จะงัดกลยุทธ์อะไรมา 'รุกฆาต' ผม"
"กลยุทธ์ข้อแรก..." โยษิตาเชิดคางขึ้น แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความท้าทายที่พร้อมจะแตกหัก "ในการเจรจาธุรกิจ ผู้เสนอแผนต้องอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ หรืออย่างน้อย... ก็ต้องไม่เป็นเบี้ยล่างให้ถูกกดขี่ค่ะบอส"
พูดจบ หญิงสาวก็ทำในสิ่งที่ชวิณเองก็คาดไม่ถึง โยษิตาก้าวขาข้ามต้นขาแกร่งของเขา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งคร่อมทับบนตักกว้างของบอสหนุ่มอย่างอาจหาญ กางเกงทรงสมาร์ตแคชชวลสีขาวร่นขึ้นจนเห็นต้นขาเนียน กระดุมเสื้อเชิ้ตที่ถูกปลดออกเผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ และรอยจ้ำสีกุหลาบที่เขาเป็นคนฝากไว้
ชวิณชะงักงันไปชั่วขณะ มือหนาที่ถือแก้ววิสกี้อยู่สั่นไหวเล็กน้อยจนน้ำสีอำพันกระฉอก ชายหนุ่มรีบวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกด้านข้าง ก่อนที่สัญชาตญาณความเป็นชายจะสั่งให้สองมือแกร่งคว้าหมับเข้าที่เอวคอดบางของคนบนตักโดยอัตโนมัติ
"นั่งทับเจ้านายแบบนี้... ไม่กลัวโดนหักเงินเดือนเหรอครับคุณหยง" เขากระซิบถามเสียงพร่า สัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นที่บดเบียดอยู่กับหน้าตักของเขา ความร้อนรุ่มเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาต้องลอบกลืนน้ำลาย
"ถ้าบอสจะหักเงินเดือนหยงเพราะเรื่องส่วนตัว... ก็แสดงว่าบอสเป็นผู้บริหารที่ไร้จรรยาบรรณที่สุดค่ะ" โยษิตาเถียงกลับอย่างฉะฉาน สองมือเล็กเลื่อนจากคอเสื้อ ขึ้นไปคล้องรอบลำคอแกร่งของเขาอย่างจงใจ "และหยงก็มีกฎในการ 'ดีล' งานกับบอสใหม่เหมือนกัน"
"หืม? กฎของคุณมีอะไรบ้างครับ ว่ามาสิ ผมกำลังตั้งใจฟัง... และตั้งใจ 'สัมผัส' ทุกรายละเอียดเลย" ชวิณไม่พูดเปล่า มือหนาที่จับเอวคอดอยู่เริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบางภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี สร้างความรู้สึกวาบหวามจนโยษิตาต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสกัดกั้นเสียงคราง
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรักษาความเยือกเย็นของตัวเองไว้ แม้ว่าอุณหภูมิในร่างกายจะพุ่งสูงขึ้นก็ตาม
"ข้อหนึ่ง..." เธอชูนิ้วชี้ขึ้นมาตรงหน้าเขา "บอสต้องเลิกใช้อำนาจในที่ทำงานมาข่มขู่หยง ไม่มีการบังคับ ไม่มีการขู่เรื่องหน้าที่การงาน หรือเอาเรื่องบริษัทมาอ้างเพื่อบังคับให้หยงทำตามใจบอสอีก"
"ข้อเสนอสมเหตุสมผลครับ... ผมอนุมัติ" ชวิณพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายเกินคาด นัยน์ตาคมจ้องมองริมฝีปากสีแดงสดที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วอย่างหลงใหล
"ข้อสอง..." โยษิตาชูนิ้วกลางขึ้นมาเพิ่ม "สถานะของเราคือ 'คู่ขา' หรืออะไรก็ตามแต่ที่บอสอยากจะเรียก แต่มันต้องเป็นความลับขั้นสุดยอด ห้ามให้ใครในออฟฟิศรู้เด็ดขาด และบอสต้องเลิกทำตัวรุ่มร่ามกับหยงในเวลางานด้วย"
"ข้อนี้ผมอาจจะต้องขอต่อรองนิดหน่อยนะครับ..." ชวิณเลิกคิ้วขึ้น นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยเบาๆ ที่ชายโครงของเธอ "ถ้ามีผู้ชายคนอื่นมาเกาะแกะคุณ อย่างเช่นตาแก่เสี่ยทวีนั่น... ผมคงอยู่เฉยไม่ได้แน่ๆ"
"นั่นมันหน้าที่ของหยงที่จะจัดการเองค่ะ บอสแค่ทำตัวเป็นเจ้านายที่ดีก็พอ" เธอสวนกลับทันควัน "และข้อสาม... ข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุด"
โยษิตาโน้มใบหน้าลงมาใกล้เขามากขึ้นจนจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจของเธอเป่ารดริมฝีปากหยักได้รูปของเขา
"ความสัมพันธ์นี้... จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ 'หยง' เป็นคนอนุญาตเท่านั้น บอสไม่มีสิทธิ์มาบังคับหรือสั่งให้หยงมาหาบอสเหมือนเป็นของเล่นส่วนตัวอีก ถ้าบอสล้ำเส้น... ดีลนี้ถือเป็นอันสิ้นสุด และหยงจะลาออกทันทีโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรทั้งนั้น"
ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางกระหึ่มแผ่วเบา ชวิณจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ส่องประกายเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวบนตัก เขาเห็นความหยิ่งทะนง ความมุ่งมั่น และความฉลาดเฉลียวที่ฉายชัดอยู่ในนั้น ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แค่สวยและเซ็กซี่ แต่เธอมีสมองและรู้จุดอ่อนของเขา เธอรู้ว่าเขา 'ต้องการ' เธอ และเธอก็ใช้ความต้องการนั้นมาเป็นข้อต่อรองเพื่อพลิกกลับมาเป็นคนคุมเกม
แทนที่จะโกรธ ชวิณกลับหลุดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอออกมา มันเป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความถูกใจอย่างที่สุด
"คุณนี่มัน... ร้ายกาจจริงๆ โยษิตา" เขาส่ายหัวเบาๆ รอยยิ้มที่แท้จริงปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา "คุณรู้ไหมว่าในวงการธุรกิจสีเทาของผม ถ้ามีใครกล้ามายื่นข้อเสนอที่เอาเปรียบผมแบบนี้... คนๆ นั้นคงไม่ได้เดินออกไปจากห้องนี้แบบมีลมหายใจแน่ๆ"
"แต่บังเอิญว่านี่คือวงการมาร์เก็ตติ้งค่ะ... และบอสก็กำลังเผชิญหน้ากับมาร์เก็ตติ้งระดับท็อปของบริษัทอยู่" โยษิตากระตุกยิ้มมุมปาก "ตกลงบอสจะเซ็นสัญญารับข้อเสนอของหยงไหมคะ?"
ชวิณเลื่อนมือขึ้นมาประคองใบหน้าสวยเฉี่ยวของเธอ ปลายนิ้วหัวแม่มือไล้ไปตามริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบสีแดงสดอย่างหลงใหล
"ผมยอมรับเงื่อนไขของคุณทุกข้อครับคุณหยง... แต่มีสิ่งหนึ่งที่คุณอาจจะคำนวณพลาดไปในการทำแผนการตลาดครั้งนี้"
"อะไรคะ?"
"คุณเอาตัวเองมาเป็นสินค้าทดลอง... และตอนนี้ สินค้าชิ้นนั้นก็กระตุ้นความต้องการของผู้บริโภคอย่างผมจนถึงขีดสุดแล้ว" ชวิณกระซิบเสียงแหบพร่า "คุณบอกว่าความสัมพันธ์นี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณอนุญาตใช่ไหม... งั้นตอนนี้... คุณจะ 'อนุญาต' ให้ผมทดลองสินค้าได้หรือยังครับ?"
คำพูดที่แสนเจ้าเล่ห์และสายตาที่เว้าวอนอย่างเปิดเผยของเขา ทำให้กำแพงความเย่อหยิ่งของโยษิตาสั่นคลอน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ผู้ชายที่ทั้งร้ายกาจ เผด็จการ แต่ก็มีแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรงจนเธอแทบจะต้านทานไม่ไหว
ในเมื่อเธอประกาศตัวว่าจะเป็นคนคุมเกม เธอก็ต้องทำให้สุดทาง!
"ดีลค่ะ..."
สิ้นคำพูด โยษิตาก็เป็นฝ่ายโน้มใบหน้าลงไปประกบริมฝีปากจูบเขาเองอย่างดุดันและเอาแต่ใจ ลิปสติกสีแดงสดบดเบียดลงบนริมฝีปากหยักของชายหนุ่ม เธอสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดชิมรสชาติความขมปร่าของวิสกี้ที่ยังหลงเหลืออยู่ เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการประกาศอิสรภาพว่าเธอไม่ใช่เบี้ยล่างของเขาอีกต่อไป
ชวิณครางอืมในลำคอด้วยความพึงพอใจอย่างถึงขีดสุด เขายอมปล่อยให้หญิงสาวเป็นผู้นำเกมในสเตปแรก สองมือหนาลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังบาง เฟ้นฟึงเอวคอดและสะโพกผายผ่านเนื้อผ้าอย่างมันเขี้ยว การที่ผู้หญิงเก่งและหยิ่งอย่างโยษิตาเป็นฝ่ายรุกเข้าหาเขาก่อน มันสร้างความตื่นเต้นและกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของเขาได้มากกว่าการที่เขาเป็นฝ่ายบังคับเธอเป็นร้อยเท่า
โยษิตาจูบเขาอย่างเร่าร้อน มือเล็กขยุ้มเส้นผมหนานุ่มของเขาจนยุ่งเหยิง ร่างกายบอบบางบดเบียดเข้าหาความแข็งแกร่งอย่างลืมตัว ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน เธอรู้สึกถึงความแข็งขึงที่กำลังตื่นตัวและดุนดันอยู่ใต้สะโพกของเธอ มันยิ่งทำให้เธอได้ใจว่าเธอกำลังทำให้มาเฟียหนุ่มคนนี้คลั่งเพราะเธอได้
แต่แล้ว... ความรู้สึกเหนือกว่าของเธอก็อยู่ได้เพียงไม่นาน
เมื่อชวิณผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอได้หอบหายใจ ริมฝีปากและคางของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยลิปสติกสีแดงของเธอ ซึ่งมันยิ่งทำให้เขาดูเซ็กซี่และอันตรายมากขึ้นไปอีก ชายหนุ่มยกมือขึ้นถอดแว่นตากรอบเงินของตัวเองออกอย่างเชื่องช้า แล้ววางมันลงบนโต๊ะกระจก
กริ๊ก...
เสียงแว่นตาที่กระทบกับกระจก เปรียบเสมือนเสียงระฆังหมดเวลาสำหรับช่วง 'ให้เด็กเล่น'
"แผนการตลาดของคุณนำเสนอได้ยอดเยี่ยมมากครับ โยษิตา..." นัยน์ตาคมกริบที่ปราศจากแว่นตาบดบังวาวโรจน์ด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชน ชวิณจ้องมองเธอราวกับหมาป่าจ้องมองลูกแกะที่อวบอ้วนที่สุด "คุณได้คุมเกมในส่วนของการ 'วางแผน' ไปแล้ว... ต่อไปนี้ คือขั้นตอนของการ 'ลงมือปฏิบัติจริง' และในส่วนนี้... ผมขอเป็นคนคุมโปรเจกต์เองนะครับ"
"ว... วิน" โยษิตาใจสั่นสะท้านเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น เธอเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองพลาดท่าเข้าอย่างจัง เธออาจจะตั้งกฎได้สำเร็จ แต่วิธีการนำเสนอของเธอมันไปปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนของเขาให้ตื่นขึ้นมาอย่างเต็มรูปแบบ!
ไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว ชวิณพลิกร่างของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนตักให้ล้มหงายลงไปบนโซฟาหนังสีดำตัวยาวอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะทาบทับตามลงมากักขังเธอไว้ใต้ร่างอย่างเบ็ดเสร็จ
"คุณสวยมากหยง... สวยจนผมแทบจะเป็นบ้า" เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอ มือหนาจัดการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอที่เหลืออยู่ออกจนหมดอย่างชำนาญ เผยให้เห็นบราเซียลูกไม้สีขาวที่โอบอุ้มความอวบอิ่มเอาไว้
โยษิตาสะท้านเฮือกเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาทาบทับลงมาที่ลาดไหล่เนียน เขาไม่ได้จูบอย่างอ่อนโยน แต่เป็นการจูบและขบเม้มอย่างหนักหน่วงเพื่อฝากฝังรอยรักสีแดงเข้มลงไปทับรอยเดิม ราวกับจะย้ำเตือนความเป็นเจ้าของ
"อ๊ะ... วิน... เบาหน่อย หยงเจ็บ" เธอครางประท้วง มือเล็กพยายามผลักไสแผงอกกว้าง แต่ก็เหมือนมดที่พยายามผลักกำแพงหิน
"ผมบอกแล้วไงครับ... ว่าถ้าคุณเป็นคนเริ่ม คุณต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาให้ได้"
ชวิณเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหิวกระหาย เขาจัดการปลดตะขอบราเซียของเธอออก โยนมันทิ้งไปบนพื้นพรมอย่างไม่ไยดี ก่อนจะก้มลงครอบครองความงดงามที่เปิดเปลือยตรงหน้า ปลายลิ้นร้อนตวัดเลียและดูดดึงยอดปทุมถันสีหวานสลับซ้ายขวาอย่างตะกรุมตะกราม สร้างความกระสันเสียวจนโยษิตาต้องแอ่นอกรับสัมผัสและกรีดร้องออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
"อ๊า... วิน... อื้อ... คนบ้า!"
คำด่าของเธอสั่นพร่าและไร้ซึ่งความน่ากลัว ชวิณหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ มือหนาเลื่อนลงมาที่ขอบกางเกงสแล็กซ์สีขาวของเธอ เขาจัดการปลดตะขอและรูดซิปมันออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะดึงรั้งกางเกงและแพนตี้ลูกไม้ตัวจิ๋วให้พ้นจากเรียวขาเสลา ทิ้งให้ท่อนล่างของเธอเปลือยเปล่าสัมผัสกับความเย็นของเครื่องปรับอากาศและความสากของเบาะหนังโซฟา
"ดูสิครับหยง... ปากคุณบอกว่าเกลียดผม แต่ร่างกายคุณกลับต้อนรับผมอย่างดีเชียว" เขายิ้มกริ่มเมื่อปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความชุ่มฉ่ำที่หลั่งรินออกมารอรับสัมผัสจากเขา
"เงียบไปเลยนะ! อ๊ะ... อ๊า!"
โยษิตาผวาเฮือกเมื่อปลายนิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปในช่องทางรักที่คับแคบและอ่อนนุ่ม ชวิณขยับนิ้วเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบในตอนแรก ก่อนจะเพิ่มความเร็วและน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ ปลายนิ้วโป้งบดคลึงจุดกระสันอย่างชำนาญ จนหญิงสาวต้องจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน ร่างกายของเธอบิดเร่าไปมาบนโซฟาหนัง เสียงหอบหายใจของคนทั้งสองดังประสานกันไปทั่วห้องทำงาน
"เรียกชื่อผมสิหยง... เรียกให้เหมือนตอนที่คุณครางอยู่บนตักผมเมื่อกี้" เขาสั่งเสียงพร่า ขณะที่ปลายนิ้วยังคงทำหน้าที่อย่างไม่ลดละ
"ว... วิน... วินขา... อ๊ะ... ช่วยหยงด้วย" เธอร้องขอเสียงสั่น ความเย่อหยิ่งที่เคยมีมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความต้องการที่ถูกจุดไฟจนลุกโชน
"ด้วยความยินดีครับ... คนเก่งของผม"
ชวิณผละออกไปจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเรือนร่างสมบูรณ์แบบที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและลอนหน้าท้องที่เรียงตัวสวยงาม โยษิตามองภาพนั้นด้วยดวงตาที่ฉ่ำปรือ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ดึงดูดทางเพศที่รุนแรงจนน่ากลัว
เขาขยับเข้ามายืนแทรกระหว่างเรียวขาสวย จับเรียวขาของเธอพาดขึ้นบนไหล่กว้าง ก่อนจะจ่อตัวตนที่แข็งขึงและร้อนผ่าวเข้าที่ช่องทางรักที่เปียกชุ่ม ชวิณจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เป็นการขออนุญาตกลายๆ ตามกฎที่เธอตั้งไว้
โยษิตากัดริมฝีปากล่าง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณอนุญาต
สิ้นคำตอบรับ ชวิณก็กดสะโพกสอบ ดันความยิ่งใหญ่เข้าไปในความคับแคบจนสุดทาง โยษิตานิ่วหน้าเล็กน้อยกับความจุกเสียดในวินาทีแรก แต่ไม่นานความเจ็บปวดก็แปรเปลี่ยนเป็นความซาบซ่านเมื่อเขาเริ่มขยับสะโพกขับเคลื่อนจังหวะรัก
จากเชื่องช้า หนักแน่น ค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนและดุดันขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง โซฟาหนังตัวใหญ่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ตามแรงกระแทกกระทั้น เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้อง โยษิตาโอบรัดร่างหนาไว้แน่น ร่างกายสั่นคลอนไปตามจังหวะที่เขาชักนำ เธอหลงลืมไปหมดสิ้นว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้องทำงานของผู้บริหารสูงสุด หลงลืมความโกรธแค้นและความกลัวที่เคยมี เหลือเพียงความสุขสมที่รุ่มร้อนดั่งไฟสุม
"อ๊ะ... อ๊า... วิน... ลึก... ลึกเกินไปแล้ว" เธอครางเสียงหลง เล็บเรียวจิกเกร็งลงบนลาดไหล่กว้าง
"อ่า... คุณรัดผมแน่นมากหยง... โคตรดีเลย" ชวิณสบถคำหยาบออกมาเบาๆ ด้วยความลืมตัว ความเป็นมาเฟียสายดุของเขาถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ในสมรภูมิรักนี้ เขาโน้มใบหน้าลงไปจูบซับเหงื่อที่ขมับของเธออย่างอ่อนโยน ขัดกับจังหวะช่วงล่างที่รัวกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
"ชอบไหมครับหยง... การปฏิบัติงานจริงของผม... ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของคุณไหม?" เขาแกล้งถามเสียงกระเซ้า
"คนบ้า... อื้อ... อ๊า!"
จังหวะรักทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขีดสุด โยษิตารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า ก่อนจะร่วงหล่นลงมาท่ามกลางปุยเมฆแห่งความสุข ร่างกายของเธอกระตุกเกร็ง ช่องทางรักตอดรัดความเป็นชายของเขาอย่างรุนแรง เสียงหวีดร้องหวานใสหลุดออกจากริมฝีปาก
"วิน... หยง... อ๊า!"
ชวิณคำรามลั่น เขาเร่งจังหวะอีกเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนจะอัดฉีดหยาดน้ำแห่งความปรารถนาทุกหยาดหยดเข้าไปในตัวเธอจนล้นทะลัก ชายหนุ่มทิ้งตัวลงซบกับแผงอกอวบอิ่ม หอบหายใจอย่างหนักหน่วง แขนแกร่งตระกองกอดร่างบางไว้แน่นราวกับสมบัติล้ำค่า
ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบเหนื่อยที่ค่อยๆ ปรับเข้าสู่สภาวะปกติ ชวิณจูบซับที่หน้าผากมนของเธอเบาๆ ก่อนจะดึงเสื้อสูทของเขาที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาคลุมร่างที่เปลือยเปล่าของเธอไว้กันความเย็นจากแอร์
โยษิตาหลับตาพริ้ม ซุกหน้าลงกับอกแกร่งของเขาอย่างลืมตัว ฟังเสียงหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ในหัวของเธอเต็มไปด้วยความสับสน
เธอตั้งใจจะมาคุมเกม ตั้งใจจะมาประกาศชัยชนะ... แต่สุดท้าย เธอก็ยอมพ่ายแพ้ให้กับความเร่าร้อนและสัมผัสของเขาอย่างราบคาบ ซ้ำร้าย... หัวใจที่เคยแข็งแกร่งดั่งกำแพงน้ำแข็งของเธอ ดูเหมือนจะเริ่มมีรอยร้าวและละลายลงอย่างช้าๆ
"คุณเก่งมากครับ โยษิตา..." ชวิณกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและหวงแหนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน "กฎสามข้อของคุณ ผมจะรักษาไว้อย่างดี... แต่จำไว้นะครับ ไม่ว่าบนกระดานธุรกิจคุณจะเก่งแค่ไหน แต่บนเตียง... คุณคือ 'ของผม' คนเดียว"
โยษิตากัดริมฝีปากแน่น เธอไม่ตอบอะไร ได้แต่หลับตาลงรับสัมผัสอันอบอุ่นที่เขามอบให้ สงครามระหว่างมาเฟียสายดุกับแม่สาวมาร์เก็ตติ้งจอมพยศเพิ่งจะเข้าสู่โหมดยกใหม่... ยกที่เดิมพันด้วยความรู้สึกและหัวใจ ซึ่งดูเหมือนว่า... เธอจะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบเข้าให้เสียแล้ว!